พืชทำเงิน
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชผักที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูงชนิดหนึ่ง ประเทศไทยส่งออกทั้งแช่แข็งและบรรจุกระป๋อง ตามสถิติที่ผ่านมา มีพื้นที่เพาะปลูก 25,000 ไร่ ปริมาณการผลิต 37,685 ต้น ประเทศผู้นำเข้ามากที่สุดและลดหลั่นกันไปตามลำดับ ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา ส่วนอาการของโรคที่คุณเล่ามา เรียกว่า โรคลำต้นไหม้ในหน่อไม้ฝรั่ง เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราชนิดหนึ่ง การระบาดมักพบในฤดูฝนที่มีความชื้นในอากาศสูง สปอร์ของโรคสามารถปลิวไปในอากาศและไหลไปตามน้ำได้ มีความสามารถอาศัยอยู่ในซากได้ข้ามปี วิธีป้องกันกำจัด ให้รักษาความสะอาดในแปลงปลูกอยู่เสมอ ต้องถอนต้นที่เป็นโรคออกมาเผาทำลายทิ้งไป ไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิม หากปลูกพืชหมุนเวียนในแปลงได้จะยิ่งดี การใช้สารเคมี ให้เป็นตัวเลือกสุดท้ายเมื่อเกิดการระบาดรุนแรง ให้ฉีดพ่นด้วยคาร์เบนดาซิม 50 เปอร์เซ็นต์ เอสซี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ สลับกับคอปเปอร์ออกซี่คลอไรด์ 80 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ห่างกัน 1 สัปดาห์ และต้องห้ามฉีดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 5-7 วัน ครับ
โดยปกติแล้วภาคเกษตรกรรมไม่ได้ต่างจากภาคธุรกิจอื่นที่จำเป็นต้องยึดกลไกตลาดซึ่งประกอบด้วยผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้บริโภค แต่ในภาวการณ์ปัจจุบันถือว่าภาคเกษตรกรรมมีส่วนสำคัญเพราะเป็นแหล่งผลิตอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ทั้งโลก ขณะเดียวกัน หากผลิตอาหารที่ไม่ปลอดภัยก็อาจนำไปสู่การบั่นทอนสุขภาพ พร้อมกับโรคภัยต่างๆ ตามมา ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงมีความพยายามที่จะใส่ใจต่อสุขภาพร่างกายด้วยการเริ่มต้นที่การบริโภคอาหาร แล้วหันมาใส่ใจแล้วเลือกซื้อกับแหล่งผลิตอาหารต้นทางที่มีความเชื่อถือได้เท่านั้น แนวทางนี้จึงมีลักษณะสอดคล้องกับความคิดของคนกลุ่มหนึ่งที่ว่า “รู้จักเขา เรามีสุข” ด้วยระบบตลาดของการเกษตรในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่มีชื่อเรียกว่า “FARM•TO” (ฟาร์มโตะ) คุณอาทิตย์ จันทร์นนทชัย หรือ คุณโต ผู้ดูแล FARM•TO ให้ข้อมูลว่า ฟาร์มโตะคือช่องทางการขายผลผลิตเกษตรรูปแบบใหม่ที่เชื่อมเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าหากัน ผ่านวิธีการ “ร่วมเป็นเจ้าของผลผลิตการเกษตร” เพื่อให้ทั้งคู่ได้ช่วยเหลือและดูแลผลผลิตไปด้วยกัน โดยหากผู้บริโภคต้องการใกล้ชิดผลผลิตก็สามารถเดินทางมาเยี่ยมชมแล้วเช็กพิกัดพื้นที่การเพาะปลูกได้จากในระบบ กระทั่งเมื
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกได้ดีในเมืองไทย เพราะหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืช ที่ต้องการแสงแดดจัด อุณหภูมิกลางวัน 24-25 องศาเซลเซียส ส่วนกลางคืนไม่ต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำฝนไม่เกิน 1,600 มิลลิเมตร ต่อปี ปัจจุบันมีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี ระยอง และนครราชสีมา แหล่งปลูก แหล่งผลิตที่เหมาะสมสำหรับผลิตหน่อไม้ฝรั่งคือ ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขัง มีแหล่งน้ำสะอาดอย่างพอเพียงตลอดปี เป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วน มีความอุดมสมบูรณ์สูงจนถึงปานกลาง ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี หน้าดินลึกอย่างน้อย 75 เซนติเมตร มีความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง 6.0-7.5 หรือมีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างอย่างอ่อนๆ เกือบเป็นกลาง การเตรียมดิน การเตรียมดินปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ด้วยวิธีไถดะไถแปร และตากดินไว้ 1-2 สัปดาห์ แล้วไถพรวนย่อยดินให้แตกละเอียด พร้อมหว่านปูนขาว อัตรา 100-150 กิโลกรัม ต่อไร่ พร้อมใส่ปุ๋ยคอกเก่าอัตรา 1,000-2,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ไถคลุกเคล้าลงในดินอย่างทั่วถึง การเตรียมต้นกล้า ปัจจุบันนิยมเพาะหน่อไม้ฝรั่งในถุงเพาะกล้าสีดำ ขนาด 4×6 นิ้ว ภายในถุงบรรจุวัสดุ ประกอบด้
“พุทรานมสด” ผลไม้รสหวาน เป็นที่นิยมอย่างมากในหลายพื้นที่ เนื่องจากสามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่ดอนและพื้นที่ราบลุ่ม สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยผลผลิตจะออกมากในช่วงฤดูหนาว ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรนิยมปลูกพุทรานมสดกันมาก เนื่องจากพื้นที่เหมาะสม ผลผลิตออกมาดี นอกจากพุทรานมสดจะเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ในแทบทุกพื้นที่แล้ว ความหวาน กรอบ อร่อย และกลิ่นหอม ก็ถือเป็นอีกลักษณะเด่นที่ทำให้เป็นผลไม้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก พุทรานมสดจึงเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะไม่ใช่แค่เพียงคนในพื้นที่หรือคนไทยเท่านั้นที่ชื่นชอบรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ชนิดนี้ แต่ความนิยมนี้ยังแพร่หลายไปสู่ชาวต่างชาติด้วย ทำให้พุทรานมสดเป็นทั้งผลไม้ที่สามารถส่งขายได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ จนเรียกได้ว่าผลิตไม่ทันขายเลยทีเดียว คุณปรมินทร์ กีรติเสริมสิน หรือ คุณจ๊อบ ลูกชายของ คุณสมศักดิ์ กีรติเสริมสิน เจ้าของสวนพุทรานมสด “ไร่จุ่นจันทร์” ที่ตั้งอยู่ริมถนนตรงข้ามกับหลักกิโลเมตรที่ 13 ถนนเส้นวิ่งตัดปากช่อง-วังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ปลูกพุทราน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี วางวิสัยทัศน์ (Vision) เป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างนักปฏิบัติมืออาชีพด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในระดับประเทศและระดับสากล” ผลการดำเนินงานของ มทร. ธัญบุรี ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม คว้ารางวัลจากเวทีประกวดผลงานในระดับนานาชาติได้อย่างมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน เพื่ออาหารปลอดภัยและการเกษตรแบบยั่งยืน ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้รับรางวัล Special Prize จากองค์กรด้านนวัตกรรมของประเทศไต้หวัน นวัตกรรมชิ้นนี้ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อการพัฒนาการปลูกและผลิตอาหารปลอดภัยแบบยั่งยืน เนื่องจากหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างจากตลาด คือช่วยเร่งการออกผลผลิตนอกฤดูกาลได้ตลอดทั้งปี ควบคุมโรคทางราก ลำต้น เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ทำให้พืชสามารถเติบโตได้ดีแม้มีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เพิ่มผลผลิต ลดการใช้สารเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูแมลง ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ลดต้นทุน สามารถใช้ร่ว
