พืชทำเงิน
มันฝรั่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเปรู ทวีปอเมริกาใต้ และเริ่มมีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไอร์แลนด์เพื่อใช้เป็นอาหาร ในต้นศตวรรษที่ 18 จึงนิยมเรียกมันฝรั่งว่า ไอริชโพเตโต้ มาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาได้แพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆ เกือบทุกทวีปของโลก ส่วนในประเทศไทยคาดว่า ชาวจีนฮ่อ นำเข้ามาปลูกที่ภาคเหนือของประเทศแต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเมื่อใด มันฝรั่ง เป็นพืชล้มลุกจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับพริก มะเขือ และยาสูบ มีลำต้นตั้งตรงสูง 60-100 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านออกด้านข้าง ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบคล้ายใบมะเขือเทศ มีดอกสีขาว และสีม่วงอ่อน กลีบดอกมี 5 กลีบ ประกอบด้วย เกสรตัวผู้ 5 อัน และเกสรตัวเมียอีก 1 อัน ส่วนที่เรียกว่าหัวคือ สโตลอนส์ ทำหน้าที่สะสมอาหารและขยายพันธุ์ ผิวของหัวมันฝรั่งจะมีรูขนาดเล็กเรียกว่า เลนติเซลซ์ ทำหน้าที่ในการหายใจและถ่ายเทอากาศ ในดินที่เปียกชื้นขนาดของรูหายใจจะขยายขนาดขึ้น มีผลทำให้หัวมันไม่สวย ทั้งนี้ตาแต่ละตาสามารถพัฒนาเป็นต้นอ่อนใช้ขยายพันธุ์ได้ โดยเฉลี่ยในหนึ่งหัวจะมีตาประมาณ 15 อัน มันฝรั่งหนึ่งลูกให้หัวมัน 6-10 หัว แหล่งที่มันฝรั่งเจริญเติบโต และให้ผลผลิตได้ดี ต้องมีอุณหภูมิค่อน
ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจันทบุรี ปี 2560 ประมาณการผลผลิตลำไย จำนวน 328,458 ตัน เพิ่มขึ้น 32,183 ตัน จากปี 2559 มีจำนวน 296,275 ตัน หรือประมาณ 10% แต่ภาคเกษตรกรประมาณว่าน่าจะเพิ่มถึง 25% หากรวมเกษตรกรที่ไม่ได้จดทะเบียนด้วย ทำให้ปีนี้ลำไยมีวิกฤตกาลเรื่องตลาดและราคาให้เห็นเช่นเดียวกับ ผลไม้ ทุเรียน มังคุด ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ที่ปริมาณลำไยมากถึง 70% ออกสู่ตลาด จึงทำให้เกิดปัญหาตลาดตัน ราคาลำไยตกต่ำ ขณะเดียวกันเกษตรกรเห็นว่ามีปรากฏการณ์ใหม่ “ปัญหาการส่งลำไยร่วงออกตลาดต่างประเทศ” โดยซื้อลำไยลูกร่วง ราคาต่ำ เพื่อแข่งขันตีตลาดลำไยคุณภาพ ซึ่งเป็นการทำลายกลไกตลาด ทำให้ลำไยคุณภาพราคาตกต่ำหรือตลาดตัน หรือถูกลดราคาเป็นลำไยลูกร่วง และในอนาคตตลาดจีนอาจจะไม่ซื้อลำไยจากไทย เพราะเห็นว่าลำไยลูกร่วงไม่มีคุณภาพ จึงควรหาทางออกเร่งด่วนหยุดการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ รวมกลุ่มเกษตรกรสวนลำไย หาทางออก จากปัญหาลำไยลูกร่วง ส่งออกตลาดต่างประเทศมีผลกระทบเป็นวงจรลงสู่เกษตรกรนี้เอง เมื่อ วันที่ 4 ธันวาคมนี้ ที่หอประชุมโรงเรียนสอยดาววิทยา อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ได้มีการจัดประชุมกลุ่ม
คุณกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ให้ข้อมูลว่า ได้มีการส่งเสริมการเพาะเห็ดแครงในหลายจังหวัดทางภาคใต้ เพราะเห็ดแครงถือเป็นเห็ดพื้นบ้านที่มีอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือหรือภาคใต้ โดยแต่ละพื้นที่จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป เดิมทีเห็ดแครงถือว่าเป็นเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ต่อมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจึงทำให้หาเห็ดแครงได้ไม่ง่ายจากแหล่งธรรมชาติ จึงได้มีการส่งเสริมขึ้นมาเพื่อให้เกษตรกรได้เพาะเลี้ยงเห็ดแครง เพื่อให้ผู้บริโภคที่สนใจได้มีเห็ดชนิดนี้ไว้รับประทาน และที่สำคัญยังสามารถเป็นรายได้ให้กับผู้เพาะเลี้ยงได้อีกด้วย “เห็ดแครง ถือว่าเป็นเห็ดที่มีคุณประโยชน์ สามารถเป็นได้ทั้งอาหารและยา เห็ดแครงเป็นเห็ดที่เพาะเลี้ยงง่าย ใช้เวลาเพียงแค่ 7 วัน ซึ่งถือว่าใช้เวลาค่อนข้างสั้น จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่สนใจ หรือเกษตรกรทั่วไปที่อยากมีรายได้เสริมจากการเพาะเห็ดแครง เพราะปัจจุบันเราก็มีแหล่งเรียนรู้ อยู่ที่ อ.