Exclusive
คุณตั้ม–จิตติศักดิ์ ศิลป์ทอง วัย 35 ปี เจ้าของเพจ “ไปกับเรารูปสวยนะ” คุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยรอยยิ้มถึงเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก จากเด็กช่างดีไซน์กราฟิกที่ถูกกรอบร้านไวนิลจำกัดความคิด สู่วิถีช่างภาพอิสระที่วันนี้ มีงานเข้าตลอดๆ ชายหนุ่มเจ้าของเรื่องราว ย้อนให้ฟังว่า หลังเรียนจบ ปวส. สาขาดีไซน์กราฟิก ที่เทคโนโลยีชลบุรี ก็เริ่มต้นทำงานออกแบบป้ายไวนิล แต่ทำได้เพียง 2 เดือนรู้สึกอึดอัดกับข้อจำกัดของงาน จึงตัดสินใจลาออกมาใช้ชีวิตอิสระในฐานะ “ไบเกอร์” แต่โชคชะตาพลิกผัน เมื่อแม่ของเขา ไม่อยากให้ลูกเสี่ยงอันตรายบนท้องถนน เขาจึงขายมอเตอร์ไซค์ แล้วขอกู้เงินจากแม่ มาก้อนหนึ่งเพื่อซื้อกล้องถ่ายรูป หวังมาใช้ในงานอดิเรกที่ชอบ คือ การถ่ายรูป แต่สุดท้าย กล้องตัวนั้น ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางช่างภาพ อาชีพเลี้ยงตัวมาถึงทุกวันนี้ โดยราวปี 2559 คุณตั้ม ได้ส่งผลงานภาพของเขาเข้าประกวดในเวทีของ “แคนนอน” มีเป้าหมายแค่หวังกระเป๋ากล้องเป็นรางวัลเล็กๆ แต่สุดท้ายกลับได้ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมทริปบินไปรับรางวัลที่อิตาลี นับเป็นก้าวแรกทำให้ครอบคร
แม้สนามการแข่งขันสกินแคร์จะดุเดือด การส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพคือสิ่งที่ยืนยาวที่สุดในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ไทยเติบโตและขยายฐานได้กว้างขึ้นผ่าน Shopee โดยแบรนด์ Moleculogy ไม่ได้มองแค่ปัญหาที่อยู่ในกระแส แต่เลือกหยิบปัญหาที่คนมองข้าม มาคิดค้นทางออกที่จับต้องได้จริง Moleculogy by Diamond Grains หากเอ่ยถึง Moleculogy by Diamond Grains หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์นี้เริ่มต้นจากการทำสกินแคร์ แต่ความจริงแล้วจุดกำเนิดมาจาก Supplement ภายใต้ร่มใหญ่ของ Diamond Grains ที่เริ่มธุรกิจด้านอาหารเพื่อสุขภาพ ขนม และสแน็ก ก่อนจะแตกไลน์มาสู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การทำงานกับ Health Food และ Supplement ทำให้ทีมคุ้นเคยกับความซับซ้อนของการดูแลสุขภาพจากภายใน และนั่นนำไปสู่การมองเห็นโอกาสต่อยอดสู่ Skincare โดยมี คุณอูน-ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก เธอมองว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ดี ต้องไม่ใช่เพียงแค่ “สูตรสวยหรู” แต่ต้อง “ดีจริง ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และแก้ปัญหาเชิงลึกที่ตลาดยังขาด” ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ Whitening ที่คุณอูนต้องการ ไม่ใช่แค่ทำให้ผิวดูสว่
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” “เงิน” เป็นปัจจัยหลักของร้านอาหาร ทำร้านอาหารก็เพราะอยากได้เงิน แต่จะได้เงินคนอื่นเขามาต้องออกเงินตัวเองไปก่อน การทำร้านอาหารไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่จึงต้องมีแผนธุรกิจ อย่าใช้ตำรา “เข้ากระเป๋าซ้าย ออกกระเป๋าขวา” เพราะไปๆ มาๆ มันควักวุ่นวายซ้ายขวาไปหมด ยิ่งเป็นคนที่มีหลายกิจการต้องใช้จ่ายเสมอ เอาอันโน้นไปใส่อันนี้ เอาอันนี้ไปใส่อันนั้น เลยไม่รู้ว่าอันไหนกำไรขาดทุนยังไง แผนธุรกิจเล็กๆ แค่ตั้งไว้ในใจว่า จะเปิดร้านอาหารหรือแค่แผงลอยจะใช้เงินทุนสักเท่าไหร่ ขายเท่าไหร่ถึงจะคืนทุนหรือมีกำไร “อย่าลงทุนเกินตัว” “อย่าจมไม่ลง” และรู้จักคำว่า “ประหยัด” อะไรที่เราทำเองได้จงทำ อะไรที่ทำไม่ได้ ต้องเสาะแสวงหาแหล่งที่ให้ข้อเสนอดีที่สุดก่อน คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ถ้าได้จ่ายน้อยแต่ได้ประโยชน์สูงยิ่งดี ตัวอย่างของการใช้จ่ายเกินตัว เกินงบประมาณ จมไม่ลง ไม่รู้จักประหยัดมีเยอะ เพื่อนผมคนหนึ่งก่อนเปิดร้านให้คนครัวทำอาหาร ทดลองอาหาร ชิม เบ็ดเสร็จกว่าจะทดลองเสร็จหมดไป 30,000 บาท ผมรู้เข้าต้องอ้าปากค้าง “หา!” อุแม่เจ้ารายการอาห
จากอดีตนักโทษ เรียนทำอาหารในเรือนจำ สู่เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์อาหารชื่อดัง 7 สาขาในอเมริกา เรื่องราวของ Ali Elreda เริ่มต้นในเมืองเบลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งชีวิตของเขาต้องพลิกผันเมื่อถูกตัดสินจำคุกในคดีค้ายาเสพติดในปี 2007 ทำให้เขาต้องใช้เวลาถึง 6 ปีในเรือนจำ แต่แทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เขากลับใช้เวลาในคุกเพื่อพัฒนาทักษะการทำอาหาร โดยเริ่มทำอาหารให้เพื่อนนักโทษในโรงอาหาร ก้าวใหม่บนเส้นทางสายอาหาร หลังจากพ้นโทษในปี 2011 Ali ไม่ได้ย่อท้อต่ออุปสรรค เขาเริ่มต้นใหม่ด้วยการทำงานในร้านขายเนื้อของลูกพี่ลูกน้อง และด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถ เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารร้านในปี 2012 หลังจากสั่งสมประสบการณ์มา 4 ปี Ali ก็ตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้ง ด้วยการขายร้านเดิมในราคา 125,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4 ล้านบาท) เพื่อนำเงินทั้งหมดมาลงทุนในความฝันของตัวเอง นั่นคือการเปิดร้านอาหารที่มีชื่อว่า “Fatima’s Grill” ในปี 2016 สูตรลับความสำเร็จ การผสมผสานที่ลงตัว Ali นำภูมิหลังของตัวเองมาเป็นจุดแข็ง โดยผสมผสานอาหารเม็กซิกันซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เขาเติบโตมาเข้ากับอาหารเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์เลบานอนที่เป็
จากอดีตผู้กำกับโฆษณา สู่บทบาท “ลุงชงชา” เจ้าของคาเฟ่สุดฮิตย่านห้วยขวาง พี่เอ๊ง-สาโรจน์ สุวัณณาคาร ผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งชาที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมานั่งชงชาเช่นนี้ แต่เมื่อทุกอย่างต้องเปลี่ยนก็พร้อมที่จะลองทำดู แม้จะเหนื่อยบ้างในบางครั้งแต่ก็มีความสุขกับการได้ทำสิ่งที่รัก พี่เอ๊ง บอกว่า การชงชาแต่ละแก้วไม่ต่างจากการสร้างสรรค์งาน Production ที่เคยทำ และส่งมอบให้ลูกค้า เขาเชื่อว่า “ตราบใดที่คุณตั้งใจทำมันทุกแก้วๆ ผมเชื่อว่าคนดื่มจะรู้สึกกับคุณ” จุดเริ่มจากภูเก็ต “ลุงเกิดและโตที่จังหวัดภูเก็ตในยุคที่ยังไม่มีโรงแรมริมหาด เราจึงได้สัมผัสความงามของท้องฟ้า ทะเล สายลม แสงแดด ที่กระทบกับคลื่นและพระอาทิตย์ยามเย็น” พี่เอ๊ง เล่าถึงบรรยากาศความโรแมนติกของภูเก็ตสมัยก่อน ที่แม้ว่าในปัจจุบันจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย แต่ความรู้สึกในวันนั้นยังคงเป็นความทรงจำที่สวยงาม และพิเศษสุดๆ ความรู้สึกของความซนที่เกิดขึ้นในวัยนั้นเป็นประสบการณ์ที่ไม่ได้เอาแต่เรียน แต่มันคือประสบการณ์ที่สั่งสมมา ตั้งแต่ไม่มีข้าวกินกระทั่งกินของอร่อย แล้วก็เมากันตั้งแต่เช้ายันเย็น นั่นคือชีวิตเหลวแหลกที่ผ่านมา แต่สำหร
