พืชทำเงิน
สวัสดีครับ แฟนพันธุ์แท้ เทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับนี้จะได้นำท่านเข้าสู่พื้นที่เมือง สามธรรม ธรรมมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม คือ สกลนคร…ที่นี่มีความแตกต่างจากจังหวัดในภาคอีสาน ตรงที่มีพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ หนองหาร ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ เทือกเขาภูพานที่ยาวที่สุด และมีเรื่องราวกล่าวขานตำนาน ท้าวผาแดงนางไอ่ พระธาตุเชิงชุม พระธาตุนารายณ์เจงเวง พระธาตุภูเพ็ก พระธาตุดุม และอีกมากมาย เป็นที่พำนักของพระอาจารย์สายวิปัสสนาหลายท่าน ที่รู้จักกันดีก็ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และอีกมากที่สาธุชนให้การเคารพศรัทธาทั้งในและต่างประเทศ ด้านอาชีพเกษตรกรรมในจังหวัดสกลนครมีหลากหลาย เนื่องมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ ที่ทำให้เกิดผลผลิตการเกษตรมากมาย ผมจะขอพาท่านไปเที่ยวชมการผลิตผักปลอดสารแบบไฮโดรโปนิก ถือเป็นแหล่งผลิตผักที่ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ได้อย่างมาก เนื่องจากลดภาระค่าขนส่งและการจัดการอีกหลายอย่าง บทความนี้ไม่แนะนำวิธีการทำ เพราะเนื่องจากท่านสามารถค้นคว้าจากไหนก็ได้ แต่จะพามารู้จักวิธีคิดและการทำตลาดของ…อธิพงศ์ฟาร์ม…อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ผักที่ฟาร์มนี้สามารถผลิตและจ
มันสำปะหลัง นับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย เช่นเดียวกับ ข้าว ยางพารา อ้อย และปาล์มน้ำมัน แต่สถานการณ์ราคามันสำปะหลังในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เกษตรกรขายหัวมันสดได้ในราคาต่ำมาก ไม่ถึงบาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจำนวนมากจึงปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ ส่งผลให้พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังปรับตัวลดลงถึง 5 ล้านไร่ จากเดิมที่เคยมีปริมาณผลผลิตประมาณปีละ 32-35 ล้านตัน เหลือแค่ 27-28 ล้านตัน ก่อนหน้านี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเคยคาดการณ์ผลผลิตมันสำปะหลังของไทย ปี 2560/61 ว่ามีผลผลิตมันสำปะหลังสดเข้าสู่ตลาด ประมาณ 28.57 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อน 7.69% แต่เนื่องจากปีนี้เกิดปัญหาฝนตกอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทำให้ผลผลิตเสียหาย ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง เช่น สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย คาดการณ์ว่า ผลผลิตมันสำปะหลังในปีนี้อาจลดต่ำกว่า 28 ล้านตัน ผลกระทบจากปัญหาฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหล
คุณเล็ก เกตุนาค ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เลขที่ 70/3 หมู่ที่ 3 บ้านหนองโสน ตำบลเขาคิริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร โทร. (061) 684-1969 ชนิดของแมลงศัตรูที่พบ แมลงศัตรูที่พบระบาดในแปลงที่สำคัญ มี 2 ชนิด คือ เพลี้ยไฟ และหนอนกระทู้หอม โดยเริ่มพบแมลงทั้งสองชนิด เมื่อพริกอายุประมาณ 35 วัน หลังปลูกกล้า เพลี้ยไฟ เพลี้ยไฟ เป็นแมลงประเภทปากดูด ดังนั้น จึงมักพบเพลี้ยไฟอาศัยอยู่บนยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกของต้นพืช เนื่องจาก เพลี้ยไฟ เป็นแมลงที่มีขนาดเล็กมาก สังเกตได้ยากด้วยตาเปล่า