ต.ก. สงขลา โดยได้มีการสนับสนุนเปิดสอน เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาถึงวิธีการต่างๆ เพราะอนาคตเห็ดแครงจะต้องเป็นพืชเศรษฐกิจที่จะนำมาทำเป็นอาหาร เป็นแหล่งโปร
“ เกษตรกร” นับเป็นอาชีพที่งานหนัก เหนื่อย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เกษตรกรคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้ หากไม่มีใจรักในอาชีพการเกษตร อุทิศแรงกายและแรงใจ ทำงานฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคในแต่ละวันด้วยความวิริยะอุตสาหะ “ อนาวิน รุ่งโรจน์พันทวี” หนุ่มชาวเขาเผ่าอาข่า เป็นตัวอย่างคนสู้ชีวิตที่ใช้ความอดทน มุ่งมั่น เอาชนะความยากลำบากต่างๆ จนประสบความสำเร็จในธุรกิจกาแฟ สามารถส่งออกเมล็ดกาแฟไปขายต่างประเทศ ในชื่อการค้าของตนเอง “กาแฟชาวอาข่า” อนาวินได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “เกษตรคนแกร่ง” จากฟอร์ด ประเทศไทยเพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นต่อไป อนาวินเกิดและเติบโตในบ้านแม่จันใต้ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนที่สืบทอดอาชีพปลูกฝิ่นมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย เขาตระหนักดีว่า การปลูกฝิ่นเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย และเป็นสารเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน อนาวินมุ่งมั่น “เปลี่ยนแดนฝิ่น ให้กลายเป็นถิ่นกาแฟ ” อนาวินขอตัวอย่างกล้ากาแฟจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดเชียงรายนำมาปลูกในที่ดินของตัวเองและปลูกชาอัสสัมและผลไม้เมืองหนาวอื่นๆ เช่น บ๊วย ท้อ เชอร์รี่ พลับ ส้ม ฯลฯ เป็
ปีนี้ฝนดี เกษตรกรโดยอาชีพ และผู้สนใจทำเกษตร ต่างลงมือเพาะปลูกกัน “สาขาไม้ผล” ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะมีสิ่งใหม่ๆ ให้ติดตามกัน มาดูความเคลื่อนไหวในรอบปี 2560 โดยเรียงลำดับตัวอักษร กล้วย…เมื่อปี 2558 แล้งหนัก กล้วยราคาแพง ปี 2559 จึงขยายพื้นที่ปลูกกันมาก โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า ทำให้ปี 2560 ราคากล้วยน้ำว้าลดลงอยู่ในภาวะปกติ กล้วยหอมทองก็เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผลิตได้ไม่เท่ากับพื้นที่แถบรังสิต เนื่องจากปัจจัยไม่เหมาะสม ไม่มีความเชี่ยวชาญ สิ่งที่ต้องบันทึกไว้คือ บางแห่งมีการซื้อ-ขายกล้วยน้ำว้ากัน หวีละ 60-80 บาท ปี 2559/2560 เป็นยุคทองของกล้วยน้ำว้า-กล้วยหอมทอง ซึ่งได้ผ่านไปแล้ว กระนั้นก็ตาม ผู้ที่ยืนหยัดผลิตก็ยังอยู่ได้ ปลูกกล้วยหอมมานานติดต่อกันกว่า 20 ปี เช่น คุณวิไล ประกอบบุญกุล ที่คลองเจ็ด ปทุมธานี นอกจากปลูกเองแล้ว คุณวิไลยังมีแผงจำหน่ายอยู่ที่ตลาดไท ขนุน…ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวมากนัก แหล่งปลูกที่สำคัญอยู่จังหวัดระยองและประจวบคีรีขันธ์ เขาผลิตเพื่อส่งออก หากต้องการขายได้ราคาดี ต้องวางแผนการผลิตให้ออกช่วงที่ล้งต้องการ รวมทั้งดูแลโดยการห่อผล แคนตาลูป-เมล่อน…การปลูกในโรง
