Featured
น.ส.กษิรา คล่องอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริหารทีมที่ปรึกษาการเงินอิสระ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้ารุกธุรกิจ Wealth Management ต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนดีๆ ราคาดี โดยเฉพาะหุ้นกู้ตลาดรองที่ธนาคารเป็นผู้บุกเบิกและเป็นผู้ให้บริการที่แอ๊กทีฟที่สุดในตลาด ปัจจุบัน ลูกค้าลงทุนหุ้นกู้ได้ด้วยตัวเองผ่าน Wealth Platform ที่แข็งแกร่งของธนาคาร ได้แก่ แอป CIMB THAI ขณะเดียวกัน ธนาคารต้องการขยายช่องทางนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนคุณภาพถึงมือลูกค้าในวงกว้าง โดยเฉพาะขยายฐานลูกค้าใหม่ที่สนใจกระจายการลงทุนจากเงินฝาก กองทุน ประกัน และขยับมาลงทุนหุ้นกู้ และต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ธนาคารจึงขยายฐานจำนวนเจ้าหน้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ โดยเปิดรับสมัครที่ปรึกษาการเงินอิสระ (Independent Financial Advisor – IFA) “เรามองว่า IFA ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคใหม่ที่มองหาอาชีพอิสระ เลือกเวลาทำงานเองได้ ปัจจุบัน IFA กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด และเพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่ถ้าจะพูดกันตามตรง ผลิตภัณฑ์ลงทุนส่วนใหญ่ที่ IFA นำเสนอกันตอนนี้ มี กองทุน และประกัน การมาเข้าร่วมเป็น IFA ก
การหารายได้บนออนไลน์เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการสร้างความมั่งคั่งได้จริง หากมีความตั้งใจ เรียนรู้ และปรับตัวให้เข้ากับโลกออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากเรื่องราวสุดปังของคุณแม่ลูกสองอย่าง Rachel Jimenez ที่พลิกวิกฤตหลังคลอด สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์สุดฮิต ทำเงินเข้ากระเป๋าทุกเดือนแบบสบายๆ เธอเล่าว่าเมื่อ 4 ปีก่อน ชีวิตเรียกได้ว่ามรสุมถาโถม ทั้งภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูกคนที่สอง แถมงานประจำก็ไม่ตอบโจทย์ความฝัน จนรู้สึกชีวิตมันตันไปหมด แต่แทนที่จะยอมแพ้ เธอกลับมองหาทางออกให้ชีวิต ด้วยการเริ่มทำสิ่งที่ตัวเองรักบนแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังอย่าง Etsy จากแค่อยากลองขายพวกไฟล์ดิจิทัลง่ายๆ อย่างเทมเพลตธุรกิจ หรือเกมปาร์ตี้เล็กๆ น้อยๆ ใครจะไปคิดว่ามันจะกลายเป็นขุมทรัพย์สร้างรายได้มหาศาล แต่ต้องบอกว่าในช่วงแรกๆ ก็ไม่ได้สวยหรูอะไร ต้องเจียดเวลาเลี้ยงลูกเล็กๆ 2 คน มานั่งทำ มานั่งขาย แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ มาวันนี้ คุณแม่นักสู้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจเสริมที่ทำจากบ้านสบายๆ แต่โกยเงินเข้ากระเป๋าเดือนละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 3 แสนบาท แถมยังเป็นรายได้แบบ Passiv
MK GROUP หรือ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดสุกี้ในประเทศไทยที่ครองส่วนแบ่งกว่า 60% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 23,000–25,000 ล้านบาท พร้อมตอกย้ำศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการเดินหน้าชูกลยุทธ์ Value Strategy ในปี 68 มุ่งเน้นตอบโจทย์ผู้บริโภคและประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค รวมถึงการปรับโมเดลแบรนด์ในเครือ เสริมทัพด้วยแบรนด์ใหม่ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ จนสามารถสร้าง Engagement ได้อย่างต่อเนื่อง คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอด 39 ปี ที่ทาง MK GROUP ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเติมเต็มความสุขให้ทุกครอบครัว เชื่อมต่อสุขภาพที่ดีให้เข้าถึงได้มากที่สุด รวมถึงการส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งหมดจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งต่อไปในทุกการเปลี่ยนแปลงของ MK GROUP ในปีนี้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ภาพรวมธุรกิจอาหารในปีนี้จะยังไม่เติบโตเท่าที่ควร โดยเฉพาะร้านอาหารเชนใหญ่ แต่เราต้องปรับตัวและวางแผนกลยุทธ์ที่ท้าทายยิ่งขึ้น เจาะลึก 3 แนวทางหลัก ภายใต้กลยุ
แกร็บฟู้ด แอปสั่งอาหารอันดับ 1* ในประเทศไทย ผนึก Shake Shack ชวนสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับสุดยอดคอลแลบแห่งปีอย่าง “Shake Shack x POTONG” ครั้งแรกกับการโคจรมาพบกันของแบรนด์เบอร์เกอร์ชื่อดังสัญชาติอเมริกันจากนิวยอร์ก และ เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม เจ้าของรางวัล World’s Best Female Chef 2025 ที่มาร่วมรังสรรค์เซตเมนูสุดพิเศษที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นและรสชาติอาหารไทยกับเมนูอเมริกันคลาสสิคอย่างสร้างสรรค์ โดยนอกจากจะวางจำหน่ายทั้ง 4 สาขาของ Shake Shack ทั่วกรุงเทพฯ แล้ว ยังสามารถสั่งได้ผ่านแอปพลิเคชัน Grab เท่านั้น ตอกย้ำความเป็นเทรนด์เซตเตอร์ในฐานะแพลตฟอร์มดีลิเวอรีเพียงรายเดียวที่ร่วมนำเสนอความเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้ซับแบรนด์ “Only at Grab” ที่มาพร้อมดีลส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการดีลิเวอรี ตั้งแต่วันนี้ – 6 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น ทั้งนี้ แกร็บได้เปิดตัวซับแบรนด์ “Only at Grab” ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาความพิเศษทั้งในด้านร้านอาหารและเมนู โดยเฉพาะสายฟู้ดดี้ที่ชอบค้นหาร้านเด็ดและเมนูอร่อยใหม่ๆ อยู่เสมอ สะท้อนอินไซต์ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภา
70 ปี ดีไซน์เดิม แต่ขายได้! เปิดกลยุทธ์ นันยาง เปรียบตัวเองเป็นปลาตามซอก ว่ายในเรดโอเชียน ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ได้ขึ้นเวทีเสวนาในหัวข้อ “ถอดวิธีคิด เส้นทาง กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของโทฟุซังและนันยาง” พร้อมกับ คุณสุรนาม พานิชการ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โทฟุซัง จำกัด พร้อมเผยเคล็ดลับการทำธุรกิจในงานสัมมนา “Thailand 2024 : beyond RED OCEAN” ที่จัดโดย “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ย้อนไปเมื่อประมาณ 100 ปีกว่า คุณวิชัย ซอโสตถิกุล มาจากเมืองจีน อายุได้ 10 ปีกว่าๆ อพยพจากเมืองจีนมากับครอบครัว ได้ทำอาชีพต่างๆ จนครั้งหนึ่งได้ทำกิจการซื้อมาขายไป หนึ่งในนั้นได้มีการนำเข้ารองเท้าจากประเทศสิงคโปร์ มีชื่อว่า หนำเอี๊ย เป็นภาษาแต้จิ๋ว เมื่อแปลมาเป็นภาษากลาง คือ นันยาง มาถึงในช่วงที่สอง คือช่วงก่อนปี 2500 ประเทศไทยมีการส่งเสริมการทำสินค้าไทย แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศสิงคโปร์เริ่มเปลี่ยนจากการไม่ผลิต จึงมีการเจรจาและเริ่มผลิตนันยางในประเทศไทยเมื่อปี 2496 เป็นปีแรก จนมาถึงปัจจุบัน 70 ปี ยุคเปลี่ยน แต่ นันยาง ไม่เปลี่ยน
