พืชทำเงิน
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสรักสุขภาพกำลังมาแรงแซงโค้งกันเลยทีเดียว ผู้รักสุขภาพทั้งหลายก็จะหาเวลาให้กับตัวเอง ในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อออกกำลังกาย เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง แม้แต่ในเรื่องของอาหารการกินนั้น ก็เป็นสิ่งที่ผู้รักสุขภาพใส่ใจด้วยไม่แพ้กัน จะเห็นได้จากการบริโภคข้าวอินทรีย์ หรือแม้แต่การกินผักออร์แกนิกต่างๆ ที่ปลูกโดยไม่มีเรื่องของการใช้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมดินตลอดจนการเก็บเกี่ยว ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามการปลูกแบบระบบอินทรีย์เท่านั้น โดยจะเห็นผักอินทรีย์เหล่านี้มีจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น คุณณรงค์ชัย ปาระโกน ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติดอกคำ อยู่ที่ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า เกษตรกรในแถบนี้ได้มีการทำเกษตรแบบอินทรีย์มากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นแบบเกษตรที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกผัก ตลอดจนถึงการปลูกข้าวอินทรีย์และแปรรูปส่งจำหน่ายทำการตลาดเอง “ผมเริ่มทำเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่ ปี 2538 เราก็ใช้การผลิตแบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคเหนือ (มอน.) ต่อมาเมื่อมีมาตรฐาน พีจีเอส ที่เป็นมาตรฐานระดับประเทศเข้ามา ทางสมาชิกภายใน
วันที่ 28 ธันวาคม 2559 ที่บ้านอุ่มเหม้า อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร นายภิญโญ สุวรรณชนะ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 นายชูเกียรติ คำโสภา ผอ.สำนักงานพัฒนาที่ดินสกลนคร นำเจ้าหน้าที่และรถไถกว่า 10 คัน เข้าร่วมงานรณรงค์งดเผาฟางตอซังพืช โดยมีชาวบ้านกว่า 200 คนเข้าร่วมงาน จากนั้นมอบเกียรติบัตรดีเด่นประจำปี 2559 ให้กับหมอดินอาสาที่พัฒนาปรับเปลี่ยนพื้นดินให้เกษตรกรรายอื่นๆมีดินที่เหมาะสมและปลูกพืชได้ และได้นำรถไถลงไร่นาของชาวบ้าน กว่า 20 ไร่ ในการไถกลบตอซังข้าว เพื่อรถรณรงค์ให้ชาวบ้านเห็นประโยชน์จากการไม่เผาฟางและตอซังพืช ซึ่งชี้ให้เห็นข้อเสียจากการเผา จะทำให้อินทรียวัตถุในดิน จุลินทรีย์ ธาตุอาหาร ในดินทุกทำลาย และข้อดีของการไถกลบ คือจะทำให้ลดภาวะโลกร้อน มลพิษจากฝุ่นและควัน และยังเป็นการปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ นายภิญโญ กล่าวว่า การรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับทัศนคติการเผาตอซังข้าวหลังเก็บเกี่ยวพืช เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ต้องทำให้เกษตรกรเห็นภาพว่า ระหว่างแปลงที่เผาและไม่เผา ต่างอย่างไร จากนั้นเอาพืชชนิดเดียวกันมาปลูก ซึ่งวันนี้ได้ให้ชาวบ้าน นำเมล็ดปอเทืองมาหว่านและมาดูผลผลิตว่าจะงอกงาม
ที่ตลาดน้ำดอนหวาย มีของกิน ผัก ผลไม้ และสินค้าอื่นๆ วางขายอยู่เป็นจำนวนมาก มะละกอจาก”สวนนายปรุง” เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อให้กับตลาดแห่งนี้ ปัจจุบันคุณปรุง ป้อมเกิด อยู่บ้านเลขที่ 45/3 หมู่ 4 ตำบลลานตากฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม คุณปรุง ปลูกมะละกอมานานกว่า 20 ปีแล้ว แรกเริ่มเดิมที แม่ค้าในตลาด มีมะละกอแขกดำรสชาติดี จึงนำผลให้คุณโสภา ภรรยานายปรุงเพื่อชิมเนื้อ แล้วก็ลองนำเมล็ดไปปลูก คุณปรุงและภรรยาชอบใจ จึงปลูกมะละกอที่แม่ค้าให้มา เมื่อมีผลผลิตเขาชิมดู ปรากฏว่าอร่อยมาก ผลผลิตที่ได้เจ้าของนำออกจำหน่าย แต่ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น คุณปรุงไม่ย่อท้อ พยายามปลูกรุ่นใหม่ เมื่อมีผลผลิตก็นำออกทดลองตลาดอีก ระยะหลังๆราคากระเตื้องขึ้น ทุกวันนี้ เท่าที่ทราบ คุณปรุงขายมะละกอจากสวนได้ราคาดีที่สุดในประเทศไทย คือกิโลกรัมละ 25-30 บาทมีบวกลบบ้างเล็กน้อย มะละกอที่ปลูกอยู่เป็นสายพันธุ์แขกดำ เจ้าของได้คัดพันธุ์ โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากดูที่ผลมีความยาวพอประมาณ โคนผลเล็ก ตรงกลางใหญ่ ปลายเรียว แต่ไม่แหลมจนเกินไป ปลายควรทู่พอสมควร ผิวผลสวย ขนาด 1.5-2 กิโลกร
“สมุย” เมื่อเอ่ยชื่อนี้ขึ้นมาครั้งใด คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเมืองท่องเที่ยว หลับตามองเห็นภาพชายหาด มีทิวมะพร้าวเรียงราย เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศนุ่งน้อยห่มน้อย เดินนวยนาดเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน น้อยคนนักที่จะนึกถึง “งานเกษตรกรรม” โดยเฉพาะการเพาะปลูกพืชอย่างอื่นนอกจากมะพร้าว อันที่จริง สมุยมีพืชเกษตรจำพวกไม้ผลขึ้นชื่อ อาทิ ทุเรียน ลางสาด มีสวนเงาะและมังคุดอยู่ไม่น้อย อาจมียางพารา ปาล์มน้ำมันอยู่บ้างในระยะหลังๆ นี้ โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 151/9 หมู่ที่ 1 บ้านสระเกษ ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นี่คือบ้านของ ร.ต.ต.ไตรวิช สุขไชยศรี และคุณอุทัยวรรณ สุขไชยศรี เมื่อได้พบสวนข้างบ้านอันร่มรื่น เห็นแล้วชวนหลงใหลย่อมรับประกันว่า ใครไปเยือนก็จะหลงใหลไม่ต่างกัน ยิ่งได้เจอเจ้าของบ้านมีอัธยาศัยไมตรีแล้วยิ่งประทับใจ ร.ต.ต.ไตรวิชในวัย 63 ปี ทว่ายังกระฉับกระเฉง คุยเก่ง กับศรีภริยาคือคุณอุทัยวรรณ อดีตคุณครูโรงเรียนเซนต์โยเซฟเกาะสมุย ผู้เป็นเจ้าของบ้านยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับ และตอบทุกคำถามที่สงสัย “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” ข้อความเขียนต้อนรับแขกผู้มาเยือนอยู่ทางเข้าบ้าน
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณจันทร์ที ประทุมภา138 หมู่ที่ 6 บ้านโนนรัง ตำบลตลาดไทร อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา 30270 โทรศัพท์ (089) 948-4737, (081) 074-2843 เดิมคุณจันทร์ที ประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมรถยนต์ ทำอยู่ประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นได้แต่งงานมีครอบครัว สร้างโรงสีข้าวและเลี้ยงหมูแม่พันธุ์ โดยมีหมู 80 ตัว นอกจากนั้นก็ทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว โดยทำนาเพียงอย่างเดียว รายได้จากการทำนาในปีแรกพอมีพอใช้ในครอบครัว ส่วนในปีที่สองจำเป็นต้องเอาหลักทรัพย์ไปจำนองสหกรณ์เพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนและใช้จ่ายในครอบครัว ผลจากการทำนาซึ่งเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว ก่อให้เกิดหนี้สินและไม่มีเงินออม ต่อมาคุณจันทร์ทีได้ไปศึกษาดูงานแปลงเกษตรผสมผสานของ พ่อผาย สร้อยสระกลาง ปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์ จึงได้แนวความคิดการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จากนั้นจึงนำมาเผยแพร่ให้กับสมาชิกในครอบครัว และร่วมกันตัดสินใจที่จะเริ่มต้นทำการเกษตรผสมผสานและดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา ปัจจุบันได้ทำการเกษตรผสมผสานโดยการลดต้นทุ
ช่วงที่ยางพาราราคาตกต่ำต่อเนื่อง เกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ต่างหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ทดแทน ในจำนวนนั้นการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับการยืนยันจาก “พิโชติ ผุดผ่อง” ผู้ประกอบการและเกษตรกร ผู้นำเครือข่ายปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ว่าสามารถสร้างรายได้ดีกว่าการปลูกยาง และประสบความสำเร็จงดงาม ถึงขั้นที่ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ “เทสโก้ โลตัส” เลือกให้เป็นคู่ค้ารายใหญ่ “พิโชติ” เล่าให้ฟังว่า ตนเองเรียนจบทางด้านเกษตรกรรม แต่ไม่มีความคิดจะทำสวนยาง เพราะเห็นว่าราคายางตกต่ำ หลังจบการศึกษาจึงประกอบอาชีพด้านการเกษตรโดยเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และที่นี่เองที่ทำให้ได้มีโอกาสสะสมองค์ความรู้ด้านการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ ตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตเป็นพนักงานบริษัท 5 ปีเต็ม ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาศึกษาข้อมูลความต้องการของตลาดไปด้วยพร้อม ๆ กัน พบว่า ขึ้นฉ่ายไฮโดรโพนิกส์ มีราคาดี ขณะที่รอบการปลูกใช้เวลาไม่นาน นอกจากนั้น การปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ยังใช้อุปกรณ์ปลูกที่ยกสูงจากพื้น ทำให้การป้องกันโรคพืชทำได้ง่าย เพราะการปลูกผักไฮโดรโพ
นอกจากส้มเขียวหวานและส้มโอที่มีการปลูกในประเทศมาเป็นเวลาช้านานแล้ว ในระยะเวลาต่อมาเกษตรกรได้ทำการคัดเลือกต้นพันธุ์ และพัฒนาสายพันธุ์เดิมที่มีอยู่ รวมทั้งมีการนำพันธุ์ส้มชนิดและสายพันธุ์ต่างๆทั้งส้มโอ ส้มติดเปลือก และโดยเฉพาะส้มเปลือกล่อนจากต่างประเทศ เข้ามาทดลองปลูกอีกหลายสายพันธุ์ ส้มบางสายพันธุ์ที่มีการปรับตัวและการพัฒนาที่ดี สามารถเจริญเติบโตให้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับและต้องการของผู้ บริโภค ทำให้ปัจจุบันมีสายพันธุ์ของส้มเปลือกล่อน และส้มที่มีความหลากหลาย ทั้งด้านลักษณะคุณภาพ และรสชาติ ให้เลือกบริโภคตามความต้องการ ปัจจุบันมีส้มเปลือกล่อนที่เกษตรกรนิยมปลูกในประเทศ ได้แก่ 1.ส้มเขียวหวาน พันธุ์บางมด (บางล่าง/กิ่งอ่อน) 2.ส้มเขียวหวาน พันธุ์แหลมทอง (บางบน/กิ่งแข็ง) 3.ส้มสีืองหรืส้มผิวทองซึ่งตามความเป็นจริง คือส้มเขียวหวาน หรือพันธุ์แหลมทอง ที่นำไปปลูกจังหวัดน่านและจังหวัดเชียงใหม่ หากแต่ผลส้มที่มีสีของเปลือกผลเป็นสีส้มแดง แทนที่จะมีเปลือกเป็นสีเขียว เนื่องจากอิทธิพลของอากาศเย็น 4.ส้มฟรีมองต์ 5.ส้มสายน้ำผึ้ง (หรือส้มโชกุน) 6.ส้มออร่า (พวงทอง/ออร่า 9) 7.ส้มซัสซุมา 8.ส้มพองแกน พั
ปัจจุบันหากใครมาพะเยา หลายคนเรียกหากล้วยหอมทองยัดเยียด เพราะเคยกินแล้วติดใจในรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม ไม่อมน้ำมัน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมทองยัดเยียด หลายคนที่ได้ยินชื่อก็ข้องใจว่าชื่อนี้มาได้อย่างไร ติดตามกันต่อไปแล้วท่านจะถึงบางอ้อ คุณอชิรา ปัญญาฟู หรือ พี่ปอนด์ ประธานกลุ่ม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2544 แม่บ้านเกษตรกรบ้านปางป้อมเหนือ จำนวน 9 คน ได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเพื่อทำกิจกรรมลดปัญหาการว่างงาน และเห็นว่า กล้วยไข่พระตะบอง ที่เป็นกล้วยพันธุ์พื้นเมืองของพื้นที่ทางภาคเหนือ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ได้ปลูกไว้หรือขึ้นเองตามธรรมชาติในที่ของตนเองอยู่แล้ว