พืชทำเงิน
สมาชิกกลุ่มเกษตรกรบ้านหนองระกำ หมู่ที่ 5 ตำบลเขาชายธง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ สร้างรายได้จากการพลิกฟื้นไร่อ้อยแห้งตายเป็นไร่เกษตรเชิงผสมผสานตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่สร้างอาชีพที่มั่นคงและรายได้ที่มั่งคั่งจนสามารถปลดหนี้การเกษตรได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ด้วยแหล่งน้ำบาดาลที่มีศักยภาพ บ้านหนองระกำ หมู่ที่ 5 ตำบลเขาชายธง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำในการเพาะปลูกของเกษตรกร เนื่องจากในอดีตต้องรอน้ำฟ้าในช่วงฤดูฝนเพียงอย่างเดียว และยังเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้พืชไร่ที่ปลูกไว้ยืนต้นตาย อาทิ อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง แต่เมื่อพื้นที่ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง รูปแบบที่ 1 จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในปี พ.ศ. 2558 จึงทำให้พื้นที่การเกษตรดังกล่าวมีแหล่งน้ำบาดาลเพียงพอในการเพาะปลูกตลอดทั้งปี โดยสมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำบาดาลนิยมเพาะปลูกพืชไร่แบบผสมผสาน อาทิ อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ทานตะวัน กล้วย ไผ่หวาน มะขามเทศ มะเขือยาว มะนาว มะพร้าว และมะม่วง โดยผลผลิตดังกล่าวสามารถเก็
คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผัก ภายใต้ตราสินค้าศรแดง ได้เล่าว่า ความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียวของเกษตรกรในประเทศไทยต่อปี จำนวน 900 ตัน คิดเป็นมูลค่าตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด รวม 600 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นข้าวโพดหวาน 55% และข้าวโพดข้าวเหนียว 45% ซึ่งนอกจากเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพแล้ว ในเรื่องของสายพันธุ์ก็จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกร ที่จะคอยตอบโจทย์ในเรื่องของการผลิต การทนทานต่อโรค รวมไปถึงช่วยในการลดต้นทุนด้านต่างๆ ทั้งในเรื่องของคุณภาพผลผลิต ความทนโรค และคุณภาพการกิน โดยศรแดงได้แสดงสายพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมมากกว่า 30 สายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์ที่น่าจับตามองและเป็นไฮไลต์มีอยู่ 3 สายพันธุ์ คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด 1.ข้าวโพดข้าวเหนียว 3 สี พันธุ์แฟนซี 35 เป็นข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมที่มีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง คือ เมล็ดมี 3 สี ขาว ม่วง และเหลือง เมล็ดเรียงเต็มฝัก ฝักมีขนาดใหญ่ เปลือกสีเขียวหุ้มถึงปลายฝัก น้ำหนักดี ติดฝักสม่ำเสมอ ต้นแข็งแรง ให้ผลผลิต
ด้วยสภาพของดิน ฟ้า อากาศที่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลทำให้เกษตรกรในบ้านเราได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เกษตรกรบางคนต้องจบอาชีพการเกษตรลงและหันไปเป็นลูกจ้างแทน นอกจากปัญหาที่เกิดจากธรรมชาติที่ไม่สามารถแก้ไขได้แล้วนั้น เกษตรกรยังพบกับปัญหาราคาตลาดรับชื้อที่มีการเปลี่ยนแปลง ทำไม่สามารถกำหนดราคาขายได้แน่นอน ปัญหาโรคแมลงที่เข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตรทำให้ผลผลิตเสียหาย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและรักในอาชีพ เกษตรกรในบ้านเราจึงมีการพัฒนา