พืชทำเงิน
ประเทศไทย นับเป็นแหล่งผลิตพรรณไม้น้ำ (aquatic plants) หรือพืชน้ำสวยงาม เพื่อการส่งออกที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากประเทศไทยได้เปรียบในเรื่องสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชน้ำเป็นอย่างยิ่ง ทุกวันนี้เกษตรกรไทยปลูกพรรณไม้น้ำสวยงาม ทั้งสายพันธุ์พื้นเมืองของไทยและสายพันธุ์ต่างประเทศมากกว่า 250 ชนิด อาทิ พืชน้ำในสกุล คริป (Cryptocoryne) อนูเบียส (Anubias) และสกุลอะเมซอน (Echinodorus) เป็นต้น ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ฯลฯ นิยมสั่งซื้อพรรณไม้น้ำจากไทย เช่น ผักเป็ดแดง รากดำใบยาว รากดำใบใหญ่ ปรงทะเล ริคเซีย กระจับ สาหร่ายหางกระรอก ฯลฯ เพื่อนำไปปลูกประดับในตู้เลี้ยงปลาสวยงามหรือตู้โชว์ปลูกพืชน้ำสวยงาม สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยมากกว่าปีละ 50 ล้านบาท “ไส้เดือนฝอย” นับเป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญของการส่งออกพรรณไม้น้ำของไทยในระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา เพราะพรรณไม้น้ำของไทยที่ส่งไปขายในตลาดสหภาพยุโรป (EU) ตรวจพบไส้เดือนฝอย Radopholus similis ติดไปกับรากไม้น้ำสกุลอนูเบียส (Anubias) และไส้เดือนฝอย Hirschmanniella sp. ติดไปกับรากไม้น้ำสกุล Vallisne
“สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 886-7398, (056) 613-021 ได้นำพันธุ์ “มะระขี้นกยักษ์” โอกินาวา มาปลูกที่สวนคุณลี จังหวัดพิจิตร นานประมาณ 2 ปี พบว่า มีการเจริญเติบโตดีมาก สามารถออกดอกติดผลดกมาก และมะระมีรสชาติดีเหมือนที่ปลูกบนเกาะโอกินาวาทีเดียว อายุการเก็บเกี่ยวเร็ว คือ ประมาณ 2 เดือน หลังย้ายกล้าปลูกลงแปลง และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 1-2 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับการบำรุงดูแลรักษา โดยจุดเด่นของมะระโอกินาวาคือ รสชาติไม่ขมมาก นำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเช่นเดียวกับมะระทั่วไป ปัจจุบัน “สวนคุณลี” สามารถผลิตและจำหน่ายผลมะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา ส่งขายร้านอาหารในกรุงเทพฯ และขายปลีกที่สวน ได้กิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งได้รับการยอมรับจากคนรับประทานเป็นอย่างดี ซึ่งมีการวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตขายได้ตลอดทั้งปี และยังคัดเลือกพันธุ์มะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา เพื่อผลิตเมล็ดจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจนำไปปลูกต่อ ต้นมะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา อายุได้ประมาณ 60 วัน มะระรุ่นแรกที่ออกดอกก่อนจะเริ่มแก่ทยอยเก็บผลได้ ซึ่งหลังมะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา ติดผลอ่อนขนาดเล็ก จากนั้นอีกประมาณ 12-18 วัน ก็จะสามารถเก็บเกี
