Exclusive
จากเซลส์ขายประกัน สู่เจ้าของร้านชีสบอร์ด สร้างอาชีพใหม่ขณะตั้งครรภ์ ลงทุนหลักพัน สร้างกำไรต่อวันถึงครึ่งหมื่น เมื่อชีวิตเราสามารถกำหนดเองได้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามสิ่งที่คิด เช่นเดียวกับ คุณหมู-พรรณิภา ปัดตา เจ้าของร้าน charcuterie.bkk อดีตพนักงานขายประกันสุขภาพที่ผันตัวมาเปิดร้านชีสบอร์ดระหว่างการตั้งครรภ์ 3 เดือน การเปิดร้านชีสบอร์ดในประเทศไทยยังเป็นเรื่องที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักกันอย่างแพร่หลาย จนเมื่อในติ๊กต็อกมีกระแสชีสบอร์ด ด้วยลักษณะการตกแต่งที่มีความน่ารักเหมาะสำหรับการถ่ายภาพสนุกๆ รวมทั้งรสชาติเฉพาะตัวอย่างโดดเด่น คุณหมู เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าจะมาเปิดร้านชีสบอร์ด เธอเป็นพนักงานขายประกัน ลักษณะงานต้องเดินทางไกลไปออกบูธตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในเวลาเดียวกันของช่วงนั้นเธอตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน จึงทำให้นึกถึงอนาคตว่าจะทำอย่างไรที่จะหยุดพักจากการทำงานมาอยู่บ้านแต่ยังคงมีรายได้ให้กับตัวเอง “จุดเริ่มต้นของร้านเราอยู่ในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าจะหาอาชีพไหนที่จะสามารถทำที่บ้านได้ เนื่องจากเดิมทำอาชีพเซลส์ขายประกัน แล้วอาชีพนี้ต้องเดินทางไกล จ
เบอร์ต้นวงการ! น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ จากขายวันสิบปี๊บ ปัจจุบันผลิตวันละหมื่นโหล ข้อมูลเป็นทางการของผลิตภัณฑ์ “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ที่ถูกยกให้เป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการน้ำปลาร้าพร้อมรับประทาน ณ พ.ศ. นี้ ระบุถึงประวัติความเป็นมา ไว้ว่า “จากจุดเล็กๆ ของการทำปลาร้าเพื่อบริโภคในครัวเรือนของคุณพ่อสนั่น คุณแม่ทองสุข ศรีโยธา ในปี 2510 ได้ค่อยๆ ขยับขยายเติบโต สู่รุ่นลูกคือ คุณพ่ออุทัย คุณแม่บุญล้ำ ปรีเรือง โดยใช้ชื่อกิจการว่า เพชรดำค้าปลาร้า ซึ่งต่อมาในปี 2557 ได้ก่อตั้ง บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด และมีสินค้าเริ่มแรกคือ น้ำปลาร้าต้มสุกภายใต้แบรนด์ “แม่บุญล้ำ” ของดีประจำจังหวัดกาฬสินธุ์” “ที่สร้างรายได้อันยั่งยืนให้กับชาวบ้านในชุมชนโดยรอบ และพัฒนาคุณภาพสินค้าแบบยั่งยืนตามหลักสากล จนกลายเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกระดับประเทศ ด้วยประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี และเคล็ดลับ การหมักจากรุ่นคุณยาย พร้อมความพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต ทำให้ น้ำปลาร้าต้มสุกตรา “แม่บุญล้ำ” มีรสชาติเฉพาะตัว หอม อร่อยถูกปากคนไทยจนถึงปัจจุบัน” คุณอ้อม-พิไรรัตน์ บริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพชรดำฟู้ดส
