พืชทำเงิน
ทุกวันนี้ โรคมะเร็งกำลังเป็นภัยเงียบคุกคามชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างรุนแรง เกือบ 8 ล้านคนต่อปี โดยกลุ่มเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าในอีก 18 ปีข้างหน้า คือในปี 2573 ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งถึง 17 ล้านคน ถือว่าเป็นปัญหาที่น่าห่วงใยมาก สำหรับประเทศไทย มะเร็งกลายเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทยติดต่อกันกว่า 10 ปี ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข สำรวจพบคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งถึง 58,076 คนจากสาเหตุใหญ่คือ โรคมะเร็งตับ นอกจากนี้ มีผู้ป่วยโรคมะเร็งรอรับการรักษาในโรงพยาบาลกว่า 2 แสนคน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยอาการมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าอาหารเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง ทุกคนสามารถหลีกเลี่ยงโรคร้ายนี้ ได้โดยใส่ใจออกกำลังกาย รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม และเลือกรับประทานอาหารที่มาจากพืช ผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ ก็จะช่วยให้ร่างกายสามารถต่อต้านโรคมะเร็งได้ ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการรับประทานผักและผลไม้เพิ่ม 2 หน่วยร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ร้อยละ 60-70 เนื่องจาก
ชื่อเสียงของ ดอยช้าง จังหวัดเชียงราย เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวว่ามีความสวยงาม อันเกิดจากความหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งภูเขา น้ำตก ป่าไม้ ตลอดจนแหล่งอารยธรรมทางวัฒนธรรมของชนเผ่าชาวไทยภูเขา สร้างความหลงใหลให้แก่นักท่องเที่ยวต้องแวะเยือนกันอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่สภาพทางกายภาพบนดอยช้างมีความสูงชันตามลักษณะภูเขา ตลอดจนมีอากาศชุ่มชื้นจากป่าไม้ ซึ่งเอื้อต่อการปลูกไม้เมืองหนาวหลายชนิด โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์อาราบิก้าที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดี กลิ่นหอม และรสชาติเยี่ยมไม่แพ้กาแฟนอก จึงทำให้ชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านต่างๆ หันมาปลูกกาแฟขาย พร้อมกับรวมตัวกันเป็นกลุ่มผลิตกาแฟแบบครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การเก็บผลผลิต การคั่ว การส่งออก รวมถึงการขายเป็นกาแฟสำเร็จรูปอีกด้วย มีคุณภาพเทียบเท่ากาแฟต่างประเทศ จนเป็นที่ถูกใจของคอกาแฟทั้งไทยและต่างชาติ เช่นเดียวกับ คุณฐิณัฏฐา นภาจรี หรือ คุณลักกี้ คลื่นลูกใหม่ที่เข้ามาสานต่ออาชีพปลูกกาแฟซึ่งทำกันมายาวนานตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ แล้วยังสร้างเครือข่ายด้วยการรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้านในพื้นที่เพื่อผลิตกาแฟแบบครบวงจร เน้นผลิตกาแฟด้วยมาตรฐาน จนได้รับการยอมรับจากตลาดลูกค้าทั้งใน/ต่างป
จังหวัดโอกินาวา เกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ระหว่างญี่ปุ่นกับไต้หวัน ถือเป็นเกาะที่มีประชากรอายุเกิน 100 ปี มากที่สุดในโลก สาเหตุที่ชาวเกาะโอกินาวามีอายุยืนที่สุดในโลก เนื่องจากอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่ดีประกอบกับพื้นเพวัฒนธรรมของคนโอกินาวามีนิสัยผ่อนคลาย ไม่เครียด และบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ 3 อันดับแรกที่กินแล้วอายุยืน คือ 1. ผัดมะระโอกินาวา (โกยะ จัมปุรุ) 2. ผัดสาหร่ายคอนบุ (คูบุอิริจิ) และ 3. น้ำส้มโอกินาวา (ชีกัวชา) โกยะ จัมปุรุ หรือ ผัดมะระ จัดเป็นอาหารยอดนิยมของจังหวัดโอกินาวา ที่ไปเกาะแห่งนี้แล้วต้องทานให้ได้ เพราะมะระโอกินาวา เป็นผักพื้นบ้านที่มีประวัติยาวนาน เป็นหนึ่งในอาหารของคนโอกินาวาที่กินแล้วจะอายุยืน นิยมนำไปผัดกับเต้าหู้และไข่เป็นอาหาร ในสมัยก่อนถ้ามีฐานะหน่อยก็มักจะผัดกับหมู มะระโอกินาวา หรือ มะระญี่ปุ่นนั้น มีสารที่เรียกว่า “โพลีฟีนอล” ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์เนื้อเยื่อในร่างกายเป็นจำนวนมากและเต้าหู้ทั้งหลายที่ชาวญี่ปุ่นชอบกินนั้นมีสารอาหาร ที่เรียกว่า “ไฟโตเอสโตรเจน” ซึ่งเชื่อกันว่า ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดได้ มะเร็งเต้านม และมะเ
ประโยชน์ ใช้ทำลูกชิด มีพืชที่เป็นญาติใกล้ชิดกับต๋าวคือ ซก พบมากแถบจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้ทำลูกชิดได้เช่นกัน ต๋าว กับ ซก ต่างกันเล็กน้อย ต๋าว หรือ ตาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Arenga westerhoutti Griff. พบในอินเดียและไทย โดยเฉพาะเขตป่าภูเขาสูง อย่าง น่าน อุตรดิตถ์ และบางอำเภอของจังหวัดเลย ต๋าว มีใบย่อยเรียงกันเป็นระเบียบในระนาบเดียวกัน ที่จังหวัดเลยมีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชื่อบ้าน “แก่วตาว” อยู่ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย ซก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Arengapinnata Werr. มีใบย่อยเรียงกันหลายระดับ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อ เขาซก พบประชากรของต๋าวหนาแน่นที่ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ต๋าว เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ต้นสูง 6-15 เมตร ไม่แตกกิ่ง ไม่แตกหน่อ ใบเป็นแฉกคล้ายมะพร้าว รูปขนนก โคนของเส้นใบมีกาบใบห่อหุ้ม เรียกว่า รก ตั้งแต่ปลูกจนกระทั่งออกดอก ใช้เวลา 8-15 ปี แล้วแต่สภาพความอุดมสมบูรณ์ของต้น ผลต๋าวตั้งแต่ออกดอกจนเก็บเกี่ยวได้ ใช้เวลา 30-36 เดือน ต๋าว 1 ต้น ให้ผลผลิตได้ 7-10 ทะลาย แต่ละทะลายมีประมาณ 3,000 ผล ถือว่ามีขนาดใหญ่มาก ใส่กระบะรถจนเต็มได้เหมือนกัน ใช้คนหามขึ้นรถ 3-4 คน ต๋าว 1 ต้น มีอาย
ร.ต.ท. จรูญ เทพสุริวงค์ หรือ จ่าหมี ตำรวจ สภ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา หมู่ที่ 2 ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ได้ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ในเนื้อที่ 5 ไร่ มาเกือบ 4 ปี และเป็นการลงทุนปลูกรุ่นแรก สามารถทำเงินได้สูงถึงเดือนละกว่า 6 หมื่นบาท จากการขายมะละกอฮอลแลนด์เพียงอย่างเดียว ไม่รวมรายได้ขายกล้วยน้ำหว้าที่ปลูกแซม เก็บขายวันละนับ 100 กก. ราคา กก. ละ 20 บาท และตลาดวิ่งชนมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน เพื่อส่งขายทั้งในตลาด จ.สงขลา ยะลา ปัตตานี หรือแม้แต่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และมีออเดอร์ใหม่ๆ เข้ามาตลอด ไม่เคยประสบปัญหาด้านการตลาดและราคา ร.ต.ท. จรูญ กล่าวว่า ตนรับราชการตำรวจอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายสิบปี ถูกลอบวางระเบิดจนขาขวาขาด จึงขอย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ จ.สงขลา ด้วยความชื่นชอบการเกษตรอยู่แล้ว จึงใช้เวลาว่างจากหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราช ไปศึกษาหาความรู้จากเพื่อนบ้าน วิธีปลูกมะละกอฮอลแลนด์ ในเนื้อที่ 5 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 แสนบาท ปลูกได้ประมาณ 8 เดือน ออกผลเก็บขายได้ และเพียงแค่รุ่นแรกก็คืนทุนทันที และนับจากนั้นมาเก็บขายได้ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 100 กก. ร.ต.ท. จรูญ กล่าวอีกว่า ข้อด
