พืชทำเงิน
การจะปลูกมะนาวให้ได้ผลดี ต้องเริ่มต้นจากกิ่งพันธุ์ที่ดี มีระบบรากแข็งแรง การขยายพันธุ์โดยวิธีการตอนเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เพราะทำได้ง่ายและได้ผลดี เริ่มจากการเตรียมทำตุ้ม นำขุยมะพร้าวแช่น้ำให้ชุ่มแล้วบีบน้ำออกให้หมาด ใส่ลงในถุง ขนาด 3×5 นิ้ว หรือถุงน้ำจิ้มเกือบเต็ม แล้วมัดปากถุงด้วยเชือกฟางให้แน่นเป็นตุ้มขนาดเหมาะมือ เลือกกิ่งมะนาวพันธุ์ดี ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ความยาวอย่างน้อย 50-60 เซนติเมตร มีเส้นรอบวง 2.0-2.5 เซนติเมตร หรือมีขนาดใกล้เคียงกับแท่งดินสอ เลือกตำแหน่งที่จะควั่น ให้ห่างจากต้นแม่หรือกิ่งหลัก ประมาณ 8-10 เซนติเมตร เพื่อให้ควั่นกิ่งได้สะดวก ลงมือควั่นกิ่ง 2 รอบ ด้วยมีดที่คม และสะอาด ห่างกัน 2 เซนติเมตร ไม่จำเป็นต้องเลือกควั่นที่บริเวณตาหรือข้อ จากนั้นลอกเปลือกออกแล้วขูดเมือกเหนียวออกให้หมด ขั้นตอนนี้ต้องใช้มีดคม และสะอาด ป้องกันไม่ให้รอยแผลช้ำ หากแผลสะอาดและไม่ช้ำก็ไม่จำเป็นต้องทาด้วยฮอร์โมนใดๆ นำตุ้มมาผ่าครึ่งด้วยมีดคม ตามแนวยาวของตุ้ม แล้วแหวกตุ้มตามแนวผ่า สวมตุ้มหุ้มรอยแผลที่ควั่นให้สนิท โดยให้รอยควั่นอยู่กลางตุ้ม มัดตุ้มด้วยเชือกฟาง 2-3 เส้น ให้รอบอย่าให้ขยับเขยื้
การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ เริ่มต้นง่ายๆ จากการมีใจรักและการมีวินัย เป็นคำกล่าวของ คุณอังคณา ปาคำ หรือ คุณจ๊ะเอ๋ ธุรการสาว เจ้าของบ้านไร่อำไพร ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ที่ 3 ตำบลแม่พลู อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ที่ถึงแม้จะมีงานประจำทำอยู่แล้ว ก็ยังสามารถแบ่งเวลามาทำงานเกษตรที่ตนเองรักได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง คุณจ๊ะเอ๋ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันตนเองทำงานเป็นธุรการประจำอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดแพร่ พร้อมกับการทำเกษตรควบคู่ไปด้วย โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากความชอบ และอยากให้คนในครอบครัวได้บริโภคผักที่ปลอดภัยจากสารเคมี แล้วสานต่อให้คนรอบข้าง ซึ่งข้อสำคัญที่สุดคือการมีวินัยในตัวเอง ทุกเช้าและเย็นต้องสละเวลาพักผ่อนส่วนตัวให้น้อยลง เพื่อให้มีเวลาสำหรับจัดการดูแลสวน และตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนออกไปทำงานและหลังกลับจากทำงาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ดูแลทั้งวันแต่ขอให้จัดการแบ่งเวลาดูแลแปลงอย่างสม่ำเสมอเพียงเท่านี้ ปัจจุบันที่บ้านไร่อำไพรมีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 7 ไร่ แบ่งปลูกส้มเขียวหวาน ผลไม้ขึ้นชื่อประจำอำเภอวังชิ้น 5 ไร่ แก้วมังกร 1 ไร่ โดยส้มเขียวหวานและแก้วมังกรเป็นอาชีพสร้างรายได้หลักที่พ่อ
“อร่าม ทรงสวยรูป” อดีตช่างภาพรางวัลพูลิตเซอร์ วัย 56 ปี ผันตัวเองเป็นชาวนาตามรอยบรรพบุรุษ เรียนรู้วิถีธรรมชาติ และยึดธรรมะเป็นที่มั่น ได้สร้างสุขทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งมีรายได้จากการทำเกษตรอินทรีย์ ยกระดับครอบครัวและยังช่วยสืบสานพันธุ์ข้าวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ชาวนาอินทรีย์วิถีไทยใจเกินร้อย คุณอร่ามมีพ่อแม่เป็นชาวนา ส่งให้ลูกเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี แต่ไม่ยอมให้กลับมาทำนา หลังจากทำงานบริษัทในกรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง มองเห็นว่า ความสุขที่ได้จากการทำงาน กับความสุขที่ได้อยู่กับธรรมชาติ มีวิถีชีวิตที่กำหนดเอง มีอิสระในอาชีพ มีความแตกต่างกัน ความสุขประการหลังมีมากกว่า จึงตัดสินใจกู้เงินธนาคารเพื่อนำไปซื้อที่ดิน 10 ไร่ ที่อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยเรียกที่ดินผืนนี้ว่า “ออฟฟิศชาวนา” คุณอร่ามตั้งใจทำการเกษตรระหว่างที่ยังคงทำงานประจำอยู่ โดยใช้วันหยุดไปพัฒนาที่ดินที่ซื้อไว้ “ออฟฟิศชาวนา” ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ทั้งทำนา ทำสวน ขุดบ่อน้ำไว้ใช้ ประมาณ 4 ไร่ ที่เหลือปลูกพืชหลากหลายชนิด ปลูกอินทผลัม ปลูกโกโก้ ปลูกมะนาว ปลูกพริกแซมระหว่างต้นอินทผลัมและต้นโกโก้ อ้อยคั้นน้ำ กาแฟโรบัสต้า
ลำไย เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างช้านาน ลำไยเป็นไม้ยืนต้นที่ต้องการความหนาวเย็นเพื่อออกดอก จึงพบเห็นสวนลำไยเป็นจำนวนมากในภาคเหนือ หลังจากได้มีการค้นพบสารโพแทสเซียมคลอเรต เป็นสารที่สามารถทำให้ลำไยออกดอกได้ไม่ต้องพึ่งความหนาวเย็น การปลูกลำไยจึงสามารถปลูกในพื้นที่อื่นได้ อย่างเช่น อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี คุณสมพงษ์ สุขเกษม อยู่บ้านเลขที่ 247 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งขนาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ประกอบอาชีพเป็นชาวสวนลำไยมามากกว่า 10 ปี คุณสมพงษ์ เล่าว่า เมื่อก่อนตนไม่ได้ปลูกลำไย แต่ปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างอื่นคือ ข้าวโพดและอ้อย แต่ช่วงนั้นพืชเศรษฐกิจ 2 อย่างนี้ราคาไม่ค่อยดี จึงหันมาปลูกลำไยแทน เพราะมองเห็นเม็ดเงินที่ได้มา มันมากกว่าการปลูกข้าวโพดและอ้อย ลำไยที่ปลูกตั้งแต่เริ่มต้นคือ สายพันธุ์อีดอ สาเหตุที่เลือกสายพันธุ์นี้เพราะเนื้อแน่นไม่เป็นน้ำ เนื้อหวาน สายพันธุ์นี้ก็ดีกว่าสายพันธุ์อื่น คุณสมพงษ์ บอกว่า เมื่อก่อนตนปลูกลำไยระยะชิด 6×6 เมตร ได้ 6-7 ปี พบว่าลำต้นของลำไยเกิดชนกัน ทำให้ทำงานยากไม่สามารถนำเครื่องจักรเข้าไปทำงานได้สะดวก จึงหันมาปลูกระยะห่าง 10×10 เมตรแทน ผ่
การทำเกษตรกรรมแนวตั้ง หรือเกษตรกรรมในอาคาร สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำเกษตรกรรม และสามารถลดข้อจำกัดต่างๆ ในการทำเกษตรกรรมแบบทั่วไปได้ ได้แก่ ข้อจำกัดด้านสภาพภูมิศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ โรคและแมลงศัตรูพืช ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ การเกษตรแนวตั้ง หรือ Vertical Farm หมายถึง การปลูกพืชเป็นชั้นๆ มีการให้น้ำ อาหาร และแสงโดยการควบคุมจากมนุษย์ ปลูกในโรงเรือนที่มีหลังคา มีตาข่ายป้องกันแมลงเข้ามากัดกินผลผลิต ปลูกพืชได้โดยไม่จำกัดฤดูกาล และสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมาก เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค “เกษตรแนวตั้ง” เป็นการเพาะปลูกพืชในอาคารหรือโรงเรือนในลักษณะเป็นชั้นแนวดิ่ง โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการเพาะปลูก ทั้งการควบคุมแสง ความชื้น ความเป็นกรด-ด่าง และอุณหภูมิของวัสดุปลูก ระบบการให้น้ำ การควบคุมโรคและแมลงศัตรูพืช รวมทั้งการคัดเลือกพันธุ์พืช นอกจากนั้น บางแห่งยังมีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และคอมพิวเตอร์ เข้ามาบริหารจัดการโรงเรือนอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้การทำเกษตรกรรมแนวตั้งสามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี ในพื้นที่ขนาดจำกัด และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณสูงกว่าการทำเกษตรกรรมทั
การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ยังเป็นวิธีการที่เกษตรกรยังต้องการใช้อยู่ทุกวันนี้ เนื่องจากหาได้ง่าย ใช้ง่าย และเห็นผลรวดเร็ว ถึงแม้จะรู้ว่ามีผลกระทบต่อมนุษย์ สัตว์ พืช สิ่งแวดล้อม รวมทั้งตัวเกษตรกรผู้ใช้เองก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญกับการบริโภคเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น รวมทั้งกระแสการผลิตที่มุ่งสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การป้องกันและควบคุมแมลงศัตรูพืชในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นในการใช้สารที่มีพิษต่ำต่อมนุษย์ สารต้องไม่ตกค้างในสภาพแวดล้อมและผลผลิตที่ได้จากการเกษตรต้องปลอดภัยต่อผู้บริโภคทั้งมนุษย์และสัตว์ ดร.พจนีย์ หน่อฝั้น นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กลุ่มงานวิจัยวัตถุมีพิษการเกษตรจากสารธรรมชาติ กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น คณะวิจัยของกลุ่มงานวิจัยวัตถุมีพิษการเกษตรจากสารธรรมชาติร่วมกับสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช ทำการศึกษาวิจัยการใช้พืชสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช จากสารสกัดว่านน้ำและหางไหล ในรูปนาโนอิมัลชั่นชนิดน้ำมันในน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันหนอนใยผัก ทำไมต้องใช้ว่านน้ำแล
หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ บางเบิด” เนื้อที่ 448 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านน้ำพุ ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้อยู่ติดทะเล มีสภาพเป็นดินทรายชายทะเลที่ถูกคลื่นทับถมกันเป็นเวลานานจนกลายสภาพเป็นเนินทราย (Sand Dune) กระจายอยู่ทั่วไป เดิมสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการวิจัยปลูกต้นไม้โตเร็วชนิดต่างๆ เป็นจำนวนมากเพื่อศึกษาผลกระทบที่ดินดังกล่าว ต่อมาสำนักงานจัดการทรัพยากรที่ดินส่วนพระองค์ ซึ่งดูแลรับผิดชอบดูแลที่ดินแปลงนี้อยู่ได้นำกลับมาเพื่อพัฒนา หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9 ) เสด็จพระราชดำเนินกลับจากจังหวัดชุมพร เมื่อปี พ.ศ. 2541 มีพระราชกระแสรับสั่งให้โครงการพัฒนาส่วนพระองค์รับผิดชอบ โครงการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ โดยให้อนุรักษ์สภาพแวดล้อมเดิมซึ่งมีสภาพเป็นสันทรายป่าชายหาด พัฒนาพื้นที่เพื่อการเกษตร โดยการปรับปรุงดินตามความเหมาะสม เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาวิจัยและพัฒนาส่งเสริมอาชีพและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดชุมพร เนื่องจากพื้นท
ปี 2567 คือปีที่พี่น้องเกษตรกรต้องเผชิญหน้ากับปัญหาความไม่แน่ไม่นอนของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น จนเกิดภัยแล้งจากภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนาน หรือปรากฏการณ์ลานีญาที่ส่งผลให้เกิดภาวะฝนตกหนักในหลายพื้นที่ น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” มีโอกาสนั่งพูดคุยกับ คุณพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เกี่ยวกับการปรับตัวของภาคการเกษตรเพื่อรับมือกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ สร้างผลกระทบต่อเนื่องตลอดปี อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สร้างผลกระทบต่อภาคการเกษตร “เป็นที่ทราบกันดีว่าโลกของเรา โดยเฉพาะในโซนเอเชียต้องเจอกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า เอลนีโญ ส่งผลให้เกิดภัยแล้งตั้งแต่ในปี 2566 ต่อเนื่องมาถึงในปี 2567 แล้วก็เจอกับ ปรากฏการณ์ลานีญา ฝนตกในเกณฑ์ที่มากกว่าปกติ ทางภาคเหนือของเราก็เจอกับ เรนบอมบ์ จนเกิด น้ำท่วมฉับพลั
กรมส่งเสริมการเกษตรชู “แตงโมหนองโดน” ต้นแบบการปลูกพืชใช้น้ำน้อยจากจังหวัดสระบุรี ในโครงการพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยเสริมสร้างรายได้แก่เกษตรกร โดยเกษตรกรปลูกแตงโมในพื้นที่อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี ซึ่งเกษตรกรมีวิธีการให้น้ำแตงโมที่มีความพิเศษและแตกต่างจากที่อื่นคือ ในช่วงหยอดเมล็ดจนถึงระยะต้นกล้า จะรดน้ำด้วยวิธีการตักหาบ ต่อมาในช่วงเจริญเติบโตจนถึงออกผลผลิต เกษตรกรจะใช้สายยางรดน้ำแทน ซึ่งการรดน้ำลักษณะนี้ส่งผลดีต่อแตงโม 3 ด้าน คือ 1. ลดโรคและแมลงศัตรูพืช เนื่องจากการตักหาบและการรดน้ำแบบใช้สายยาง จะช่วยลดปัญหาการเกิดโรคราน้ำค้าง ที่มักจะมีการระบาดมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่มีความต่างของอุณหภูมิมาก เพราะอุณหภูมิต่ำลงในเวลากลางคืนและอุณหภูมิสูงขึ้นในเวลากลางวัน 2. ลดวัชพืช เนื่องจากเกษตรกรให้น้ำบริเวณโคนต้นหรือใกล้เคียงบริเวณรากโดยตรง ทำให้ความชื้นในบริเวณอื่นมีน้อย ส่งผลให้วัชพืชเจริญเติบโตน้อย จึงสามารถกำจัดได้โดยใช้แรงงานคนแทนการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ช่วยให้ลดต้นทุนการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช และเพิ่มความปลอดภัยให้ผลผลิตด้วย 3. ลดต้นทุนการผลิ
มะพร้าวน้ำหอม ที่วางขายในตลาด พอจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า เกษตรกรเริ่มจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยคุณสมบัติจะเป็นมะพร้าวที่มีเนื้ออ่อน น้ำหอมบริสุทธิ์ เมื่อบริโภคจะทำให้ได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่ช่วยบำรุงสมองและเสริมร่างกายให้แข็งแรง มะพร้าวน้ำหอม เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกง่าย ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำ ให้ผลผลิตตอบแทนต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี การปลูกในเชิงการค้าจะให้ผลตอบแทนคุ้มทุนหรือไม่ วันนี้ได้นำแนวทางการปลูกและการผลิตมะพร้าวน้ำหอม หอมหวานตรึงใจผู้บริโภค พืชเศรษฐกิจสำคัญเชิงการค้า จากผู้รู้มาบอกเล่าสู่กัน ผศ.ประสงค์ ทองยงค์ หรือ อาจารย์ประสงค์ เกษตรกรทำสวนมะพร้าว เล่าให้ฟังว่า ในวัยเด็กได้ช่วยคุณพ่อที่มีอาชีพทำสวนมะพร้าว จึงมีความผูกพันกับมะพร้าวมาต่อเนื่อง เมื่อเรียนจบได้ไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และเมื่อเกษียนก็ได้มาสานงานปลูกสร้างสวนมะพร้าวต่อจากคุณพ่อ ถึงวันนี้ได้เสริมสร้างประสบการณ์มากว่า 55 ปี มะพร้าวมี 2 กลุ่ม คือ มะพร้าวน้ำหอม หรือมะพร้าวอ่อนน้ำหอม และมะพร้าวแกง มะพร้าวน้ำหอมปลูกได้ทั้งในที่ลุ่มและที่ดอน ในที่ลุ่มภาคกลางมักจะนิยมปลูกในระบบสวนด้วยการยกร่องแปลงปลูกให้สูง