ธุรกิจแปลกแต่รวย! สาววัย 37 ลาออกจากงานประจำ มาทำอาชีพ “เก็บอึสุนัข” สร้างรายได้หลักล้านต่อปี เอริก้า ครูปิน วัย 37 ปี เธอเคยเป็นผู้ช่วยเภสัชกรมาก่อน แต่เธอมีความคิดอยากเป็นเจ้าของกิจการ จึงตัดสินใจเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ๆ ในปี 2018 เธอเริ่มรับจ้างเก็บอึสุนัขเป็นงานเสริม และตั้งชื่อธุรกิจว่า Kroopin’s Poopin Scoopin แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจของเธอ มาจากการที่เธอเห็น ‘จาวา’ สุนัขพันธุ์พิตบูลของเธอ กำลังถ่ายอุจจาระในสวนหลังบ้าน จากนั้นเธอจึงคิดว่า “ถ้ามีคนมาช่วยเก็บอึสุนัขให้ก็คงดี” และปิ๊งไอเดียว่านี่อาจเป็นโอกาสทางธุรกิจได้ ต่อมาเธอได้ลาออกจากงานผู้ช่วยเภสัชกร เพื่อหันมาทำธุรกิจแบบเต็มเวลา ต่อมาในปี 2024 Kroopin’s Poopin Scoopin มีรายได้ 337,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 8.5 ล้านบาท) ซึ่งได้มากกว่างานประจำที่เธอเคยทำ ดูโพสต์นี้บน Instagram โพสต์ที่แชร์โดย Erica Krupin (@kroopins_poopin_scoopin) เริ่มต้นอาชีพเสริม หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลาย เธอไม่แน่ใจว่าจะเรียนต่ออะไรดี แม้ว่าเธอจะลงทะเบียนเรียนหลักสูตรทั่วไปที่วิทยาลัยท้องถิ่น แต่เธอก็ไม่ได้สนุกกับมันเลย โดยเ
จากแม่ค้าขายหนังสือธรรมะ สู่ข้าวต้มกุ๊ย 3 บาท แห่งเดียวในกรุงเทพฯ ถ้วยเล็กๆ แต่สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน ปัจจุบันราคาข้าวของแพงขึ้นทุกๆ วัน ค่าครองชีพก็สูงสวนทางกับรายได้ จะหาอาหารในราคาหลักสิบแถมวัตถุดิบดีนั้นหายาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ยังมีร้านหนึ่งที่หลงเหลืออยู่ ขายในราคาเป็นกันเอง เข้าถึงง่ายในทุกวัยทุกอาชีพ อิ่มอร่อย สบายกระเป๋ากับสารพัดเมนู ราคาเริ่มต้นเพียง 10 บาท ข้าวต้มกุ๊ย 3 บาท ร้านเปิดมานับ 18 ปี คุณเล็ก-นภาพร นิราศภัย เจ้าของร้านข้าวต้มคุณเล็ก 3 บาทริมคลองหลอด ได้เผยชีวิตเรื่องราวก่อนจะมาเป็นร้านนี้ จากเด็กต่างจังหวัดอุบลราชธานี จบ ม. 6 เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาทำอาชีพขายหนังสือธรรมะ ขนมปังปิ้ง กล้วยปิ้ง สู่ธุรกิจร้านข้าวต้มคุณเล็ก จุดเริ่มต้นมาเป็นร้านข้าวต้ม 3 บาท มาจากบ้านเป็นเด็กจากอุบลฯ จบ ม.6 เข้ากรุงเทพฯ มาขายหนังสือธรรมบูชา แล้วตอนเย็นก็ขายพวกขนมปังปิ้ง ขายกล้วยปิ้ง ลูกค้าก็มานั่งกิน ขายเล็กๆ ลูกค้าเขามานั่งกินเขาก็แนะนำว่าน่าจะขายเป็นกับข้าวดีกว่า เพราะยังไงคนก็กินข้าว บางคนไม่อยากกินขนมปัง เลยเลือกขายข้าวต้มในราคาที่ไม่เหมือนคนอื่น ขายถูกๆ ข้าวต้ม 3 บาท กับข้าว
