พืชทำเงิน
คุณมุก-ณัชคิรากร ดำชมทรัพย์ นักศึกษาปริญญาโทรายนี้ สนใจเรียนสายเกษตร ตั้งแต่ ม. 3 ช่วงนั้นธุรกิจคอมพิวเตอร์กำลังบูม คุณแม่แนะนำให้เธอเรียนด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อจบแล้วมีงานทำแน่นอน คุณมุก ยอมรับว่า ตอนนั้น เธอยังไม่รู้จักตัวเองมากพอ จึงตัดสินใจเรียนในสาขาธุรกิจคอมพิวเตอร์ ตามความต้องการของคุณแม่ หลังเรียนจบ ในปี 2540 เธอทำงานกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ประมาณ 2 ปี ก็ตัดสินใจลาออก เพื่อทำอาชีพเกษตรที่เธอใฝ่ฝัน คุณมุก บอกว่า เธอรู้จักกล้วยน้ำว้าพันธุ์ปากช่อง 50 ด้วยความบังเอิญ ช่วงนั้นเพื่อนรุ่นพี่รายหนึ่งในพื้นที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ที่ทำสวนกล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 แต่ขายหน่อไม่ได้ เขารู้ว่า คุณมุกเก่งเรื่องการตลาด จึงฝากให้คุณมุกช่วยขายหน่อให้เขาหน่อย คุณมุกช่วยขายหน่อพันธุ์กล้วยปากช่อง 50 ของสวนดังกล่าว ในราคา หน่อละ 35 บาท และรับหน่อพันธุ์กล้วยหอมทองและกล้วยไข่มาขายควบคู่กันไป ปรากฏว่า ช่วง 1 ปี ที่ขายหน่อพันธุ์กล้วย สร้างผลกำไรที่ดี ทำให้เธอสนใจที่จะปลูกกล้วยเพื่อขายหน่อพันธุ์บ้าง คุณมุก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “กล้วยน้ำว้า พันธุ์ปากช่อง 50” เริ่มเป็นที่รู้จักของตลาดอย่างแพร่
ถั่วดาวอินคา ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยนับสิบปีแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากไม่ทราบวิธีการบริโภค ต่อมามีความรู้เพิ่มขึ้น การปลูกดาวอินคาเริ่มกระเตื้องขึ้น แท้จริงถั่วดาวอินคาเป็นพืชท้องถิ่นของประเทศแถบอเมริกาใต้ ต่อมาได้แพร่หลายไปทั่วโลก เนื่องจากตามประวัติศาสตร์พบว่า ชาวอินคาได้ใช้ประโยชน์จากถั่วชนิดนี้อย่างแพร่หลาย จึงเรียกถั่วนี้ว่า ถั่วดาวอินคา เมื่อ 2-3 ปีก่อน ผู้เขียนเคยได้รับการติดต่อจากเพื่อนฝูงอีกทีให้ทำสกู๊ปข่าวเรื่อง ถั่วดาวอินขาย และได้มีโอกาสสื่อสารทางโทรศัพท์กับผู้ที่จะทำหน้าที่ส่งเสริมมีสองคนเป็นสามีภรรยากัน และอ้างว่าสามีเป็นอดีตอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับเกษตรแห่งหนึ่งทางภาคเหนือโดยนัดแนะให้ผู้เขียนไปฟังการบรรยายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี จากการพูดคุยผู้เขียนพบพิรุธหลายอย่างจึงทำให้ผู้เขียนยกเลิกการเขียนเรื่องนี้ ทราบข่าวอีกครั้งกับเพื่อนฝูงที่ติดต่อมาว่าสองสามีภรรยานี้มาซื้อเมล็ดดาวอินคากับเขาในราคากิโลกรัมละหลายร้อยบาท สามสี่ครั้ง ต่อมาครั้งสุดท้ายเอาเมล็ดพันธุ์ไปแล้วก็ไม่ยอมจ่ายเงินและติดต่อไม่ได้อีก ในช่วงนั้นยังมีผลผลิตอีกชนิดหนึ่งที่รับซื้อเม
คุณสุรูป แสนขันธ์ คือเกษตรกรผู้ริเริ่มขยายพันธุ์ไผ่รวกหวาน “ภูกระดึง 58” ณ บ้านเลขที่ 243 หมู่ที่ 5 บ้านซำบ่าง ตำบลห้วยส้ม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ชื่อไผ่รวกหวาน “ภูกระดึง 58” นี้ มีที่มาจาก เป็นไผ่รวกที่พบบนพื้นที่ยอดดอยภูกระดึง และ 58 คือ ปีที่คุณสุรูปเริ่มขยายพันธุ์จนสำเร็จ จนได้มีการจำหน่ายต้นพันธุ์ ทำให้ไผ่รวกหวานสายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักนั่นเอง แต่เดิมนั้น คุณสุรูป รับราชการครู สอนในรายวิชาการงานอาชีพ ซึ่งถือว่ามีความรู้ทางด้านเกษตรอยู่แล้ว ซึ่งในพื้นที่บ้านก็ได้มีการปลูกมะนาวไว้ และเป็นผู้รู้ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกมะนาวด้วย จนเมื่ออายุได้ 50 ปี