พืชทำเงิน
ปัจจุบัน เกษตรกรหลายแห่งได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบน้ำหยดในการให้น้ำแก่พืช ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเกษตรรูปแบบใหม่ที่ช่วยจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การให้น้ำแบบนี้ช่วยให้พืชได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ และเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต หลักการทำงานของ “ระบบน้ำหยด” ระบบน้ำหยด สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเกษตรได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การปลูกพืช , ปลูกผัก , ทำไร่ , ทำสวน ซึ่งสามารถนำระบบน้ำหยดมาใช้สำหรับควบคุมปริมาณน้ำในการปลูกพืช เพื่อรักษาระดับความชื้นในดิน หลักการทำงานของระบบสายน้ำหยด คือ การส่งน้ำไปยังต้นพืชอย่างสม่ำเสมอผ่านท่อและหัวน้ำหยดที่ติดตั้งไว้บริเวณโคนต้น โดยน้ำจะถูกปล่อยออกมาเป็นหยดเล็ก ๆ อย่างช้า ๆ ตามจังหวะเวลาที่ตั้งไว้ ซึ่งช่วยให้พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมตลอดเวลา ลดการสูญเสียน้ำจากการระเหยหรือการซึมลงดินลึกเกินไป ระบบน้ำหยด เหมาะกับการทำเกษตรหลายประเภท โดยเฉพาะการเกษตรที่ต้องการการใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ ระบบนี้ให้ความแม่นยำในการส่งน้ำถึงรากพืช ทำให้เหมาะกับการเกษตรดังนี้ เกษตรแบบพืชสวน เหมาะกับการปลูกผัก ผลไม้ และไม้ดอกไม้ประดับ เพราะระบบน้ำหยดช่วยส่งน้ำใ
“ผำ” หรือ “ไข่น้ำ” อาหาร super foods ของโลก ฉายาว่า “Green Caviar” ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ เพราะมีโภชนาการครบถ้วนสูงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก อุดมไปด้วยวิตามิน โปรตีน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืนทางอาหาร ทำให้ปัจจุบันมีผู้สนใจเข้าวงการเพาะเลี้ยงไข่ผำกันเป็นจำนวนมาก เมื่อก่อนไข่ผำจะนิยมทานกันมากในภาคเหนือและภาคอีสาน มีขึ้นอยู่ตามแหล่งน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง เช่น บึงและหนองน้ำธรรมชาติทั่วไป โดยปกติจะมีมากในแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสารเคมีเจือปน เนื่องจากผำธรรมชาติจะเจริญเติบโตแพร่พันธุ์ได้ดีก็ต่อเมื่อแหล่งน้ำนั้นเป็นน้ำสะอาด ปัจจุบันมีการนำมาเพาะเลี้ยงสร้างรายได้กันมากขึ้น โดยวิธีการเพาะเลี้ยงไข่ผำมีหลากหลายวิธีดังนี้ 1.การเพาะเลี้ยงในกะละมัง หรือกระบะผสมปูน การเพาะเลี้ยงไข่ผำในกะละมังถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยกำลังเริ่มต้นหัดเลี้ยง เพื่อศึกษา ลองผิดลองถูก ใช้เงินลงทุนไม่มาก เริ่มต้นด้วยเงิน 20 บาท ก็สามารถเพาะเลี้ยงไข่ผำไว้ทานเองในครัวเรือนได้ ขั้นตอนการเพาะเลี้ยง ขั้นตอนที่ 1 ให้เริ่มจากการเตรียมบ่อหรือภาชนะที่ใช้