เรื่องเล่า เป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนเพลิดเพลิน หลงเชื่อ คล้อยตาม และมองว่าเรื่องราวที่กำลังฟังอยู่นั้นสำคัญ Storytelling ก็เช่นกัน มันเข้ามาเป็นจุดสำคัญของการขายของออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการในยุคนี้ อย่างปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งเราจะทำให้ Storytelling ที่ดีเป็นแบบไหน เล่าเรื่องอย่างไรให้สินค้าทะลุเป้า พร้อมกับเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าอย่างมีคุณภาพ เราจะอธิบายให้คุณเอง *** บทความชิ้นนี้มีการอธิบายยาวพอสมควร*** สร้างความเข้าใจกับ Storytelling เรามักจะเปิดรีวิวของสินค้านั้นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนจ่ายเงิน ฟังเรื่องราวหรือเหตุผลของสินค้าตัวนั้นๆ ว่าที่มามาจากไหน ใครเป็นคนทำ มีคุณภาพอย่างไร เหมาะกับใคร มีคุณสมบัติอย่างไร แล้วมีเหตุผลอะไรที่ต้องรู้ นั่นแหละคือเรื่องเล่า แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เราคล้อยตามคือ ลักษณะของการเล่าเรื่อง (Narration) ว่าจะเล่าอะไรก่อนหลัง มีลำดับขั้นของเรื่องตามลำดับ ซึ่งโดยทั่วไป เวลาเราจะเล่าเรื่องหนึ่งเรื่องจะเริ่มที่ การเปิดเรื่อง (Exposition) ความขัดแย้ง (Conflict) จุดแตกหัก (Climax) แล้วจบด้วย การคลี่คลาย (Denouement) (ตัวอย่างที่ได้กล่าวมาเป็นทฤษฎี พีระมิดของเฟรย์แท
“คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย” โบราณท่านว่าไว้ เอามาใช้ได้ แม้ในการทำธุรกิจ การทำธุรกิจแบบ “หันหลังพิงกัน” คือ การพึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้เดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่หวังด้วยกัน สมัยนี้เรียกว่า “Collaboration” แปลเป็นไทยคือ การร่วมมือกัน เราอาจเห็นการเขียนย่อ “X” เช่น บอกว่า แบรนด์ ก ไก่ X แบรนด์ ข ไข่ ก็หมายถึง แบรนด์ ก ไก่ และแบรนด์ ข ไข่ มีการ Collab หรือ Collaboration กัน นั่นเอง แต่ผมขอเรียกง่ายๆ แบบชาวบ้านๆ ว่า “หันหลังพิงกัน” นะครับ การหันหลังพิงกันในธุรกิจ ไม่ใช่เพิ่งเกิด ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาฮิตกันในปีสองปีนี้เท่านั้น แต่มีมานานแล้ว คนรุ่นปู่ย่าตายายพวกเรา โดยเฉพาะคนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทย ท่านเหล่านั้น ล้วนเป็นนักคอลแลบทั้งสิ้น นิยมทำธุรกิจแบบหันหลังพิงกัน ช่วยกัน เอื้ออาทรกัน เบสิคการหันหลังพิงกัน ของคนขายสตรีตฟู้ดทั้งหลายคือ การยินยอมให้ลูกค้าของอีกเจ้า มานั่งกินที่โต๊ะของร้านเรา นึกภาพสตรีตฟู้ด ที่แต่ละเจ้าก็มีโต๊ะ เก้าอี้ แค่ 2-3 ชุด แต่บางทีลูกค้ามากันเป็นกลุ่ม คนนี้อยากกินร้านนี้ อีกคนอยากกินร้านนั้น แต่ปัญหาคือ ร้านนี้ไม่เสิร์ฟ ถ้าคุณนั่งโต๊ะอีกร้าน อีก
‘ช่างชุ่ย ครีเอทีฟ พาร์ค’ ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่แห่งศิลปะและความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง ล่าสุด ได้สร้างปรากฏการณ์แปลกใหม่ให้วงการศิลปะ โดย ‘คุณลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง อย่าง FLYNOW และ ผู้เนรมิต ช่างชุ่ย ครีเอทีฟ พาร์ค สนับสนุนให้มีการจัดนิทรรศการเดี่ยวในรอบ 9 ปี ‘ARCH OF LINECENSOR : PERFECT STORM’ ของ ‘Linecensor’ ศิลปินสตรีตอาร์ตชื่อดังของไทย นำผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมระดับมาสเตอร์พีซมาจัดแสดง พร้อมผลงานสุดอลังการ มีขนาดใหญ่สุดถึง 8 เมตร จัดขึ้นที่อาคาร ChangChui