Featured ฟาร์มล้ำ

จีนพัฒนา “หุ่นยนต์ชาวสวน” ช่วยติดถุงแอปเปิ้ล 600 ใบ/ชม. แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในภาคเกษตรมากขึ้น งานที่เคยต้องอาศัยแรงงานคนกำลังถูกพัฒนาให้สามารถทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะประเทศจีนที่กำลังเผชิญความท้าทายด้านแรงงานภาคเกษตรในหลายพื้นที่

ล่าสุด มีการพัฒนา “หุ่นยนต์ชาวสวน” สำหรับใช้งานในสวนแอปเปิ้ล สามารถช่วยติดถุงห่อผลแอปเปิ้ลได้สูงสุดประมาณ 600 ใบต่อชั่วโมง หวังเข้ามาช่วยลดภาระแรงงานคน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในสวนผลไม้

เทคโนโลยีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของภาคเกษตรจีนที่กำลังเดินหน้าสู่การใช้ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ มากขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน และลดภาระงานที่ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมาก

จากงานที่ต้องใช้แรงงานคน สู่ “หุ่นยนต์ชาวสวน”

การห่อผลแอปเปิ้ลเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการผลิตแอปเปิ้ลคุณภาพ โดยเกษตรกรจะนำถุงมาห่อผลที่ติดอยู่บนต้น เพื่อช่วยป้องกันผลผลิตจากแมลงศัตรูพืช โรค รวมถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ และยังช่วยให้ผลแอปเปิ้ลมีคุณภาพตามมาตรฐานตลาด


แต่ในสวนแอปเปิ้ลขนาดใหญ่ การห่อผลจำนวนมากหมายถึงการใช้แรงงานจำนวนไม่น้อย เพราะต้นแอปเปิ้ลแต่ละต้นอาจมีผลผลิตหลายสิบผล และต้องใช้เวลาติดถุงทีละผล งานที่ดูเหมือนเป็นขั้นตอนเล็กๆ จึงกลายเป็นภาระสำคัญในช่วงฤดูการผลิต หุ่นยนต์ชาวสวนจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเข้ามาช่วยทำงานในจุดนี้ โดยสามารถเคลื่อนที่เข้าไปตามแนวสวน และช่วยติดถุงห่อผลแอปเปิ้ลได้อย่างต่อเนื่อง

ความสามารถในการทำงานได้ประมาณ 600 ใบต่อชั่วโมง จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยลดแรงงานในกิจกรรมการเกษตรที่ต้องทำซ้ำๆ เป็นจำนวนมาก

“ห่อผลแอปเปิ้ล” งานสำคัญที่ช่วยรักษาคุณภาพผลผลิต

สำหรับการปลูกแอปเปิ้ล การห่อผลไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพและมูลค่าของผลผลิตโดยตรง

ถุงที่ห่อผลช่วยปกป้องแอปเปิ้ลจากแมลงและโรคบางชนิด ลดการเกิดตำหนิบนผิวผล และช่วยลดความเสียหายจากสภาพแวดล้อมระหว่างการเจริญเติบโต

เมื่อผลผลิตมีผิวสวย คุณภาพดี และมีตำหนิน้อย ก็มีโอกาสจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น

ดังนั้น การห่อผลจึงเป็นขั้นตอนที่เกษตรกรให้ความสำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นงานที่ต้องใช้เวลาและแรงงานจำนวนมาก

การนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วย จึงอาจช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดการสวนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องเร่งดำเนินการให้ทันกับระยะการเจริญเติบโตของผลแอปเปิ้ล

เมื่อ “แรงงานคน” กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของเกษตรจีน

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเกษตร คือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างแรงงานในภาคเกษตร การทำงานในสวนผลไม้มีหลายกิจกรรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ตั้งแต่การตัดแต่งกิ่ง การดูแลต้น การห่อผล ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว

ขณะที่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกออกจากภาคเกษตรไปทำงานในเมือง ทำให้เกษตรกรในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาแรงงานไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากในเวลาเดียวกัน การใช้หุ่นยนต์จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความล้ำสมัย แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในภาคเกษตร หากเครื่องจักรสามารถเข้ามาช่วยทำงานที่ต้องใช้แรงงานซ้ำๆ ได้ ก็จะช่วยให้เกษตรกรลดการพึ่งพาแรงงานคน และสามารถนำแรงงานที่มีอยู่ไปทำงานที่ต้องใช้ทักษะและการตัดสินใจมากกว่า

ไม่ใช่แค่ “ทำงานเร็ว” แต่ต้องทำงานให้เหมาะกับสวน

ความท้าทายของการพัฒนาหุ่นยนต์เกษตรแตกต่างจากหุ่นยนต์ในโรงงาน เพราะสภาพแวดล้อมในไร่นาไม่เคยเหมือนเดิม ในโรงงาน ทุกอย่างถูกควบคุมให้เป็นระบบ ทั้งพื้นผิว แสงสว่าง ตำแหน่งของวัตถุ และสภาพแวดล้อม. แต่ในสวนผลไม้ ต้นไม้แต่ละต้นมีขนาดไม่เท่ากัน กิ่งก้านอาจอยู่ในตำแหน่งแตกต่างกัน ผลแอปเปิ้ลก็ไม่ได้เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ อีกทั้งยังมีปัจจัยเรื่องแสงแดด ลม ฝน และสภาพพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

ดังนั้น การพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับภาคเกษตรจึงต้องอาศัยทั้งระบบอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ และเทคโนโลยีการมองเห็น เพื่อให้เครื่องจักรสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมจริงได้ หุ่นยนต์ชาวสวนสำหรับติดถุงแอปเปิ้ลจึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการพยายามนำเทคโนโลยีเข้าไปทำงานในพื้นที่ที่มีความซับซ้อนสูงกว่าสายการผลิตในโรงงาน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยีหุ่นยนต์เกษตรไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำงานเพียงอย่างเดียว แต่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นระบบที่สามารถทำงานหลายขั้นตอนร่วมกันในอนาคต สวนผลไม้อาจมีหุ่นยนต์ที่สามารถตรวจสอบสุขภาพต้นไม้ วิเคราะห์ความสุกของผลไม้ ติดถุงห่อผล ตัดแต่งกิ่ง กำจัดวัชพืช และเก็บเกี่ยวผลผลิต

เมื่อทำงานร่วมกับ AI และระบบวิเคราะห์ข้อมูล หุ่นยนต์อาจสามารถรู้ได้ว่า ต้นไหนต้องการน้ำ ต้นไหนมีโรค หรือผลไหนพร้อมเก็บเกี่ยว จากเดิมที่เกษตรกรต้องเดินสำรวจสวนด้วยตัวเองทุกต้น เทคโนโลยีอาจเข้ามาช่วยให้การจัดการสวนมีความแม่นยำมากขึ้น

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด ลำไย มะม่วง หรือส้ม เทคโนโลยีหุ่นยนต์เกษตรอาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในอนาคตที่ภาคเกษตรต้องเผชิญทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนที่สูงขึ้น และความต้องการลดการสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิต

“หุ่นยนต์ชาวสวน” จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงภาพของเทคโนโลยีจากประเทศจีน แต่กำลังสะท้อนภาพอนาคตของภาคเกษตรทั่วโลก ที่เครื่องจักรจะเข้ามาช่วยทำงานร่วมกับเกษตรกรมากขึ้น เพราะในวันที่แรงงานภาคเกษตรลดลง คำตอบของการทำเกษตรในอนาคตอาจไม่ใช่การทำงานให้หนักขึ้น แต่คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ “คนหนึ่งคน สามารถดูแลพื้นที่การเกษตรได้มากขึ้น” และทำให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมีประสิทธิภาพกว่าเดิม

เครดิตภาพและที่มา: TNN Thailand

Related Posts