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ มนุษย์เงินเดือนกลุ่มหนึ่งตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพเป็นเกษตรกรเต็มตัว “คุณนิศากร ฝ้ายเครือ” หรือ คุณว่าน อายุ 31 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอผู้นี้จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เคยเป็นนักข่าวทีวีท้องถิ่นที่จังหวัดราชบุรี และทำงานสังกัดกรมอนามัยมาก่อน ขณะที่สามี “คุณกันย์ คันโธ” หรือ คุณตั้ว จบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เคยเป็นพ่อครัวอยู่ที่ร้านอาหารไทยในประเทศอังกฤษ ตอนนี้ช่วยครอบครัวในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันก็มาเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในฟาร์มไฮ่ฮักด้วย รวมกลุ่มสามพรานโมเดล ฟาร์มแห่งนี้ปลูกพืชแบบผสมผสาน ในเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี โดยยึดหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 และแม้คุณว่านจะเพิ่งเริ่มทำเกษตรอย่างจริงจัง เมื่อปี 2559 แต่ตอนนี้ผลผลิตของฟาร์มก็มีขายแล้ว เพราะมีพืชผักผลไม้หลากหลายชนิด อาทิ มะนาว มะกรูด มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวแกง ไผ่รวกหวาน มะม่วง มะละกอ สับปะรด นอกจากนี้ ยังเลี้ยงไก่ไข่ 200 ตัว และยังมีโรงเรือนเห็ดเป๋าฮื้อญี่ปุ่น ขนาด 4×6 เมตร 3 โรงเรือน ซึ่งฟาร์มแห่งนี้มีทั้งอุปกรณ์
การผลิตผักอินทรีย์ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ยึดอาชีพอยู่ในภาคเกษตรกรรมเท่านั้น สมัยนี้ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ หน่วยงานเอกชน หรือคนธรรมดาทั่วไปก็สามารถปลูกผักอินทรีย์ไว้ตามที่ต้องการได้ ขอเพียงอย่างเดียวคือ ต้องไม่ใช้สารเคมี อย่างธุรกิจรีสอร์ตที่เมืองกาญจน์ได้จัดแบ่งพื้นที่ภายในสำหรับทำเป็นแปลงปลูกผักอินทรีย์หลายชนิด เพื่อนำไปใช้ประกอบอาหาร ด้วยความตั้งใจต้องการให้ลูกค้าที่มาพักได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยมีประโยชน์ต่อสุขภาพ หรือแปรรูปเป็นน้ำสมุนไพร แถมยังเปิดโอกาสให้ซื้อติดมือกลับบ้านได้อีก คุณสุเทพ เดชอนันตชาติ กรรมการผู้จัดการ เล่าว่า คุณพ่อ คือ คุณอนันต์ เดชอนันตชาติ มาซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้เมื่อ 30 กว่าปีก่อน โดยตั้งใจจะสร้างเป็นบ้านพักส่วนตัวเพื่อพักผ่อน ครั้นมาเห็นถึงความเป็นธรรมชาติที่รายล้อมด้วยป่าและแม่น้ำของอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จึงผุดไอเดียเพื่อสร้างเป็นธุรกิจรีสอร์ตที่ชื่อ โยโกะ ริเวอร์แคว รีสอร์ต (Yoko Riverkwai Resort) สำหรับเรื่องปลูกผัก กรรมการผู้จัดการ บอกว่า เกิดจากความที่คุณพ่อเป็นคนใส่ใจในเรื่องสุขภาพ จึงนำผักมาปลูกเป็นแปลงเล็กๆ ในแบบอินทรีย์ล้วน เพื่อไว้ทำอาหารรับประทานเอง
วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน นำนวัตกรรมเทคโนโลยีฟรีซดราย (Freeze dried technology) มาใช้ในการแปรรูปผลผลิตลำไย สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ตลาดต่างประเทศยอมรับและมีความต้องการสูง จากปัญหาราคาลำไยตกต่ำและไม่แน่นอนเพราะผลผลิตลำไยส่วนใหญ่จำหน่ายให้กับล้งรับซื้อและพ่อค้าคนจีนเป็นผู้กำหนดราคา ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยต้องอยู่ในสภาพจำยอม ไม่สามารถต่อรองได้ ทาง ร.