แต่สังเกตอาการพืชที่ถูกทำลายได้ง่าย ใบพืชบนยอดอ่อนจะหงิกงอเสียรูปทรง ต้นพืชที่ถูกเพลี้ยไฟทำลายจะชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้น เพลี้ยไฟที่พบในแปลงทดสอบจึงไม่อาจจำแนกชนิดได้ แต่จากรายงานการศึกษา เพลี้ยไฟที่พบในพริก มักเรียกว่า เพลี้ยไฟพริก เพลี้ยไฟมีวงจรชีวิตสั้น แพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว ชอบหลบในที่ซ่อน ตัวเมียวางไข่ภายใต้เนื้อเยื่อของพืช การควบคุมด้วยสารเคมีจึงค่อนข้างยาก หากเริ่มต้นการฉีดพ่นช้า ประชากรเพลี้ยไฟจะมีหลายระยะปนกันบนต้นพืช การเลือกใช้สารเคมี จึงเป็นประเด็นสำคัญ เพราะมีรายงานการศึกษาว่
คุณอุษณี เจียมรา เกษตรอำเภอเกาะยาว กล่าวว่า อำเภอเกาะยาวมีพื้นที่ปลูกข้าวมากที่สุดในจังหวัดพังงา มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 264 ราย พื้นที่ 838 ไร่ ซึ่งวิถีชีวิตของคนเกาะยาวมีความผูกพันกับการทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษถึงปัจจุบัน 100 กว่าปีแล้ว จะสังเกตได้แม้แต่การตั้งนามสกุลยังบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจในการเป็นชาวนา เช่น ไถนาเพรียว ดำนาดี วงษ์นา ถิ่นนา หาญเคียว สงวนไถ วางไถคล่อง กองข้าวเรียบ ทำนากล้า ไถเอี่ยม วางไถคล่อง ฯลฯ เพื่อสืบทอดอาชีพการทำนาให้อยู่คู่กับชาวเกาะยาว สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะยาวได้ร่วมกับหน่วยงานภาคี ร่วมดำเนินการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่ (นาข้าว) ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน ทรัพยากร และการตลาด โดยมีผู้จัดการพื้นที่เป็นผู้บริหารจัดการ ทำให้เกษตรกรรายย่อยมีอำนาจต่อรองในการจัดหาปัจจัยการผลิต ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพโดยใช้ต้นทุนที่ต่ำลง มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงช่วยให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด คุณอุษณี กล่าวเพิ่มเติมว่า อำเภอเกาะยาว มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่ (นาข้าว) จำนวน 104 ราย พื้นที่ 420 ไร่ ซึ
“ปาล์มน้ำมัน” เป็นพืชยืนต้นในตระกูลปาล์ม มีหลายสายพันธุ์ ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ให้ผลผลิตน้ำมันต่อหน่วยพื้นที่ปลูกสูงกว่าพืชน้ำมันชนิดอื่นทุกชนิด สามารถผลิตน้ำมันได้สูงถึงประมาณ 520 กิโลกรัม/ไร่ สูงกว่าถั่วเหลืองถึงเกือบ 10 เท่า แถมยังมีต้นทุนการผลิตน้ำมันต่อกิโลกรัมยังถูกกว่าพืชน้ำมันชนิดอื่น ทำให้หลายประเทศหันมาปลูกปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจกันอย่างกว้างขวางเพื่อใช้ประโยชน์จากปาล์มน้ำมันใน 3 ช่องทาง คือ พืชอาหาร (แปรรูปเป็นน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค) โอลีโอเคมี (สำหรับอุปโภคและบริโภค) และเป็นพืชพลังงาน (ผลิตเป็นไบโอดีเซล) ปาล์มน้ำมัน ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกดูแลง่าย เพราะทนต่อสภาพแวดล้อมรุนแรงได้ดีกว่าพืชน้ำมันอื่นๆ สามารถใช้เป็นพืชพลังงานได้เหมาะสม เป็นพืชที่ไม่มีการปรุงแต่งพันธุกรรมแปลกปลอมในปัจจุบัน เป็นพืชอายุยืนปลูกแล้วเก็บเกี่ยวได้เป็นเวลานาน เป็นพืชที่มีตลาดอุตสาหกรรมรองรับได้หลายชนิดทำให้มีการขยายพื้นที่การปลูกปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี นอกจากนี้ ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่สามารถนำเอาส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางใบ ลำต้น ทะลายเปล่า กะลา เส้นใย น้ำเสียจากโรงงานมาใช้ประโยชน์ได้อย่างส