อย่างที่ทราบกันดีว่า น้ำผึ้ง คือของดีมีประโยชน์ จะนำมาประกอบอาหาร หรือทำเป็นยาคุณค่าก็สูงทั้งนั้น แต่น้ำผึ้งแท้ๆ ไม่มีส่วนผสมอื่นเจือปนในปัจจุบันหากินยากขึ้นทุกที สาเหตุหลักคือ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติลดน้อยลง ประกอบกับมีผู้รู้วิธีการเลี้ยงและดูแลผึ้งโพรงป่าที่ถูกต้องมีจำนวนน้อย ดังนั้น ตอนนี้หากใครกำลังมองหาอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก การเลี้ยงผึ้งโพรงป่า ถือว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย วิธีการเลี้ยงดูแลไม่ยาก ลงทุนน้อยเปรียบเสมือนคนเลี้ยงเป็นเจ้าของบริษัท ตื่นเช้ามาลูกน้องตื่นออกไปทำงาน ไม่ต้องมีโบนัส สวัสดิการ เพียงดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด ผลตอบแทนที่ได้คุ้ม คุณสยาม สกุณนา หรือ อาจารย์สยาม ผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงผึ้งโพรงป่า เล่าว่า กว่าจะเป็นมืออาชีพอย่างทุกวันนี้ได้ ตนลองผิดลองถูกมานานกว่า 4 ปี เมื่อก่อนเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาเกษตรกรรมอยู่ที่ กศน. จังหวัดพะเยา ต่อมาได้ลาออกไปทำงานบริษัทปุ๋ย หลังจากนั้นลาออกจากบริษัทปุ๋ยอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าเบื่องานประจำ เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร จึงกลับมาอยู่บ้านที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา เช่าที่ทำนาจำนวนกว่าร้อยไร่ แรกๆ
คุณอำไพ สุขไกรรัตน์ หรือน้าไพ ทำสวนเกษตรแบบผสมผสาน เนื้อที่ 32 ไร่ อยู่บ้านเลขที่ 22/12 หมู่ที่ 3 ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกไม้ผล เช่น ปลูกทุเรียน เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ อินผลัม ส้มโอ ส้มเขียวหวาน เนื่องจากไม้ผลให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง น้าไพจึงตัดสินใจปลูกมะกรูด เป็นพืชเสริมรายได้ เพราะต้นมะกรูดจะมีผลผลิตออกมาสม่ำเสมอ เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งหาคนซื้อเหมือนพืชอื่นๆ น้าไพ ตัดสินใจปลูก มะกรูดพวง เพราะเป็นมะกรูดพันธุ์ผลใหญ่และติดเป็นพวง ผลมีลักษณะขรุขระมาก และมีจุกที่หัว ใบมีขนาดใหญ่ เกษตรกรจำนวนมากนิยมปลูกมะกรูดพวง เพื่อผลิตใบและผลขายส่งให้แก่โรงงานน้ำมันหอมระเหย และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้ส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากใบและผลมะกรูด เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน เครื่องสำอาง โรงงานน้ำพริก อุตสาหกรรมยา ฯลฯ การปลูกมะกรูด ควรเลือกสภาพพื้นที่ที่เป็นแหล่งดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำที่ดี ให้ขุดหลุมลึก ขนาด 50 เซนติเมตร กว้าง 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างหลุมและแถวก็ประมาณ 4-5 เมตร หลังจากนั้นปล่อยดินตากแดดอยู่สัก 1-2 เดือน ก่อนปลูก 15 วัน ให้เ
อยู่ว่างๆ เพราะเกษียณอายุ เลยมีเวลาฟังวิทยุมากขึ้น ส่วนใหญ่ ถ้ามีการวิจารณ์เศรษฐกิจของประเทศแล้ว มักจะพูดถึงการเกษตร ว่าผลผลิตข้าวของเราต่ำกว่าประเทศอื่นได้แค่ 30 ถัง ต่อไร่ หรือพื้นที่การเกษตรเราเล็กเกินไป ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ยากจน จากหัวข้อข่าวความคิดเห็นเหล่านี้ เป็นแรงบันดาลใจให้รื้อฟื้นความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ จากความจำเก่าๆ ออกมา พูดถึงผลผลิตการเกษตรแล้ว เวลาสอบถามเกษตรกร มักจะบอกผลผลิตให้ต่ำๆ และต้นทุนสูง เพื่อที่รัฐบาลจะได้ให้ความช่วยเหลือ แต่ความเป็นจริงแล้ว ถ้าแบ่งเกษตรกรออกเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน พื้นที่อุดมสมบูรณ์ภาคกลาง กับพื้นที่ในเขตน้ำฝนภาคอีสานและภาคเหนือ กับพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติคือน้ำท่วมประจำ จะเห็นว่าเกษตรกรในเขตชลประทาน ปลูกข้าวได้ผลผลิตสูง เพราะน้ำอุดมสมบูรณ์ ได้ผลผลิตร่วม 80 ถัง ต่อไร่ขึ้นไป แต่พื้นที่ในเขตน้ำฝน โดยเฉพาะที่ปลูกข้าวหอมมะลิหรือข้าวเหนียว ผลผลิตอาจจะต่ำกว่าเขตชลประทาน แม้พันธุ์ข้าวหอมมะลิหรือข้าวเหนียว ซึ่งลักษณะพันธุ์จะให้ผลผลิตต่ำ แต่ให้คุณภาพของเมล็ดดี จำหน่ายได้ราคาสูง น่ารับประทาน ไม่ว่าจะเป็นพืชอะไร มักจะเป็นแบบนี้ คืออะไรที่ให
สภาพอากาศในระยะที่มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักเป็นบางแห่ง กรมวิชาการเกษตร แนะวิธีรับมือการระบาดของโรครากเน่าและโคนเน่า สามารถพบได้ในระยะที่ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน โดยจะพบอาการที่ราก เริ่มแรกเห็นใบที่ปลายกิ่งมีสีซีดไม่เป็นมันเงา ใบเหี่ยวลู่ลง เมื่ออาการรุนแรงมากขึ้นใบจะเหลืองและหลุดร่วง หากขุดดูที่รากฝอยจะพบรากฝอยมีลักษณะเปลือกล่อน และเปื่อยยุ่ยเป็นสีน้ำตาล กรณีที่โรครุนแรงอาการเน่าจะลามไปยังรากแขนงและโคนต้น ทำให้ต้นทุเรียนโทรมและยืนต้นตาย ส่วนอาการที่กิ่ง ลำต้น และโคนต้น ระยะแรกจะพบต้นทุเรียนมีใบเหลืองเป็นบางกิ่ง สามารถสังเกตเห็นรอยคล้ายคราบน้ำ บนผิวเปลือกของกิ่งหรือต้น ในช่วงเช้าที่มีอากาศชื้นอาจเห็นเป็นหยดของเหลวสีน้ำตาลแดงออกมาจากบริเวณแผล และจะค่อยๆ แห้งไปในช่วงที่มีแดดจัด ทำให้เห็นเป็นคราบ เมื่อใช้มีดถากบริเวณคราบนั้น จะพบเนื้อเยื่อเปลือกและเนื้อไม้เป็นแผลสีนํ้าตาล ถ้าแผลขยายใหญ่จะลุกลามจนรอบโคนต้น จะทำให้ต้นทุเรียนใบรวงจนหมดต้นและยืนต้นแห้งตาย อาการที่ใบ ใบช้ำ ดำ มีรอยตายนึ่งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และจะเกิดอาการไหม้แห้งคาต้นอย่างรวดเร็ว พบระบาดมากในช่วงฝนตกหน
มะนาว ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งประมาณเดือน มีนาคม-เมษายน มักมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดในปริมาณน้อย ทำให้มะนาวช่วงหน้าแล้งมีราคาสูงกว่าปกติ หากใครมีพื้นที่อยู่แล้วแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกปลูกมะนาวพันธุ์ใด ก็ขอแนะนำ “มะนาวแป้นสิรินนท์” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในใจคุณ “แป้นสิรินนท์” ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญ อาจารย์แป๊ะ หรือ คุณบุญเกื้อ ชมฉ่ำ อดีตข้าราชการครู ในสังกัดโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี เล่าให้ฟังว่า “มะนาวแป้นสิรินนท์” ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญ ในย่านนนทบุรี สวนแห่งหนึ่งถูกเลิกเช่าที่ มีต้นมะนาวพันธุ์ดี ลูกใหญ่มาก เจ้าของเดิมอนุญาตให้ขุดต้นมะนาวไปปลูก อาจารย์แป๊ะตัดกิ่งมะนาวไปเพียงแค่ 5 กิ่ง นำมาเสียบกิ่งบนตอส้มโอ ปรากฏว่า ต้นมะนาวให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีมาก มะนาวพันธุ์นี้เจ้าของเดิมไม่เคยตั้งชื่อ ไม่เคยขายกิ่งพันธุ์นี้ให้ใครมาก่อน อาจารย์แป๊ะ ถามพ่อค้าผู้จำหน่ายกิ่งพันธุ์มะนาวและเกษตรกรหลายราย ปรากฏว่า ไม่มีใครเคยรู้จักต้นมะนาวที่มีลักษณะแบบนี้มาก่อน อาจารย์แป๊ะจึงตั้งชื่อมะนาวพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบนี้ว่า แป้นสิรินนท์