ต. ชนะ ไชยชนะ เกษตรกรผู้นำที่คลุกคลีอยู่กับการผลิตลำไยและรวบรวมผลผลิตจัดจำหน่ายให้กับบริษัทเอกชนและล้งต่างๆ มาเป็นระยะเวลายาวนาน ได้หาแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับราคาลำไยมาโดยตลอด และสุดท้ายได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ เพื่อรวมกลุ่มเกษตรกรแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยนำเอานวัตกรรมเทคโนโลยีฟรีซดราย (Freeze dried technology) มาใช้ในการแปรรูปผลผลิตลำไย จนประสบความสำเร็จ ขั้นตอนการผลิตแปรรูปลำไยฟรีซดราย นำลำไยสดมาล้างน้ำทำความสะอาด คว้านเอาเมล็ดลำไยออก นำเนื้อลำไยมาล้างน้ำสะอาดอีก 3 ครั้ง ตักลำไยออกให้สะเด็ดน้ำ เรียงลำไยใส่ถาดให้เต็มถาดและนำเข้าตู้แช่แข็ง
หลายปีมานี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลัง ต้องทนกับราคาพืชไร่ที่ผกผันขึ้นลงไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าจะทนทำได้อีกนานเท่าไร จนตอนนี้เกษตรกรหลายรายเริ่มทนไม่ไหวกับราคาที่ตกต่ำจนอยู่แทบไม่ได้ ต้องเป็นหนี้ หนีมาปลูกพืชชนิดอื่นกันแล้วหลายราย คุณทองสุข ชำนาญผลิต หรือ พี่อุ้ม อยู่บ้านเลขที่ 856/1 ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นเกษตรกรอีกรายที่จากเดิมปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลังเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ แต่ช่วงหลังๆ มานี้พี่อุ้มบอกว่าอยู่แทบไม่ได้ ไหนจะราคาต่ำ แต่ต้องลงทุนต่อไร่สูง ต้องเป็นหนี้เป็นสิน จึงมีแนวคิดหาทางออกมาปลูกอย่างอื่น ได้ไปลองเดินดูตลาดว่าพ่อค้าแม่ค้าเขาขายพืชผักชนิดไหนดี และพืชผักที่ขายดีส่วนใหญ่จะเป็นผักชนิดที่บริโภคกันทุกวันหรือเป็นผักที่เป็นส่วนสำคัญในการทำอาหาร พอรู้แล้ว จึงปิ๊งไอเดียคิดที่จะปลูกหอมแบ่ง เพราะดูแล้วปลูกไม่ยาก คนบริโภคทุกวัน ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือเรามีครบอยู่แล้ว พี่อุ้ม หนุ่มโสด วัย 41 ปี ใช้ชีวิตเป็นเกษตรกรตั้งแต่จำความได้ ด้วยความที่เรียนจบไม่สู งจึงยึดอาชีพเป็นเกษตรกรอาศัยความชำนาญเลี้ยงชีวิต ปัจจุบันพี่อุ้มเริ่มหันมาปลูกหอมแบ่ง เป็นระยะเวลา
โดยทั่วไป ไข่แมลงมักกำจัดได้ยาก เนื่องจากมีโครงสร้างผนังที่แข็งแรง เพราะผลิตจากโปรตีน และไคติน แมลงศัตรูพืชแค่ 1 ตัว วางไข่ได้มากมาย ยกตัวอย่าง เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลตัวเมีย วางไข่ได้ 100-300 ฟอง ในระยะเวลา 2 สัปดาห์ แต่น้ำสับปะรด มีเอนไซม์ เรียกว่า “บรอมมิเลน” (bromelain) สำหรับใช้ย่อยโปรตีน และไคตินได้ จึงออกฤทธิ์ช่วยย่อยเปลือกไข่แมลงให้แตกสลายได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ น้ำสับปะรด จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการกำจัดไข่แมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม หากใครสนใจ สูตร “น้ำสับปะรด ทำลายไข่แมลงศัตรูพืช” ขอให้ลงมือฏิบัติตามคำแนะนำของ คุณสุวัฒน์ ทรัพยะประภา นักวิชาการอิสระ และวิทยากรโรงเรียนชาวนา เริ่มจากนำผลสับปะรดสุก มาตัดจุกและก้านออกก่อนนำมาหั่นทั้งเปลือกเป็นชิ้นเล็กๆ พร้อมทั้งแกนสับปะรด แล้วนำมาปั่นในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ในกรณีที่ไม่มีเครื่องปั่นผลไม้สามารถ นำสับปะรดใส่ในครกตำให้แหลกและคั้นเอาแต่น้ำ ก่อนนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง จนได้น้ำสับปะรดตามที่ต้องการ หลังจากนั้น นำน้ำสับปะรดไปผสมกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์กำจัดแมลง เช่น สารสะเดา ยาสูบ ตะไคร้หอม ยูคาลิปตัส พริก ก