แต่เป็นกล้วยที่ไม่นิยมกินสุก จึงได้แค่นำไปเป็นอาหารสัตว์เท่านั้น ไม่มีค่าอะไร จึงได้มีความคิดร่วมกันว่า จะนำกล้วยไข่พระตะบองดิบสด มาเป็นวัตถุดิบเพื่อแปรรูปเป็น “กล้วยทอดกรอบ” เริ่มแรก ได้ปรึกษาวิธีการผลิตกับทางญาติที่อยู่ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ซึ่งทำอยู่ก่อนแล้ว แต่รสชาติที่ได้ยังไม่คงที่ ต่อมาได้มีส่วนราชการได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือพัฒนากลุ่มและตัวสินค้า จึงคิดทดลองดัดแปลงสูตรการผลิต จนลงตัวเป็นสูต
กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมังคุดในภาคตะวันออก ที่มังคุดอยู่ในระยะแตกใบอ่อน จนถึงระยะมังคุดออกดอกและติดผลอ่อน เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนี้ หนาวเย็น อากาศแห้ง และฝนเริ่มทิ้งช่วง เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเพิ่มประชากรและการระบาดของเพลี้ยไฟ เพลี้ยไฟเป็นแมลงปากเขี่ยดูด ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน ดอกอ่อนและผลอ่อน ทำให้ยอด ผิวของผล เป็นขี้กลาก หรือผิวลาย มียางไหลและอาจทำให้ผลร่วง ส่งผลให้ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ ดังนั้นเกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจสวนมังคุดอย่างสม่ำเสมอ โดยสุ่มเคาะช่อดอกบนกระดาษขาว หากพบการเริ่มเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ ให้แจ้งการระบาดและขอคำแนะนำในการป้องกันกำจัดได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟมังคุดด้วยวิธีการ ดังนี้ สำรวจสวนมังคุดอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง 2. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ ได้แก่ เพลี้ยไฟตัวห้ำ และด้วงเต้าตัวห้ำ 3. ถ้าพบการระบาดไม่รุนแรงพ่นด้วยน้ำเปล่าเพื่อให้เกิดความชื้นในทรงพุ่ม หรือพ่นน้ำใน ระยะออกดอกจนกระทั่งถึงติดผลอ่อนทุก 2 – 3 วัน 4. ใช้กับดักกาวเหนียวขนาดใหญ่ติดตั้งในสวนม
สับปะรดในประเทศไทย นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากไทยเป็นผู้ส่งออกสับปะรดและผลิตภัณฑ์ในลำดับต้นๆของโลก มูลค่าส่งออกสูงถึง 25,000 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกมากคือ สับปะรดกระป๋อง ร้อยละ 80 และน้ำสับปะรด ร้อยละ 20 โดยมีทั้งการส่งออกในตราสินค้าของตนเองและการรับจ้างผลิต แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการรับจ้างผลิต ในปี 2554 มีโรงงานผลิตสับปะรดกระป๋องและน้ำสับปะรดเข้มข้นที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มากกว่า 75 โรง กำลังผลิตรวมกันประมาณ 800,000 ตัน/ปี ซึ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออกประมาณปีละ 600,000 ตัน/ปี คู่แข่งสำคัญของไทยในอุตสาหกรรมสับปะรด คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเชีย และจีน พันธุ์สับปะรดที่เกษตรกรปลูก หากเป็นสับปะรดส่งโรงงานนิยมปลูกพันธุ์ปัตตาเวีย เนื่องจากมีเนื้อแน่น รสหวานปานกลางหรือหวานจัดสามารถปลูกได้ทั่วไป สำหรับพันธุ์รับประทานผลสดมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพื้นที่ปลูก กล่าวคือ พันธุ์นางแล ลักษณะใบมีขอบเรียบหรือมีหนามเล็กน้อย ผลรูปทรงกลม ตานูน เปลือกบาง เนื้อหวานจัด สีเหลืองทอง พบปลูกในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะที่ตำบลนางแล อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงร
