Featured
“สมมติเราเปรียบเทียบประเทศต่างๆ กับเรื่องดินสอ อเมริกาก็คือประเทศที่คิดค้นดินสอ ญี่ปุ่นคือประเทศที่คิดค้นดินสอกด เพื่อแก้ Pain Point ของดินสอที่ต้องคอยเหลา จีนผลิตดินสอได้ถูกที่สุด อิตาลีทำดินสอให้สวยที่สุด สบายที่สุด แพงที่สุด ขณะที่ไทยเราเป็นเพียง…ผู้บริโภค” ประโยคข้างต้น คือช่วงเปิดการบรรยายพิเศษ (Special Talk) ของ ซีเค เจิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด (Fastwork) ในงานมอบรางวัล “เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอียั่งยืน 2025” จัดโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ 3 พันธมิตร กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ความรู้แก่เอสเอ็มอีที่เข้าร่วมฟังทั้งหน้างานและช่องทางออนไลน์ เขาเสริมว่า ไทยเรามีความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ChatGPT แต่เราไม่ค่อยมีวัฒนธรรมว่าเราต้องคิดค้นหรือสร้างเอง เราคุ้นชินกับการเป็นศูนย์กลางการค้า (Trading Hub) ตั้งแต่ในประวัติศาสตร์ และเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิดนี้ ไม่ใช่มุ่งแข่งขันการผลิตและขายสินค้า
เพราะความจนรอไม่ได้ สิ่งเดียวที่พี่ชายคนโต ที่มีน้องอีก 10 คน จะช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้ นอกจากจะทำทุกอย่างแบบไม่เกี่ยงงานแล้ว เมื่อเรียนจบ ต้องรีบหางานทำให้เร็วที่สุด และใครจะคิดว่า ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 320 บาท จะสามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กต่างจังหวัด ให้กลายเป็น เจ้าของอาณาจักรร้านขายยาที่ใหญ่และมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย ตลอดการเดินทาง 40 ปี คุณเล้ง-ภก.ไชยเสน พิศาลวาเลิศ ประธานกรรมการบริษัท โปรฟาสซิโน จำกัด ย้อนความให้ฟังว่า ตนเกิดและเติบโตในครอบครัวคนจีน จ.นครสวรรค์ ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก พ่อแม่ มีอาชีพค้าขาย รายได้ไม่เพียงพอ เพราะมีลูกมากถึง 11 คน ตนเป็นลูกชายคนโต ชีวิตวัยเด็กจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาจุนเจือครอบครัว ทั้งขายลอตเตอรี่ เรียงเบอร์ ไอติม ฯลฯ และด้วยส่วนตัวมีความชอบเรื่องการค้าขาย พอเข้ามหาวิทยาลัย จึงตัดสินใจเลือกเรียนเภสัช ด้วยมีความฝันอยากเปิดร้านขายยา จึงได้มุ่งมั่นและสอบเข้าเรียนคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมดังใจ หลังจากจบการศึกษาปี 2519 ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ มีเงินติดตัวเพียง 320 บาท เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จะขอจากครอบครัว มุ่งมั
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยข้อมูล ยอดขายขนมขบเคี้ยวไทย ในปี 2568 คาดอยู่ที่ 49,550 ล้านบาท หรือโต 1.5% ชะลอจากปี 2567 ที่โต 4.7% ปัจจุบัน ‘ตลาดขนมขบเคี้ยวไทย’ มีจำนวนผู้เล่นมากกว่า 298 ราย และยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่น่าดึงดูด เนื่องจากมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 20-35% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากราคาวัตถุดิบที่ไม่สูง ทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ดี จึงทำให้ตลาดขบเคี้ยวมีการแข่งขันอย่างรุนแรงจากผู้เล่นรายใหญ่ด้วยกันเอง เนื่องจากรายใหญ่มี