พืชทำเงิน
ดูเหมือนชีวิตดิจิทัลจะเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะว่า… มันสะดวกกว่ามากกกกกก ถ้าคุณเคยเดินเล่นตลาดนัด เดี๋ยวนี้ คนขายบอกว่า โอนมาเลยนะคะ ทั้ง E banking หรือ กระเป๋าเงินออนไลน์ เพราะการขายที่ไม่จำกัดสถานที่ เวลา ทำให้รายเล็กมีโอกาสโต ขายได้ ไม่ต่างจากค้าปลีกรายใหญ่ เมื่อค้าปลีก สามารถใช้เทคโนโลยีทำให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่าย “พฤติกรรม” ปรับไปเอง ไม่ต้องบังคับ คนค้าขายซึ่งส่วนใหญ่คือคนเมืองก็ดีขึ้น เศรษฐกิจในเขตเมืองก็คึกคัก หันมาที่คนส่วนใหญ่คือ 60% ของประเทศอยู่ในภาคการเกษตร คนชนบท ยังไม่มีเทคโนโลยีใช้ ยังไม่ซื้อสะดวกขายคล่อง และเลยยิ่งทำ ยิ่งจน งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า เกษตรกรไทยใช้เวลาในไร่นา นานกว่าเกษตรกรชาติอื่นๆ เพราะเรายังไม่ยอมก้าวไป 4.0 วันนี้รัฐผลักดัน นาแปลงใหญ่ หวังเพื่อแก้จน แต่เคยสงสัยหรือไม่ ว่า จริงๆ แปลงใหญ่ คืออะไร ถ้าในโลกนี้ มีประเทศอื่น ที่ค่อนข้างไกลจากเรา อย่าง บราซิล และสหรัฐฯ สามารถปลูกพืชเศรษฐกิจ เหมือนที่เรามี และปลูกได้ถูกกว่า มีราคาขายที่ถูกกว่า เพราะแปลงของเขาใหญ่ขนาดหลักพันไร่ ถึงแสนไร่ โดยที่ดินทั้งหมด “ต้อง” ผสานเป็นหนึ่งเดียว ไร้รอยต่อ การหยอดเมล็ดพ
ตำรวจเชียงใหม่ ปลูกมะละกอ ด.ต. ศศิวัฒน์ ทรัพย์วรธนา (ดาบวอน) ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ที่อยู่ 496/2 ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ด.ต. ศศิวัฒน์ ทรัพย์วรธนา (ดาบวอน) ผู้หลงรักในการทำเกษตร มองดูแล้วอาจห่างไกลกับอาชีพรับราชการตำรวจอยู่มาก แต่ด้วยความที่ใจรักและมีพื้นเพพ่อแม่ทำสวนทำไร่ตั้งแต่เด็ก จึงมีแนวคิดที่จะทำสวนเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ และอีกเหตุผลที่ทำคือ ลำพังเงินเดือนตำรวจน้อยนิด ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวให้สบายได้ ต้องเป็นหนี้สหกรณ์ นำเงินมาใช้จ่ายหลายส่วน จึงอยากหาอาชีพเสริม ด้วยความที่พอมีความรู้ด้านการเกษตรติดตัว ประกอบกับมีผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกมะละกอให้คำแนะนำ จึงตัดสินใจใช้พื้นที่ที่เคยซื้อไว้เมื่อ 10 ปีก่อน ปลูกมะละกอพันธุ์เรดมาลาดอร์ จำนวน 5 ไร่ ปัจจุบันปลูกได้ผลดี ผลผลิตไม่พอขาย ลูกค้าต้องต่อคิวซื้อ ด้วยความที่มีรสชาติหวาน หอม อร่อย ทำเงินดี คิดง่ายๆ มะละกอ 3 วัน เก็บขายทีละ 2-3 เข่ง ก็ได้เงินหลายพันบาทแล้ว ดาบวอน ตำรวจหนุ่มผู้ขยันขันแข็ง เดิมมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครสวรรค์ แต่ต้องมารับราชการตำรวจที่จังหวัดเช
นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั่วประเทศไทยผ่านโครงการ แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง พาสื่อมวลชนสู่จังหวัดมหาสารคามเพื่อพบกับบุคคลต้นแบบ นายพงพัฒน์ แก้วพะเนาว์ เกษตรกรตัวอย่างที่น้อมรับคำสอนการพึ่งพาตนเองและดำเนินการต่อยอดแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์จนประสบความสำเร็จ การเดินทางครั้งที่ 9 ของโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง” ครั้งนี้ สื่อมวลชนได้พบกับ นายพงพัฒน์ผู้ก่อตั้ง แก้วพะเนาว์ ออร์แกนิค ฟาร์ม ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ ‘Young Smart Farmer’ จากดีแทค และกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รางวัลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องบุคคลผู้ที่ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการนำมาปฏิบัติด้านกิจการเกษตรรวมถึงสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับเกษตรกรทุกคน นายพงพัฒน์ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในเรื่องความพอเพียง โดย แก้วพะเนาว์ ออร์แกนิค ฟาร์ม ได้ผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาปรับใช้จนเกิดความแม่นยำในการเก็บเกี่ยว รวมถึงระบบน
สุดทึ่งเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดอุบลราชธานี 9 ราย ได้ใบรับรองส่งสินค้าไปขายในประเทศอเมริกาและกลุ่มอียู หลังร่วมกับกรมวิชาการเกษตร และบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด ผลิตมันสำปะหลังออร์แกนิกได้เป็นผลสำเร็จเป็นแห่งแรกของประเทศและของโลก ปัจจุบันผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ เร่งสร้างเครือข่ายขยายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังออร์แกนิกให้ได้ 20,000 ไร่ในเร็วนี้ ที่ไร่มันสำปะหลังอินทรีย์ต้นแบบบ้านหนองแปน ตำบลนาดี อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ของ คุณชุมพล เวชสิทธิ์ ข้าราชการบำนาญ ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับกลุ่มบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด มอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทย (ORGANIC THAILAND / USDA / EU ORGANIC) ให้กับเกษตรกรรุ่นที่ 1 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจำนวน 9 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกรวมกันกว่า 30 ไร่ หลังจากนั้น มีการเสวนาเส้นทางความสำเร็จการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ ให้ความรู้กับเกษตรกรรุ่นที่ 2 จำนวน 34 ราย พื้นที่เพาะปลูกอีก 150 ไร่ และเกษตรกรรุ่นที่ 3 ที่ทยอยสมัครเข้าร่วมโครงการในฤดูกาลผลิต 2561-2562 อีกประมาณ 100 ราย ไม่น้อยกว่า 300 ไร่ โดยตั้งเ
โลกทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลงเร็วมาก คนหลายอาชีพมีแนวโน้มตกงาน เพราะถูกเครื่องจักรเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์และถูกแย่งอาชีพจากแรงงานข้ามชาติจากนโยบายเปิดตลาดเสรีการค้าอาเซียน “คุณนนท์” หรือ คุณธวานนท์ องอาจ หนุ่มวิศวกรด้านวงการยานยนต์ มองว่าการทำเกษตรเป็นอาชีพที่ไม่มีวันตาย เพราะคนต้องกินต้องใช้อยู่ทุกวัน เขาจึงหันกลับมาพลิกฟื้นที่ดินมรดกของพ่อแม่ ให้กลายเป็นแผ่นดินทองทางการเกษตร สร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้ครอบครัวเขาอีกครั้งหนึ่ง คุณธวานนท์ องอาจ หรือ คุณนนท์ เล่าว่า เดิมทีแผ่นดินผืนนี้เคยเป็นสวนมะม่วงและสวนกล้วย เมื่อเจอน้ำท่วมใหญ่ เมื่อ ปี 2554 ต้นไม้ที่ปลูกไว้ตายหมด ผมจึงพลิกฟื้นที่ดินมรดกให้กลายเป็นแผ่นดินทองสำหรับทำการเกษตรอีกครั้ง จังหวะนั้น มะนาวมีราคาแพงมาก ที่โด่งดังมากคือ มะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร คุณนนท์ตั้งใจหากิ่งพันธุ์มะนาวแป้นพิจิตรมาปลูก บังเอิญจังหวะนั้น คุณนนท์ได้รู้จักกับ คุณฉัตราพร สิงหราช (คุณเล็ก) เจ้าของสวนบางไผ่พันธุ์ไม้ที่แนะนำให้เขาทดลองปลูก “แป้นสิรินนท์” ซึ่งเป็นมะนาวพันธุ์ใหม่ โดยจำหน่ายกิ่งพันธุ์ในราคากิ่งละ 300 บาท ขณะที่มะนาวแป้นพิจิตร ขาย 80-100 บาท ตอนแรกค
