พืชทำเงิน
ทุเรียนสาลิกา (Salika Durian) ถือเป็นไม้ผลอัตลักษณ์ของจังหวัดพังงา ที่มีต้นกำเนิดในพื้นที่อำเภอกะปง และได้มีการขยายพันธุ์จนมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมในปัจจุบัน ซึ่งทุเรียนสาลิกาของแท้ดั้งเดิมมีลักษณะผลค่อนข้างกลม เปลือกบาง เมล็ดลีบ รสชาติหวานมัน เนื้อสีเหลือง เนื้อหนาละเอียด มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญบริเวณกลางแกนผลมีสนิมสีแดงทุกผล จนได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) ภายใต้ชื่อ “ทุเรียนสาลิกาพังงา” จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อปี พ.ศ. 2561 โดยมีขอบเขตพื้นที่การผลิตในพื้นที่อำเภอกะปงเท่านั้น ลักษณะทุเรียนสาลิกา เป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ผลค่อนข้างกลม เปลือกผลบาง หนามสั้นและค่อนข้างถี่ ผลดิบสีเปลือกจะมีสีเขียวเข้ม เมื่อผลแก่สีจะอ่อนลง และมีสีน้ำตาลอ่อนบริเวณร่องพู เนื้อมีสีเหลือง เนื้อหนาละเอียด ไม่มีเส้นใย เนื้อแน่น ไม่เละ มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ รสชาติหวานมัน เมล็ดส่วนใหญ่จะมีลักษณะลีบ มีขนาดเล็ก น้ำหนักผลเฉลี่ย 1-2 กิโลกรัม มีผลผลิตออกสู่ตลาดในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม คุณรุ่งรดิศ ภิรมย์ หรือ โก้ลือ เห็นถึงความสำคัญของทุเรียนสาล
ปัจจุบันประชากรโลกและคนไทยก้าวเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ เสี่ยงเจอโรคภัยไข้เจ็บคุกคาม โดยโรคที่พบมากในผู้สูงอายุคือ โรคเบาหวาน มะเร็ง โรคหัวใจ และหลอดเลือดที่เกิดจากการอุดตันจากไขมัน โรคความดันโลหิตสูง และอื่นๆ อีกมากมาย การบริโภค “ข้าวโภชนาการสูง” เหมาะสำหรับกลุ่มผู้สูงวัยและคนที่รักสุขภาพ เพราะข้าวกลุ่มนี้มีสารอาหารเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แอนโทไซยานิน แกมมา-โอริซานอล วิตามินต่างๆ สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดการเกิดมะเร็ง ลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งข้าวโภชนาการสูงส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มข้าวสี เช่น สีดำ สีม่วง และสีแดง ได้แก่ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวเหนียวลืมผัว ข้าวสังข์หยดพัทลุง เป็นต้น Redberry ข้าวเหนียวแดงพันธุ์ใหม่ ในงานเกษตรแฟร์ 2567 เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 รศ.ดร.ศิวเรศ อารีกิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว Rice Science Center และ ดร.ชัชมาศ กาญจนอุดมการ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน จัดกิจกรรมกินข้าวกินผักโดยเปิดตัวข้าวเหนียวแดงโภชนาการสูง สายพันธุ์ใหม่ ที่เรียกว่า Redberry พร้อมทั้งหุงชิมร่วมกับข้าวสายพัน
ปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ที่รักสุขภาพจำนวนไม่น้อยสนใจอยากที่จะปลูกผักเพื่อสุขภาพไว้รับประทานเองที่บ้าน แต่ต้องประสบปัญหาในเรื่องของพื้นที่ที่มีอย่างจำกัด ครั้งนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ เกษตรกรโครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ได้แนะนำวิธีการเพาะเห็ดที่แสนง่าย มีเงินลงทุนเพียงหลักร้อย ใช้พื้นที่ข้างบ้านก็สามารถเพาะเห็ดได้ ส่วนวิธีการเพาะ การดูแล ก็ทำได้ไม่ยาก งานนี้ได้ทั้งสุขภาพและราคาที่ดีต่อใจ คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ หรือ คุณเขม อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 