Economy of Scale รวมถึงมีสินค้าหมุนเวียนตลอด มีการออกรสชาติหรือไลน์โปรดักต์ใหม่ๆ และมีการบริหารจัดการต้นทุน ค่าใช้จ่ายในด้านการตลาดได้ดี จึงสามารถจัดโปรโมชันกระตุ้นยอดขายได้สม่ำเสมอ ทำให้เกิดการรับรู้แบรนด์จากผู้บริโภค ขณะที่ผู้เล่นรายเล็กจะแข่งขันในตลาดได้ยากกว่า แต่ถึงแม้ว่าผู้เล่นรายใหญ่จะครองตลาดได้ แต่การแข่งขันของผลิตภัณฑ์ก็ไม่ง่าย เพราะต้องแข่งขันกันเองกับตลาดขบเคี้ยวที่มีความหลากหลาย และยังต้องแข่งกับอาหารทานเล่นอื่นๆ อาทิ ขนมหวาน ติ่มซำ เฟรนช์ฟรายด์ ลูกชิ้น เป็นต้น ตลาดขบเคี้ยวไทย ในปี 2564-2567 พบว่า ปริมาณขนมขบเคี้ยวนำเข้า อย่าง ขนมปังกรอบและเวเฟอร์ โตเฉลี่ย 2.1
เชื่อว่าหลายคนที่เห็นของตกแต่งบ้านดีไซน์สวยถูกใจ แต่ต้องวางมันลงเมื่อเห็นป้ายราคา จากประสบการณ์ที่นักช้อปส่วนใหญ่คุ้นเคยนี้ โจวี่ ลิม นักศึกษาวัย 20 ปีชาวสิงคโปร์ก็ประสบมาเช่นกัน ด้วยความหลงใหลในการออกแบบตกแต่งภายในและของแต่งบ้านที่มีสไตล์ เขาชอบโคมไฟดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เสมอมา แต่บ่อยครั้งที่ของเหล่านั้นมีราคาเกินเอื้อมสำหรับเขา ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง โจวี่จึงตัดสินใจลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์ 3D และเริ่มทดลองออกแบบโคมไฟของตัวเองที่บ้าน หลังจากทุ่มเทเวลาหลายชั่วโมงเพื่อเรียนรู้วิธีทำให้งานออกแบบของเขากลายเป็นจริง นักศึกษาจาก Singapore Polytechnic ผู้นี้ก็ได้เปิดตัวบริษัทโคมไฟของตัวเองอย่างเป็นทางการในชื่อ Sonogo Design เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากในห้องนอนของเขาเอง ด้วย Sonogo Design โจวี่ตั้งเป้าที่จะทำให้ “โคมไฟคุณภาพสูงและงานฝีมือสามารถเข้าถึงได้” สำหรับชาวสิงคโปร์ “โคมไฟดีไซน์” จากงานอดิเรก สู่ธุรกิจ เมื่อแรกเริ่มที่ได้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของแบรนด์นี้ ข้อความแจ้งบนเว็บไซต์ ระบุว่า สินค้าล็อตล่าสุดขายหมดเกลี้ยงภายในวันเดียว โจวี่เชื่อว
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดงานเปิดตัวโครงการ “BUSWORK” อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางนักศึกษากว่า 1,000 คน และผู้ประกอบการจากเครือข่าย DNAbySPU ที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ถือเป็นการประกาศความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการทรานส์ฟอร์มระบบการศึกษา จาก “ห้องเรียน” สู่ “สนามอาชีพจริง” อย่างแท้จริง “มหาวิทยาลัยในวันนี้ ต้องไม่เป็นแค่ที่เรียน แต่ต้องเป็นสนามที่เริ่มต้นอาชีพได้จริง” เป็นประโยคแรกที่ ผศ.ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ Founder of BUSWORK และผู้อำนวยการหลักสูตร DNAbySPU ผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิด BUSWORK กล่าวเปิดตัว BUSWORK Community ที่รวมพลังนักศึกษากว่า 4,000 คน เพื่อรับงาน Freelance ด้านการตลาด คอนเทนต์ และโฆษณา ควบคู่ไปในขณะเรียน BUSWORK คืออะไร? “BUSWORK” มาจากคำว่า BUS (คณะบริหารธุรกิจ – Business Administration) + WORK (งานจริง รายได้จริง) เป็น Community ที่รวบรวม นักศึกษากว่า 4,000 คน จากคณะบริหารธุรกิจ ที่มีความสามารถด้าน Advertising, Digital Marketing, Content Creation, Live Commerce, Voi
พูดถึงธุรกิจค้าปลีกที่ประสบความสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือ มูจิ ประเทศไทย (MUJI) ที่สามารถคว้ารางวัรล Retail Asia Awards จากเวทีใหญ่ในประกาศรางวัลด้านธุรกิจ ซึ่งจัดขึ้นโดย Charlton Media Group ประเทศสิงคโปร์ เพื่อยกย่องแบรนด์ค้าปลีกที่มีความเป็นเลิศในด้านความสำเร็จ และนวัตกรรมในอุตสาหกรรมค้าปลีกทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยในปี 2568 มูจิ ประเทศไทย ได้รับรางวัลในสาขา Brand Store of The Year – Thailand ที่คัดเลือกแบรนด์ร้านค้าปลีก ในรูปแบบร้านค้าจริง (Physical Stores) ซึ่งโดดเด่นในด้านการดำเนินงานและการมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า โดยประเมินจากความมุ่งมั่นในการให้บริการลูกค้า ความสะดวกสบาย และประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดี ซึ่งรวมถึงปัจจัยต่างๆ เช่นความสวยงามของร้านค้า การจัดวางสินค้า มารยาทและการบริการของพนักงาน และความพึงพอใจโดยรวมของลูกค้า นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มูจิ ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สามัญประจำบ้านในใจคนไทย ซึ่งการได้รับรางวัล Brand Store of The Year –
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ ในโลกของภาพยนตร์ Thunder Express ไม่มีคำว่า “แฟรนไชส์” ปรากฏอยู่ในบท ไม่มีโลโก้ร้าน ไม่มีการเซ็นสัญญาสิทธิการใช้แบรนด์ แต่สิ่งที่ชัดเจนกลับเป็นภาพของคนตัวเล็กที่ต้องวิ่งให้ทันระบบใหญ่ คนที่อยู่ปลายทางของห่วงโซ่โลจิสติกส์ คนที่ถูกใช้เพื่อส่ง แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองคือ “ส่วนหนึ่งขององค์กร” หรือแค่ “ฟันเฟืองที่เปลี่ยนได้” และนั่นเองที่ทำให้ Thunder Express ไม่ได้สะท้อนโลกแฟรนไชส์ด้วยคำพูด แต่มันสะท้อนด้วย “โครงสร้าง” ที่บอกว่า ในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว การขยายสาขา และการกระจายบริการ คนตัวเล็กในระบบแฟรนไชส์ กำลังเผชิญกับคำถามเดียวกัน Flash Express เคยเป็นผู้สร้างแรงกระเพื่อม ตั้งแต่วันที่ให้ใครก็ได้เปิด “Flash Home” ด้วยเงินเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น โมเดลที่เคยถูกมองว่าเปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงระบบขนส่งได้อย่างเสมอภาค กลายเป็นทางลัดให้คนตัวเล็กเข้าร่วมกับแบรนด์ใหญ่ในระบบแฟรนไชส์ ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีภาระมากมาย แค่เปิดจุดส่ง รับรายได้จากยอดพัสดุ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรากลับพบว่า โมเดลนั้นอาจจะดีเกินไปบนกระดาษ เพราะในโลกจริง ความไม่แน่นอนของยอดส่ง การขา
ทำธุรกิจ ใครๆ ก็อยากให้เติบโต เราก็มักมุ่งเน้นไปที่เรื่องการตลาด การขาย แต่เรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ “การมีระบบ” ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่กำลังเผชิญสถานการณ์อยากให้โต แต่ทำไมไม่ยอมโต เลยหยิบเอาเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังครับ เรื่องของ “ระบบ” ที่หลายคนมองข้ามไป และเข้าใจว่า ทุกวันนี้ที่ทำงานกันอยู่ ถ้าไม่มีระบบ แล้วจะอยู่รอดมาได้อย่างไร นั่นก็จริงอยู่ครับ แต่…สิ่งที่กำลังทำอยู่ อาจเป็นเพียงระบบพื้นฐาน ที่ธุรกิจทั่วไปเขาก็ต้องทำ ต้องปฏิบัติเป็นปกติ คือถ้าไม่มีกระทั่งระบบพื้นฐาน คงจะเละเทะจนธุรกิจล่มสลายไปนานแล้ว