Gallery ซึ่งเต็มไปด้วยความคึกคัก จากเซเลบชื่อดัง และผู้ที่ชื่นชอบในงานศิลปะ คุณเกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์ หรือที่รู้จักในชื่อ Linecensor กล่าวว่า “ผมไม่ได้จัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวที่ประเทศไทยมานานหลายปี เลยอยากนำผลงานจิตรกรรมระดับมาสเตอร์พีซ ทั้งงานใหม่ ประมาณ 7-8 ชิ้น และผลงานจากนักสะสมที่หลายคนไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนมาจัดแสดง โดยมีผลงานขนาดใหญ่สุดถึง 8 เมตร ควบคู่กับการนำประติมากรรม ที่ผมออกแบบใหม่ทั้งหมดประมาณ 20 ชิ้น เพื่อเสริมการเล่าเรื่องผ่านงานจิตรกรรมให้โดดเด่นมากขึ้น รว
ฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีผลไม้หลากหลายชนิดออกสู่ตลาดในปริมาณมาก หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ‘ทุเรียน’ ราชาแห่งผลไม้ ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ในช่วงเวลานี้ ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ทั้งในกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดทั่วไทยต่างเร่งเปิดตัวแคมเปญ ‘บุฟเฟต์ทุเรียน’ เพื่อตอบรับกระแสความต้องการ กระตุ้นยอดขาย ดึงดูดลูกค้า และมอบประสบการณ์เฉพาะฤดูกาลที่ทั้งคุ้มค่าและตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าพรีเมียมในช่วงฤดูกาลผลไม้ปีนี้ ต่างตบเท้าเข้าร่วมแคมเปญ “บุฟเฟต์ทุเรียน” อย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นห้างค้าปลีกชื่อดัง ศูนย์การค้า ตลาด หรือแม้แต่สวนผลไม้ ต่างจัดบุฟเฟต์หลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมหลายระดับราคา ขึ้นอยู่กับระยะเวลา ความพรีเมียม และประเภทของผลไม้ที่นำเสนอ ห้างค้าปลีกรายใหญ่ เช่น แม็คโคร โลตัส เซ็นทรัล และบิ๊กซี พร้อมใจกันจัดแคมเปญ “บุฟเฟต์ผลไม้” โดยมีทุเรียนหมอนทอง ราชาแห่งผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นพระเอกของงาน ราคาบุฟเฟต์เฉลี่ยอยู่ที่ 499–799 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับสถานที่ ระยะเวลา และปริมาณผลไม้ที่ให้บริการ แม้แต่ศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์อย่าง
ใครจะไปคิดว่าเพลงโปรโมตสินค้าธรรมดาๆ จะกลายเป็นไวรัลใน TikTok จนมีคนนำเพลงในแผ่นเสียงไปใช้ทำคอนเทนต์เป็นหมื่นคลิปในเวลาไม่กี่สัปดาห์ “เยลลี่ยุทธเมืองสุรินทร์” คือเพลงที่ “คุณยุทธ” เจ้าของช่อง “ยุทธ เมืองสุรินทร์” แต่งขึ้นมาเพื่อหวังจะขายสินค้าในแบบฉบับที่ใช้เพลงในการขาย แต่ทว่าเมื่อปล่อยเพลงไปแล้ว ผลตอบรับดีเกินคาด เนื้อเพลงและทำนองดันติดหู ร้องตามง่าย จนกลายเป็นมีมเสียงใหม่ที่เป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว ซึ่งในคลิปต้นฉบับมีการโพสต์แคปชันสั้นๆ ว่า “เยลลี่ รสผลไม้ #เยลลี่ยุทธเมืองสุรินทร์ #ยุทธเมืองสุรินทร์” อาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ผลลัพธ์คือยอดวิวพุ่งสูงถึง 6.7 ล้านครั้ง และแผ่นเสียงถูกนำไปใช้มากกว่า 2 หมื่นคลิป ส่วน ‘เนื้อหา’ ในคลิปจะถือตัวสินค้าที่เป็นเยลลี่ และออกท่าทางเต้นตามเพลงเบาๆ ต่อมาในส่วนของ ‘เนื้อเพลง’ จะร้องว่า “เยลลี่ยุทธเมืองสุรินทร์ ใครได้เห็นก็ต้องอยากกิน โคตรอร่อยเคี้ยวเพลินนุ่มลิ้น จะไปบอกแม่ ว่าหนูอยากกิน” ความหมายของเนื้อเพลงก็ตรงตัว ไม่ต้องคิดเยอะว่าแต่ละประโยคแปลว่าอะไร เพราะในเนื้อเพลงบอกครบแล้ว ว่าตัวสินค้าที่จะโปรโมตคือเยลลี่ ของร้านคุณยุทธ ที่อยู่จังหวัดสุริ