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมสนใจอยากปลูกต้นไก่ฟ้าไว้ชื่นชม แต่ไม่ทราบว่าจะปฏิบัติอย่างไร โดยเฉพาะการขยายพันธุ์ ควรใช้วิธีใดจึงจะได้ผลดีตามต้องการ ขอคำแนะนำด้วย ขอแสดงความนับถือ วรเวช นิติธนากูล เลขที่ 152 หมู่ที่ 7 บ้านตามุง ตำบลสำโรงปราสาท อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ 33170 ตอบ คุณวรเวช นิติธนากูล ไก่ฟ้า หรือ ไก่ฟ้าพญาลอ นกกระทุง และไก่แก้ว ก็เรียกกัน เป็นพรรณไม้เลื้อยขนาดกลาง เถาสีเขียว มีความสามารถเลื้อยได้ไกลถึง 3 เมตร ประเภทใบเดี่ยว ลักษณะคล้ายใบโพธิ์ ยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร ใบบาง ออกตามข้อสลับกัน ดอก มีรูปร่างคล้ายตัวไก่ หรือนกกระทุง มีลายเส้นเป็นตาข่ายสีม่วงเข้มเกือบทั้งดอก ดอกยาว 10-12 นิ้ว ออกดอกเดี่ยวตามข้อ ไก่ฟ้าออกดอกได้ตลอดทั้งปี นิสัยชอบดินร่วนซุย และชุ่มชื้น ขึ้นได้ดีทั้งสภาพแดดจ้าและร่มรำไร การขยายพันธุ์นิยม วิธีปักชำ กับวิธี เพาะเมล็ด แต่วิธีเพาะเมล็ดบางพันธุ์ทำไม่ได้ เพราะไม่ติดเมล็ด จึงนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำ เริ่มจากเลือกเถาที่สมบูรณ์ ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร ให้มีตาหรือข้อติดมาด้วย 2 ตา จุ่มฮอร์โมนเร่งรากทิ้งไว้ให้
ช่วงเวลานี้คงไม่มีใครปฏิเสธการผลิตทุเรียนส่งออกอย่างแน่ เพราะเกษตรกรชาวสวนทุเรียนหลายพื้นที่ต่างรู้กันเป็นอย่างดีว่าเป็นแนวทางเดียวที่จะทำให้ได้ราคาสูงแม้จะต้องผ่านการปลูกที่ยากลำบากเพื่อรักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐานอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันยังพบว่ามีชาวสวนทุเรียนหลายแห่งสามารถผลิตทุเรียนคุณภาพเกรดส่งออกได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับ คุณจิโรจ นาคแป้น หรือ คุณต้น เจ้าของสวนทุเรียนบนพื้นที่จำนวน 50 ไร่ ที่ตั้งอยู่ เลขที่ 1/1 หมู่ที่10 ตำบลเขาค่าย อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ที่ใช้ความสามารถผลิตทุเรียนพันธุ์หมอนทองในฤดูได้อย่างมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดประเทศจีน จนทำให้มีรายได้เป็นหลักล้านบาท คุณต้น มองว่าสวนทุเรียนของเขามีศักยภาพในการผลิตเพื่อส่งออกได้ทุกต้น เพราะผ่านกระบวนการปลูกและดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนั้น จึงเน้นผลิตทุเรียนเกรดพรีเมี่ยมเพื่อส่งออกอย่างเดียว ถ้าหากผลใดความสมบูรณ์ไม่พอจะเก็บไว้ขายในตลาดท้องถิ่น เก็บผลไว้จำนวนพอเหมาะ เพื่อสร้างคุณภาพให้สมบูรณ์ แนวทางการปลูกทุเรียนของคุณต้นใช้แนวทางวิชาการผสมผสานกับภูมิปัญญา ซึ่งได้รับการถ่ายทอดความรู้ ทักษะมาจากคุณพ่อเมื่อหลายสิบปีก่อน ด้วยหลักคิดว่าไม่จ
ก่อนอื่นก็ต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านที่ห่างหายไปนานพอสมควร เนื่องจากมีภารกิจที่จำเป็นต้องทำหลายเรื่องมาก ทั้งเพื่อปากท้องตัวเองและเพื่อประเทศชาติ แต่ก็ได้ส่งเรื่องของคุณพ่อผมที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องของปศุสัตว์การลี้ยงวัวมาแทน ในยุคข้าวยากหมากแพง และเศรษฐกิจถดถอยเช่นนี้ พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวนาต้องปากกัดตีนถีบ “ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง” ทำนายิ่งทำก็ยิ่งจน ไม่ทำก็ไม่มีกิน ภาครัฐก็มีแต่นโยบายที่สร้างความอ่อนแอให้กับเกษตรกร แทนที่จะสอนให้หาปลากินเอง กลับใช้วิธีหาปลาให้กิน แถมบางคนไม่อยากกินก็ยังถูกจับยัดปากให้กิน สร้างนิสัยขี้เกียจให้เกิดกับเกษตรกรทุกสาขาอาชีพ มัวแต่รอของฟรีจากรัฐ ไม่คิดช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้สนใจเพื่อนบ้านรอบๆ บ้านเราว่า เขาพัฒนาก้าวหน้าไปถึงไหนกันแล้ว ไม่แก้ปัญหาที่เป็นสาเหตุของความยากจนของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ชอบที่จะแก้ที่ปลายเหตุ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในวิธีคิดของราชการไทยมาแต่โบราณ จนฝังลึกลงใน ดีเอ็นเอ ของคนไทย ปัญหาต่างๆ ที่เกษตรกรไทยกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะพี่น้องชาวนานับวันจะยิ่งรุนแรงและทับถมทวีคูณมาก
“ว่านเพชรหึง” กล้วยไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ชูช่อออกดอกบานสะพรั่งนับ 1,000 ต้น ต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าชม มิถุนายน-สิงหาคม ของทุกปี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ) จังหวัดตรัง ชมความสวยงามของ “ว่านเพชรหึง” กล้วยไม้ที่มีต้นและช่อดอกขนาดใหญ่ที่สุดของโลกกว่า 1,000 ต้น ภายในศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยงตรัง พร้อมใจกันออกดอกให้ชมความสวยงาม เพียงแค่ปีละ 3 เดือน โดยศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง ได้ขยายต้นกล้าว่านเพชรหึง โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สร้างความตื่นตาตื่นแก่นักท่องเที่ยวและผู้พบเห็นอย่างมาก นายบุญลือ นกแก้ว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ชำนาญการ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) จังหวัดตรัง กล่าวว่า ว่านเพชรหึง หรือ ว่านหางช้าง นั้นเป็นกล้วยไม้ป่า มีลักษณะลำต้นที่ยาว และมีใบติดอยู่ที่ปลายหลายใบ คล้ายๆ กับปลายหางของช้างที่ชี้ขึ้นด้านบน โดยมีลักษณะเด่นคือ รากมีจำนวนมากเกาะแน่น และแตกเป็นแขนงที่ปลายราก โดยรากจะชี้ขึ้นบนดินไม่เหมือนกับต้นไม้ทั่วไป ถือเป็นกล้วยไม้ที
สับปะรด พืชเศรษฐกิจสำคัญอันดับต้นๆ ของโลก และของประเทศไทย คนทั่วโลกนิยมบริโภคสับปะรดกันมาก ซึ่งแต่เดิมนั้นมีสับปะรดอยู่หลายพันธุ์ ที่โดดเด่นทั้งแบบกินผลสดและแปรรูปเห็นจะเป็นกลุ่ม Smooth Cayenne หรือพันธุ์ปัตตาเวีย ที่บ้านเรารู้จักกันในชื่อสับปะรดศรีราชา หรือชื่ออื่นๆ จากการที่ใช้ประโยชน์กันมายาวนาน ผู้บริโภคเริ่มแสวงหาความแปลกใหม่ที่มีคุณลักษณะที่ต่างไปจากพันธุ์เดิมๆ โดยเฉพาะความหวาน กลิ่นหอม สีเนื้อ และคุณค่าทางโภชนาการที่สมบูรณ์มากขึ้น ต่อมาเมื่อนักปรับปรุงพันธุ์พืชของสถาบันวิจัยสับปะรดแห่งฮาวาย (Pineapple Research Institute of Hawaii : PRI) ได้พัฒนาสับปะรดพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมา และหนึ่งในนั้นใช้ชื่อทางการค้าว่า MD-2 ที่สุดฮิตติดตลาดทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ภายในเวลาแค่ 10 ปีกว่าๆ ที่นำเข้าสู่ตลาด ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาด (market share) มากถึงร้อยละ 95 โดยมีแหล่งผลิตหลักที่อยู่ในเขตอเมริกากลาง โดยเฉพาะประเทศคอสตาริกา ที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และครองตลาดโลกด้านสับปะรดผลสดไปเรียบร้อย สำหรับประเทศไทยมีการนำสับปะรด พันธุ์ MD-2 เข้ามาราวๆ สิบกว่าปีก่อน แต่ไม่ค่อยมีการแพร่ขยายพันธุ์ออกไป ส
“ปลูกเอง ดูแลเอง ขายเอง นักเลงพอ” เป็นประโยคสั้นๆ แต่กระตุ้นให้ผมต้องเดินทางมาที่สวนทุเรียนแห่งนี้ อยากเจอนักเลงผู้องอาจคนนี้ยิ่งนัก มีคำถามมากมายที่จะต้องพูดคุยกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องมีทุเรียนมาชิมแกล้มการสนทนาด้วยนะ คุณศราวุฒิ โพธิ์เพชร แห่งสวน “หมอนทองอุดม ไร่แม่กัญญา” หมู่ที่ 3 ตำบลเขาตอก อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชายหนุ่มอารมณ์ดีเปิดยิ้มพร้อมเล่าให้ฟังว่า “ผมเป็นรุ่นลูกที่มาดูแลต่อจากพ่อแม่ครับ ตั้งใจว่าจะดูแลสวนให้ดีเหมือนกับที่พ่อแม่ได้ทำมาก่อนหน้านี้” “พื้นที่กี่ไร่ครับ เดินเสียเหนื่อยเลย” “13 ไร่ครับ ปลูกทุเรียนทั้งหมด เน้นหมอนทอง ที่สวนเรามีจำนวน 220 ต้น ก้านยาว 20 ต้นและชะนีไข่ 10 ต้น” “ปลูกมานานหรือยังครับ” “17 ปีครับ กำลังเป็นสาวเต็มที่เลย ต้นสมบูรณ์ ผลก็สวยงามมาก” “เห็นมีแปลงต้นเล็กๆ ด้วย” “ครับ แปลงใหม่ปลูกได้ 2 ปีกับอีก 5 เดือนแล้ว แปลงนี้ผมจะรวบรวมสายพันธุ์ทุเรียนโบราณของไทยมาปลูกเพื่ออนุรักษ์ให้มากที่สุดครับ” “โห! เยี่ยมเลย ยกตัวอย่างสักสองสามชื่อหน่อยครับ” “พานพระศรี ก้านยาวนนท์ สาลิกา พวงมณี ทองตำตัว” “แล้วจะจำหน่ายหรือให้ชิมครับ” “ตั้งใจว่าจะให้สมาชิกมาช
“ต้นยางพาราหมดอายุ ราคายางพาราตกต่ำ” นายประสงค์ นิชลานนท์ อายุ 56 ปี เกษตรกรชาวสวนยางพารา หมู่ 4 บ้านห้วยขันธ์ ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ได้โค่นต้นยางพาราในพื้นที่ 4 ไร่ทิ้ง แปรสภาพทำสวนมะลิแทน โดยปลูกมะลิกว่า 3,000 ต้น ในเนื้อที่ 3 ไร่ มา 3 ปี ใช้เวลาปลูก 45-60 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ส่วนอีก 1 ไร่ปลูกพืชผักแบบผสมผสาน ดอกมะลิสามารถเก็บขายได้ทุกวัน วันละ 2-3 กก. ราคา กก.ละ 300 บาท ในช่วงเทศกาลสำคัญโดยเฉพาะวันแม่แห่งชาติที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 12 ส.ค. ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์วันแม่ตลาดต้องการสูงมาก ต้องสั่งจองล่วงหน้า ลูกค้าได้สั่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนเก็บส่งให้ลูกค้าไม่ทัน แต่ยังคงราคาเดิมที่ กก.ละ 300 บาท เนื่องจากมีข้อตกลงกับลูกค้าว่าไม่ว่าจะช่วงไหนจะถูกหรือแพงก็ยืนพื้นที่ กก.ละ 300 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่ต้องเสี่ยงและอยู่ได้ นายประสงค์บอกว่า คิดแค่จะปลูกมะลิเป็นอาชีพเสริม แต่ปรากฏว่าหลังจากที่ราคายางพาราตกต่ำและน่าจะหมดยุคทองของยางพารา ตนจึงปลูกมะลิกลายเป็นรายได้หลักและเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวในปัจจุบัน มีรายได้ต่อเนื่องทุกวัน ต่างจากยางพาราที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
หนอนชอนใบ เป็นตัวอ่อนของผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กชนิดหนึ่ง เมื่อขยายปีกออกเต็มที่วัดได้ 6.0-6.8 มิลลิเมตร ลำตัวสีนวล ปีกคู่หน้าเล็กกว่าปีคู่หลัง เมื่อผสมพันธุ์แล้ว เพศเมียจะวางไข่คราวละ 1 ฟอง มีขนาดเล็กมากเท่าหัวเข็มหมุดสีเหลืองอ่อนไว้ที่ใบอ่อน แล้วฟักออกเป็นตัวภายในเวลา 3 วัน ตัวหนอนเจาะเข้าระหว่างผิวใบไปดูดกินน้ำเลี้ยงภายใน ทิ้งซากเป็นรอยคดเคี้ยวไปมา มีระยะเป็นตัวหนอน 7-10 วัน จากนั้นจะเข้าดักแด้ วิธีป้องกันกำจัด ให้เด็ดใบที่มีหนอนชอนใบเข้าทำลายเผาทิ้งไป ถ้าปลูกใกล้บ้านน้อยต้นแนะนำให้ใช้น้ำยาฉุน เตรียมยาฉุน หรือยาเส้น มีขายตามร้านของชำทั่วไปครึ่งถุงแช่ในน้ำสะอาด 1 ลิตร ทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง คั้นแล้วกรองเอาน้ำสีชา ใส่กระบอกฉีด เติมเหล้าขาว 40 ดีกรี อัตรา 1 ช้อนโต๊ะ เขย่าให้เข้ากัน ฉีดพ่นทั้งทรงพุ่ม ตั้งแต่มะนาวผลิใบตั้งแต่วันแรก แล้วฉีดตามอีก 2 ครั้ง ห่างกันทุก 3 วัน เมื่อใบมะนาวมีอายุครบ 9-10 วัน ใบมะนาวจะปลอดภัยจากการเข้าทำลายจากหนอนชอนใบ กรณีที่ปลูกหลายต้น และห่างจากตัวบ้าน ให้ฉีดพ่นด้วยพลูเพนนอกซาซอน (แคสเคส) 5 เปอร์เซ็นต์ อี.ซี. อัตรา 6 ซีซี ต่อน้ำ 1 ปี๊บ หรือ 20 ลิตร ฉีดพ่นเมื่อมะนาวผล