คุณศรีพรรณ คำสงค์ เกษตรอำเภอบึงโขงหลง ให้ข้อมูลว่า พืชเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นรายได้หลักของเกษตรกรในจังหวัดคือ ยางพารา รองลงมาคือ การทำนาข้าว ซึ่งภายในอำเภอบึงโขงหลงในช่วงฤดูแล้ง เกษตรกรจะนิยมปลูกพืชล้มลุกที่ว่างจากการทำนาเป็นการสร้างรายได้ ซึ่งการปลูกพืชริมฝั่งโขงแม้จะปลูกในช่วงแล้ง แต่ก็ยังมีน้ำให้สามารถเพาะปลูกได้อยู่ตลอดทั้งปี จึงทำให้มีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดได้ “น้ำที่ใช้ปลูกพืช จะเป็นน้ำที่ได้จากแม่น้ำโขง น้ำมีตลอดทั้งปี พืชที่เกษตรกรปลูก ก็จะปลูกสลับกันไป หรือบางรายก็จะปลูกแบบหมุนเวียน ไม่เน้นทำเป็นพืชเชิงเดี่ยว เพราะจะช่วยในเรื่องของสินค้าล้นตลาดได้ เช่น ราคาพืชชนิดไหนไม่ดี ก็ยังมีพืชอีกชนิดที่ราคาดีขายได้ราคา จึงทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่ขาดช่วง แม้พืชผลทางการเกษตรจะตกต่ำในบางช่วงก็ตาม” คุณศรีพรรณ กล่าว คุณนวลจันทร์ กงเกต อยู่บ้านเลขที่ 316 หมู่ที่ 3 ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เป็นเกษตรกรที่ได้ปลูกพืชอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงสร้างรายได้ เน้นปลูกมะเขือเทศพันธุ์พรีเมี่ยมโกลด์เป็นหลัก เพราะผลมีขนาดใหญ่ ได้น้ำหนักดี ตลาดมีความต้องการ จึงเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี เ
ปลูกมะละกอฮอลแลนด์แซมในสวนมะพร้าวรายได้งามเก็บเกี่ยว 3 วันฟัน 1 แสนบาท วันที่ 17 กุมภาพันธ์ นายเชาวลิต สวียานนท์ อายุ 69 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติอังกฤษ ชาวบ้านโคกตาหอม ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เดิมบิดาเป็นชาวอังกฤษต้นตระกูล ”สวิซเซอร์ “ ที่เดินทางเข้ามาทำหน้าที่วิศวกรก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายใต้ในสมัยรัชกาลที่ 7 จากนั้นได้แต่งงานอยู่กินภรรยาเป็นชาวไทย และต่อมาได้ตั้งรกรากที่ อ.ทับสะแกโดยมีมีอาชีพทำสวนมะพร้าว และปลูกพืชไร่เป็นอาชีพหลัก หลังจากจบการศึกษาเพียงชั้นประถมปีที่ 4 ล่าสุดได้เช่าพื้นที่ 13 ไร่ แซมในสวนมะพร้าวน้ำหอม ริมถนนสายเพชรเกษม – โคกตาหอม เส้นทางไปบ้านกรูดแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศชื่อดัง เพื่อปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ขายส่งให้พ่อค้าคนกลางที่ จ.นครปฐม แม้ว่าเมื่อปีที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจปลูกมะละกอฮอลแลนด์ครั้งแรกในชีวิต แต่เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ทำให้มีโรคระบาดเพราะไม่ทราบวิธีป้องกัน ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหายทั้งหมด ขาดทุน 4 แสนบาท แต่ล่าสุดผลผลิตได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ภายในไร่กลายเป็นสถานที่ศึกษาดูงานและสถานที่ท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้ความสนใจ “ ห
กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีดูแลกล้วยไม้แก่เกษตรกรผู้ประสบปัญหาฝนแล้ง – น้ำทะเลหนุนปะปนในแหล่งน้ำที่ใช้รดกล้วยไม้ หวั่นซ้ำรอยปี 58-59 นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากเหตุการณ์ฝนแล้งน้ำทะเลหนุนเมื่อปลายปี 2558 – กลางปี 2559 ทำให้น้ำทะเลปะปนลงในแหล่งน้ำที่ใช้รดกล้วยไม้ จนสร้างความเสียหายให้กับชาวสวนกล้วยไม้ใน อำเภอบางเลน และอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม อำเภอไทรน้อย บางใหญ่ บางกรวย และอำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยการใช้น้ำที่มีค่าความเค็มหรือค่าการนำไฟฟ้า (EC) สูงเกินกว่า 750 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร มารดต้นกล้วยไม้ ส่งผลให้รากกล้วยไม้เริ่มไหม้ ใบมีสีเหลือง เริ่มเหี่ยว และไม่เจริญเติบโต กรมส่งเสริมการเกษตร เล็งเห็นความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายกับเกษตรกรซ้ำรอยกับเหตุการณ์ดังกล่าว จึงขอแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้เตรียมตัวรับมือเพื่อลดความเสียหายหากเกิดปัญหาฝนแล้งน้ำทะเลหนุนปะปน ด้วยวิธีดังนี้ 1. เพิ่มพื้นที่ในการเก็บกักน้ำ เช่น ขุดบ่อเพิ่ม เพิ่มความลึกของบ่อเดิม หรือรักษาความสะอาดกำจัดวัชพืชบริเวณพื้นที่ว่างใต้โต๊ะเลี้ยงกล้วยไม้ ใ
ในระยะนี้อุณหภูมิลดต่ำลง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชตระกูลแตง อาทิ แตงกวา แตงโม เมล่อน แคนตาลูป ฟักทอง มะระจีน และบวบ ให้เกษตรกรหมั่นสังเกตการเข้าทำลายของแมลงวันหนอนชอนใบ และด้วงเต่าแตงแดง ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืชตระกูลแตง สำหรับแมลงวันหนอนชอนใบ มักพบตัวหนอนชอนไชอยู่ในใบ ทำให้เกิดรอยเส้นสีขาวคดเคี้ยวไปมา เมื่อนำใบพืชมาส่องดูจะพบหนอนตัวเล็กสีเหลืองอ่อนโปร่งใสอยู่ภายในเนื้อเยื่อใบพืช กรณีระบาดรุนแรง จะทำให้ใบเสียหายและร่วงหล่น ซึ่งอาจมีผลต่อผลผลิตได้ หากพบเริ่มระบาด ให้เกษตรกรเก็บเศษใบพืชที่ถูกทำลายนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก จะสามารถช่วยลดการแพร่ระบาดได้ เนื่องจากหนอนชอนใบและดักแด้หนอนชอนใบที่อาศัยอยู่ตามเศษใบพืชบนพื้นดินจะถูกทำลายไปด้วย จากนั้นให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพเบตา-ไซฟลูทริน 2.5% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร นอกจากนี้ เกษตรกรควรเฝ้าระวังด้วงเต่าแตงแดง จะพบตัวด้วงเข้าทำลายแทะกัดกินใบยอด หากระบาดรุนแรง อาจทำให
กรณีปัญหาราคายางพาราตกต่ำที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ปริมาณการใช้ยางลดลง สวนทางกับไทยที่มีผลผลิตยางเพิ่มขึ้น จากการส่งเสริมให้ปลูกยางพาราในอดีต พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ว่า เกษตรกรไทยปลูกยางเป็น “พืชเชิงเดี่ยว” เป็นส่วนมาก เมื่อเจอปัญหาราคายางผันผวน จึงส่งผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนอย่างรุนแรง แนวทางการแก้ไขยางพาราอย่างยั่งยืน คือส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก “พืชทางเลือก” เช่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ปลูกพืชเชิงซ้อนอื่นๆ หรือทำประมง ฯลฯ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มควบคู่กับการปลูกยาง เช่นเดียวกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลกำกับด้านการปลูกยางพาราโดยตรง ได้ถ่ายทอดแนวคิดเชิงนโยบายของรัฐบาลสู่ภาคปฏิบัติ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ เปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว มาทำ “เกษตรผสมผสาน” ตามศาสตร์พระราชา เพื่อก้าวไปสู่ เกษตร 4.0 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์รัฐบาล ทั้งนี้ ภาครัฐได้สนับสนุนสินเชื่อให้เกษต