คนเมืองที่อยากปลูกผักข้างบ้าน เพื่อสร้างผลผลิตที่ปลอดภัยและสร้างแหล่งอาหารด้วยตนเอง สามารถแวะไปเรียนรู้วิธีปลูกผักในพื้นที่จำกัดรูปแบบต่างๆ ได้ที่ สวนผักบ้านคุณตา (คุณตาสุทธิ โอมุเณ) ฟาร์มออร์แกนิกและศูนย์การเรียนรู้เนื้อที่ 100 ตารางวา ตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท 62 กรุงเทพฯ อาจารย์คมสัน หุตะแพทย์ ตั้งใจบริหารสวนผักบ้านคุณตาให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการผลิตอาหารปลอดสารเคมีเพื่อการพึ่งตนเอง การจัดการพลังงานและการจัดการน้ำ การทำผลิตภัณฑ์ภายในครัวเรือนใช้เอง เพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนของคนเมือง อาจารย์คมสันได้นำหลักการของ urban metabolism changing linear metabolism to be circular metabolism โดยการใช้แหล่งต่างๆ เช่น การกักเก็บน้ำฝน และ พลังงานโซลาร์เซลล์ Cascading และ การรีไซเคิล สำหรับ closing resources and waste loop within the area ยกตัวอย่างเช่น การนำน้ำเสียจากครัวเรือนมาทำให้สะอาดและใช้ซ้ำในการเกษตร การทำปุ๋ยจากเศษอาหาร และเศษผักในสวนครัว 7 ไอเดีย ทำเกษตรในพื้นที่จำกัด โรงเรือนแบบเปิด ปลูกผักได้ทุกฤดู สวนผักบ้านคุณตา สร้างซุ้มผักเลื้อยสำหรับปลูกแตงกวา บวบ ฟักทอง และถั่วพู ใกล้ๆ กันสร้างโร
ช่วงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทำนาปรัง แต่ด้วยปีนี้นั้นหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งและราคาข้าวที่ตกต่ำ ซึ่งมีชาวนาหลายรายที่วัดดวงลงทุนทำนาปรังกันเหมือนเช่นทุกปี และยังมีชาวนาอีกจำนวนไม่น้อยที่ยอมถอดใจหยุดทำนาปรังและปรับเปลี่ยนมาประกอบอาชีพสร้างรายได้อย่างอื่นแทน แปลงนาของ นางรัชยา พิมมั่น อายุ 49 ปี เกษตรกรในพื้นที่ หมู่ 6 ตำบลหนองยาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี หนึ่งในคนที่ปีนี้หยุดทำนาปรังเนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ และราคาข้าวที่ต่ำลงอย่างมาก ก่อนตัดสินใจปล่อยทิ้งที่นากว่า 30 ไร่ ลองปลูกฟักทอง สายพันธุ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาด ด้วยเนื้อที่เพียง 2 ไร่ แต่สามารถให้ผลผลิตที่สร้างรายได้ถึง 300,000 บาท ในระยะเวลาที่เท่ากับปลูกข้าวนาปรัง แต่ใช้พื้นที่น้อยกว่า ใช้น้ำน้อยกว่า อีกทั้งยังลงทุนน้อยกว่ามากอีกด้วย โดย นางรชยา เล่าว่า ปกติทุกปีตนเองก็จะทำนาปรังเหมือนคนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน แต่ด้วยปีนี้แล้งมาก น้ำในสระที่เก็บสำรองไว้มีไม่พอที่จะทำนาถึง 30 ไร่ได้ ประกอบกับปีที่แล้วนาปรังที่ทำก็โดนแมลงบั่วลงข้าวจนเสียหายไปเยอะมาก ทำให้ได้ผลผลิตไม่ดี ปีนี้จึงตัดสินใจไม่ทำนาปรัง และลองมาปลูกฟักทอง สาย
กล้วยเล็บมือนาง เป็นพืชท้องถิ่นภาคใต้ นิยมปลูกแพร่หลายในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ระนอง และภูเก็ต เนื้อที่ปลูกกว่า 20,000 ไร่ สร้างรายได้ให้เกษตรกรปีละกว่า 280 ล้านบาท เนื่องจากกล้วยเล็บมือนางเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย จึงเป็นที่นิยมรับประทานทั้งผลสดและการแปรรูป เช่น รวมทั้งยังเป็นสินค้าประจำจังหวัดชุมพร โดยได้จดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ชื่อว่า “กล้วยเล็บมือนางชุมพร” กล้วยเล็บมือนาง เป็นพืชมีศักยภาพสูงที่จะพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจสำหรับตลาดภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพร กรมวิชาการเกษตร จึงได้สำรวจคัดเลือก และรวบรวมกล้วยเล็บมือนางสายต้นที่ให้ผลผลิตสูง คุณภาพผลผลิตดี ลักษณะผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาดจากแปลงเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่ปี 2554 คัดเลือกได้ 21 สายต้นนำมาปลูกเปรียบเทียบและคัดเลือกสายต้นที่เจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตสูง เหมาะสำหรับแปรรูปและรับประทานผลสดได้ จำนวน 5 สายต้น นำมาปลูกขยายหน่อพันธุ์ ปลูกทดสอบในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน โดยใช้สายต้น 001 พันธุ์พื้นเมือง เป็นพันธุ์เปรียบเทียบ จนได้สายต้นดีเด่น
