พืชทำเงิน
วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ (BBVC) เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสถาบันศึกษาในฝันของเด็กไทยหลายๆ คน เพราะที่นี่ช่วยแบ่งเบาบรรเทาภาระของผู้ปกครอง รับสมัคร ม.3 จากทั่วประเทศ เรียนต่อหลักสูตร ปวช. และ ปวส. นักศึกษาทุกคนได้รับทุนเล่าเรียนตลอดการศึกษา โดยผู้มีจิตศรัทธาอุปการะบริจาคทุนให้ เรียนฟรี พักฟรี อาหารฟรี อุปกรณ์การเรียนฟรี ตลอดการศึกษา 5 ปี วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ สอนวิชาชีพควบคู่กับสอนธรรมะ ตามแนวทางของท่านพุทธทาส คือ สอนวิชาชีพควบคู่กับการสอนธรรมะ การนั่งสมาธิ ทำวัตรเช้า-เย็น ดำเนินการสอนมาแล้วเป็นปีที่ 7 ปัจจุบัน เปิดสอน 6 สาขา คือ สาขาการบัญชี สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สาขาภาษาต่างประเทศ สาขาอาหารและโภชนาการ สาขาการโรงแรม และสาขาการท่องเที่ยว ด้วยหลักสูตรที่ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีควบคู่กับการปฏิบัติ ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้นอกสถานที่ เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ทั้งในวิทยาลัยและที่สถานประกอบการในพื้นที่ซึ่งผู้สอนเป็นผู้บริหารและหัวหน้างานที่เป็นมืออาชีพในสาขาต่างๆ เพื่อได้มีทักษะสามารถทำงานได้ทุกแห่ง พร้อมสู้งานหนักได้ทุกสถานการณ์ สถานศึกษาแห่งนี้ไม
เงาะขนสั้น หรือ เงาะลิ้นจี่ เป็นพืชที่มีลักษณะคล้ายกับเงาะ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศมาเลเซีย และได้มีการนำไม้ชนิดนี้เข้ามาปลูกในประเทศไทย มักจะพบเจอมากในภาคใต้ และปัจจุบันก็สามารถปลูกได้ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย เงาะลิ้นจี่เป็นพืชที่มีลักษณะคล้ายเงาะ มีความชื่นชอบน้ำและอากาศที่ชื้น นอกจากนี้ เงาะลิ้นจี่ยังมีชื่อเรียกอีกมากมายในแต่ละประเทศ เช่น ภาษามาลายูเรียกว่า ปูลาซัน ภาษาอินโดนีเซียเรียกว่า กาปูลาซัน ภาษาฟิลิปปินส์เรียกว่า บูลาลา หรือ ปานุงกายัน เงาะลิ้นจี่เป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งที่มักพบเจอได้ในป่าประเทศอินโดนีเซีย หรือจะเรียกง่ายๆ ว่า เงาะป่านั่นเอง หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงเรียกว่าเงาะลิ้นจี่ เพราะการกินผลไม้ชนิดนี้เพียง 1 ผล สามารถให้รสชาติและเนื้อสัมผัสถึงการกินเงาะและลิ้นจี่ในผลเดียวกัน เงาะลิ้นจี่มีรสชาติหวานกลางๆ ไม่หวานแสบคอ และให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น มีเนื้อกรอบเหมือนเงาะ แต่ก็มีความชุ่มฉ่ำน้ำคล้ายลิ้นจี่ เนื้อร่อนไม่ติดเมล็ดเหมือนเงาะทั่วไป และเมล็ดก็มีขนาดที่เล็กสามารถเคี้ยวกินได้เลย ลักษณะเด่นของเงาะลิ้นจี่ ใบ มีลักษณะใหญ่กว่าใบของเงาะโรงเรียน ใบเงาะลิ้นจี่มีความคล้ายใบลองกอ
มูลไก่ถือเป็นปุ๋ยคอกที่มีบทบาทสำคัญที่ช่วยเพิ่มธาตุไนโตรเจน สำหรับนาข้าว และพืชผัก ผลไม้ทุกชนิด เมื่อนำสิ่งเหลือใช้จากธรรมชาติมาปรับใช้เป็นน้ำหมักชีวภาพมูลไก่ จะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตเรื่องค่าปุ๋ยเคมีไปได้กว่า 70% 🔴ส่วนผสมการทำปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ขี้ไก่ -ขี้ไก่ จำนวน 1 กระสอบ (30 กิโลกรัม) -น้ำเปล่า จำนวน 50 ลิตร -จุลินทรีย์อีเอ็มสูตรขยาย จำนวน 3 ลิตร -กากน้ำตาล จำนวน 1.5 ลิตร 🪴วิธีการ นำส่วนผสมทั้งหมด มารวมกัน คนให้เข้ากัน ปิดฝาตั้งไว้ในที่ร่ม นาน 15-30 วัน นำไปใช้ประโยชน์ได้ และควรใช้ให้หมดภายในเวลา 1 เดือน 🍀สูตรขยายจุลินทรีย์อีเอ็ม -หัวเชื้อจุลินทรีย์อีเอ็มแท้ของบริษัท เอ็มโร เอเชีย จำกัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา -กากน้ำตาล -ขวดพลาสติกแบบฝาเกลียว 🪴ขั้นตอนการทำ 1. ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์อีเอ็ม 2 ช้อนโต๊ะ + กากน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน 2. บรรจุน้ำสะอาดใส่ในขวดพลาสติกเตรียมไว้ขวดละ 1 ลิตร 3. จากนั้นเทหัวเชื้อจุลินทรีย์อีเอ็มที่ผสมกากน้ำตาลแล้ว ลงใส่ในขวดพลาสติกที่ใส่น้ำไว้ แล้วเขย่าให้เข้ากัน ปิดฝาให้สนิท ตั้งไว้ในที่ร่ม 7 วัน สามารถนำมาใช้ได้และมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับจุลินทรีย์
การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตของภาคเกษตร นับเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกษตรกรมีการจัดการแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ต้นทุน และมีรายได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการพัฒนาที่มุ่งสู่เกษตร 4.0 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น สร้างรายได้ดี มีความมั่นคง และยั่งยืน คุณขวัญชัย แตงทอง เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) เป็นชาวนาต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกข้าวและทำเกษตรปลอดสารพิษ ได้รับมาตรฐาน GAP ข้าวปลอดสารพิษ และได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ปัจจุบัน คุณขวัญชัยเป็นประธานศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอหันคา (ศพก.หันคา) และประธานแปลงใหญ่ข้าวบ้านบึงม่วง ตำบลสามง่ามท่าโบสถ์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ซึ่งได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาทำนา ปี 2562 รางวัลรองชนะเลิศแปลงใหญ่ดีเด่น ปี 2565 รางวัล ศพก. ดีเด่นระดับเขต (ภาคกลาง) ปี 2565 เดิมคุณขวัญชัยทำเกษตรเชิงเดี่ยวโดยปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว และประสบปัญหาเรื่องการแพ้สารเคมี จึงได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท เพื
สำนวนไทยว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” มีความหมายถึงพฤติกรรมความขัดแย้งแข่งขัน ของคนที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกัน ไม่ค่อยลงรอยกัน ที่ต่างก็มีอารมณ์ร้อนพอๆ กัน ไม่ยอมลดละกัน จัดจ้านพอกัน เรียกว่าร้อนแรงยกกำลังสอง บ้านเรือนหรือสังคมจะลุกเป็นไฟหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าความแรงของอารมณ์เวลานั้นเป็นระดับไหน เช่นเดียวกับ ขิงแก่ ข่าแก่ ยิ่งแก่ยิ่งแรง ขิงอ่อน ข่าอ่อน ก็นุ่มนวลชวนลองลิ้ม สักคำ!! พืชผักไทยชนิดหนึ่ง “ขิงแกลง” เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก และเคยลิ้มรส ใบที่หอมเผ็ดร้อนกำลังเหมาะ เป็นพืชผักสวนครัว เป็นพืชสมุนไพรในตระกูลขิง ข่า ขมิ้น ทั่วไป นิยมปลูกไว้กินใบ จัดอยู่ในประเภทขิงเล็ก ขิงป่า ที่มีเหง้าแง่งไม่ใหญ่ แบบว่าแคระแกร็นก็ไม่ผิดเกินไปนัก แต่เป็นขิงเล็กที่เผ็ดร้อนมากกว่าขิงทั่วไป เป็นพืชในวงศ์ขิง ZINGIBERACEAE เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ชนิด Zingiber officinal Roscoe มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคกลาง เรียก ขิงบ้าน ขิงป่า ขิงแครง ขิงเขา ขิงดอกเดียว แถวจันทบุรี เรียก ขิงแกลง ขิงแดง เชียงใหม่ เรียก ขิงเผือก คนเหนือ เรียก ขิงแก็ง หรือขิงแกลง ในตำราหมวดจตุทิพยคันธา ว่า ขิงแครง เป็น 1 ใน 4 อย่างขององค์ประก
