Exclusive
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณสุเมธชัย อินทกรณ์ กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด โอคุริ เฮาส์ ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี สาขาการจัดการครัวและภัตตาคาร รุ่นที่ 8 ได้รับรางวัลสุดยอดซีอีโอ รุ่นเอสเอ็มอี สาขาธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง จากงาน CEO Econmass Awards 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ โดยได้เข้ารับรางวัลจาก ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คุณสุเมธชัย ที่ให้เรียกกันแบบกันเองว่า คุณออม เคยให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้ เขาเป็นเจ้าของแบรนด์ Siam Produces ผู้ผลิตปลากระป๋อง และน้ำผึ้ง คุณภาพสูงแต่ราคาย่อมเยา โดยมีเบื้องหลังแนวคิดในการก่อตั้งธุรกิจ ว่า “ผมเคยได้ค่าแรงขั้นต่ำมาก่อน ทำงานพาร์ตไทม์ได้เงินวันละร้อยกว่าบาท เลยเข้าใจคนที่มีรายได้น้อยเป็นอย่างไร ไม่มีใครมาช่วยเหลือได้ ยิ่งในช่วงโควิด ข้าวของแพงขึ้นเป็นเท่าตัว ธุรกิจขายกระเป๋าที่ทำอยู่กับภรรยา ไปได้ค่อนข้างยากเลยอยากทำธุรกิจเพิ่ม เป็นธุรกิจอะไรก็ได้ที่ช่วยลดค่าครองชีพ เพื่อให้ทั้งตัวเราพอมีกำไรไว้ดูแลครอบครัว แล
ตามที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมภัตตาคารไทย และพันธมิตร ร่วมกันจัดการแข่งขัน การประกวดสุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 หรือการแข่งขันสุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทย ชิงถ้วย ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และมีการประกาศผลไปแล้วเมื่อวันก่อน โดยตำแหน่งชนะเลิศสุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 นั้น ตกเป็นของร้านอุทยานข้าวแกง จ.ขอนแก่น ซึ่งมี เชฟจากัวร์-ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ เป็นเจ้าของกิจการ อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : “ข้าวแกงไทย” คือเสน่ห์อาหารไทย ททท. จัดประกวด สุดยอดข้าวแกงไทยสู่สากล 2025 สำหรับชื่อเสียงเรียงนามของ “แชมป์ข้าวแกงประเทศไทย” ท่านนี้ หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตากันไม่มากก็น้อย เพราะเขาจัดเป็น “เซเลบริตี้เชฟ” ท่านหนึ่ง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับฉายา “เชฟข้าวแกงร้อยล้าน” มาแล้ว เชฟจากัวร์ เคยพูดคุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึง “เส้นทางชีวิต” กว่าจะมีวันนี้ไว้ว่า ไม่ง่ายเลย โดยช่วงเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น พ่อแม่แยกทางกัน ทำให้ต้องย้ายจากปักษ์ใต้มาอาศัยอยู่ที่แฟลตคลองจั่นกับแม่และพี่ชายอีก
อาชีพนักบิน เป็นหนึ่งในอาชีพที่ใครได้ทำต่างมีความรู้สึกที่เท่และสง่างาม เพราะมีชุดในเครื่องแบบ มีรายได้ที่สูง และได้เดินทางไปทั่วประเทศ ทั่วโลก คุณเฟิร์ส–ฐิติวุฒน์ ดำแสงสวัสดิ์ อายุ 31 ปี ผู้ที่มีความฝันว่าสักวันจะต้องเป็นนักบินให้ได้ และสุดท้าย เขาก็ทำได้ แต่ชีวิตก็เหมือนเล่นตลก ช่วงโควิด-19 ทำให้เส้นทางชีวิตของเขาต้องเดินทางมาถึงช่วงตัดสินใจครั้งสำคัญ คือลาออกจากอาชีพนักบินที่เป็นอาชีพในฝันตั้งแต่เด็กๆ จำต้องหันหลังแล้วเดินหน้าไปในเส้นทางอื่น และเส้นทางอื่นที่ว่านั้น คือการพลิกอาชีพตัวเองมาเปิดร้านขนมไข่สไตล์สงขลาแท้ๆ ที่ใช้ชื่อว่า “รุนขนมไข่” ที่เริ่มต้นเพียงงบหลักหมื่น แต่เติบโตใน 3 ปี ขยาย 18 สาขา และยอดขายพีกสุดถึง 100,000 ชิ้นต่อวัน หรือวันละครึ่งล้านบาท และเรื่องราวที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “รุนขนมไข่” เติบโตขนาดนี้ มีอะไรซ่อนอยู่บ้าง วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะมาสรุปให้อ่านกัน จุดเริ่มต้นธุรกิจ จากนักบินสู่พ่อค้าขนม คุณเฟิร์สเติบโตมากับรสชาติแบบนี้ตั้งแต่วัยเด็ก แต่เมื่อย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เขากลับพบว่าขนมไข่ที่นี่ไม่เหมือนที่บ้านเกิดที่เคยกิน ไม่ใช่รสชาติที่เ
ในยุคที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ที่เมื่อจำนวนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มีภาระงานและเวลาที่จำกัด จึงส่งผลให้เกิดช่องว่างในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อแต่ยังขาดคนดูแลเอาใจใส่ ในช่องว่างนี้จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของตลาดสุขภาพ (Health & Wellness) และตลาดบริการสำหรับผู้สูงอายุ (Silver Economy) และในช่องว่างของโอกาสนี้เองที่ คุณแบงค์-ทศวรรษ บุญมา ผู้บริหาร บั้ดดี้โฮมแคร์ (Buddy Homecare) ที่เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 และขึ้นทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม ได้รับการรับรองตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 ได้จุดประกายไอเดียธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการและสอดคล้องกับสังคมของผู้สูงอายุ โดยได้ต่อยอดธุรกิจและผุดไอเดียออกมาเป็นบริการ “เช่าลูก” บริการเช่าลูกนี้ มีที่มาอย่างไร ได้รับกระแสตอบรับจากสังคมผู้สูงอายุในไทยมากน้อยแค่ไหน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับคุณแบงค์ ถึงที่มาที่ไป โดยคุณแบงค์ เล่าว่า บั้ดดี้โฮมแคร์ เริ่มต้นจากการเป็นโครงการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านภายใต้มูลน
รู้จัก “ลีกุมกี่” ประวัติไม่ธรรมดา อดีตเจ้าของโรงน้ำชา ลืมดับไฟซุปหอยนางรม สู่แบรนด์หอยนางรมเจ้าแรกของโลก อายุยาวนานกว่า 136 ปี! เวลาเข้าครัวทำกับข้าว เครื่องปรุงหลักๆ ต้องมี “ซอสหอยนางรม” เป็นองค์ประกอบหลักในการเพิ่มรสชาติของความอร่อย แล้วแบรนด์ที่คนไทยเราใช้คู่ครัวอยู่กันทั่วไป ทุกคนรู้หรือไม่ว่า “ลีกุมกี่” เป็นเจ้าแรกที่คิดค้นทำซอสหอยนางรมขึ้นมา ถือกำเนิดขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 1888 จากทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเกิดขึ้นจากความบังเอิญ จนต่อยอดกลายมาเป็นแบรนด์ซอสหอยนางรมเจ้าแรกของโลก และมีอายุยาวนานกว่า 136 ปี “ลืมดับไฟ” แต่กลายเป็นธุรกิจ เรื่องราวของซอสหอยนางรม ยี่ห้อ ลีกุมกี่ เกิดขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1888 จากที่ Mr.Lee Kum Sheung คุณลี กุงชุ เจ้าของโรงน้ำชา ในเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง กำลังต้มซุปหอยนางรมในหม้อและลืมมันไปจนกระทั่งซุปเคี่ยวจนข้น จากนั้นเขาจึงชิม แล้วค้นพบว่า นี่คือรสชาติใหม่ที่อร่อยจนไม่อาจจะต้านทานได้ เมื่อเกิดวิกฤตก็พลิกให้เป็นโอกาส จากนั้นมา เขาจึงได้เริ่มขายซอสหอยนางรมแล้วก่อตั้งเป็น Lee Kum Kee ถือว่าเป็นจุดกำเนิดซอสหอยนางรมแบรนด์แรกของโลก และได้รับความนิยมเป็นอย่าง
“ลงมือทำ สำคัญที่สุด” คือประโยคสั้นๆ ที่สรุปเส้นทางชีวิตของ “แต๊งค์ -พงศกร มหาเปารยะ” อดีตนักแสดงหนุ่ม ที่วันนี้หันมาทอดหมูก้อนส่งดีลิเวอรี ด้วยความเชื่อว่า “ของอร่อย ต้องมีตัวตนของคนทำ” และถ้าใครจำได้ เมื่อไม่นานมานี้ “แต๊งค์” เคยผันตัวเข้าสู่วงการโหราศาสตร์ รับเปิดไพ่ดูหมอ ให้ผู้สนใจ ในฐานะ “หมอดูหนุ่ม หน้าตาดี” มาแล้ว “การเป็นหมอดู ไม่ได้มาจากการเลือก แต่เป็นบทบาทที่โอกาสพาเข้ามา มีคนเข้ามาหาเราแล้วเขาสบายใจ แต่จริงๆ เราไม่มีความสุข” แต๊งค์ เล่าย้อนอย่างนั้น และว่า แม้จะช่วยเหลือคนอื่นได้ แต่กลับต้องรับฟังทุกข์ รับฟังปัญหามากมาย จนเหมือนพลังชีวิตถูกดูดออกไปเรื่อยๆ “ยืนทอดหมูทั้งวัน ยังไม่เหนื่อยเท่ากับดูดวงให้คนเดียว” เขาบอกจริงจัง และว่า วันนี้ถึงเวลาค่อยๆ ถอยออกจากวงการดูดวง และมองหาความสุขแท้จริงของชีวิต “ถึงเวลาแล้วที่จะทำสิ่งที่อยากทำมานาน” เขาว่า และสิ่งนั้นคือ “ศิลปะ” ที่ผ่านมา แต๊งค์เคยจัดแสดงผลงานศิลปะมาแล้ว และเขามองว่า “การทำอาหาร” ก็เป็นงานศิลปะแบบหนึ่ง รากฐานเริ่มต้นจากเมนูโปรดของคุณย่า “หมูก้อนทอด” เมนูที่เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก และหาซื้อจากร้านไหนก็ไม่เคยเจอรสชาติที่ใช่ “
เรียกเสียงฮือฮาไปไม่น้อย หลังจากออกมาเผยตัวเลขรายได้ จากการผันตัวมาสวมบทบาทเป็น “จูรี” บนโลกออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มสำคัญๆ อย่าง ติ๊กต็อก เฟซบุ๊ก ยูทูบ โดยใช้เวลาเพียง 11 เดือน สามารถผันเงินในอากาศเข้ามาสู่บัญชีธนาคารของตัวเองได้ถึง 56 ล้านบาท แต่ก่อนที่จะเข้าไปเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคหารายได้ชนิดน่าทึ่ง ของ “จูรี” ขอทำความรู้จักกับตัวตนของเขา ให้มากขึ้นสักหน่อย “เคยไปเป็นผู้ประกาศข่าวอยู่ที่ช่องเวิร์คพอยท์ และเคยรับราชการอยู่ที่สำนักงานศาลปกครอง มาอย่างละ 5 ปี ค่ะ” จูรี เกริ่นบทสนทนา กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยบุคลิกชวนยิ้ม พอถูกถามต่อ ก่อนจะมาถึงวันนี้มีพื้นเพอย่างไรบ้าง ได้คำตอบกลับมายาวเหยียด “จะใช้คำว่าเกิดมาในฐานะที่ยากจนก็ไม่ได้ มันต้องขั้นกว่าของคำว่าจน รากเหง้าบรรพบุรุษ คือ ทำนา ออกเล อยู่ในอำเภอระโนด สงขลา ตั้งแต่รุ่นทวดแล้ว ฐานะจนกันมารุ่นต่อรุ่น จนกันมาด้วยความภาคภูมิใจ คือ จนสะสมกันมายาวนาน พอมาถึงรุ่นเรา มันกำลังจะยัดเยียดสิ่งเหล่านั้นให้กับเราอีก เลยฮึดสู้ว่า เราเลือกเกิดเลือกไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำ เลือกจะเป็นอะไรก็ได้ เลยไปตั้งใจเรียนก่อน” ทางบ้านมีกำลังส่งเสียให้มาเรียนต
“จุดเริ่มมาจากการที่ผมไปร้านกาแฟ Specialty Coffee แล้วชอบเมล็ดกาแฟเขามาก ร้านเขาอยู่เชียงใหม่ ส่วนผมอยู่กรุงเทพฯ เลยถามว่าถ้ากลับไปที่บ้านแล้วสั่งซื้อได้ยังไง เขาบอกให้ไปซื้อในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบรนด์หนึ่งได้เลย ผมรู้สึกแปลกใจ ในเมื่อลูกค้ามาอยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมเขาไม่มีหน้าร้านออนไลน์ที่สามารถซื้อได้ โดยที่เขาไม่ต้องไปเสียค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มนั้น ตั้ง 20%” คือ ข้อมูลจาก คุณต้น-ณัฐวุฒิ ชื่นมะนา ผู้ร่วมพัฒนา แอป Shop Online ที่คิดขึ้นมาเพื่อผู้ประกอบการ SMEs ก่อน คุณต้น แนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น ปัจจุบันอายุ 40 