ซีเจ มอร์(CJ MORE) เอาใจแฟนเพลงเพื่อชีวิต ไม่พลาดที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกในงานเทศกาลดนตรีเพื่อชีวิตครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Road For Life EP.3 วิถีเพื่อชีวิต” ขนซูเปอร์มาร์เก็ตมาไว้กลางลานกิจกรรมเขาใหญ่ ให้ลูกค้าในงานได้ดื่มด่ำกับลำนำเพลง พร้อมทั้งเอนจอยกับความครบ ถูก คุ้ม และความพิเศษอีกมากมายจากบูธกิจกรรมของซีเจ มอร์ ณ ลานกิจกรรมเขาใหญ่มาราธอน ถนนธนะรัชต์ กม.21 ในวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2568 เตรียมตัวให้พร้อมกับสุดยอดความมันส์กับศิลปินระดับตำนานที่จะมาขับกล่อมบทเพลงอันทรงพลังจากหลากหลายแนวดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อชีวิต, ร็อก, โฟล์ค, ลูกทุ่ง และอินดี้ สร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานตลอดทั้งคืน โดยศิลปินชั้นนำทั้ง 14 วงดนตรีที่พร้อมมอบประสบการณ์ดนตรีสุดพิเศษให้กับคุณ ได้แก่ สันติภาพ กับแนวเพื่อชีวิตที่เข้าถึงใจผู้ฟัง, ไววิทย์ ที่สะท้อนเรื่องราวของชีวิตผ่านบทเพลง, คณะขวัญใจ เจ้าของแนวดนตรีอินดี้โฟล์คที่มีเอกลักษณ์, มาโนช พุฒตาล & The Lamb ที่นำเสนอบทเพลงโฟล์คอันลึกซึ้ง, หงา คาราวาน กับแนวเพื่อชีวิตที่ทรงพลัง, สีเผือก คนด่านเกวียน ที่สืบสานแนวเพลงเพื่อชีวิต, ทอม
ราชินีซอฟต์พาวเวอร์! ‘ลิซ่า’ เสิร์ฟความเป็นไทยไม่หยุด ชู ‘ยาดมตรามังกรทอง’ และ ‘อาหาร-สินค้า-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว’ ชีเสิร์ฟอีกแล้วทุกคน! เมื่อ ‘ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล’ หรือ ลิซ่า BlackPink มาเปิดกระเป๋าให้ Vogue ดูในช่วง ‘Inside Lisa’s Louis Vuitton Bag | In The Bag’ ที่มีทั้ง พาสปอร์ต กระเป๋าสตางค์ หูฟังเอียร์โฟน แว่นกันแดด จนมาถึงไอเทมที่ลิซ่า เอ่ยปากว่า “I can’t live without this” หรือ ขาดสิ่งนี้ไม่ได้เลย นั่นคือ ‘ยาดมสมุนไพรตรามังกรทอง’ กระปุกน้ำเงิน แบรนด์ไทยจาก บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด ที่อยู่คู่คนไทยมานานถึง 77 ปี เป็นอีกครั้งที่ลิซ่านำเสนอ ‘สินค้าไทย’ ไปสู่สายตาชาวโลก จนหลายคนแซวว่า ‘เป็นสิ่งเดียวที่ซื้อตามลิซ่าได้’ หรือ ‘ยาดมเตรียมขาดตลาด’ เพราะไม่ว่า ลิซ่า จะหยิบจับอะไร หรือขยับตัวทำอะไร ก็พาสิ่งนั้น ‘แมส’ เป็นกระแสไปด้วยเสมอ หากยังจำได้ ก่อนหน้านี้ ลิซ่า เสิร์ฟความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ด้านอาหาร อย่างเมนู ‘ลูกชิ้นยืนกิน’ หลังจากให้สัมภาษณ์ในรายการของ Woody ว่า อยากกินลูกชิ้น ราดน้ำจิ้มพริกเผา ซึ่งเคยกินตอนเด็กสมัยอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้คนแห่ต