10 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด รู้จักกันในนาม “บ้านสวนเห็ดคุณยาย” โดยก่อนหน้าที่จะมาเพาะเห็ด คุณเขม เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้ผ่านมาหลายอาชีพ ตั้งแต่ทำงานเสริมความงามที่กรุงเทพฯ แต่มีเหตุที่ต้องกลับต่างจังหวัด เพราะแม่ไม่สบาย พอกลับมาอยู่กับแม่ก็เริ่มมองหาอาชีพเพื่อเลี้ยงตัวเอง ตอนนั้นมองว่าอาชีพขายหมูปิ้งนมสดน่าจะดี จึงลองทำดู ช่วงแรกๆ ก็ขายดี อยู่ไปสักพักเหมือนคนตกงานใครก็อยากมาขายหมูปิ้ง เราจึงหยุดการขายหมูปิ้ง หลังจากเลิกขายหมูปิ้งก็ยังไม่
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายภูมิภาคมีการเปิดจุดจำหน่ายข้าวกันอย่างคึกคัก ทั้งส่วนราชการ ภาคเอกชน เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านนำข้าวสารพันธุ์ดีมาวางขายส่งตรงถึงมือผู้บริโภคเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจากราคาข้าวตกต่ำ บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคัก ชื่นมื่น มีทั้งข้าวพันธุ์ดี ชื่อดังจากหลายภูมิภาค ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง รวมทั้งข้าวสายพันธุ์พื้นเมืองต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสซื้อข้าวชั้นดี หายาก สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ต่างๆ ยังมีข้าวหลากหลายให้เลือกบริโภค โดยเฉพาะตลาดข้าวกล้องพื้นเมือง ได้รับความสนใจจากทั้งผู้บริโภคชาวไทยและต่างประเทศ ที่จังหวัดสตูล เป็นอีกแหล่งปลูกข้าวพื้นเมืองที่นิยมบริโภคกันในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะผู้ชื่นชอบข้าวหุงขึ้นหม้อ รสชาติมัน กินอิ่มท้อง ทำข้าวต้ม-โจ๊ก อร่อย หรือใช้ทำแป้งขนมจีน จะได้เส้นขนมจีนเหนียวหนึบ หรือใช้ทำแป้งขนมทองพับ ปัจจุบัน มีการขยายตลาดไปยังผู้บริโภคประเทศมาเลเซียด้วย โดยเฉพาะ “ข้าวอัลฮัมดุลิลลาฮุ” ผลผลิตจากชาวนาบ้านโคกโดน หมู่ที่ 12 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ปัจจุบัน ชาวนาบ้านโคกโดน รวมตัวตั้ง “กลุ่มเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร” มีสมาชิกกลุ่ม
“ข้าวเบายอดม่วงตรัง” เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองประจำถิ่นที่คนตรังรู้จักกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน มีการเก็บรักษาสายพันธุ์ข้าวมากว่า 100 ปี มีลักษณะเด่นคือในหนึ่งกอข้าวเปลือกจะมีหลายสี แรกเริ่มสีเขียว จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีแดง และเมื่อถึงระยะเก็บเกี่ยวจะมีสีม่วงคล้ายสียอดมะม่วง จึงเป็นที่มาของชื่อข้าวเบายอดม่วงตรัง สัมผัสของข้าวเมื่อหุงแล้วมีเหนียวนุ่ม ไม่กรุบหรือกระด้าง เคี้ยวง่าย ไม่ฝืดคอ ที่มากว่าจะเป็น “ข้าวเบายอดม่วง” จังหวัดตรัง ในอดีตเป็นจังหวัดที่มีการทำนาอยู่ทั่วทุกพื้นที่มีพันธุ์ข้าวดั้งเดิมที่เพาะปลูกอยู่หลากหลายสายพันธุ์ สำหรับข้าวเบายอดม่วง เป็นข้าวประจำถิ่นที่คนตรังในอดีตรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่มีการปลูกกันโดยทั่วไปภายในจังหวัด นิยมปลูกไว้ให้ผู้สูงอายุบริโภค เพราะเป็นข้าวนุ่ม เคี้ยวง่าย ไม่ติดคอ มีการปลูกเฉพาะในจังหวัดตรัง โดยชุมชนมีการเก็บรักษาสายพันธุ์ข้าวมากว่า 100 ปี ด้วยภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดมา จากในอดีตเรื่องการคัดเลือกสายพันธุ์ โดยเลือกเก็บแม่รวงเอาไว้ทำพันธุ์ (แม่รวง คือ รวงข้าวที่สมบูรณ์ที่สุดเกิดจากหน่อข้าวหน่อแรกอยู่สูงที่สุดในกอข้าว) ต่อมาในปี พ.ศ.