แต่ระบบ ที่อยากเล่าให้ฟังคือ ระบบ ที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายง่ายขึ้น และสามารถส่งต่อระบบนี้ ไปสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น ระบบ ที่ผมกำลังหมายถึง มีหน้าตาประมาณนี้ครับ ลองจินตนาการตามนะครับ เป็นกระบวนการทำงาน ที่ง่าย รวดเร็ว สามารถถ่ายทอดให้ทุกคนทำตามในแบบเดียวกัน โดยไม่ต้องมาเสียเวลานั่งคิดว่า ฉันควรเริ่มต้นทำอะไรดี งานบางอย่างมีความสลับซับซ้อน และต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ การปล่อยให้คนมีประสบการณ์เท่านั้นที่ทำได้ เพราะเขามีวิธีคิดว่าต้องจัดการก
จากวุ้นโฮมเมดของแม่ ที่วางขายหน้าร้านขายยาของพ่อ ในย่านบางแค เพื่อหารายได้เสริมให้ครอบครัว หลังเผชิญวิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 แต่ใครจะคิดว่าร้านขนมเล็กๆ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘คุณเก๋ขนมหวาน’ แบรนด์ขนมไทยที่เติบโต จนก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดขนมไทยพร้อมทานอันดับ 1 ใน เซเว่น อีเลฟเว่น ด้วยกำลังการผลิต 120,000 ชิ้นต่อวัน และสร้างยอดขายกว่า 100 ล้านชิ้นต่อปี จากร้านเล็กๆ สู่เชลฟ์ร้านสะดวกซื้อ คุณกัน-มนสวรรณ ศรัณย์เวชกุล CEO บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด ทายาทรุ่น 2 เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนแม่ของเธอเปิดร้านวุ้นคุณเก๋ ที่ตั้งตามชื่อพี่สาวคนโต โดยเริ่มต้นขายเป็นอาชีพเสริม ทั้งวุ้นเป็ด วุ้นมะพร้าวน้ำหอม วุ้นแฟนซี และอีกมากมาย ที่หน้าร้านขายยา ณ ตอนนั้น ขายออร์เดอร์แรกได้เพียงหลักสิบบาท ไปจนถึง 100 บาท ก่อนขยับขยายไปเปิดหน้าร้านที่ตลาด อ.ต.ก. และ ตลาดบองมาร์เช่ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ถือว่าเป็นร้านขนมเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ เพราะปรับราคาขายตามทำเล เป็นกล่องละ 50 กว่าบาท ก่อนพัฒนาสู่แบรนด์ ‘คุณเก๋ขนมหวาน’ ในปี 2540 กระทั่งคุณกันเรียนจบด้านอุตสาหกรรมการเกษตร จากสถา
เจ้าของฉายา “ใช้ ดอนคิง” ที่เป็นคนไทยคนแรก สามารถขี่จักรยานยนต์คนเดียวรอบโลกมาแล้ว ถ่ายทอดประสบการณ์ส่วนหนึ่ง เมื่อครั้งนั้น ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ถ้าจะมองในแง่นิสัยการทำมาหากินแล้ว รู้สึกทึ่งคนจีน อย่างเคยขี่มอเตอร์ไซค์ไปชนบทในที่ต่างๆ ไม่น่าเชื่อ ทั้งอเมริกากลาง อเมริกาใต้ หรือแม้กระทั่งในยุโรป ตามเมืองเงียบๆ เล็กๆ กลับไปมีร้านค้าคนจีนซ่อนอยู่ แปลว่าคนจีนไปแทบทุกที่ในโลก และมีครั้งหนึ่ง เคยไปรถเสียอยู่ก่อนถึงกรุงลิมา ประเทศเปรู ได้คนจีน ให้การช่วยเหลือ สุดท้ายคุยไปคุยมา ทราบชื่อ “มิสเตอร์ไซ” เป็นเจ้าของโรงแรม เจ้าของร้านอาหารจีน อยู่ในเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งในประเทศเปรู แปลว่าคนจีนไปทุกที่เลย อันนี้คือเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ความขยันขันแข็ง และการมองเห็นโอกาสตลอดเวลาของคนจีนนั้น เพาะบ่มนิสัยให้ชนชาติจีนทุกวันนี้ค่อนข้างจะแข็งแรงมั่นคง คุณใช้ เล่าอีกว่า จากการไปเปิดโลกของเขา อีกอย่างหนึ่งที่มองเห็น ที่คนไทยควรภูมิใจจริงๆ คืออาหารไทย เป็นอาหารที่โม้ได้เลยว่าเป็น “นัมเบอร์วัน” ของโลกเหมือนกัน และจริงๆ แล้วเป็น Storm Power ไม่ใช่แค่ Soft หรอก เพียงแต่พวกเรามองมันเป็น Soft มาก