เริ่มจาก 0 สู่ 50 ล้าน! สิชลเดลี่เฟรช ปูพาสเจอไรซ์ ไม่มีทายาทสานต่อ จึงยกให้พนักงานรับช่วงต่อแบบฟรีๆ “สิชลเดลี่เฟรช” เป็นโรงงานผลิตเนื้อปูม้าแปรรูปเจ้าดังในจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 โดย คุณอธิยุตว์ หาญมนตรี ซึ่งธุรกิจนี้เริ่มต้นจากประสบการณ์การทำงานในบริษัทที่นำเทคโนโลยีพาสเจอไรซ์มาแปรรูปปูม้า และต่อยอดออกมาเป็นธุรกิจของตัวเอง เริ่มจาก 0 สู่ยอดขายหลักล้าน คุณอธิยุตว์ เล่าว่า ตนนั้นเคยทำงานให้กับบริษัทที่นำเทคโนโลยีพาสเจอไรซ์เกี่ยวกับปู ที่เข้ามาเผยแพร่ในไทย ซึ่งทำอยู่ประมาณ 5 ปี และได้ไปเป็นลูกจ้างที่บริษัทอื่นในไลน์ผลิตเดียวกันอีก 2 ปี หลังจากลาออกจากงานประจำ คุณอธิยุตว์ ได้ไปเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองที่จังหวัดตราดกับเพื่อน แต่แล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากที่ตราดต้นทุนสูง สู้ไม่ไหว จึงกลับมาก่อตั้งธุรกิจของตัวเองที่ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นจาก 0 เริ่มแรกมีเพียงแค่เขาและเพื่อนชาวต่างชาติเพียง 2 คน เริ่มตั้งแต่การหาลูกค้า หาโรงงาน หาซัพพลายเออร์ และได้เสนอข้อตกลงขอแบ่งใช้พื้นที่กับซัพพลายเออร์ แลกเปลี่ยนกับการแบ่งหุ้นให้ส่วนหนึ่ง สิชลเดลี่
จากกระแสร้อนแรง “มหากาพย์ไข่เจียวปู 4,000 บาท” ที่กำลังเป็นประเด็นบนโลกออนไลน์ในตอนนี้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “พีช-พิชญา ชัยชนะ” ที่มีดีกรีไม่ธรรมดา เพราะนอกจากเป็นยูทูบเบอร์ผู้ติดตามหลักล้านแล้ว เธอยังเป็น Co-founder ของบริษัท GoUni ศูนย์แนะนำการศึกษาต่อต่างประเทศที่มีพาร์ตเนอร์กว่า 80 สถาบัน พีชชี่แจ้งเกิดในฐานะเจ้าของช่องยูทูบ PEACHII ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่าหลักล้าน โดยจะเป็นคอนเทนต์สไตล์ Vlog เล่าเรื่อง พาทัวร์โรงเรียน พาทัวร์มหาวิทยาลัยที่อังกฤษ ฯลฯ และล่าสุดมีทำรายการ “ลอนดอนมีเรื่องเล่า” ที่ทำกับครูลูกกอล์ฟ-คณาธิป สุนทรรักษ์ เป็นเจ้าของสถาบันสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ANGKRIZ อีกด้วย ซึ่งเสน่ห์ของพีชชี่จะอยู่ตรงการที่เธอนั้นเล่าเรื่องได้น่าฟัง ตรงประเด็น เหมือนการออกมาเขียนแถลงการณ์เรื่องไข่เจียวปู 4,000 บาทนี้ ที่มีหลายคนเอ่ยปากชมว่า เรียบเรียงเรื่องได้ดี เข้าใจครบทุกประเด็น นอกจากบทบาทยูทูบเบอร์แล้ว เธอยังมีดีกรีไม่ธรรมดา เพราะเธอนั้นเรียนจบปริญญาโทด้าน Business Management ที่ Imperial College London มหาวิทยาลัยที่เป็น Top 10 ของโลก ย้อนกลับไป
ประชากร “ผึ้ง” ลดลงไปแล้วกว่า 50% ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา และกำลังเผชิญวิกฤตใกล้สูญพันธุ์ หรือเรียกว่า “การล่มสลายของผึ้ง” ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเพียงชั่วอายุคน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะ “ผึ้งคือสปีชีส์ที่สำคัญที่สุด” เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การผสมเกสรพืชซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตอาหาร ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์กับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตแทบทั้งหมดบนโลก แต่ท่ามกลางความกังวล ยังมีความหวัง เมื่อ โรงแรมคอนราด กรุงเทพ ร่วมมือกับ จันทร์อรุณฟาร์มผึ้ง เนรมิต “สวนผึ้งบนดาดฟ้า” บนพื้นที่ 72 ตารางเมตร เพื่อฟื้นฟูสมดุลธรรมชาติ พัฒนาการทำเกษตรในเมือง ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนใจกลางกรุงเทพฯ โดยมี เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดกิจกรรมพาเยี่ยมชมโครงการนี้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ สวนผึ้งบนดาดฟ้า คุณปัญชลี ตรีตราเพ็ชร ผู้บริหารจันทร์อรุณฟาร์มผึ้ง ผู้เลี้ยงผึ้งและผลิตผลิตภัณฑ์จากผึ้งครบวงจรจากจังหวัดเพชรบุรี กล่าวถึงความสำคัญของผึ้งว่า “1 ใน 3 อาหารที่เราบริโภคกัน ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดกาแฟ ผัก
แจม-กานต์ จาติกวณิช สปอร์ตเกิร์ลใบหน้าเก๋ไก๋ เป็นลูกสาวของ คุณกรณ์-คุณวรกร จาติกวณิช หลังจากที่เธอเรียนจบและผ่านการทำงานมาหลายสายงาน สุดท้ายพบเส้นทางที่ลงตัวกับการสร้างแบรนด์สุขภาพในชื่อ HEYDAY โปรตีนทางเลือกสำหรับผู้รักสุขภาพ ซึ่งเธอออกแบบและดูแลด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ปัจจุบันเดินทางเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว และได้รับการตอบรับอย่างดี แจม เกิดและเติบโตในไทย เริ่มต้นการศึกษาที่ St. Stephen’s International School (ปัจจุบันคือ Brighton College Bangkok ย่านวิภาวดีรังสิต) กระทั่งอายุ 11 ขวบ ทางบ้านตัดสินใจส่งไปเข้าเรียนที่ Badminton School โรงเรียนประจำสตรีที่เมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ เพื่อฝึกวินัยและดูแลตัวเอง “ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กทำให้โตไวขึ้น ต้องหัดทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่ซักผ้า จัดเตียง ทำการบ้านซึ่งแตกต่างจากการอยู่กับพ่อแม่ที่มีคนคอยช่วยเหลือ และตัวเองอยากไปอังกฤษอยู่แล้ว เพราะผูกพันจากการไปเที่ยวกับครอบครัว อีกทั้งคุณพ่อ เคยเรียนที่นั่น ทำให้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบอังกฤษเป็นสิ่งที่ชอบ” แจม เล่า แจมเลือกเรียนต่อด้าน วรรณคดีอังกฤษ ที่ มหาวิทยาลัยเดอรัม (Durham University) ซึ่งมีชื
จากกระแสความนิยม “ชาชีส” ของคนไทย ทำให้มีหลายแบรนด์กระโดดลงมาแข่งขันในสนามนี้ แต่หนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่น เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ก็คือ “Nose Tea” หรือ ชาจมูกเขียว ธุรกิจที่ก่อตั้งโดย คุณกฤต–ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ และ คุณไผ่–กชณิชา ฐิติชนาโชติ เริ่มต้นจากความชอบ ก่อนหน้านี้ คุณไผ่เคยทำธุรกิจขายเสื้อผ้าแฟชั่นทำให้เธอต้องบินไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ เพื่อดีลโรงงานผลิต ประกอบกับเป็นคนชอบหาของอร่อยๆ ทาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชานมและชาผลไม้ที่หลงใหลในรสชาติ แต่เมื่อกลับมาเมืองไทยกลับหารสชาติในแบบที่ชอบไม่ได้ และจากการสำรวจตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศ พบว่า มีโอกาสและช่องว่างในการพัฒนาธุรกิจเครื่องดื่มชาผลไม้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอและคุณกฤตหันไปเรียนชงชา และนำมาพัฒนาจนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ จนเกิดเป็นแบรนด์ Nose Tea เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 โดยมีโลโก้ จมูกเขียว สุดโดดเด่น มองแวบแรกก็ชวนให้สงสัยและยังสร้างความน่าจดจำ ซึ่งนำโลโก้มาจากผลิตภัณฑ์ลอกสิวเสี้ยน Lively Nose ของแบรนด์ Nakiz อีกธุรกิจของคุณไผ่ อัดแน่นคุณภาพ และความคุ้มค่า โปรดักต์หลักของ