น้ำหมักจุลินทรีย์มีชื่อหลากหลาย เช่น น้ำหมักชีวภาพ น้ำเอ็นไซม์ น้ำหมักพืช น้ำหมักไอออนิก ปัจุบันน้ำหมักจุลินทรีย์สามารถพัฒนาให้ใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านปศุสัตว์ เพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ด้านประมงช่วยควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านสิ่งแวดล้อมช่วยบำบัดน้ำเสียจากการเกษตร ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากกองขยะ ปรับสภาพของเสีย เช่น เศษอาหารจากครัวเรือนให้ประโยชน์ต่อการเลี้ยงสัตว์ และการเพาะปลูกพืช เทคโนโลยีชาวบ้านได้มีการรวบรวมสูตรน้ำหมักจุลินทรีย์ต่างๆ มาไว้ที่นี่แล้ว 1.จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง บำรุงพืช แข็งแรง โตไว ส่วนผสม – ไข่ไก่ 3 ฟอง – กะปิ 3 ช้อนโต๊ะ – ผงชูรส 3 ช้อนโต๊ะ – น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ – น้ำจากแหล่งธรรมชาติ ขั้นตอนการทำ นำส่วนผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน โขลกเปลือกไข่ให้ละเอียดใส่ลงไปในส่วนผสม เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ตวง 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในน้ำ 1.5 ลิตร เขย่าให้เข้ากัน นำไปตากแดด 4-5 วัน จะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนเมื่อครบ 15 วัน สามารถนำไปใช้ได้ ประโยชน์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง – ช่วยตรึงไนโตรเจนในดิน เพิ่มไนโตรเจนให้ก
เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่อีกคนที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล และถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพเพียงระยะเวลาไม่กี่ปี คุณกิตตินันท์ นุ้ยเด็น บัณฑิตจากคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งตั้งแต่เรียนจบมาเมื่อปี 2549 ยึดอาชีพเกษตรกรรมมาโดยตลอด เริ่มเมื่อปี 2549 จนถึงปัจจุบัน มีแปลงเกษตรทั้งหมด 60 ไร่ ปลูกพืชหลายชนิด แต่ที่ทำเป็นหลักคือ มะละกอฮอลแลนด์ มะละกอแขกดำ กล้วยไข่ และกล้วยหอมทอง หนุ่มวัย 35 ปี รายนี้ เป็นเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเป็นเจ้าของไร่ “อ.การเกษตร.” อยู่ที่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่จากสวนยางพาราที่มีอายุกว่า 30 ปี มาปลูกปาล์มน้ำมัน และพืชผักผลไม้แทน เพราะมองว่าทำเงินได้ดีกว่า อีกส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุราคายางตกต่ำ มีรายได้ทุกวัน วันนี้เขามีรายได้เฉลี่ย เดือนละ 30,000-50,000 บาท โดยไม่ต้องไปเป็นมนุษย์เงินเดือน มีความสุขอยู่กับเรือกสวน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ตและแหล่งต่างๆ พร้อมทั้งสอบถามผู้รู้ คุณกิตตินันท์ เล่าว่า ในพื้นที่ 60 ไร่ แบ่งเป็น 2 แปลง
นายณฎล สว่างญาติ จากอดีตวิศวกรก้าวเข้าสู่เกษตรกรชาวนาต้นแบบ ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม (ส.ป.ก.) นายณฎลเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของครอบครัวที่น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาปรับใช้บนที่ดินพระราชทาน ณ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียง ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายณฎล (ชื่อเดิม : นายนพดล) และคุณพ่อ “นายประมาณ สว่างญาติ” เป็นแกนนำหลักในการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อยกระดับการผลิตข้าวอย่างครบวงจร ในชื่อ กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนตำบลช้างใหญ่ ปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ข้าวสายพันธุ์ กข 43 พันธุ์ กข 79 ข้าวหอมปทุมธานี และพันธุ์ข้าว RJ22 มุ่งผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้กันเองภายในกลุ่มแปลงใหญ่ และจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนพันธุ์ข้าวไทย ดำเนินธุรกิจการตลาด เปิดโอกาสให้เกษตรกรเป็นผู้กำหนดราคาขายร่วมกับผู้ซื้อ เชื่อมโยงสู่ตลาดระดับต่างๆ มากขึ้น รวมถึงการพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตรปลอดภัย สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง “ข้าวอาร์เจ22” ข้าวนุ่ม คุณภาพดี ท้าชิงส่วนแบ่งตลาดข้าวนุ่มในอียู นายณฎล กล่าวว่า ข้าวหอมมะลิไทย โดดเด่นใน
วันนี้เพื่อนเราแทบทุกคน ถูกวิกฤตเศรษฐกิจบีบคั้น ความขัดสนลำบาก แม้จะได้เคยคิดคาดการณ์ไว้แล้ว ก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นรวดเร็วปานนี้ มันกลับมาเกิดในช่วงนี้ ช่วงที่โครงสร้างหลายอย่างกำลังเจริญรุดหน้า แต่ความจำเป็นพื้นฐานกลับเลวลง มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แม้แต่อาหารการกิน หนึ่งในปัจจัยสี่ ที่จำเป็นทำให้มีชีวิตอยู่รอด ความเปลี่ยนแปลงทางด้านอาหาร วัฒนธรรมการกิน ควบคู่กับความมั่นคงด้านอาหาร กล่าวคือ เมื่ออาหารเปลี่ยนรูปแบบ ความมั่นคง ความเพียงพอ ความเสี่ยงในคุณภาพ เกิดตามมา วันนี้คนถึงหวนคืนกลับสู่สามัญ อาหารพื้นบ้าน พืชพื้นบ้าน ยาพื้นบ้าน และความเป็นอยู่อย่างพื้นบ้าน จึงผุดขึ้นมาให้เห็น แต่ในโลกวันนี้ โลกที่เจริญหนีไกลจากนิยามคำว่า “พื้นบ้าน” แล้ว มาพร้อมกับความขัดสน ขาดหายกับสิ่งที่เคยมี จึงได้ปรากฏให้เห็นในวันเวลานี้ พืชพื้นบ้านหลายชนิด ที่สังคมชนบทยังคงเก็บรักษาไว้ และยังเป็นที่นิยมของคนทั่วไป แม้ว่าจะไม่มีการโฆษณาสรรพคุณ เหมือนสินค้าสมัยใหม่ และต้นกำเนิดที่มานั้นยังรางเลือน มีแต่ความทรงจำ และเรื่องเล่าเป็นหลักฐานข้อสันนิษฐาน ว่ามีกำเนิดมาจากที่โน่นที่นี่ อย่างเช่นพืชชนิดนี้ เป็นผักประเภทผ
หอมแดง เป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ตลอดปี เกษตรกรนิยมปลูกหอมแดงเป็นรายได้เสริม หลังฤดูทำนา โดยแหล่งปลูกสำคัญอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ โดยปกติเกษตรกรปลูกหอมแดงโดยใช้หัวพันธุ์ ได้แก่ “หอมบั่ว” เป็นหอมแดงพันธุ์พื้นเมืองภาคเหนือ ขนาดหัวปานกลาง ได้ผลผลิตประมาณ 2,000-3,000 กิโลกรัมต่อไร่ คุณภาพการเก็บรักษาไม่ค่อยดี เพราะมีเปอร์เซ็นต์แห้งฝ่อ และเน่าเสียหายมากถึง 60% และหอมแดงพันธุ์บางช้าง หรือหอมแดงศรีสะเกษ มีขนาดหัวใหญ่ให้ผลผลิตประมาณ 1,000-5,000 กิโลกรัมต่อไร่ คุณภาพในการเก็บรักษาดีกว่าหอมบั่ว การปลูกหอมแดงโดยใช้หัวพันธุ์ พบว่า มีปัญหาติดตามมามากมาย เช่น หัวพันธุ์เน่าเสีย ต้นทุนค่าหัวพันธุ์ไม่แน่นอนบางปีก็สูงมาก แถมเสี่ยงเจอโรคที่ติดมากับหัวพันธุ์ เช่น โรคหอมเรื้อน (หมานอน) ทำให้เกษตรกรหอมแดงมีต้นทุนการปลูกที่สูง หอมลำดวนตราศรแดง บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจเมล็ดพันธุ์ภายใต้ตราศรแดง เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงคิดค้นปรับปรุงสายพันธุ์หอมแดงคุณภาพดีจนประสบความสำเร็จได้เมล็ดพันธุ์หอมแดงพันธุ์หอมลำดวนที่เหมาะสมสำหรับปลูกเชิงการค้า