ศึกษาหาแนวทางการทำการเกษตรที่ลดความเสี่ยงแต่สามารถสร้างรายได้ตลอดปีเข้ามาปรับใช้ ซึ่งการทำสวนผสมผสานนั้นเป็นทางออกหนึ่งที่เกษตรนั้นได้เลือกและหันมาให้ความสนใจ ลงมือทดลองปฏิบัติในพื้นที่ของตัวเองกันเป็นจำนวนมาก คุณบุญธรรม นาคนิยม ชายวัย 41 ปี ชาวจังหวัดชุมพร อยู่บ้านเลขที่ 363 / 1 หมู่ 6 ตำบลสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่ทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวและประสบกับปัญหาของโรคแมลง ราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน เหมือนกับเกษตรกรคนอื่นๆ ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวมาเป็นการทำการเกษตรแบบผสมผสานแทน “ครอบครัวมาจากอาชีพเกษตรกร ทำการเกษตรมาตั้งแต่จบ
“เงาะพันธุ์โรงเรียน ” ถือเป็น “สินค้าเด่น-ดัง ” ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เงาะพันธุ์โรงเรียนได้ถือกำเนิดที่อำเภอบ้านนาสาร ตั้งแต่เมื่อ 88 ปีที่แล้ว โดยนายเค หว่อง ชาวจีนสัญชาติมาเลเซียได้นำเมล็ดพันธุ์เงาะจากปีนัง มาปลูก ต่อมาที่ดินดังกล่าวได้ถูกกระทรวงธรรมการในขณะนั้น (กระทรวงศึกษาธิการ)ซื้อไว้และนำมาปรับปรุงเป็นโรงเรียนนาสาร ทำให้ต้นเงาะที่นายเค วอง ปลูกไว้ได้ชื่อว่า “เงาะพันธุ์โรงเรียน” ตามไปด้วย กล่าวได้ว่า เงาะพันธุ์โรงเรียน เป็นเงาะพันธุ์ดีที่สุดในประเทศไทย และเป็นเงาะพันธุ์ดีที่สุดในโลก ลักษณะผลเมื่อแก่จัด เปลือกเป็นสีแดงสวย แต่ที่ปลายขนยังมีสีเขียว ผลสุกมีรสชาติหวาน หอม เนื้อกรอบล่อนจากเมล็ดและเปลือกบาง ปัจจุบันเกษตรกรทั่วประเทศนิยมปลูกเงาะพันธุ์โรงเรียนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อำเภอบ้านนาสาร มีการปลูกเงาะพันธุ์โรงเรียนกันอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมพื้นที่ 11 ตำบล โดยแหล่งปลูกขนาดใหญ่อยู่ที่ตำบลนาสาร 5,396 ไร่ รองลงมาคือ ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ 3ล346 ไร่ และตำบลลำพูน 2,033 ไร่ มีเกษตรกรที่ปลูกเงาะประมาณ 4,021 ครัวเรือน เนื้อที่ปลูกจำนวน 21,300 ไร่ ผลผลิตรว
เมืองไถจง เมืองใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของไต้หวัน ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของเกาะไต้หวัน เมืองไถจงเปรียบเสมือนหัวใจของไต้หวัน เพราะเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงระหว่างเหนือและใต้ของเกาะไต้หวัน อากาศอบอุ่นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 23 องศาเซลเซียส สภาพภูมิอากาศเหมาะสมกับการทำการเกษตรกรรม ซึ่งเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ พันธุ์พืชดีๆ จึงมีอยู่ที่เมืองนี้หลายพันธุ์ ผลไม้และพืชผักที่ปลูกได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี และได้การโหวตจากประชาชนว่าเป็นเมืองที่เหมาะสมที่สุดในการใช้ชีวิต มะม่วงไถจง 1 หรือ ไถจงเบอร์ 1 (Taichung 1 : 台中一號芒果) ได้ชื่อมาจากเมืองไถจง ตั้งชื่อเพื่อให้เป็นเกียรติกับเมืองเหมือนกับพันธุ์พืชอื่นๆ ที่ตั้งชื่อตามชื่อเมือง เช่น มะม่วงเกาสง 3 และ 4, มะม่วงไถหนง 1 เป็นต้น มะม่วงไถจง 1 เป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่ล่าสุดของไต้หวันที่อยู่ภายใต้การควบคุมจากหน่วยงานของรัฐ กำหนดให้ปลูกอยู่ในไต้หวัน ยังไม่ให้ออกนอกไต้หวัน มะม่วงไถจง 1 เป็นพันธุ์มะม่วงที่พ่อค้ากิ่งพันธุ์มะม่วงและชาวสวนมะม่วงของไทยหลายคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยด้วยความหวังและมีความต้องการอยากได้อย่างมากพันธุ์หนึ่ง เนื่องจ
หากกล่าวถึง จังหวัดสมุทรสงคราม สิ่งที่หลายคนนึกถึงน่าจะเป็นวิถีชีวิตคนริมคลอง บรรยากาศสวนผลไม้ โดยเฉพาะสวนมะพร้าว ส้มโอ และลิ้นจี่ อีกมุมหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงครามคือ การเป็นเมืองปากอ่าว มีดอนหอยหลอด ที่เป็น Unseen Thailand จังหวัดนี้จึงได้ชื่อว่า เป็นเมือง 3 น้ำ คือมีครบทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย และด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ทำให้วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ก็แตกต่างกันไปด้วย ในวันนี้จะขอเล่าถึงบรรยากาศของชุมชนชาวสวนมะพร้าวของจังหวัดสมุทรสงคราม หนึ่งพืชเศรษฐกิจที่ขึ้นชื่อของจังหวัด จังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวทั้งหมด ประมาณ 67,749 ไร่ แบ่งมะพร้าวออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ มะพร้าวผลแก่ มะพร้าวผลอ่อน และมะพร้าวตาล ที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีอายุมากก็ยังสามารถทำได้ เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องบำรุงดูแลมาก และสามารถให้ผลผลิตได้ตามธรรมชาติ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชาวสวนมะพร้าวประสบกับปัญหาการระบาดของศัตรูพืช 2 ชนิด ที่สำคัญคือ แมลงดำหนาม และหนอนหัวดำ ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ต้นมะพร้าว ไม่แค่เฉพาะจังหวัดสมุทรสงคราม แต่เกษตรกรจังหวัดอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นก
โรครากเน่าโคนเน่า เป็นปัญหาใหญ่ของชาวสวนทุเรียน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หรือสภาพอากาศชื้น เนื่องจากเมื่อต้นทุเรียนเป็นโรคนี้แล้ว หากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม จะทำให้ต้นทุเรียนทรุดโทรมถึงขั้นตายในที่สุด นายประสงค์ ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียนมีการระบาดมากที่สุดในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ลักษณะการระบาดไม่เต็มพื้นที่ เป็นเฉพาะบางต้นและมีโอกาสที่จะลุกลามไปยังต้นอื่นๆ ได้ภายในแปลง ถ้ามีการจัดการไม่ดี โดยเฉพาะในช่วงที่มีสภาพอากาศแปรปรวน ปริมาณน้ำฝนมาก ฝนตกต่อเนื่อง ความชื้นในอากาศสูง เกษตรกรจะต้องมีการจัดการที่ดี เพราะต้นทุเรียนที่ได้รับเชื้อจะอ่อนแอและจะตายในที่สุด หากพบต้นหรือกิ่งที่เป็นโรคต้องเผาทาลายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปยังพื้นที่อื่น ส่วนใหญ่เกษตรกรจะนิยมใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่า แต่พบว่าการใช้สารเคมีไม่สามารถแก้ปัญหาโรคพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อีกทั้งยังส่งผลต่อต้นทุนการผลิต และเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผลผลิตมีสารตกค้าง รวมถึงความไม่ปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรและผู้บ
หลังสวนมะม่วงประสบปัญหาหนัก กำนันบันเทิง ถิ่นฐาน จึงหันมาทดลองปลูกแก้วมังกร ด้วยความคิดว่า ดูแลง่าย ทนต่อสภาพอากาศ ใช้น้ำน้อย และไม่ค่อยมีโรค โดยเริ่มจากปลูก 200 ต้น ลงต้นแก้วมังกร 1 ต้น ต่อ 1 เสาปูน ปลูกระยะห่าง 2×3 เมตร ต่อมาพบว่าผลผลิตเติบโตได้ดี จึงขยายพื้นที่ปลูกแก้วมังกรเป็น 14 ไร่ จำนวน 3,000 ต้น โดยส่วนใหญ่เป็นแก้วมังกรเนื้อสีแดง พันธุ์แดงสยาม “การตัดแต่งกิ่งแก้วมังกรเป็นหัวใจหลัก ที่ต้องอาศัยความชำนาญในการดูว่ากิ่งใดควรตัดทิ้ง เพื่อให้เกิดผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยจะเน้นการฟันจากด้านล่างย้อนขึ้นบน เพื่อให้เกิดการแตกกิ่งใหม่ออกมาเรื่อยๆ หลังการตัดแต่งกิ่งและตัดหญ้ารอบๆ โคนต้นให้โล่งเตียน ก็จะใส่ปุ๋ยหมัก แล้วฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพในช่วงเตรียมออกดอก” ด้วยระบบการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ทำให้แก้วมังกรที่นี่มีรสชาติหวาน นิ่มละมุนลิ้น เปลือกบาง ตลาดให้การตอบรับเป็นอย่างดี ชาวบ้านจึงหันมาสนใจปลูกแก้วมังกรแบบอินทรีย์มากขึ้น จนเกิดการรวมกลุ่มเป็น ‘วิสาหกิจชุมชนแก้วมังกรตำบลบ้านถิ่น’ รวบรวมผลผลิตส่งขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน การขยายพื้นที่ปลูกแก้วมังกรของชุมชน ทำให้มีผลผลิตจำนวนมากซึ่งอาจส่งผลให้
ข้าวโพด ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและยังมีมูลค่าทางการค้าต่อไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยปัจจุบันกลุ่มพืชข้าวโพดที่สำคัญของไทย แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวโพดไร่ และข้าวโพดฝักอ่อน ซึ่งข้าวโพดที่จะกล่าวถึงและให้ความสำคัญในครั้งนี้คือ ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดข้าวเหนียว หากเจาะลึกไปยังข้าวโพดทั้ง 2 ชนิดนี้แล้ว ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกจำนวนมากกว่า 500,000 ไร่ และสามารถเก็บผลผลิตได้มากกว่า 900,000 ตัน ต่อปี จึงส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพื้นที่ปลูกและผลิตข้าวโพดหวานแปรรูป อันดับ 1 ของโลกอีกด้วย โดยพื้นที่หลักในการปลูกข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียวของไทยแบ่งออกตามภาคต่างๆ ได้แก่ ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง กำแพงเพชร ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ปทุมธานี นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา หนองคาย ศรีสะเกษ นครพนม ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรัง นครศรีธรรมราช สงขลา ผลผลิตข้าวโพดจากพื้นที่เหล่านี้จะถูกแบ่งไปยังตลาดที่สำคัญ 2 แห่ง คือ ตลาดบริโภคและตลาดโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป ซึ่งถ้าพิจารณาราคาผ
ไฮไลต์ของงานเกษตรมหัศจรรย์ที่จบไปเมื่อเดือนพฤษภาคม นอกจากจะมีพระเอกคือทุเรียนแล้ว ผลไม้อีกอย่างที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน คือ “อินทผลัม” ซึ่งเป็นผลไม้ที่กำลังเป็นที่จับตามอง เพราะเป็นดาวเด่นในแวดวงการเกษตรทั้งในเรื่องราคาและการให้ผลผลิต และยังเป็นโอกาสดีที่ในงานนี้มีการนำเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมตัวจริง ไม่ได้ปลูกตามกระแส มีประสบการณ์การปลูกอินทผลัมกว่า 14 ปี จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ไปแล้ว คุณกรรภิรมย์ ทองประสาน เจ้าของสวนแม่รัตน์อินทผลัม ที่กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร วัย 41 ปี เล่าให้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ฟังถึงจุดเริ่มต้นการปลูกอินทผลัมว่า มาจากเมื่อ ปี 2550 ได้ชมรายการทีวีช่องหนึ่ง ซึ่งแนะนำผลไม้อินทผลัม จึงมีแนวคิดที่จะนำมาปลูกที่สวน ซึ่งเคยเป็นสวนมะพร้าว โดยเป็นการปลูกเล่นๆ ไม่ได้จริงจัง เพื่อทดลองว่า อินทผลัมจะสามารถให้ดอกออกผลได้หรือไม่ บนสภาพดินที่ชื้น ซึ่งปรากฏว่า ผ่านไปเพียง 1 เดือน ต้นอินทผลัมที่ทดลองปลูกแสดงให้เห็นว่า สามารถเติบโตได้บนสภาพดินที่กระทุ่มแบน “วันนั้น ดูรายการทีวีช่องหนึ่ง เขาไปตะวันออกกลาง เราก็คิดว่าทำไมเมืองไทยของเราไม่มีปลูกอินทผลัมบ้าง ก็เสาะหาประม