ได้หันมาปลูกไผ่รวกหวานเป็นอาชีพเสริมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอาชีพ คุณสุรูป เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการปลูกไผ่รวกหวานว่า “ได้ไปกินไผ่รวกจากคุณยายท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นญาติพี่น้องที่รู้จักกัน คุณยายท่านนี้ปลูกไผ่รวกชนิดนี้ไว้ในบ้าน 1 กอ โดยไปเอามาจากบนป่าภูกระดึง ตนเกิดความประทับใจในรสชาติที่หวาน กรอบ ของไผ่ชนิดนี้ ที่มีรสหวานกว่าหน่อไผ่สายพันธุ์อื่นๆ ที่เคยได้กินมา จึงได้ขอซื้อไผ่กอนั้นทั้งกอมาปลูกไว้ที่บ้าน ด้วยการเพาะชำลำไผ่ แต่ปลูกได้ประมาณ 1 ป
ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงปางอุ๋ง จังหวัดเชียงใหม่ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกองุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส ว่า เป็นสายพันธุ์องุ่นต่างประเทศ ที่นำเข้ามาปลูกในเมืองไทยเมื่อประมาณ 14-15 ปีก่อน พันธุ์นี้จะเเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ เมื่อปลูกในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศหนาวเย็น สำหรับการปลูกและดูแลรักษาองุ่นบิวตี้ ซีดเลส อย่างถูกวิธีเพื่อให้มีผลผลิตภายในเวลา 8-12 เดือน ซึ่งองุ่นพันธุ์นี้สามารถบังคับให้ออกผลได้ 2 ปี 5 ครั้ง ผู้ปลูกองุ่นสามารถคืนทุนได้ภายใน 1-2 ปี โดยตัดแต่งกิ่งให้มีผลผลิตออกได้ทุกเดือน แต่ที่นิยมมากคือ การตัดแต่งกิ่งให้มีผลผลิตแก่เก็บเกี่ยวตรงกับช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ ตรุษจีน เป็นต้น การขยายพันธุ์องุ่นบิวตี้ ซีดเลส สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี เช่น การตัดกิ่ง ปักชำ การตอน การติดตา การเสียบยอด ทั้งนี้ เกษตรกรควรใส่ใจเรื่องการเตรียมแปลงปลูก เพราะองุ่นจะเจริญเติบโตเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับการเตรียมดินเป็นสำคัญ ควรปลูกองุ่นในระยะห่างระหว่างต้นและแถวที่ 6-8 เมตร ขนาดของหลุม 70x70x30 เซนติเมตร พร้อมกันนี้ควรทำค้างองุ่นแบบราวตากผ้า ความสูงของค้าง ประมาณ 1.80 เมตร ความกว้างด้านบนของค้าง สูง กว้า
“ธำรงศักดิ์ ชุมนุมมณี” หรือ “โอ๊ค” หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เรียนจบปริญญาตรี สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เขาสำนึกรักบ้านเกิด ได้พลิกผันชีวิตตัวเองมาช่วยคุณพ่อ “จรัส ชุมนุมมณี” ทำสวนทุเรียน 12 ไร่ ที่บ้านเกิดในอำเภอธารโต จังหวัดยะลา โอ๊คช่วยครอบครัวดูแลสวนทุเรียนด้วยความตั้งใจ เขาดูแลตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย บำรุงต้นทุเรียนให้สมบูรณ์ ตัดทุเรียนที่มีความสุก 70-80 เปอร์เซ็นต์ ออกขายเพื่อให้ผู้ซื้อได้บริโภคทุเรียนคุณภาพดี เปลือกบาง เนื้อเยอะ เม็ดลีบ และรสชาติหวานมัน ซึ่งเป็นสเปคที่ตลาดต้องการ ทุเรียนตกเกรด ถูกคัดออกเพื่อนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะทุเรียนกวน ทุเรียนเชื่อม ทุเรียนทอด โอ๊คนำความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างช่องทางการขายทุเรียนสุกและทุเรียนแปรรูปผ่านระบบออนไลน์ (เฟซบุ๊ค) ทำให้สินค้าจากสวนของเขาขายดีเป็นที่รู้จักของลูกค้าทั่วประเทศ โกยรายได้นับล้านบาท โอ๊คต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านเกษตร จึงได้สมัครเข้าร่วมกลุ่ม Young Smart Farmer อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เขาเป็นผู้นำรวมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในท้องถิ่นจัดตั้งกลุ่มแปรรูปผลผลิตทุเรียน เพื่อยกระดับสินค้า และพัฒ
สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายเร่งขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคการเกษตร โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น คุณขนิษฐา มะลิสุวรรณ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา จึงได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพและต่อยอดหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” นำวิถียั่งยืนสู่ชุมชน ระหว่าง วันที่ 27-28 มิถุนายน 2561 ให้กับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นตัวแทนปราชญ์ในพื้นที่ กศน. ตำบล ตำบลละ 1 คน รวม 58 คน โดย พันเอกหญิง สุนทรี ไตรภูมิ เป็นวิทยากร ให้ความรู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีผู้แทน กอ.รมน. จังหวัดยะลา ผู้บริหาร กศน. อำเภอ ครู กศน. ตำบล เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อขยายผลการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยสนับสนุนให้ผู้นำศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และครู กศน. ที่เข้าร่วมโครงการ ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง อำเภอธารโต และสวนดาวทอง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินกิจกรรมการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ โดยยึ
บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด ได้พาสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมกิจการสวนลำไยและสัมภาษณ์เกษตรกรตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จในการปลูกและจำหน่ายลำไย พืชเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย เจาะลึกวิธีการปลูก การดูแล เพื่อให้ได้ผลผลิตตามเกณฑ์มาตรฐาน คุณศศินกานต์ ราตรี (พี่เอื้อย) เป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกลำไย พี่เอื้อยรู้จักปุ๋ยยาราจากคำแนะนำของ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่สนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีสูตรผสมต่างๆ เอามาผสมเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต พี่เอื้อยทดลองใช้แล้วประสบความสำเร็จจึงบอกต่อให้เพื่อนเกษตรกรรายอื่นๆ ได้ใช้ในเวลาต่อมา พี่เอื้อย ดูแลรับซื้อลำไยเข้าล้ง ทำมาได้ 4 ปีแล้ว มีสวนลำไยอยู่ในความดูแลทั้งหมด 30 ราย เนื้อที่รวม 500 ไร่ พื้นที่ไหนมีลำไยคุณภาพดี พี่เอื้อยก็จะหาปุ๋ยมาใส่เพื่อช่วยให้สวนลำไยแห่งนั้นได้ผลผลิตคุณภาพดีมากขึ้น ลำไยที่รับซื้อเข้าล้ง จะถูกส่งออกไปขายตลาดจีน ราคารับซื้อจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับว่าลำไยลูกโต ผิวสวย ตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ หากผลผลิตที่รับซื้อมีคุณภาพตรงตามหลักเกณฑ์ ทั้งล้งรับซื้อและเจ้าของสวนก็จะขายผลผลิตได้ราคาดีทั้งสองฝ่าย ทุกวันนี้พี่เอื้อย มีพื้นที่ปลูกลำ
หลายคนคงจำข่าว เกษตรกรจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำออกจากวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยเหลือ “กลุ่มหมูป่า 13 ชีวิต” ส่งผลให้ท่ี่นาของเกษตรกรได้รับความเสียหายในระดับหนึ่ง บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้มอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ จากกรณีดังกล่าว และสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อฟื้นฟูพืชที่ได้รับความเสียหาย วิธีีฟื้นฟูพืชหลังน้ำท่วม คุณภูมิพีรพงค์ พาหิรัญ นักวิชาการเกษตรอาวุโส บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในกรณีพืชผัก ไม้ผล ถูกน้ำท่วม รากของพืชนั้นๆ จะหยุดเจริญเติบโต ไม่ขยายเพิ่มเติมจนถึงช่วงหลังน้ำท่วมประมาณ 2 สัปดาห์ ระยะนี้เกษตรกรยังไม่ต้องไปทำอะไรกับพืชทั้งสิ้น อย่าไปพรวนดิน เพราะการพรวนดินอาจไปโดนรากของพืช ทำให้รากของพืชติดเชื้อราหรือมีเชื้อแบคทีเรียได้ ให้รอจนกระทั่งพืชแทงยอดใหม่เสีียก่อน เมื่อพืชเริ่มแทงยอดใหม่ขึ้นมาแสดงว่าระบบของพืชเริ่มฟื้นแล้ว หลังจากนั้น จึงค่อยเริ่มพรวนดินหรือใส่ปุ๋ยได้ หากอยากให้พืชฟื้นตัวได้ดี ในช่วงแรกควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจน 15-0-0 ในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อกระตุ้นให้พืชแตกใบเขียวแล
ชื่อสามัญ : ผักหวานป่า ; Pak warn ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melientha suavis วงศ์ : OPILIACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ผักหวานป่า เป็นไม้พื้นเมือง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบสั้นๆ เหนียวติดกะลำต้น เป็นใบเดี่ยว รูปร่างรีๆ เหมือนไข่ ปลายใบป้านกลมอาจมีรอยเว้าบ้าง มีหูใบเล็กๆ บริเวณก้านใบ ผล ก็จะเป็นพวงๆ มีสีเหลืองอมน้ำตาล ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ชอบขึ้นตามเชิงเขา หรือตามป่าเต็งรัง ที่เป็นหินปนดินดาน หรือปนทราย ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ผักหวานป่าจะทิ้งใบจนแทบหมดต้น แล้วต่อมาเดือนกุมภาพันธ์พฤษภาคม ก็จะแตกยอดและใบอ่อนให้ได้กินกันทุกปี ผักหวานป่า เป็นที่รู้จักบริโภคกันทุกภาค เนื่องจากรสชาติดี หากินยาก มีเฉพาะฤดูกาล ราคายังค่อนข้างสูง ปัจจุบัน ประมาณกิโลกรัมละ 100-200 บาท หน้าฝนก็อาจถูกลงมาบ้าง ตามหลักการของดีมานและซัพพลาย แต่ก็ยังถือว่าเป็นพืชทำรายได้ที่ดีแก่ชาวบ้านอย่างหนึ่งในขณะนี้ คนนิยมซื้อหาไปปรุงอาหาร และมีความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีการดัดแปลง สูตร เช่น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อใส่ผักหวาน ผักหวานผัดน้ำมันหอย แกงจืดผักหวาน ฯลฯ
องุ่น เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตหนาว มีการพักตัวในช่วงฤดูหนาว เมื่อนำมาปลูกในเขตร้อนจำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง หรือเถา ให้โกร่นเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ก่อนตัดแต่งกิ่งต้องงดการให้น้ำอย่างน้อยเป็นเวลา 1 สัปดาห์ สำหรับพันธุ์ คาร์ดินัล ตัดแต่งเมื่อมีอายุ 9-10 เดือน ตัดกิ่งหรือเถาให้สั้น เหลือตา หรือข้อไว้ 3-4 ตา ส่วนพันธุ์ ไวท์มะละกา ตัดแต่งเมื่ออายุ 9-12 เดือน เหลือตาไว้ 5-6 ตา นำกิ่งและใบที่ตัดออกไปทิ้งหรือเผาทำลาย จากนั้นรดน้ำพอชุ่มวันเว้นวัน ภายใน 2 สัปดาห์ ต้นองุ่นจะแตกกิ่งและใบออกมาใหม่ กิ่งใหม่ที่ได้มีทั้งใบพร้อมช่อดอก และแตกใบอย่างเดียวก็มี ต่อมาอีก 15 วัน ดอกจะบานจากส่วนโคนช่อไล่มายังปลายช่อ จากนั้นจัดกิ่งให้เรียบร้อย กิ่งที่ชี้ขึ้นฟ้าจับมัดให้ราบลงกับค้าง จัดแต่งช่อดอกให้ห้อยลง ตัดแต่งช่อดอกที่ไม่สมบูรณ์ทิ้ง เหลือช่อไว้แบบกระจายให้ทั่วบนค้างอย่างสม่ำเสมอ เมื่อผลขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ ใช้กรรไกรขนาดเล็กตัดแต่งออกบ้าง ไม่ให้ผลอัดกันทำให้เสียรูปทรง และเป็นแหล่งสะสมโรคหรือแมลงศัตรู แล้วใช้ฮอร์โมน จิบเบอร์เรลลิน เพื่อยืดช่อดอก โดยผสมให้ได้ 0.1 เปอร์เซ็นต์ ใส่ลงในถ้วยแก้วหรือถ้วยพลาสติกขนาดพอเห