ถอดรหัสปรากฏการณ์ AIMER เมื่อกลุ่มเป้าหมายชัดเจน แคมเปญโดนใจ และพาร์ตเนอร์ที่ใช่ สู่ยอดขายพุ่ง 10 เท่า! ส่งท้ายเดือนแห่งความรักด้วยเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์แฟชั่นไทยกระแสแรงที่มีคู่รักนักธุรกิจอย่าง ‘บั๊บ-วีรวรรธน์ ชินพิลาศ’ และ ‘โดนัท-พิชญา ส่งสกุลชัย’ ร่วมกันขับเคลื่อนแบรนด์ AIMER (อะแมร์) ด้วยสไตล์เรียบง่ายที่เป็นเอกลักษณ์ แต่แฝงความเท่และเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ “เพราะการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดี คือการที่เราสามารถเติบโตไปในทางที่ดีขึ้นร่วมกันได้” นี่คือปรัชญาการทำงานของทั้งคู่ ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักและการเป็นคู่คิดทางธุรกิจที่ดี สามารถพาแบรนด์ AIMER ให้เติบโตและประสบความสำเร็จติดอันดับขายดีบน LazLOOK จุดหมายปลายทางของนักช้อปสายแฟบนลาซาด้า อีกหนึ่งพาร์ตเนอร์ที่ช่วยขับเคลื่อนแบรนด์ให้ก้าวหน้า และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ผ่านโลกอีคอมเมิร์ซ หนึ่งในเกร็ดที่สะท้อนถึงแนวคิดของแบรนด์คือชื่อ ‘AIMER’ ซึ่งมาจากการเล่นคำที่แปลว่า “รัก” ในภาษาฝรั่งเศส สะท้อนถึงความรักในแฟชั่นและการสร้างสรรค์ หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้อย่างลึกซึ้ง AIMER เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์เสื้อ
แฟรนไชส์ ร้านกะเพราดัง มาแน่ แต่ขอคิดให้ชัวร์ ทำแล้ว ต้องรอดไปด้วยกัน ฉายแสงในวงการอาหาร ด้วยการได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัล Creative จากการแข่งขัน WORLD KAPHRAO THAILAND GRAND PRIX 2023 ซึ่งจัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนับแต่นั้น ชื่อเสียงของร้านอาหาร “จิตสดชื่น” ก็ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งปัจจุบัน สามารถขยายกิจการได้แล้วถึง 3 สาขา อยู่ที่ กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา และย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ จากจุดเริ่มของความคิดอยากมี “พื้นที่ของตัวเอง” เมื่อราว 10 ปีก่อน คุณแบงค์-ปภากร นิยมทรัพย์ อดีตหนุ่มนักกีฬารักบี้ ดีกรีวิทยาศาสตร์การกีฬา จากรั้ว ม.ศิลปากร เริ่มต้นหา Connection ที่เมืองกาญจน์ บ้านเกิด ด้วยการเข็นรถบาร์บีคิวไม้ละ 30 บาท เร่ขายไปในย่านผับบาร์เลียบแม่น้ำแคว “จะมีภาพจำวัยเด็กคือ ตอนเด็กมีรถซาลาเปาอยู่คันหนึ่ง เวลาวิ่งผ่านมามีโฆษกพูดว่า ซาลาเปาไหม ทุกคนพอได้ยินเสียงนี้ จะรู้แล้วมารอซื้อหน้าบ้าน ตอนที่ผมขายบาร์บีคิว ผมก็จะมีกระดิ่งอันหนึ่ง แล้วเขย่าเหมือนกัน เขาก็จะรู้ว่าเด็กบาร์บีคิวมาแล้ว ไอ้บาร์บีคิวมาแล้ว เขาก็จำผมในชื่อบาร์บีคิว เขาจะไม่เ
