พืชทำเงิน
อินทผลัม เป็นพืชตระกูลปาล์ม มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง โดยจะเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแบบทะเลทราย ลำต้นมีความสูงประมาณ 30 เมตร โดยใบติดอยู่บนต้น 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร ลักษณะใบของอินทผลัมเป็นแบบขนนก ใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกจะออกจากโคนใบ เมื่อติดผลมีลักษณะเป็นรูปทรงรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีรสหวานฉ่ำ รับประทานได้ทั้งผลสดและสุก ซึ่งผลมีสีเหลืองถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด โดยผลสุกจะนิยมไปตากแห้ง จึงเป็นหนึ่งพืชที่น่าจับตามองในเรื่องของการทำตลาด คุณธัญญา กาญจนประดิษฐ์ อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ที่ 1 ตำบลเขาสามสิบหาบ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเกษตรกรที่ได้มองเห็นถึงอนาคตของการทำตลาดของอินทผลัมว่า เป็นสินค้าที่มีราคา โดยเธอได้แบ่งพื้นที่ทำนาบางส่วนมาปลูกอินทผลัมเพื่อเป็นการกระจายรายได้ เมื่อราคาข้าวตกต่ำก็ยังมีผลผลิตของอินทผลัมอยู่ แม้พื้นที่ปลูกจะเป็นดินที่ผ่านการทำนามาก่อน แต่ก็สามารถปลูกจนประสบผลสำเร็จ มอง อินทผลัม เป็นพืชที่สามารถทำราคาได้ คุณธัญญา เล่าให้ฟังว่า เป็นคนที่ชอบรับประทานอินทผลัมมานานมากแล้ว แต่ด้วยพืชชน
พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง นับเป็นหนึ่งในทำเลทอง “เมืองแห่งอู่ข้าวอู่น้ำ” ที่อุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ภาคใต้ แต่ปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ได้สร้างความเสียหายแก่พื้นที่การเกษตรในบริเวณนี้อย่างกว้างขวาง จนกระทั่งโครงการส่งเสริมการเกษตรในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเกษตรกรในทิศทางที่ดีขึ้น ทุกวันนี้ เกษตรกรชาวปากพนังมีความสุขที่ได้แหล่งน้ำชลประทานจากโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ มาใช้ปลูกพืชเลี้ยงผัก สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งฟักทองเป็นหนึ่งในพืชทางเลือกของพวกเรา โดยใช้เวลาปลูกดูแลระยะสั้น แค่ 2 เดือนเศษ แต่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ “ฟักทอง” คนปักษ์ใต้เรียกว่า “น้ำเต้า” ชาวบ้านเริ่มหันมาปลูกฟักทองหรือที่ภาษาใต้เรียกว่า น้ำเต้า เมื่อ ปี 2546 หลังจากที่ทางราชการได้เข้ามาดำเนินการขุดคูยกร่องแปลงไร่นาสวนผสมตามโครงการส่งเสริมการเกษตร รายละ 3 ไร่ แต่เกษตรกรมองว่า ยังไม่เพียงพอจึงลงทุนขุดคลองชลประทานเพิ่มเป็น 14 ไร่ เพื่อดึงน้ำเข้าที่ดินทำกินของตัวเองให้มากเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกตลอดทั้งปี ระยะแรกเกษตรกรเริ่มต้นปลูกฟักทองสายพ
มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชสมุนไพรไทยชื่อแปลกที่มีประโยชน์และสรรพคุณที่หลากหลาย มะม่วงหาวมะนาวโห่ จัดเป็นผลไม้ประเภทกินผลสุก มีรสชาติเปรี้ยวเฉพาะตัว ผลสุกสีแดงขนาดเล็ก เป็นแหล่งสำคัญของธาตุเหล็ก วิตามินซี และยังมีปริมาณเพกติน ซึ่งเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ในปริมาณสูง (Pal et al,19751) พบว่า ผลของพืชสกุล Carissa caradas มีสารกลุ่มฟินอลิกปริมาณมาก โดยสารประกอบฟินอลิกได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ สารฆ่าเชื้อ มะม่วงหาวมะนาวโห่จะอุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานิน เป็นสารสีม่วงแดงซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าวิตามินซีหลายพันเท่า คุณภัทรฤทัย พรมนิล (ปุ๊) อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 3 บ้านสมบูรณ์ ตำบลบ้านค้อ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม อดีตครีเอทีฟรายการทีวีชื่อดัง ผันตัวเองเป็นเกษตรกรเพื่อสานต่อความฝันของพ่อ ก่อนหน้านี้คุณปุ๊ทำงานในกรุงเทพฯ นานกว่า 5 ปี เริ่มมีปัญหาสุขภาพ ด้วยลักษณะของงานที่ต้องใช้ความคิดเยอะ เครียด “ปุ๊จึงตัดสินใจลาออกจากงานและช่วงนั้นคุณพ่อเสียชีวิตพอดี จึงทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะกลับมาสานต่อความฝันของคุณพ่อให้สำเร็จ ซึ่งคุณพ่อของปุ๊ได้ปู
การปลูกมันเทศในเชิงพาณิชย์จะให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย เกษตรกรผู้ปลูกจะต้องมีความรู้ มีการวางแผนและการจัดการที่ดี รวมถึงมีเทคนิคและการดูแลเฉพาะในแต่ละฤดูปลูกอีกด้วย เพื่อให้การปลูกมันเทศบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ “ให้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด ได้หัวมันที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีต้นทุนในการผลิตต่ำ และขายได้ราคา” “สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 901-3760, (081) 886-7398 ได้คลุกคลีกับการปลูกมันเทศมานานประมาณ 10 ปี โดยสายพันธุ์ที่นำมาปลูกล้วนแต่เป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ อาทิ มันเทศเนื้อสีม่วงโอกินาวา จากญี่ปุ่น, มันเทศเนื้อสีเหลืองเบนิฮารุกะ จากญี่ปุ่น (มันหวานญี่ปุ่น), มันเทศเนื้อสีส้ม จากญี่ปุ่น, มันเทศเนื้อสีเหลือง จากไต้หวัน, มันเทศเนื้อสีเหลือง จากเกาหลีใต้ 5 สายพันธุ์ และมันเทศเนื้อสีม่วงสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดจากสวนคุณลี (ที่ได้จากการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติในแปลงปลูก ซึ่งมีรสชาติหวาน เนื้อละเอียดเนียน หัวใหญ่ อายุการเก็บเกี่ยวสั้น เพียง 90-100 วัน เท่านั้น) การปลูกมันเทศให้ลงหัวได้ดีนั้น ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เรื่องของโครงสร้างของดิน ถึงแม้ว่ามันเทศจะ
อินทผลัม มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแบบทะเลทราย ลำต้นมีความสูงประมาณ 30 เมตร มีขนาดลำต้น ประมาณ 30-50 เซนติเมตร ใบเป็นแบบขนนก ผลทรงกลมรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร ออกเป็นช่อ รสหวานฉ่ำ กินได้ทั้งผลดิบและสุก นิยมปลูกกันมากในประเทศอิสราเอล และอิหร่าน แต่ในปัจจุบันเริ่มมีเกษตรกรนำเข้ามาปลูกทั่วทุกภาคในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ปลูกที่จังหวัดเชียงใหม่ แพร่มาตามภาคอีสาน แถบจังหวัดสกลนคร เข้ามาถึงดินแดนข้าวหอมมะลิ ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด อีกหนึ่งพื้นที่ที่มีเกษตรกรปลูกอินทผลัมกินผลสด และได้ผลดีจนถึงปัจจุบันนี้ คุณสมภพ ลุนาบุตร อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 9 บ้านน้อยพัฒนา ตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เกษตรกรผู้ริเริ่มเปลี่ยนผืนนาหันมาปลูกอินทผลัมเพื่อสร้างรายได้ โดยก่อนที่คุณสมภพจะเปลี่ยนมาปลูกอินทผลัม ได้ประกอบอาชีพเป็นช่างโยธา อบต. แถวบ้านมาก่อน แต่เมื่อทำงานช่างได้สักระยะ จึงรู้ว่ารูปแบบงานที่ทำไม่ตรงตามความถนัดกับตัวเอง จึงตัดสินใจลาออกจากงาน กลับบ้านมาช่วยที่บ้านทำนา จุดเริ่มต้นเปลี่ยนความคิด พลิกผืนนา ปลูกอิ
มีใครบางคนว่าไว้ สังคมเกษตร คือ สังคม old style เขาจะไม่เชื่อที่ลมปาก ถ้าจะเปลี่ยนแปลงเขาได้ ต้องทำให้เขาเห็นตัวอย่าง เหมือนเรื่องของ นิด กับ โอเล่ ที่จุดประกายการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง “โอเล่” เป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริม ของธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ส่วน “นิด” ข้าราชการจากกระทรวงเกษตรฯ ประจำท้องที่ คนหนึ่งรู้พื้นที่ รู้เกษตรกร อีกคนหนึ่งรู้วิชาการ และรู้ตลาด เมื่อสองขั้วมาผสมกัน อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เขาทั้งสองพบกันในฐานะเพื่อนร่วมรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน และจบมาจากสายเกษตรทั้งคู่ คนหนึ่งเรียน Breeding อีกคนจบสาขาเศรษฐศาสตร์การเกษตร 10 ปี ให้หลัง โชคชะตาพาเขามาพบกันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ โอเล่ และลูกพี่ของเขา พี่เปีย บังเอิญขับรถหลงทางเข้ามาใน อำเภอพิบูลมังสาหาร ที่ที่พวกเขาพบว่า เป็นอำเภอที่มีน้ำท่าบริบูรณ์มาก และที่สำคัญเป็นพื้นที่นา ที่เป็นดินเหนียวปนทราย เป็นดินที่เหมาะกับพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งคือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชเศรษฐกิจตัวสำคัญที่ปัจจุบัน ประเทศไทยต้องการ 8 ล้านตัน แต่เอาเข้าจริง ไทยปลูกได้เพียง 4 ล้านตัน เท่านั้น ทั้งสองรู้ได้ในทันทีว่า ที่นี่มีโอกาส เพียงแต่ยังไม่ร
กระจองงอง กระจองงอง เจ้าข้าเอ้ย…สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ฝากตีฆ้องป่าวประกาศว่า เปิดฤดูการขายผลไม้แสนอร่อยของจังหวัดอุตรดิตถ์เริ่มแล้ว ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือนกันยายน ใครที่ชื่นชอบบริโภคทุเรียนหลงลับแล และหลินลับแล ก็ห้ามพลาดงานนี้ แวะชิมและเลือกซื้อทุเรียนได้อย่างจุใจแล้ว ก็อย่าลืมซื้อมังคุด ลองกอง ลางสาด สับปะรดห้วยมุ่น เมล็ดมะม่วงหิมพานต์อบแห้ง ติดมือกลับบ้านไปฝากญาติพี่น้องที่บ้านกันด้วยเน้อ หลงลับแล-หลินลับแล มีวางขายถึงเดือนสิงหาคม คุณอุดมศักดิ์ คำมูล เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ทุเรียน เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรจำนวนมาก ทางจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตผลไม้คุณภาพได้มาตรฐาน ควบคู่กับการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยเฉพาะการเปิดสวนผลไม้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้เข้ามาท่องเที่ยว เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนผลไม้ ที่มีคุณภาพจากสวนโดยตรง ควรพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว และสร้างเครือข่ายสวนผลไม้เพื่อเปิดบริการให้แก่นักท่องเที่ยว ได้รู้จักกับทุเรียนของจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งนี้ พื้นที่อำเภอลับแล อำเภอเมืองอุตรด
ขณะที่คนทำสวน ทำนา บ้านเรากลัวปลิงนักหนา เพราะมันดูดเลือดเราช้าๆ แบบไม่รู้ตัว แล้วเวลามันดูดเลือดก็ไม่ค่อยหยุดง่าย เพราะในน้ำลายมันมีสารบางอย่างไม่ให้เลือดเราแข็งตัว เราจึงกลัวนักหนาว่าเลือดจะหมดร่างเรา ไหนจะข่าวว่ามันกระดืบเข้าไปในอวัยวะภายในเราได้ แล้วไปดูดเลือดข้างในเรา มีคนเคยตายเพราะปลิงเข้าไปอยู่ในสมอง ทุกอย่างล้วนน่ากลัว ใช่ไหมล่ะ? ฉันเคยเจอปลิงดูดครั้งใหญ่ที่เกาะชวาตะวันตกของอินโดนีเซีย จำได้ว่ากลัวมาก เพราะกำลังเดินป่าและจะต้องเดินอีกหลายชั่วโมง ไม่รู้จะทำให้เลือดหยุดยังไง (ใครที่แนะนำว่า ให้เอายาสูบมาโปะ อย่าลืมว่าอุทยานแห่งชาติส่วนใหญ่เขาไม่ให้สูบบุหรี่นะจ๊ะ แล้วจะให้ใครหนีบยาสูบไปให้ฉัน) แต่สัตว์ที่เรากลัวนักหนานี่กลับเป็นที่ต้องการในหลายประเทศทั่วโลก มันเป็นสินค้าขายดี ราคาแพง ตัวขนาดโตเต็มที่ ขายตัวละ 10 เหรียญสหรัฐ 300 กว่าบาท โอ้! แม่เจ้า… รัสเซีย เป็นประเทศที่เลี้ยงปลิงขายเป็นล่ำเป็นสัน เขาเอาไปใช้ทางการแพทย์ พูดว่าทางการแพทย์ก็คงเข้าใจได้ง่ายว่า เพราะอะไรมันถึงแพง ยามเผชิญกับความเจ็บป่วย เรารู้ว่าเรายอมกรีดเลือดตัวเองเพื่อหาทางรักษาตัวเองและคนที่เรารักให้หาย ขาย
ไร่ บี.เอ็น. (B.N.)… นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่นี่จำหน่ายพืชผัก ผลไม้ นานาชนิดตามฤดูกาลแล้ว ยังมีจุดเด่นสำคัญอีกอย่างคือ รวบรวมสายพันธุ์ลิ้นจี่ คุณภาพดีของประเทศจีน เช่น พันธุ์กุ๊ยบิ และพันธุ์ลิ้นจี่ที่ทางไร่ได้พัฒนาขึ้นมาเองให้มีคุณสมบัติที่ดีและเหมาะสมกับท้องถิ่น ได้แก่ พันธุ์ป้าชิด พันธุ์ป้าอี๊ด พันธุ์ลุงเจิด ซึ่งมีลักษณะผลโต เนื้อแห้งหนา รสหวานหอม เมล็ดส่วนใหญ่ลีบเล็ก โดยมีผลผลิตให้ชิมระหว่างเดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฎาคมของทุกปี 48 ปี ไร่ บี.เอ็น. คุณโจ้ หรือ คุณจุลพงษ์ คุ้นวงศ์ “ผู้จัดการไร่ บี.เอ็น. และน้องสาว คือ คุณชลธิชากร คุ้นวงศ์ ซึ่งรับผิดชอบด้านการตลาดของไร่บี.เอ็น. เล่าให้ฟังว่า “คุณบรรเจิด คุ้นวงศ์” คุณพ่อของพวกเขาได้เข้ามาบุกเบิกทำไร่บี.เอ็น. เมื่อปี 2512 โดยปลูกไม้ผลหลายชนิด เช่น ส้ม มะม่วง อะโวกาโด พลับ ลำไย น้อยหน่าออสเตรเลีย คุณบรรเจิด สนใจปลูกลิ้นจี่ จึงได้นำเข้าพันธุ์ลิ้นจี่คุณภาพดีจากจีน เข้ามาปลูก เช่น พันธุ์กุ๊ยบิ พันธุ์จุดบิจี๊ ควบคู่กับการพัฒนาสายพันธุ์ลิ้นจี่จากการเพาะเมล็ด จนประสบความสำเร
ความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติช่วยให้จังหวัดสมุทรสงครามมีผลไม้อร่อยอย่าง ส้มโอขาวใหญ่ ชมพู่ ลิ้นจี่ มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาลต่างๆ แถมจังหวัดนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจหลายแห่ง ตลอดถึงยังคงสภาพความเป็นสวนผลไม้ที่มีบรรยากาศร่มรื่นสามารถเดินทางสัญจรชมสวนต่างๆ ได้ไม่ยาก จึงมักเป็นที่นิยมของคนทั่วไปในการขับขี่จักรยานหรือเดินทางมาพักผ่อนตามโฮมสเตย์ในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันมากมาย คุณสมทรง แสงตะวัน อยู่บ้านเลขที่ 9/3 หมู่ที่ 4 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดันให้ชาวบ้านในชุมชนบ้านบางพลับหันมาปลูกส้มโอขาวใหญ่เชิงการค้ากันแบบมีคุณภาพตามแนวทางอินทรีย์ พร้อมไปกับการรวบรวมองค์ความรู้และภูมิปัญญาต่างๆ เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสงคราม แล้วดึงนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมต่างๆ ในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ให้ทุกครัวเรือน ความจริง ส้มโอ เป็นไม้ผลท้องถิ่น ที่รุ่นพ่อ-แม่ ปลูกกันมาก่อน สมัยนั้นชาวบ้านปลูกส้มโอกันหลายพันธุ์ สำหรับขาวใหญ่ไม่นิยมปลูก เนื่องจากให้ผลผลิตน้อย