ไม่ใช่เพียงการปลูกผักในบริเวณบ้านเท่านั้นที่จะถูกนำเสนอในคอลัมน์ เกษตรในเมือง แต่หมายถึงการปลูกพืชชนิดไหนก็ได้ ขอเพียงให้สามารถใช้ประโยชน์จากการปลูกทั้งในแง่ความมั่นคงทางอาหารหรือสุขภาพที่ได้บริโภคผักปลอดภัย หรือในแง่สันทนาการเพื่อความเพลิดเพลินสามารถคลายเครียดจากการทำงานในเมืองได้เป็นอย่างดี ไม้ดอกไม้ประดับส่วนใหญ่จะถูกปลูกไว้หน้าบ้านหรือในสวนข้างบ้านอยู่แล้ว จะมากจะน้อยแล้วแต่ความชอบกับความเหมาะสมของสถานที่ ภูมิอากาศสภาพแวดล้อมก็มีส่วนด้วย ตามข้อมูลของเฟิร์นสกุล Platycerium หรือชายผ้าสีดา ที่มีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในประเทศไทยมีอยู่ 4 ชนิด คือ เฟิร์นหูช้าง เฟิร์นปีกผีเสื้อ ที่มีมากทางภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนเฟิร์นชายผ้าสีดาใต้ที่มีชายห้อยลงยาวกว่าชนิดอื่นและเฟิร์นเขากวางตั้งซึ่งมีชายตั้งตรงขึ้นไม่ได้ห้อยเหมือนชนิดอื่นพบในภาคใต้ ผู้เขียนเคยนำเฟิร์นทั้ง 4 ชนิดมาปลูกในภาคกลางปรากฏว่าเฟิร์นที่เติบโตได้ดีคือ เฟิร์นปีกผีเสื้อและเฟิร์นหูช้างของภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนเฟิร์นที่มาจากภาคใต้ คือเฟิร์นชายผ้าสีดาใต้และเขากวางตั้งปลูกค่อนข้างยาก เพราะตามถิ่นกำเนิดเดิมเฟิร์นเหล่านี้อยู่ในธรรมชาติที่
หลายคนยังแยกไม่ออกระหว่างมะยงชิดกับมะปรางหวาน ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะหากมองด้วยตาเปล่าแล้วผลไม้ทั้ง 2 อย่างนี้ มีความเหมือนกันอย่างกับแกะ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครหลายคนจะเข้าใจผิดว่ามะปราง คือมะยงชิด หรือมะยงชิด คือมะปราง ดังนั้น ก่อนที่จะทราบถึงเทคนิคการปลูก ผู้เขียนมีวิธีสังเกตง่ายๆ มาฝาก คือหนึ่งส่วนใหญ่หากเป็นมะปรางจะมีลูกเล็กกว่ามะยงชิด สองสังเกตได้จากสีของผลเมื่อสุกเต็มที่ หากเป็นมะปรางหวานจะสีออกเหลืองนวล มากกว่ามะยงชิดที่ออกสีเหลืองส้ม และสามแตกต่างที่รสชาติ มะปรางจะให้รสชาติหวาน ส่วนมะยงชิดจะให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว คุณกฤษฎา ขุนนามวงษ์ หรือ คุณเดียร์ เจ้าของสวนบุญสพวรรณ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 ตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หนุ่มพิมายรักในอาชีพเกษตร สานต่องานสวนของที่บ้านบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ เน้นปลูกพืชผสมผสาน มีมะยงชิด-มะปรางหวาน เป็นพืชดาวเด่น พร้อมเปิดสวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแบ่งปัน ไม่ต้องวิ่งออกไปหาลูกค้า ลูกค้าเข้ามาหา นำเงินมาให้เองถึงสวน คุณเดียร์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรมาโดยตลอด ซึ่งเป็นอาชีพที่สานต่อมาจากครอบครัวที่จะเน้
จาก Project Manager (โปรเจ็กต์เมเนเจอร์) ผันตัวเป็นเจ้าขององุ่นกระถางชลบุรี จากอาชีพเสริมกลายเป็นอาชีพหลัก ทำเงินเจ็ดหลักต่อเดือน ในพื้นที่ข้างบ้านเพียง 20 ตารางเมตร ข้างบ้านจัดสรร จากปลูกเล่นๆ แต่งบ้านให้สวย ให้ร่มเงาหน้าบ้าน กลายเป็นทำเงินได้จริง คุณสุมนมาศ สุตตสันต์ หรือ คุณหญิง เจ้าของเพจองุ่นกระถางชลบุรี อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เล่าว่า ปลูกองุ่นในเข่งทำมาแล้วปีกว่า จุดเริ่มต้นมาจากอยากจัดสวนธรรมดาข้างบ้าน จากการปลูกเล่นๆ ชอบการแต่งบ้าน บ้านเราเป็นบ้านจัดสรรมันพื้นที่ไม่ใหญ่ มีพื้นที่ข้างบ้าน 20 ตารางเมตร เราอยากปลูกผลไม้ที่บ้าน เลยไปหาซื้อพวกผลไม้มาลองปลูกใส่กระถางใหญ่ๆ ทดลองปลูกพวกมังคุด ชมพู่ ผลไม้อื่นๆ มาเรื่อยๆ ซึ่งกว่าจะให้ผลผลิตต้องใช้ระยะเป็นปี หลังจากนั้นไปเจอองุ่นใส่กระถางขายในออนไลน์ ลองซื้อต้นมาปลูก แต่ตอนซื้อมาต้นไม่ได้ติดลูก เลยลองปลูกดูเพราะองุ่นใบสวยเป็นไม้ประดับได้ หลังจากปลูกได้ประมาณ 4-5 เดือน เริ่มติดช่อขึ้นมา เราก็เลยเหมือนโพสต์อวดเพื่อนในโซเชียล หลังจากนั้นก็มีคนให้ความสนใจต้นพันธุ์องุ่น ทักมาขอซื้อต้นพันธุ์ เลยมองว่าเพาะพันธุ์ขายก็สามารถทำรายได้เสริมให้กับ
นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคล เป็น “วันเกษตรกร” ประจำปีด้วย เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร ซึ่งเป็นภาคการผลิตและเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่กับวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกรนับแต่นั้นเป็นต้นมา สำหรับในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้คัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้รับรางวัลปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2568 เพื่อเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568 นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ได้ลงนามประกาศรับรองมติคณะกรรมการส่งเสริมปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อแต่งตั้งบุคคลเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2568 จำนวน 3 สาขา ดังนี้ 1.ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาข
เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมไปกินอาหารร้านกับข้าวแบบจีนไหหลำในย่านเขตพระนครที่คุ้นเคยกันร้านหนึ่ง ปกติของที่ต้องสั่ง นอกจากผัดจับฉ่าย ไก่ตอน โอวห่วย (ก้านเผือกดอง) ผัดปลา และแพะตุ๋นแล้ว ก็ต้องสั่งหมี่กรอบของเขามากินก่อนอื่น เพราะเขาทำได้ดี กินติดใจมานานทีเดียว วันที่ไป หมี่กรอบรสดี “เกือบ” เหมือนเดิม ที่ว่าเกือบเหมือน ไม่ใช่ว่าเขาปรุงด้อยฝีมือลง ทว่าขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญมากๆ ของสำรับนี้ คือ “ส้มซ่า” (Citrus aurantium var. aurantium) ไป ผัดหมี่กรอบดีๆ ที่ไม่มีผิวส้มซ่าหั่นฝอยโรยหน้า มันเหมือนทำไม่เสร็จเลยทีเดียวล่ะครับ นึกถึงสมัยก่อน ผมมักซื้อส้มซ่าได้จากแผงลอยตรงท่าช้างวังหลวง จุดที่จะข้ามเรือไปวัดระฆัง ฝั่งธนบุรี เพราะว่าแม่ค้าที่เป็นคนสวนฝั่งธนบุรีจะเอาส้มซ่าจากในสวนของตนมาขาย ลูกโต ผิวสีเขียวจัด หอมมากๆ เลย ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังมีอยู่หรือเปล่านะครับ ปัญหาขาดแคลนส้มซ่าของร้านอาหารที่ขายผัดหมี่กรอบ ส้มฉุน หรือสำรับโบราณบางชนิดเป็นเรื่องที่นึกไม่ถึง หรือบางครั้งเราก็เผลอคิดไปเองว่า เดี๋ยวนี้คงหาคนปลูกส้มซ่ายากแล้วกระมัง แต่เมื่อเร็วๆ นี้ พรรคพวกกันไปสืบรู้มาว่า ในสวนเก่าเมืองนนทบุรี ละแวกตำบลไ