คุณจิรณี พิมผุย หรือ พี่ณี ประธานวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านวิทย์ ตำบลลมศักดิ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ นี้เกิดจากการรวมกลุ่มจากการมีนโยบายภาครัฐ โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมตัวกันไม่น้อยกว่า 30 คน ในพื้นที่เกือบ 300 ไร่ โดยได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 9 ในพื้นที่ เพื่อเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านวิทย์” พื้นที่ทั้งหมด 740 ไร่ มีสมาชิกทั้งหมด 60 ราย โดยแบ่งการปลูกข้าวแบบอินทรีย์ จำนวน 9 ราย จำนวน 160 ไร่ และกำลังปรับเปลี่ยนเข้าสู่กระบวนการปลูกข้าวอินทรีย์ จำนวน 41 ราย ในพื้นที่ 580 ไร่ ต่อมาในปี 2564 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จำนวน 2,880,000 บาท ในช่วงต้นของการลงมือทำ ต้องประสบกับปัญหาจากกลุ่มคณะกรรมการที่ส่วนใหญ่ล้วนแต่ประกอบอาชีพเกษตรปลูกข้าวเป็นหลัก ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงมือทำด้านธุรกิจเกษตร เพราะเนื่องจากนโยบายภาครัฐ จำเป็นต้องมีห้างหุ้นส่วนเข้ามาเก
แหนแดง สามารถไปทดแทนปุ๋ยยูเรียได้ในขณะที่ปุ๋ยมีราคาแพง และไม่ต้องกังวลในเรื่องของปุ๋ยปลอม แหนแดงเหมาะใช้ผสมกับดินปลูกเพื่อทำเกษตรอินทรีย์ แหนแดงสามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้ด้วย กินได้ทั้งสดและแห้ง ควบคู่ไปกับอาหารเม็ด หรือผสมกับฟางข้าวหรือหญ้าแห้งก็ได้ เพราะองค์ประกอบของแหนแดงมีโปรตีนสูง ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ มีอะมิโนแอซิดครบทุกตัว จึงเหมาะที่จะเป็นอาหารสัตว์ ในช่วงหน้าแล้งขาดแคลนหญ้าอาหารสัตว์ เกษตรกรสามารถใช้แหนแดงสดหรือแห้งผสมกับฟางแห้งหรือหญ้าแห้ง สัตว์ก็จะได้อาหารที่มีคุณภาพดี เกษตรกรสามารถเพาะเลี้ยงแหนแดงโดยเลี้ยงในบ่อน้ำตื้น ประมาณ 4-5 เซนติเมตร แหนแดงจะไม่มีวันขาดแคลน เก็บเกี่ยวได้ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะแหนแดงจะเจริญเติบโตและขยายตัวไปได้เรื่อยๆ แหนแดง” พืชน้ำมหัศจรรย์ เปรียบเหมือนโรงงานผลิตปุ๋ย ใช้ปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ ทำเกษตรอินทรีย์ ช่วยลดต้นทุน แหนแดง เป็นพืชตระกูลเฟิร์นชนิดลอยน้ำ เจริญเติบโตลอยอยู่บนผิวน้ำที่ที่มีน้ำขังในเขตร้อนและเขตอบอุ่น แหนแดงที่พบอยู่ทั่วโลกมีอยู่ด้วยกัน 7 ชนิด ในประเทศไทยมีอยู่เพียงชนิดเดียว คือ อะซอลล่า พินนาต้า (Azolla pinnata) แหนแดง มีอยู่มา
ข้าวปะกาอำปึล ข้าวปกาอำปึล ข้าวผกาอำปึล หรือ ข้าวดอกมะขาม ข้าวพื้นถิ่นเมืองสุรินทร์ Authentic Traditional Surin Rice ข้าวพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดสุรินทร์นี้ จะอยู่ตะเข็บชายแดนไทยกัมพูชา ทางฝั่งไทยปลูกกันแถบจังหวัดสุรินทร์ ส่วนกัมพูชาคือจังหวัดอุดรมีชัย (ปะกาอำปึล แปลว่า ดอกมะขาม) “ปะกาอำปึล” เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้ง ต้นสูงกว่าข้าวขาวดอกมะลิ 105 มีผลผลิตน้อยกว่าข้าวหอมมะลิ เหมาะสำหรับปลูกตามหัวไร่ปลายนา ไม่ชอบน้ำขังมาก เมื่อสุกแก่ เปลือกของข้าวสีเหลืองทองเหมือนดอกมะขาม เมล็ดยาว เมื่อขัดขาวจะสีขาวเหมือนข้าวทั่วไป หากสีเป็นข้าวกล้องเมล็ดสีน้ำตาลออกเขียว ทนทานต่อโรคแมลง กลิ่นจะหอมเหมือนกับข้าวโพดข้าวเหนียว เนื้อสัมผัสของข้าวจะเหนียวอร่อยและหนึบ กรุบกรอบ คุณค่าทางโภขนาการข้าวปะกาอำปึล ข้าวกล้องปะกาอำปึล เป็นข้าวที่มีค่าน้ำตาลต่ำเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มีจมูกข้าวและกาบ้าสูง มีโปรตีน มีวิตามินบี ธาติเหล็ก มีธาตุอาหารที่ช่วยบำรุงผิวหนัง ระบบประสาท และเสริมสร้างเม็ดเลือด รวมถึงจมูกข้าวเส้นใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ที่มา : กรมการข้าว /////////////////////////////////////////////////
แหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวมีน้อย หาซื้อได้ยาก ราคาค่อนข้างแพง เป็นปัญหาหนึ่งในการทำนา แต่ที่จังหวัดสุรินทร์ยังไม่สิ้นคนดี เมื่อมีผู้นำสหกรณ์การเกษตรวัน วัน วัน จำกัด ได้ริเริ่มและนำแนวคิดมาให้สมาชิกปลูกข้าวในถุงพลาสติกดำเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี โดยการสนับสนุนด้านวิชาการและเสริมทักษะทุกขั้นตอนการผลิตจากภาครัฐและเอกชน ผลคือทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีปลูกและขาย และได้ก้าวเปลี่ยนสู่วิถียังชีพที่มั่นคง คุณธนาบูลย์ สุขปัญญา อดีตผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ (ด้านการเกษตร) เล่าให้ฟังว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีเป็นปัจจัยสำคัญในการทำนา แต่ละปีประเทศไทยใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก ในราว 670 ล้านกิโลกรัม แต่เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผลิตได้ก็ไม่เพียงพอ หาซื้อยาก ราคาค่อนข้างแพง จึงส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์การเกษตรรวมกลุ่มปลูกข้าวในถุงพลาสติกดำเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าว การปลูกเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าว สมาชิกสหกรณ์การเกษตรวัน วัน วัน จำกัด จะได้รับความรู้วิชาการและเสริมทักษะในทุกขั้นตอนจากนักวิชาการเกษตรศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินท
“ข้าว” ถือเป็นอีกหนึ่งพืชทางเศรษฐกิจสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะผ่านไปแห่งหนใดในประเทศไทย การปลูกข้าวก็มีให้เห็นอยู่เสมอตลอดทั้งปี และถ้าจะกล่าวว่าการทำนาเป็นเสมือน DNA ของคนไทยก็ไม่ผิด เพราะตั้งแต่เล็กจนโตการได้เห็นทุ่งนาและกิจกรรมต่างๆ นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวสำหรับใครหลายๆ คน ที่ได้เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัดและสื่อโซเชียลมีเดีย ที่มีการปลูกข้าวสร้างรายได้ คุณธนาวัฒน์ จันนิม หรือ คุณโอวา เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เรียกได้ว่ามี DNA และสายเลือดของความเป็นลูกชาวนาอย่างเต็มตัวเต็มเปี่ยม เพราะด้วยความที่ได้สัมผัสและได้นำเอามุมมองใหม่ๆ จากประสบการณ์ที่ได้ในสายงานอื่นๆ มาต่อยอดการทำตลาดข้าวให้กับครอบครัวจนประสบผลสำเร็จ พร้อมกับขยายการผลิตช่วยให้ชุมชนเกิดรายได้ไปพร้อมๆ กัน สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เห็นศักยภาพของตนเอง คุณโอวา เล่าให้ฟังว่า ด้วยความเป็นเด็กที่เติบโตมาจากต่างจังหวัดและครอบครัวทำนามาตลอดชีวิต ทำให้รู้สึกว่าอยากจะหนีจากสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอเมื่อโตขึ้น โดยหลังจากที่จบการศึกษาจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้วนั้น คุณโอวาได้เข้