แม้จะมีคำตอบจากภาครัฐ ในเรื่องของราคายางที่ผันผวนขึ้นลง และดูเหมือนขาลงจะยาวนานกว่าก็ตาม แต่ข้อข้องใจต่อราคาน้ำยางก็ไม่เคยกระจ่างในใจเกษตรกรแม้แต่คราเดียว ทางออกของมุมนักวิชาการที่ทำงานอยู่กับตัวหนังสือ ฐานข้อมูล พอจะเป็นทางออกหนึ่งที่ชี้ทางสว่างให้กับเกษตรกรได้ โดยเฉพาะคำแนะนำในการแปรรูปน้ำยางจำหน่าย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มากขึ้น ดร. วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ นักวิจัยจากศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางวัสดุยางและพอลิเมอร์เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งผ่านประสบการณ์การทำงานในวงการผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพาราในระดับโลกมาก่อนหน้านี้ และนำความรู้ที่เป็นประสบการณ์มาสานต่องานวิจัย สร้างนวัตกรรมใหม่ให้มีศักยภาพตรงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยปัจจุบัน มีผลงานวิจัย เรื่อง “กาวน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำยางธรรมชาติ, ฟีนอลิก เรซิน และกัมโรซิน และกรรมวิธีการผลิต” ซึ่งได้รับอนุสิทธิบัตร เมื่อปี 2557 แล้ว ทั้งนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ เป็นผลิตภัณฑ์กาวน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำยางพาราจากธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติการติดที่ดี มีความเหนียว มีคุณภาพคงที่ ไม่มีตัวทำลายอินทรี
คุณสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร กล่าวว่า จากสถานการณ์ยางพาราในประเทศไทยหลายปีที่ผ่านมา ราคาตกต่ำค่อนข้างน่าเป็นห่วง ถ้าเปรียบเทียบราคาเมื่อตอน ปี 2540-2548 ราคายางพาราจะดี แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาราคาตก สืบเนื่องจากหลายปัจจัย แต่ปัญหาที่เห็นได้ชัดเจนคือ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เพราะผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากยางทั้งหมดทั่วโลกที่เราใช้ทำมาจากยางแท้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ อีก 60 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือทำมาจากยางสังเคราะห์ผสมกับน้ำมัน ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกขึ้นราคา ยางก็จะขึ้นตามไปด้วย ในสัดส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นยางธรรมชาติราคาจะปรับขึ้นไปด้วย เกิดภัยทางธรรมชาติที่ไม่อาจคาดเดาได้ ยกตัวอย่าง เมื่อ ปี 2554 เกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ในขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตยางมากที่สุดในโลก แต่ผลผลิตเสียหายจากน้ำท่วม ปริมาณการส่งออกไม่พอ ต่างชาติก็ต้องไปหาจากแหล่งอื่น มีการเกร็งกำไรในตลาดล่วงหน้าของผู้ค้ายาง เปรียบเหมือนตลาดหุ้นมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันตลอด และอัตราการแลกเปลี่ยนในปีหน้ากับปีที่ผ่านๆ มาค่อนข้างจะต่างกัน ค่าเงินดอลลาร์ลดลง เงินบาทแข็งค่า ผลกลับมาจะน้อย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย เงินแสงสรวย อาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ค้นพบ “ช้างงาเอก” พืชชนิดใหม่ของโลก เป็นพืชเป็นไม้พุ่มสูง ๑-๒ ม. กิ่งเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก เป็นสี่เหลี่ยม เปลือกเรียบ เมื่ออ่อน สีเขียว เมื่อแก่สีน้ำตาลเข้ม มักมีช่องอากาศ เปลือกชั้นในสีเหลืองอ่อน ส่วนต่าง ๆ มียางสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ตายอดอยู่ในซอกก้านใบที่ปลายกิ่ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปใบหอกแกมรูปไข่ รูปไข่ หรือรูปรี ปลายเรียวแหลมหรือแหลม แข็ง โคนเว้ากึ่งรูปหัวใจ ขอบเรียบและเป็นคลื่นเล็กน้อย หนา แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ช่วงปลายพับหากันรูปคล้ายอักษรวี มักบิดและโค้งลง ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีเขียวอ่อน เกลี้ยงทั้ง ๒ ด้าน เส้นกลางใบเป็นร่องตื้นทางด้านบน เป็นสันนูนทางด้านล่าง เส้นแขนงใบข้างละ ๑๒-๒๐ เส้น ปลายโค้งจดกับเส้นถัดไปใกล้ขอบใบเป็นเส้นขอบใน เส้นใบย่อยแบบร่างแห เห็นชัดทั้ง ๒ ด้าน ก้านใบยาว ๐.๒-๑ ซม. มีรอยย่นตามขวาง ใบอ่อนสีแดง มีรสเปรี้ยว ดอกแยกเพศต่างต้น ช่อดอกแบบช่อกระจุกสั้น ออกตามซอกใบที่ปลายกิ่งหรือตามซอกใบที่ใบร่วงแล้ว ดอกตูมมีกลีบ
ดร. พยอม โคเบลลี่ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ มีข้อคิดเห็นกับสถานการณ์ข้าวไทยในปัจจุบันและอนาคตว่า สำหรับสถานการณ์ข้าวในปี 2560 ทางภาคอีสาน ภาพรวมดีกว่าปี 2559 แต่อาจจะประสบปัญหาในเรื่องของผลผลิตน้อย เพราะเนื่องจากปี 2560 ฝนตกชุก ส่งผลให้น้ำท่วมนาข้าวเสียหาย โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มแถบภาคกลางเสียหายไปเป็นจำนวนมาก แต่ทางภาคอีสานพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนาดอน มีส่วนน้อยจะถูกน้ำท่วม จากที่ ดร. พยอม ได้ลงสำรวจพื้นที่ทางจังหวัดศรีสะเกษและอุบลราชธานี ชาวนาส่วนใหญ่บอกว่าผลผลิตปีนี้ถือว่าพอรับได้ แต่ต่ำกว่าปีที่แล้ว ด้วยปัจจัยนี้จึงส่งผลให้ราคาข้าวขยับสูงขึ้นกว่าช่วงต้นปี จากเดิม ปี 2559 กิโลกรัมละ 5-6 บาท ปี 2560 ขยับขึ้นเป็น 8-9 บาท นับว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่จะน่ายินดีกว่านี้หากราคาข้าวอยู่ในเกณฑ์ กิโลกรัมละ 13-15 บาท ชาวนาถึงจะอยู่ได้ สถานการณ์ข้าวในปี 2561 ในมุมองของ ดร. พยอม มีความคิดว่า ราคาข้าวอาจจะขยับตัวสูงขึ้นกว่าปี 2560 อีกนิด แต่ชาวนาก็ยังคงต้องประสบกับภาวะราคาข้าวที่ผันผวน ขึ้นลง วันละ 3 ครั้ง เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดของเกษตรกรคือ การพัฒนาตนเองหันมาใช้การตลาดนำการผลิต หรือการนำนวัตกรรมด
วังน้ำเขียวเมืองหนาว ภูเขามากมาย น้ำตกหลากหลาย ผลไม้นานาพันธุ์ แดนสวรรค์เมืองในหมอก ที่บอกว่า “สวิสต์เซอร์แลนด์แดนอีสาน” แน่นอนว่าหากพูดถึง อำเภอวังน้ำเขียว สิ่งที่ทุกท่านเห็นภาพคือ แหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ พร้อมอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้อำเภอวังน้ำเขียวกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับอย่างรวดเร็ว เดินทางสะดวก ระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก นอกจากอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปีแล้ว ที่อำเภอวังน้ำเขียวยังขึ้นชื่อในเรื่องของการปลูกผลไม้เมืองหนาว ไม่ว่าจะเป็นองุ่น สตรอเบอรี่ เมล่อน ล้วนได้ผลดี แต่ผลไม้ที่ขึ้นชื่อที่สุดของอำเภอวังน้ำเขียวคือ “พุทรานมสด” มาแล้วต้องได้กิน หากไม่ได้กินถือว่าพลาด และมีหลายท่านพูดว่ากินพุทรานมสดที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่วังน้ำเขียว ดังนั้น เราจะพามาเปิดเคล็ดลับการปลูกพุทรานมสดให้หวาน กรอบ กับลุงวิโรจน์ เจ้าของสวนพุทรานมสดขึ้นชื่อของอำเภอวังน้ำเขียว ลุงวิโรจน์ สุขพรหม เจ้าของสวนพุทรานมสด บ้านเลขที่ 160 หมู่ที่ 2 บ้านท่าวังไทร ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เล่าว่า ลุงปลูกพุทรานมสดมานานกว่า 10