เมื่อเจ้าของแบรนด์ หันมาทำคอนเทนต์เอง ‘CEO Branding’ กลยุทธ์ที่เปลี่ยนแฟนคลับให้เป็นลูกค้าประจำ ปั้นแบรนด์ปังในพริบตา หากพูดถึงการปั้นแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักหรือแมสในกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การจ้างดาราดัง อินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOL ช่วยโปรโมตเท่านั้น แต่สามารถทำได้ด้วย ‘CEO Branding’ หรือการที่เจ้าของธุรกิจหันมาทำคอนเทนต์ สร้างตัวตน บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ นำเสนอภาพลักษณ์ แนวคิดการทำธุรกิจ หรือไอเดียการผลิตสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง TikTok, IG หรือ Facebook กันมากขึ้น จนผู้บริโภคอย่างเรากลายเป็นแฟนคลับของซีอีโออย่างไม่รู้ตัว เกิดเป็นความเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวแบรนด์ เพราะซีอีโอถือเป็นผู้ที่รู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับอินไซต์ทั้งหมดของแบรนด์ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างไม่ลังเล อีกทั้งยังสร้างความเป็น “Brand Loyalty” เพิ่มเข้ามา จึงเรียกได้ว่าการทำ CEO Branding ช่วยเชื่อมโยง ‘แบรนด์’ กับ ‘ผู้บริโภค’ ให้เข้าถึงกันได้ง่ายมากขึ้น จากเมื่อก่อน การที่เราจะได้เห็นโฉมหน้าเจ้าของแบรนด์นั้นยากจะเข้าถึง โดย ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ ได้รวบรวมซีอีโอ ที่ทำ CEO Branding ได้จนเป็นที่รู้จัก เด็กสม
“หอยทอดป้าเขียวในตำนาน” แม่ค้าวัย 88 ปี ขายหอยทอด 25 บาท ไม่ขึ้นราคา แค่คนกินมีความสุขก็คือกำไร กว่า 70 ปี บนเส้นทางของแม่ค้าหอยทอด ที่ต้องพายเรือกว่า 2 ชั่วโมงไปขายหอยทอดที่ตลาด ย้อนไปเมื่อสมัยที่ยังใช้เหรียญสลึงเพื่อจับจ่ายใช้สอยกัน เธอผู้นี้คือ ป้าเขียว-เขียว เกียมตั๊ด อายุ 88 ปี ตำนานความอร่อย กับหอยทอดเตาถ่านสูตรโบราณ วันนี้มีโอกาสดีๆ ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ ป้าเขียว เจ้าของร้านหอยทอดสูตรโบราณ และป้าเขียวได้เล่าเรื่องราวในอดีต ชีวิตของแม่ค้าที่ต้องพายเรือผ่านลุ่มน้ำแม่กลอง ลัดเลาะตามลำคลองไปขายของในทุกๆ วัน ย้อนไปเมื่อ 70 ปีก่อน ในตอนนั้นป้าเขียวมีอายุ 18 ปี ก็เริ่มต้นอาชีพแม่ค้าขายหอยทอดที่เป็นสูตรมาจากคุณแม่ของเธอ จากนั้นก็ยึดอาชีพนี้เพื่อหารายได้ ซึ่งในตอนนั้น ราคาที่ซื้อขายกันยังเป็นเหรียญสลึง หอยทอดธรรมดาไม่ใส่ไข่ ขายในราคา 1 บาท ในส่วนของหอยทอดใส่ไข่ ราคา 6 สลึง “พอได้แฟนก็คิดทำมาค้าขาย ก่อนนี้แม่ฉันขาย พอแม่เสีย ฉันก็เลยขายต่อ” ป้าเขียว เล่าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ในวัยสาว ป้าเขียวก็จะพายเรือไปขายหอยทอดอยู่ตลอด โดยระยะทางจากบ้านไปตลาดน้ำท่าคาใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมง