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านการทำงานมาแล้วหลายองค์กรชั้นนำ ปัจจุบันมีอาชีพหลักเกี่ยวกับธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ส่วนการทำ แอป Shop Online นี้ มาจากประสบการณ์ตรงดังเกริ่นมาตอนต้น ก่อนนำมาคิดต่อยอดร่วมกับเพื่อนสนิท คือ คุณชนาพัทธ์ สุนทรวงศ์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ ซึ่งหารายได้เสริมจากการรับจ้างเขียนเว็บ ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย “เรา 2 คน มองเห็นปัญหาที่แทบทุกผู้ประกอบการเจอเหมือนกัน คืออยากขายออนไลน์ แต่ไม่มีเวลาหรือควา
“ผมมีเป้าหมาย ตั้งแต่เรียนจบทำยังไงก็ได้ ภายใน 5 ปี 7 ปี อยากมีเงินล้าน เพราะพนักงานประจำเก็บเงินล้านยากมากในมุมของผม เงินเดือนหมื่นห้า สองหมื่น กว่าจะเก็บได้ ใช้เวลาตั้ง 10 ปี เพราะฉะนั้น ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีรายได้เข้ามามากกว่านี้ ผมเป็นคนไม่อายทำกิน เป็นคนกล้า อยากทำนู่นทำนี่ เลยเริ่มขายน้ำเป็นงานเสริม กับมอเตอร์ไซค์ 1 คันหลังเลิกงาน” คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ เล่าย้อนถึงเป้าหมายชีวิต ก่อนเป็นเจ้าของธุรกิจ “พาสต้า อาม่า” ร้านอาหารที่ตั้งเป้าเติบโต 300 ล้านบาทในปีนี้ จุดเริ่มต้น พาสต้า อาม่า คุณจี เป็นหนุ่มเชียงใหม่ เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ในสายงาน HR Business Development ประจำบริษัทแห่งหนึ่ง ยาวนาน 7-8 ปี สลับกับย้ายไปประจำออฟฟิศที่เชียงใหม่ จังหวัดบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเริ่มขายน้ำผลไม้เป็นอาชีพเสริม จนสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน แม้จะสร้างรายได้ดี แต่เขามองว่า การหาปลาในเชียงใหม่ ต่อให้ขยายธุรกิจ ขยายลูกค้าไปมากแค่ไหน ก็มีอยู่แค่นั้น ประกอบกับมีเป้าหมายใหม่ “อยากประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนชีวิตให้ดีกว่าเดิม” เขาจึงหอบหิ้วโมเดลร้านน้ำผลไม้เข้
เมื่อเอ่ยถึงตระกูล “แซ่ลี” เชื่อว่าชื่อของ คนสันต์ แซ่ลี เจ้าของ Flash Express ต้องเข้ามาอยู่ในห้วงความคิดของใครหลายๆ คน อาจจะเป็นเพราะด้วยซีรีส์เรื่อง “สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงซึ่งเป็น Startup ไทยรายแรกที่ก้าวสู่ยูนิคอร์น แต่ยังมีอีกหนึ่งนักธุรกิจไฟแรง นั่นคือ คมชัย แซ่ลี น้องชายแท้ๆ ของคมสันต์ ที่เดินตามรอยความมุ่งมั่นของพี่ชาย แต่ต้องแลกมาด้วยบทเรียนราคาแพง เพราะเป็นหนี้ 100 ล้านบาทในวัย 26 ปี นับว่าเป็นการท้าทายอย่างมากในชีวิต คมชัย แซ่ลี ผู้ก่อตั้งอาณาจักรแฟรนไชส์พัสดุ MySave ที่วันนี้ไม่ได้มีแค่หลักร้อย แต่มีสาขาทั่วประเทศรวมกันกว่า 7,000 แห่ง กวาดรายได้ถึง 435 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี เรียกได้ว่าเป็นการตั้งหัวแถวใหม่ได้อย่างสมศักดิ์ศรีและพิสูจน์ให้เห็นว่า จากชีวิตติดลบเป็นหนี้ 100 ล้าน สามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคงได้ภายในเวลาไม่นาน ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ ได้เล่าถึงเรื่องราวของคมชัย แซ่ลี ไว้ว่า ความสำเร็จของเขาที่กว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ได้ก็ผ่านอะไรมาไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆ หลังจากคมชัยเรียนจบปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขาโลจิสติกส์