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เดินหน้าวิจัยพืชมุ่งเป้า BIO-ARCHITECTURE: Opportunity for Thai Agricultural Industry ได้พันธุ์ข้าวทนต่อสภาพแวดล้อม ต้านทานโรค และแมลงศัตรูพืชได้ดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มผลผลิตสร้างรายได้ ตอบโจทย์กลุ่มเกษตรกร และยังให้โภชนาการสูงตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ดร. สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. กล่าวว่า การปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรผู้ทำการเพาะปลูกในยุคปัจจุบัน ซึ่งเกษตรกรทุกคนควรรู้เรื่องราว รู้จักการเลือกใช้เมล็ดพืชพันธุ์ดี และเหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้ได้ผลิตผลทางการเกษตรที่ดี โดยฐานข้อมูลด้านเชื้อพันธุกรรมพืช (Germplasm) ตัวบ่งชี้ทางพันธุกรรม (Genotype) คุณลักษณะของพืช (Phenotype) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างและปรับปรุงพืชสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งต้องมีฐานข้อมูลของพืชที่หลากหลายมิติ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ เช่น การประเมินเพื่อให้ทราบลักษณะดีเด่นในแต่ละ
ระยะนี้จะเข้าสู่ช่วงที่มะม่วงเริ่มออกดอก กรมวิชาการเกษตรฝากคำเตือนถึงเกษตรกรชาวสวนมะม่วงในเขตภาคเหนือตอนล่างให้เฝ้าระวังในช่วงที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง และหมั่นสังเกตการระบาดของโรคราดำ มักพบคราบราสีดำติดตามส่วนต่างๆ ของต้น เช่น ใบ ยอด ช่อดอก และผล ซึ่งโรคราดำจะทำให้ช่อดอกบานช้า หรือบานผิดปกติ เหี่ยว และหลุดร่วงลงได้ บางครั้งอาจทำให้ไม่ติดผล ถ้าพบอาการของโรคที่ผลมะม่วง จะทำให้ ผลเหี่ยวและหลุดร่วงในที่สุด โดยมากจะพบการระบาดของโรคราดำในช่วงที่มีแมลงปากดูด อาทิ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยหอย และเพลี้ยแป้ง หากพบการระบาดของโรคราดำ กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรพ่นด้วยน้ำเปล่าล้างสารเหนียวที่แมลงปากดูด ขับถ่ายไว้และคราบราดำ เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค เนื่องจากเชื้อราจะเจริญบนสารเหนียวที่แมลงปากดูด ขับถ่ายไว้ คือ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยหอย และเพลี้ยแป้ง ทั้งนี้เกษตรกรควรพ่นด้วยสารกำจัดแมลง กรณีพบเพลี้ยจักจั่น ให้พ่นด้วยสารแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิ
เกษตรกรชาว ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง นำนวัตกรรมการเจาะยาง มาใช้แทนการกรีดยาง ควบคู่กับการใช้ฮอร์โมน เพื่อแก้ปัญหาฝนตก หน้าเปียก ทำให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 3 เท่า และมีรายได้แน่นอน นายจิรโชติ จรูญศักดิ์ วัย 48 ปี หรือโกซึ้งน้ำยาง เกษตรกรหมู่ที่ 5 บ้านทุ่งควน ในเขตเทศบาลตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง ได้ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมการกรีดยางพารายุคใหม่ เพื่อเอาชนะปัญหาดินฟ้าอากาศ อันเนื่องมาจากสภาพฝนที่ตกชุกในพื้นที่ภาคใต้เกือบตลอดทั้งปี จนกรีดยางได้เดือนละไม่กี่วันเท่านั้น สร้างผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยิ่ง กระทั่งเมื่อมีการนำระบบปิดมาใช้กับสวนยาง