พืชทำเงิน
ระยะนี้จะมีอากาศเย็น มีลมแรง และมีหมอกในตอนเช้า กรมวิชาการเกษตร แนะให้เกษตรกรผู้ปลูกถั่วฝักยาวเฝ้าระวังการระบาดของเพลี้ยอ่อน และหนอนเจาะฝักลายจุด โดยจะพบการเข้าทำลายในระยะที่ต้นถั่วออกดอกและติดฝัก สำหรับเพลี้ยอ่อน มักพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเพลี้ยอ่อนดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และฝักอ่อน ทำให้ส่วนที่ถูกทำลายบิดเบี้ยวและแกร็น หากพบการระบาด ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง ฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร สำหรับ หนอนเจาะฝักลายจุด จะพบหนอนที่ฟักออกจากไข่เจาะเข้าไปกัดกินภายในดอกอ่อน ต่อมาจะกัดกินส่วนของดอกและเกสรดอก ทำให้ดอกร่วงหล่น เมื่อหนอนโตขึ้นจะเจาะเข้าไปกัดกินภายในฝักส่วนที่เป็นเมล็ดอ่อน ทำให้ฝักและเมล็ดลีบ แนวทางในการป้องกันกำจัด ให้เกษตรกรใช้วิธีกล โดยก่อนปลูกพืชประมาณ 2 สัปดาห์ ให้เกษตรกรไถพรวนพลิกดินขึ้นมาตากแดด โดยไถให้ลึกจากผิวดินมากกว่า 20 เซนติเมตรขึ้นไป และตากดินไว้ให้นาน เพื่อกำจัดดักแด้ที่อาจหลงเหลืออยู่ในแปลงปลูก หากพบการระบาด ใ
“มะขามหวาน” เป็นพืชเอกลักษณ์และพืชเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบูรณ์มาแต่ดั้งเดิม จนได้ชื่อว่า เมืองมะขามหวาน เมื่อเอ่ยถึงเมืองมะขามหวานประชาชนโดยทั่วไปก็เข้าใจเป็นอย่างเดียวกันว่า หมายถึง เมืองเพชรบูรณ์ “มะขามหวาน” เป็นไม้ผลที่มีทรงพุ่มขนาดใหญ่ ปลูกได้ดีในสภาพพื้นที่ฝนตกไม่ชุกมากนัก ดินที่เหมาะสมในการปลูกมะขามหวานควรเป็นดินร่วน มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 5.5-6.5 ทั้งมีฝนตกไม่ชุกนัก มะขามหวานจึงเจริญเติบโตได้ดี ไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อรามารบกวนเหมือนพื้นที่อื่นๆ มะขามหวานจะเริ่มให้ผลผลิตหลังจากปลูกไปแล้ว 4 ปีขึ้นไป และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ปี ตั้งแต่ติดดอกจนถึงดอกบานจะใช้ระยะเวลาประมาณ 20 วัน หลังจากดอกบานจนถึงฝักแก่จะใช้เวลาประมาณ 8 เดือน ต้นอายุ 10 ปี จะให้ผลผลิตประมาณ 100 กิโลกรัม ผลผลิต 1 กิโลกรัม จะมีประมาณ 30-45 ฝัก ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตจะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ในทุกๆ ปี ประกอบกับในดินที่จังหวัดเพชรบูรณ์ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุอาหารฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง อากาศมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ซึ่งเป็นระยะที่
สวัสดีค่ะ หลายท่านอาจจะเคยได้ยิน “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” กันมาแล้ว ซึ่งโครงการนี้มีความหมายคือ 9 หมายถึง รัชกาลที่ 9 และ 10 หมายถึง รัชกาลที่ 10 คือในหลวงรัชกาลปัจจุบัน และ 1 คือ ปีที่ 1 ในรัชกาลปัจจุบัน เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำมาใช้พัฒนาการเกษตรและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในรูปแบบชุมชนเกษตรกร โดยใช้กิจกรรมในลักษณะลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เน้นกลุ่มเกษตรกรที่มีรายได้น้อย เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร เรียนรู้การคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น เกิดการมีส่วนร่วมในชุมชน และก่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาพื้นที่ ฉบับนี้รันตีจึงอาสาพาท่านผู้อ่านไปชม โครงการ 9101 ที่กำลังเดินหน้าไปอย่างสวยงาม โดยมีผู้นำชุมชนที่เป็นคนรุ่นใหม่ใส่พลังขับเคลื่อนเพื่อความสุขอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน ตามรันตีมาเลยค่ะ บ้านไตรรัตน์ ที่ราบสูงบนภูเขา พาท่านมาที่ บ้านไตรรัตน์ หมู่ที่ 9 ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ที่นี่สภาพเป็นที่ราบสูงและภูเขา ดินมีลักษณะเป็นสีแดง แหล่งน้ำที่สำคัญคือ
สวัสดีครับ แฟนพันธุ์แท้เทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับนี้จะได้นำท่านเข้าสู่พื้นที่เมืองหนองหารหลวง…จังหวัดสกลนคร ด้านอาชีพเกษตรกรรมมีหลากหลาย เนื่องมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ทำให้เกิดผลผลิตการเกษตรมากมาย ผมจะขอพาท่านไปเที่ยวชมสวนมะม่วงเพื่อการส่งออกของเกษตรกรที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายล้านบาท คุณยอดชาย บุญรักษา เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ของจังหวัดสกลนคร “แบบอย่างของเกษตรกร มีการพัฒนาสู่การเกษตรที่ทันสมัย ใส่ใจเทคโนโลยี พลิกปฐพีให้เป็นทอง” ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จากเด็กหนุ่มที่สู้ชีวิต ในครอบครัวเกษตรกรมาตั้งแต่วัยเยาว์ อาชีพการเกษตรจึงอยู่ในสายเลือดของ คุณยอดชาย บุญรักษา เกษตรกรรุ่นใหม่ อายุ 42 ปี ความคิดริเริ่มในการทำสวนมะม่วงเพื่อส่งออก อดีตเดิมเคยทำสวนมะขามหวาน แต่เนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศไม่ดี ทำให้ผลผลิตของมะขามหวานเสียหาย และราคาตกต่ำ จึงคิดหาพืชอื่นมาปลูกทดแทน ปี 2540 ได้ศึกษาหาความรู้จากการไปอบรมการผลิตมะม่วงนอกฤดูกับบริษัทเอกชน และได้อ่านในเอกสารวิชาการทางราชการ ได้ตัดสินใจนำมะม่วงน้ำดอกไม้ทะวาย เบอร์ 4 มาปลูกทดแทนมะขามหวาน และจำหน่ายผลผลิตเอง ต่อมาในปี 2548 ได้พัฒนาการผลิตด้วย
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชผักที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูงชนิดหนึ่ง ประเทศไทยส่งออกทั้งแช่แข็งและบรรจุกระป๋อง ตามสถิติที่ผ่านมา มีพื้นที่เพาะปลูก 25,000 ไร่ ปริมาณการผลิต 37,685 ต้น ประเทศผู้นำเข้ามากที่สุดและลดหลั่นกันไปตามลำดับ ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา ส่วนอาการของโรคที่คุณเล่ามา เรียกว่า โรคลำต้นไหม้ในหน่อไม้ฝรั่ง เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราชนิดหนึ่ง การระบาดมักพบในฤดูฝนที่มีความชื้นในอากาศสูง สปอร์ของโรคสามารถปลิวไปในอากาศและไหลไปตามน้ำได้ มีความสามารถอาศัยอยู่ในซากได้ข้ามปี วิธีป้องกันกำจัด ให้รักษาความสะอาดในแปลงปลูกอยู่เสมอ ต้องถอนต้นที่เป็นโรคออกมาเผาทำลายทิ้งไป ไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิม หากปลูกพืชหมุนเวียนในแปลงได้จะยิ่งดี การใช้สารเคมี ให้เป็นตัวเลือกสุดท้ายเมื่อเกิดการระบาดรุนแรง ให้ฉีดพ่นด้วยคาร์เบนดาซิม 50 เปอร์เซ็นต์ เอสซี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ สลับกับคอปเปอร์ออกซี่คลอไรด์ 80 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ห่างกัน 1 สัปดาห์ และต้องห้ามฉีดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 5-7 วัน ครับ
โดยปกติแล้วภาคเกษตรกรรมไม่ได้ต่างจากภาคธุรกิจอื่นที่จำเป็นต้องยึดกลไกตลาดซึ่งประกอบด้วยผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้บริโภค แต่ในภาวการณ์ปัจจุบันถือว่าภาคเกษตรกรรมมีส่วนสำคัญเพราะเป็นแหล่งผลิตอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ทั้งโลก ขณะเดียวกัน หากผลิตอาหารที่ไม่ปลอดภัยก็อาจนำไปสู่การบั่นทอนสุขภาพ พร้อมกับโรคภัยต่างๆ ตามมา ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงมีความพยายามที่จะใส่ใจต่อสุขภาพร่างกายด้วยการเริ่มต้นที่การบริโภคอาหาร แล้วหันมาใส่ใจแล้วเลือกซื้อกับแหล่งผลิตอาหารต้นทางที่มีความเชื่อถือได้เท่านั้น แนวทางนี้จึงมีลักษณะสอดคล้องกับความคิดของคนกลุ่มหนึ่งที่ว่า “รู้จักเขา เรามีสุข” ด้วยระบบตลาดของการเกษตรในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่มีชื่อเรียกว่า “FARM•TO” (ฟาร์มโตะ) คุณอาทิตย์ จันทร์นนทชัย หรือ คุณโต ผู้ดูแล FARM•TO ให้ข้อมูลว่า ฟาร์มโตะคือช่องทางการขายผลผลิตเกษตรรูปแบบใหม่ที่เชื่อมเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าหากัน ผ่านวิธีการ “ร่วมเป็นเจ้าของผลผลิตการเกษตร” เพื่อให้ทั้งคู่ได้ช่วยเหลือและดูแลผลผลิตไปด้วยกัน โดยหากผู้บริโภคต้องการใกล้ชิดผลผลิตก็สามารถเดินทางมาเยี่ยมชมแล้วเช็กพิกัดพื้นที่การเพาะปลูกได้จากในระบบ กระทั่งเมื
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกได้ดีในเมืองไทย เพราะหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืช ที่ต้องการแสงแดดจัด อุณหภูมิกลางวัน 24-25 องศาเซลเซียส ส่วนกลางคืนไม่ต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำฝนไม่เกิน 1,600 มิลลิเมตร ต่อปี ปัจจุบันมีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี ระยอง และนครราชสีมา แหล่งปลูก แหล่งผลิตที่เหมาะสมสำหรับผลิตหน่อไม้ฝรั่งคือ ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขัง มีแหล่งน้ำสะอาดอย่างพอเพียงตลอดปี เป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วน มีความอุดมสมบูรณ์สูงจนถึงปานกลาง ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี หน้าดินลึกอย่างน้อย 75 เซนติเมตร มีความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง 6.0-7.5 หรือมีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างอย่างอ่อนๆ เกือบเป็นกลาง การเตรียมดิน การเตรียมดินปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ด้วยวิธีไถดะไถแปร และตากดินไว้ 1-2 สัปดาห์ แล้วไถพรวนย่อยดินให้แตกละเอียด พร้อมหว่านปูนขาว อัตรา 100-150 กิโลกรัม ต่อไร่ พร้อมใส่ปุ๋ยคอกเก่าอัตรา 1,000-2,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ไถคลุกเคล้าลงในดินอย่างทั่วถึง การเตรียมต้นกล้า ปัจจุบันนิยมเพาะหน่อไม้ฝรั่งในถุงเพาะกล้าสีดำ ขนาด 4×6 นิ้ว ภายในถุงบรรจุวัสดุ ประกอบด้
“พุทรานมสด” ผลไม้รสหวาน เป็นที่นิยมอย่างมากในหลายพื้นที่ เนื่องจากสามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่ดอนและพื้นที่ราบลุ่ม สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยผลผลิตจะออกมากในช่วงฤดูหนาว ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรนิยมปลูกพุทรานมสดกันมาก เนื่องจากพื้นที่เหมาะสม ผลผลิตออกมาดี นอกจากพุทรานมสดจะเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ในแทบทุกพื้นที่แล้ว ความหวาน กรอบ อร่อย และกลิ่นหอม ก็ถือเป็นอีกลักษณะเด่นที่ทำให้เป็นผลไม้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก พุทรานมสดจึงเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะไม่ใช่แค่เพียงคนในพื้นที่หรือคนไทยเท่านั้นที่ชื่นชอบรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ชนิดนี้ แต่ความนิยมนี้ยังแพร่หลายไปสู่ชาวต่างชาติด้วย ทำให้พุทรานมสดเป็นทั้งผลไม้ที่สามารถส่งขายได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ จนเรียกได้ว่าผลิตไม่ทันขายเลยทีเดียว คุณปรมินทร์ กีรติเสริมสิน หรือ คุณจ๊อบ ลูกชายของ คุณสมศักดิ์ กีรติเสริมสิน เจ้าของสวนพุทรานมสด “ไร่จุ่นจันทร์” ที่ตั้งอยู่ริมถนนตรงข้ามกับหลักกิโลเมตรที่ 13 ถนนเส้นวิ่งตัดปากช่อง-วังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ปลูกพุทราน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี วางวิสัยทัศน์ (Vision) เป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างนักปฏิบัติมืออาชีพด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในระดับประเทศและระดับสากล” ผลการดำเนินงานของ มทร. ธัญบุรี ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม คว้ารางวัลจากเวทีประกวดผลงานในระดับนานาชาติได้อย่างมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน เพื่ออาหารปลอดภัยและการเกษตรแบบยั่งยืน ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้รับรางวัล Special Prize จากองค์กรด้านนวัตกรรมของประเทศไต้หวัน นวัตกรรมชิ้นนี้ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อการพัฒนาการปลูกและผลิตอาหารปลอดภัยแบบยั่งยืน เนื่องจากหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างจากตลาด คือช่วยเร่งการออกผลผลิตนอกฤดูกาลได้ตลอดทั้งปี ควบคุมโรคทางราก ลำต้น เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ทำให้พืชสามารถเติบโตได้ดีแม้มีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เพิ่มผลผลิต ลดการใช้สารเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูแมลง ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ลดต้นทุน สามารถใช้ร่ว
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ มนุษย์เงินเดือนกลุ่มหนึ่งตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพเป็นเกษตรกรเต็มตัว “คุณนิศากร ฝ้ายเครือ” หรือ คุณว่าน อายุ 31 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอผู้นี้จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เคยเป็นนักข่าวทีวีท้องถิ่นที่จังหวัดราชบุรี และทำงานสังกัดกรมอนามัยมาก่อน ขณะที่สามี “คุณกันย์ คันโธ” หรือ คุณตั้ว จบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เคยเป็นพ่อครัวอยู่ที่ร้านอาหารไทยในประเทศอังกฤษ ตอนนี้ช่วยครอบครัวในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันก็มาเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในฟาร์มไฮ่ฮักด้วย รวมกลุ่มสามพรานโมเดล ฟาร์มแห่งนี้ปลูกพืชแบบผสมผสาน ในเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี โดยยึดหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 และแม้คุณว่านจะเพิ่งเริ่มทำเกษตรอย่างจริงจัง เมื่อปี 2559 แต่ตอนนี้ผลผลิตของฟาร์มก็มีขายแล้ว เพราะมีพืชผักผลไม้หลากหลายชนิด อาทิ มะนาว มะกรูด มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวแกง ไผ่รวกหวาน มะม่วง มะละกอ สับปะรด นอกจากนี้ ยังเลี้ยงไก่ไข่ 200 ตัว และยังมีโรงเรือนเห็ดเป๋าฮื้อญี่ปุ่น ขนาด 4×6 เมตร 3 โรงเรือน ซึ่งฟาร์มแห่งนี้มีทั้งอุปกรณ์
