พืชทำเงิน
ในฉบับนี้ ขอนำเสนอนวัตกรรมเด่น ผลงานนักวิจัย และนักประดิษฐ์ไทย ที่ไปชนะรางวัลจากเวทีประกวด ในภูมิภาคเอเชียและยุโรป ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพิ่งจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักวิจัย และนักประดิษฐ์ ผู้ชนะรางวัลจากเวทีประกวดนานาชาติ โดย พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อเร็วๆ นี้ 10 นวัตกรรมเด่น ที่น่าจับตามอง “ถังขยะฆ่าเชื้อโรคฯ” รายแรกของโลก ดร. มงคล จงสุพรรณพงศ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) เล็งเห็นว่า ปัญหาการติดเชื้อโรคผ่านขยะมูลฝอยตามโรงพยาบาลต่างๆ กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในทุกมุมโลก จึงได้ประดิษฐ์ “ถังขยะฆ่าเชื้อโรค” ด้วยโอโซนระบบพลาสมาความดันสูง หวังช่วยลดปัญหาการติดเชื้อโรคจากขยะมูลฝอย โดยนวัตกรรมนี้มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคได้ทุกชนิด และให้ผลไวกว่าการกำจัดขยะติดเชื้อด้วยคลอรีนถึง 3,000 เท่า คาดว่าผลงานชิ้นนี้จะเป็นที่สนใจของโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการต่างๆ ที่มีขยะมูลฝอยติดเชื้อโรคและต้องการกำจัดขยะดังกล่าวอย่างปลอดภัยด้านสาธารณสุข และวางแผนผลิตออกมาจำหน่ายเชิงพาณ
สภาพธรรมชาติ ดินในภาคกลางของประเทศไทยเป็นดินเหนียว ธาตุโพแทสเซียม (K) พอเพียงกับความต้องการของต้นข้าว ดังนั้น กรมการข้าวจึงแนะนำให้ใช้ปุ๋ย สูตร 16-20-0 (N-P-K) ถ้าใส่ธาตุโพแทสเซียม (K) ลงไปด้วยจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ ส่วนดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายถึงดินทราย ดินประเภทนี้จะขาดธาตุโพแทสเซียม (K) ดังนั้น คำแนะนำของกรมการข้าวให้ใส่ปุ๋ย สูตร 16-16-8 จึงจะได้ผลผลิตดี อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ให้บ้าง เช่น ฟางข้าว เศษไม้ใบหญ้า หรือปุ๋ยมูลสัตว์ เพื่อช่วยให้ดินร่วนซุย และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดินในนาอีกทางหนึ่ง มารู้จักกับปุ๋ยกันอีกสักนิด ปุ๋ยเคมีที่มีขายทั่วไป เช่น สูตร 15-15-15 เกษตรกรนิยมเรียกว่า ปุ๋ยสิ้นคิด ความจริงแล้ว ปุ๋ยเคมีเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ทั้งนี้ ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) นำขึ้นมาจากใต้พิภพ ส่วนปุ๋ยยูเรีย (N) มีโครงสร้างเหมือนกับน้ำปัสสาวะของมนุษย์ทุกประการ ปุ๋ยยูเรียได้จากผลพลอยได้ของขบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ทั้งนี้ ธาตุไนโตรเจน (N) ทำให้ใบเขียว ต้นเติบโตขึ้น ธาตุฟอสฟอรัส (P) บำรุงรากและเร่งการออกดอก ส
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 ถือเป็นวันแรกที่มีกฎหมายรองรับการจัดตั้งองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และการกำหนดเป็นวันทหารผ่านศึกอย่างเป็นทางการ ดังนั้น ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี จึงเป็นวันสถาปนาองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และเป็น “วันทหารผ่านศึก” องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้จัดตั้งนิคมเกษตรกรรมขึ้น ในชื่อ “นิคมเกษตรกรรมทหารผ่านศึกหมู่บ้านนักรบไทย” เพื่อจัดที่อยู่อาศัย รวมถึงที่ดินทำกินให้กับทหารผ่านศึกและครอบครัว ตลอดจนทหารนอกประจำการ ที่มีฐานะยากจน ไม่มีที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกินเป็นของตนเอง โดยให้การสนับสนุนส่งเสริมอาชีพการเกษตรแบบผสมผสาน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ พร้อมไปกับการส่งเสริมฝึกอาชีพการทอผ้าไหมให้แก่กลุ่มแม่บ้าน ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวทหารผ่านศึกฯ ให้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คุณอาทิตย์ สุขภาพ หัวหน้านิคมเกษตรกรรมทหารผ่านศึกหมู่บ้านนักรบไทย สังกัดองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งตั้งอยู่ตำบลบุ่งมะแลง อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า การส่งเสริมอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกและครอบครัว ยังคงให้ความสำค
“นวัตกรรม-มีดกรีดยางนกเงือก” เกิดจากการคิดค้น ของ “คุณมะนายิ ราหู” ซึ่งเป็นลูกหลานชาวสวนยาง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ที่ประสบปัญหาต้นยางหมดหน้ากรีดเร็วเกินกว่าที่ควรจะเป็น เพราะใช้มีดกรีดรุ่นเก่า (เจ๊ะบง) ที่ต้องลับมีดให้คมทุกวัน หากแรงงานกรีดยางไม่มีฝีมือ จะทำให้หน้ากรีดเป็นตะปุ่มตะป่ำ ต้นยางเสียหาย และอายุการให้ผลผลิตลดลง คุณมะนายิ ราหู เกิดแรงบันดาลใจที่จะคิดค้นมีดกรีดยางแบบใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ทุกปัญหาการกรีดยาง โดยเขาได้ไอเดียการออกแบบมีดจากกบไสไม้โบราณ ที่ตั้งความหนาบางของการไสได้ และมีดโกนหนวดที่คมกริบ โดยไม่ต้องลับใบมีด ใช้เวลาคิดค้นลองผิดลองถูก 7 ปี จนได้มีดนกเงือก ที่กรีดโดยการลาก ได้น้ำยางมาก มีคุณภาพมาตรฐานในการกรีด 10 คน กรีดทำได้มาตรฐานใกล้เคียงกัน ซึ่งมีดรุ่นเก่าทำไม่ได้ เพราะใช้ทักษะมากเกินไป ทั้งเรื่องการลับมีด-การกรีด (กรีดแบบลากหรือกระตุก) คุณมะนายิ ได้รับเงินทุนสนับสนุนแปลง “สิ่งประดิษฐ์” เป็น “นวัตกรรม” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช : NIA) เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้เข้าสู่ระบบตลาดอุตสาหกรรม ผลิตมีดกรีดยางนกเงือก คุณภาพดี ราคาไม่แพง ให้เกิดประโยชน์และคุณค่าต่
“ประทีป มายิ้ม ” เกษตรกรเจ้าของ “ สวนพออยู่พอกิน บ้านมายิ้ม” อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ผู้ใช้ฟอร์ด เรนเจอร์ ฟันฝ่าอุปสรรคจนประสบความสำเร็จ กลายเป็น “ปราชญ์เกษตรต้นแบบ” โดยอาศัยที่ดินเพียงแค่ 1 ไร่ เป็นที่ทำกินสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 600,000บาท สร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรจำนวนมาก ได้ใช้เป็นต้นแบบสู้ชีวิต เมื่อคุณประทีปอายุ 19 ปีเคยไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศซาอุอาระเบีย ในโครงการแลกเปลี่ยนเกษตรกรไทยกับซาอุฯ เขาใช้ชีวิตในต่างแดนอย่างยากลำบาก ต้องทำงานปลูกต้นไม้ ปลูกข้าว จัดสวนหย่อม ไม้ดอก ไม้ประดับกลางทะเลทราย แต่เขาใจสู้เกินร้อย ก็ตั้งทำงานทุกอย่างได้สำเร็จ เมื่อเดินทางกลับมาอยู่เมืองไทย เขาได้นำวิชาความรู้ที่ได้จากต่างแดนมาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตรที่จังหวัดชลบุรี คุณประทีปทำเกษตรแบบลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง อยากกินไข่ก็เลี้ยงไก่ อยากกินกุ้ง กินปลาก็ลงมือเลี้ยงด้วยตัวเอง พร้อมปลูกพืชแบบคอนโด 7 ชั้น (ปลูกต้นไม้ 7 ระดับ) ซึ่งเป็นเกษตรเชิงนิเวศ หรือเกษตรผสมผสาน ที่มีสภาพใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติ “ ภาคเกษตรเมืองไทยอุดมสมบูรณ์มากแถมมีต้นทุนต่ำสุด เพราะได้เปรียบในเรื่องดินดี น้ำดี และมีอุณหภูมิความชื้นที
“หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยและครอบครัว ให้มีที่อยู่และมีรายได้เสริมเพียงพอสำหรับเลี้ยงดูครอบครัว ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดงาน 10 ปี หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ และ พิธีมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ข้าราชการตำรวจ โครงการหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ ที่หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เนื้อที่ 230 ไร่ เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา กรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติและธนาคารทหารไทย ร่วมกันดำเนินโครงการหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์บนพื้นที่ 230 ไร่ เพื่อใช้ประโยชน์ในการสร้างอาชีพเสริมจากการเกษตร และให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมีข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยเข้าร่วมโครงการ 31 นาย โครงการ หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ เกิดขึ้นเมื่อปี 2540 โดยเจ้าสัวธนินท์มีโครงการจัดสรรที่ดินและธุรกิจให้กับตำรวจ สภ.เกา
ไผ่ นอกจากจะเป็นไม้ที่ขึ้นง่าย ตายยาก และอยู่ได้ในพื้นดินทุกชนิดแล้ว ยังมีประโยชน์มากอีกด้วย ทั้งใช้เป็นของประดับตกแต่งสร้างที่อยู่อาศัย หรือข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านต่างๆ ยังสามารถนำหน่อมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูอีกด้วย ส่วนการขยายพันธุ์ก็สามารถทำได้ทั้งวิธีการตอนและปักชำ เพราะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว คุณโชคดี ปรโลกานนท์ หรือ ลุงโชค เจ้าของสวนลุงโชค อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 6 บ้านคลองทุนเรียน ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำสวนแบบวนเกษตร โดยเน้นการปลูกพืชพรรณหลายชนิดรวมกันในพื้นที่กว่า 100 ไร่ นอกจากนี้ ยังชื่นชอบและเพาะพันธุ์ไผ่หลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย คงต้องเกริ่นก่อนว่าการทำสวนแบบวนเกษตรคือ แนวทางการทำเกษตรอย่างยั่งยืนที่เน้นการปลูกไม้ยืนต้นที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้เป็นหลักร่วมกับการปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชผักสวนครัว การทำสวนในลักษณะผสมผสาน หรือการทำเกษตรที่มีลักษณะคล้ายกับเลียนแบบระบบนิเวศของธรรมชาตินั่นเอง จากพืชเศรษฐกิจ สู่การทำสวนแบบวนเกษตร ลุงโชค เล่าถึงการเริ่มทำสวนให้ฟังว่า ก่อนที่จะหันมาทำการเกษตรแบบยั่งยืน หรือวนเกษตรนั
“แมลงทับ” เป็นแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่ง มีปีกสวยงาม ปีกสีเขียวสดเป็นประกายวาววับ หรือเขียวมรกต สีไม่ตก มีความคงทนสูง จึงมีคนนำไปทำเครื่องประดับเพิ่มมูลค่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแมลงทับในธรรมชาติหายากขึ้น จึงมีเกษตรกรหัวใส ใช้ภูมิปัญญาศึกษาวงจรชีวิตของแมลงทับ แล้วนำมาเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ อย่างเช่น คุณสมัคร นามสีฐาน อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ที่ 2 บ้านกุดกระสู้ ตำบลเก่ากลอย อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. (089) 937-9257, แม่อ้วน (ภรรยา) โทร. (085) 274-9288 เป็นผู้ที่ประสบผลสำเร็จในการทำการเกษตรจนได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอนากลาง และยังเป็นเลขานุการเครือข่าย ศพก.ระดับจังหวัดด้วย คุณสมัคร เล่าให้ฟังว่า ตนมีอาชีพหลักคือทำนาและทำสวน โดยทำการเกษตรหลายอย่าง เช่น ปลูกผักหวานป่ากว่า 1,200 หลุม กล้วยน้ำว้า 400 กอ ไผ่กิมซุ่ง 200 กอ ไผ่เลี้ยง 80 กอ มะนาว 150 ต้น ข่า 800 กอ เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดไก่ ฯลฯ แต่ละปีทำรายได้หลายแสนบาท แต่ยังมีรายได้น้อยกว่าแมลงทับ แรงบันดาลใจในการเลี้ยงแมลงทับ ปี 2546 ป่าไม้จังหวัดขณะนั้นได้จัดอบรมแล
“วุฒิชัย เจริญศุภกุล” อดีตมนุษย์เงินเดือน ตัดสินใจทำธุรกิจเกษตร เพื่อเป็นเจ้านายตัวเอง โดยเปิด บริษัท พลังผัก จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสลัดผักและผลไม้พร้อมรับประทาน ตรา Oh! Veggies (โอ้! เวจจี้) โกยยอดขายสูงกว่าปีละ 120 ล้านบาท ปลูกผักไม่เป็น แต่ปั้นธุรกิจเงินล้านได้ จากประสบการณ์นักการตลาดมืออาชีพ คุณวุฒิชัย เชื่อว่าสินค้าอาหารโดยเฉพาะกลุ่มผัก ผลไม้ อินทรีย์ (สินค้าออร์แกนิก) เป็นตลาดที่มีอนาคตสดใสมาก เพราะตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ เขาสำรวจตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ต พบว่า “สลัดพร้อมทาน” เป็นสินค้าทางเลือกใหม่สำหรับหนุ่มสาววัยทำงานในสังคมเมืองหลวง แต่ผักสลัดที่วางขายส่วนใหญ่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์ ยังไม่มีผักสลัดที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ จึงเป็นช่องว่างทางการตลาดที่น่าสนใจ และน่าเจาะตลาดในสินค้ากลุ่มนี้ “ผมปลูกผักไม่เป็น และปลูกไม่เก่งเท่ากับเกษตรกรมืออาชีพ จึงมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชผัก ผลไม้ อินทรีย์ และรับซื้อในราคาประกัน โดยนำผักสลัดที่รับซื้อมาล้างทำความสะอาดและขายบรรจุกล่องในลักษณะผักสลัดที่สะดวกพร้อมทาน และออกแบบบรรจุภัณฑ์ต่างจากท้องตลาดทั่วไป โดยทดลองเปิดตลาดใน ปี 2551 เริ
ประเดิมปักษ์แรกของปี 2561 ด้วยการพาเที่ยวแบบธรรมชาติ เที่ยวแบบได้รับความรู้กลับมา ขึ้นกับผู้รับว่าจะนำไปต่อยอดใช้หรือเพื่อการสะสมความรู้ในตนเอง เป็นการเที่ยวชนิดที่ได้รับความสุข ความเพลิดเพลิน เสมือนการพักผ่อน แต่เป็นการลับสมองไปในตัว ประเทศไทยเรา มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลก เนื้อที่ทั้งหมดราว 513,115 ตารางกิโลเมตร พื้นที่มากขนาดนี้ หากมีปัจจัยพร้อมพอ เชื่อว่าไม่น่าจะมีท่านใดพลาดโอกาสในการเปิดโลกทรรศน์ ในยุคที่ความคล่องตัวในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ค้นหาง่ายด้วยปลายนิ้วมือ ในบางครั้งอาจไม่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ก็สามารถจัดการกับทริปการเดินทางอันแสนสุขได้ไม่ยาก แต่ถ้าจะให้ดี การเตรียมตัวสำหรับการเดินทางทุกครั้ง ย่อมดีอยู่แล้ว ปักษ์พาเที่ยวปักษ์นี้ ไม่ได้เตลิดออกไปไกลเกินกว่าเนื้อหาในภาคเกษตรกรรมของเล่ม ผู้อ่านสามารถตัดสินได้ด้วยเนื้อหาต่อไปนี้ หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรงนั้นเห็นจะไม่มี จะมีข้องเกี่ยวบ้างก็อยู่ที่นโยบายของแต่ละกรม เท่าที่ทราบมีหลายหน่วยงานที่เจียดงบประมาณนำไปพัฒนาหน่วยงานกระจายอยู่ทั่วประเทศ ให้เป็นแหล่งท่องเท