ทำให้กรีดได้แม้วันฝนตก และหน้ายางเปียก หรือต้นเปียก รวมทั้งไม่ต้องรีบเร่งเก็บน้ำยาง เพราะถึงมีฝนตกลงมา ผลผลิตก็ไม่เสียหาย จึงสามารถกำหนดวันกรีด การเก็บ และรายได้ อย่างแน่นอน ทั้งนี้ เป็นผลมาจากประสบการณ์ในการใช้ฮอร์โมน หรือสารเอทิลีน มาช่วยควบคุมการหยดของน้ำยางเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ มานานถึง 15 ปี จากนั้น ล่าสุดได้พัฒนามาสู่วิธีการเจาะยางด้วยสว่านขนาด 5 มิลลิเมตร แทนการกรีดยางด้วยมีด พร้อมต่อสายยาง ขนาดความยาว 25 ซม. ไปยังจอกยางชนิดที่มี
เกษตรกรนับเป็นอาชีพที่เต็มไปด้วยความความวิริยะอุตสาหะ ต้องอุทิศทั้งกายและใจ ไม่ง่ายเลยที่เกษตรกรคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ เพราะมีหลายปัจจัยที่ต้องฝ่าฟันในแต่ละวัน อนาวิน รุ่งโรจน์พันทวี ชาวเขาเผ่าอาข่าคนหนึ่ง ได้ใช้ความพยายาม อดทน และมุ่งมั่น เอาชนะความยากลำบากต่างๆ จนกระทั่งเขาประสบความสำเร็จในธุรกิจกาแฟ สามารถส่งออกเมล็ดกาแฟไปขายต่างประเทศ และสร้างแบรนด์เป็นของตนเองชื่อ “กาแฟชาวอาข่า” ด้วยความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของอนาวิน ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “เกษตรคนแกร่ง” จากฟอร์ด ประเทศไทยเพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นต่อไป อนาวิน รุ่งโรจน์พันทวี เกษตรกรบ้านแม่จันใต้ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เติบโตมาในชุมชนซึ่งมีการปลูกฝิ่นสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย แต่เขาตระหนักได้ว่า การปลูกฝิ่นนอกจากผิดกฎหมายแล้ว การเสพติดฝิ่นก็ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของชาวบ้านอีกด้วย เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้ชาวไทยภูเขาเลิกปลูกฝิ่นหันมาปลูกพืชเมืองหนาวอื่นทดแทน อนาวินจึงได้เริ่มต้นการปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิกาหาเลี้ยงชีพโดยรับตัวอ
ดีแทค ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้าน พร้อมประกาศผลการประกวดโครงการเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2560 ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่9 ณ ดีแทคเฮ้าส์ ตึกจามจุรีชั้น32 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2560 โดยมี นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค นางสาวภาณี บุณยเกื้อกูล ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรกร และนายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด เป็นกรรมการผู้ทรงเกียรติร่วมในงาน พร้อมทั้งเผย 3 แนวโน้มสำคัญเกษตรไทยชูกลยุทธ์ เกษตรเชิงข้อมูล – พลังงานหมุนเวียน – ชีววิธี ขับเคลื่อนเกษตรครบวงจร ปูทางสู่ เกษตรกร 4.0 นายลาร์ส นอร์ลิ่ง กล่าวถึงแนวโน้มสำคัญของเกษตรไทยยุคใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 เทรนด์ ได้แก่ เกษตรเชิงข้อมูล (Data-driven farming) เกษตรกรนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาปรับใช้ในการวางแผนการทำงาน เพื่อ ทำให้เกิดความแม่นยำในการทำการเกษตร ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพของผลผลิต และสอดคล้องต่อความต้องการของตลาด พลังงานหมุนเวียน (Renewable energy) คิดค้นนวัตกรรมเครื่องมือที่ทำให้เกิดการนำพลังงานมาใช้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดประส
