Exclusive
เริ่มจากศูนย์! “สุกี้ลิ้ม” ของสาวมาร์เก็ตติ้ง สู่เจ้าของร้านสุกี้ดังโคราช ยอดขายโตกว่า 5 แสนบาท/เดือน อดีตสาวมาร์เก็ตติ้ง ผันตัวมาเป็นแม่ค้าสาวขายสุกี้ พลิกบทบาทพอสมควร ตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นผู้ประกอบการอย่างเต็มตัว ลองผิด ลองถูก ด้วยที่มีความคาดหวังว่า “ใครที่มาโคราช จะต้องมากินสุกี้ลิ้ม” สาวมาร์เก็ตติ้งที่เราพูดถึงคือ คุณพิม-กนกวรรณ แซ่ลิ้ม อายุ 30 ปี เจ้าของร้าน สุกี้ลิ้ม กับระยะเวลา 4 ปีของเส้นทางการเปิดร้านสุกี้นี้ขึ้นมา เริ่มตั้งแต่ ไม่มีประสบการณ์ มาก่อน จนค่อยๆ เรียนรู้และพัฒนาร้านอาหาร จนตอนนี้มีถึง 4 สาขาในโคราช และมียอดขายกว่า 5 แสนบาทต่อเดือน จากงานประจำสู่ผู้ประกอบการอย่างเต็มตัว เดิมทีทำงานด้านการตลาด และแฟนทำงานเป็นกราฟิก มีอยู่วันหนึ่งได้ไปลองกินสุกี้ที่บ้านแฟน เห็นว่ารสชาติอร่อยมากๆ เลยคิดว่าอยากจะหาอะไรทำดี เธอเล็งเห็นโอกาสของการเติบโต เพราะในโคราช ร้านอาหารแนวนี้ยังไม่ค่อยมีให้เห็น จึงคิดว่า เป็นโอกาสในการทำร้าน และเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่ดี แต่ระหว่างที่ทำงานประจำไปด้วย ก็วางแผนการทำร้านสุกี้ไปด้วยเช่นกัน จึงลาออก แรกๆ มีงบ 1.5 แสนบาท เพื่อ
ไม่หวังรวยเงิน แต่รวยน้ำใจ! มัดรวมร้านข้าวแกง ราคาหลักสิบ ขวัญใจคนงบน้อย ท่ามกลางค่าครองชีพสูง เรายังได้เห็นน้ำใจของคนค้าขายที่แบ่งปันความอร่อยผ่านเมนูข้าวแกง ราคาหลักสิบ ที่ตั้งมั่นอยากช่วยเหลือคนงบน้อยและคนลำบากให้อิ่มท้องในราคาที่เอื้อมถึงได้ แต่จะมีร้านไหนบ้างนั้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวบรวมมาให้แล้ว เริ่มต้น ร้านเฮียตั้ม แกง 10 บาท ของ คุณตั้ม-มนตรี ประดับจันทร์ คุณตั้มมีแนวคิดการทำธุรกิจว่า “ทุกคนเหนื่อยมาก หาเงินก็ลำบาก การขายในราคานี้ก็ถือว่าเป็นกาารช่วยเหลือคนในระดับหนึ่ง ในบางวันมีคนซมซานเข้ามาในร้านเขาก็ให้กินฟรี หรือบางทีมีคนเร่ร่อนผ่านมาก็จะให้กินฟรีเช่นกัน” คุณตั้มเคยเปิดฟู้ดคอร์ตในห้าง และร้านทุกอย่าง 20 บาท ซึ่งมีรายได้ลดลง 70% ในช่วงโควิด โดยช่วงนั้นมีลูกค้าประจำของร้านแวะมาซื้อขวดนม ราคา 20 บาท แต่กลับไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว จากเหตุการณ์นี้ทำให้คุณตั้มมีแนวคิดทำร้านอาหาร โดยมีคอนเซ็ปต์ เงิน 20 บาท กินแกง 1 ถ้วย และข้าว 1 ถ้วย พิกัด ถนน 307 หน้าบิ๊กซี-ปทุม ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมืองปทุมธานี ปทุมธานี เปิดบริการ เวลา 06.00-15.00 น. หรือจนกว่าของจะหมด อีกร้าน เจ๊แต แกง 10
How to เอสเอ็มอียั่งยืน พร้อมส่งต่อเจนใหม่ สร้างยอดขายปีละ 30 ล้านกล่อง “ถ้าหากติดหูคน คงจะเป็นมีจิงเกิล ที่ว่า คา ยา ริ” คือ คำแนะนำตัว เปิดบทสนทนากับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จาก คุณวรรณี ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาพร มาเก็ตติ้ง จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ยากันยุง “คายาริ” ก่อนจะย้อนที่มาของธุรกิจ ตั้งต้นจากโรงงานผลิตวัตถุดิบในการทำธูป ทำอยู่พักใหญ่ มองเห็นโอกาส จึงนำวัตถุดิบนั้นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ลงทุนสร้างโรงงานผลิตยากันยุงชนิดขด ก่อนทำการรับจ้างผลิต หรือ OEM ให้หลายแบรนด์ กระทั่งสามารถส่งออกไปในหลายประเทศ ทั้งยังสามารถส่งเข้าไปขายในประเทศญี่ปุ่น ได้เป็นรายแรกของโลก แต่พวกเขาก็ไม่หยุดพัฒนา เพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา แล้วทำระบบการทำงาน มี ISO ขึ้นมา ทำให้ขยายการส่งออกไปในหลายประเทศ และสามารถเข้าไปขายยากันยุงในญี่ปุ่น เป็นรายแรกของโลก และเพื่อสร้างความแตกต่าง เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้มากขึ้นไปอีก ทำให้มีการพัฒนาขึ้นไปอีกก้าวหนึ่ง “ครั้งนั้น ยาจุดกันยุง มีแต่ขดสีเขียว และมีกลิ่นจะฉุน เราก็เห็นว่า ยากันยุงมันน่าจะพัฒนาต่อได้ เลยนำมาเติมสี ให้ดูน่าใช้มากขึ้น เติมกลิ่น ทำให้ม
ทำอาชีพเสริมระหว่างเรียน หวังลดภาระครอบครัว แต่กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้เกือบล้านบาทต่อเดือน อาชีพเสริม ช่วยสร้างรายได้ให้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิต นักศึกษาบางคนจำเป็นต้องหาอาชีพทำระหว่างเรียนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว เช่นเดียวกับ Sina Omosowon นักศึกษาปริญญาเอกที่ทำอาชีพเสริมระหว่างเรียนเป็นช่างติดตั้งทีวี จนสุดท้ายกลายเป็นอาชีพประจำที่สร้างรายได้ต่อเดือนเกือบล้านบาทเลยทีเดียว Sina Omosowon เริ่มต้นธุรกิจติดตั้งทีวี Shine ในปี 2019 ในตอนแรกเริ่มต้นธุรกิจนี้เพื่อเป็นงานเสริมเพื่อหารายได้เรียนหนังสือและดูแลครอบครัว ในเวลานั้นเขากำลังศึกษาปริญญาเอกสาขาวิวัฒนาการของพืช โดยเน้นที่การผลิตพืชผลทางการเกษตรและการปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้เขารู้จักการติดตั้งทีวีและแสดงให้เขาเห็นว่ามีความต้องการในพื้นที่นี้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้คนจำนวนมากเลือกที่จะติดตั้งทีวีบนผนังแทนที่จะใช้ขาตั้งเพื่อช่วยสร้างพื้นที่เพิ่มเติมในบ้าน เขาเห็นโอกาสในการหารายได้พิเศษผ่านการติดตั้งทีวี ธุรกิจนี้ช่วยทำให้หารายได้ค่าเล่าเรียนและเรียนปริญญาเอกให้จบโดยไม่มีหนี้สิน หลังจากได้รู้จ
ต่อยอดความอร่อยคุณยาย สู่ธุรกิจเลี้ยงลูกหลาน “ข้าวตังทรงเครื่อง” เจ้าแรกในไทย สูตรลับที่ส่งต่อมา 56 ปี เพราะอยากต่อยอดมรดกของคุณยายที่มีสูตรเด็ดความอร่อย “ข้าวตังทรงเครื่อง” แบรนด์ของกินเล่นสุดคลาสสิกเจ้าแรกในไทยที่มีมายาวนาน 56 ปี คุณชัญชกร ชัยพรหมประสิทธิ์ ผู้เป็นทายาทรุ่นที่ 3 จึงเดินหน้าปรับโฉมแบรนด์ใหม่ เปลี่ยนความคลาสิกให้โมเดิร์นขึ้น ภายใต้ชื่อ “มยุรีข้าวตังทรงเครื่อง” พร้อมเป้าหมายผลักดันข้าวตังทรงเครื่องให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ความเรียบง่ายที่ก่อกำเนิดจากความอร่อยในครอบครัว ทายาทรุ่นที่ 3 เล่าความเป็นมาของข้าวตังทรงเครื่องให้ฟังว่า เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2511 หลังจากที่คุณสมสมร คูสกุล ซึ่งเป็นคุณยายของเขาออกจากงานประจำและกลับมารับบทบาทแม่บ้านเต็มตัว บ่ายวันหนึ่งในช่วงฤดูร้อน เธอได้ลองรังสรรค์เมนูเพื่อจะมอบให้ลูกๆ นำติดตัวไปรับประทานตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ ภายใต้โจทย์ว่าต้องทั้งอร่อย อยู่ท้อง ปราศจากสารกันบูด และกินตอนไหนก็ได้ จึงได้ลองนำข้าวเกรียบข้าวหอมมะลิและหมูหยองมาผัดรวมกันในกระทะ กลายเป็นขนมขบเคี้ยวที่ให้สัมผัสกรุ
“กิ๊กอินเมกา” เจ้าของฟู้ดทรักพิซซ่าพะแนง จากยอดขายวันแรก 6,000 บาท สู่รายได้หลักล้านต่อเดือน Key Takeaway จากจุดเริ่มต้นที่ไม่ธรรมดา “แกงพะแนงถ้วยเดียว” สู่เมนูไวรัลพิซซ่าพะแนงที่ฝรั่งยอมต่อคิวยาวนับชั่วโมง เผยเคล็ดลับทำธุรกิจฟู้ดทรักในอเมริกา จนสามารถสร้างรายได้หลักหมื่นภายใน 2 ชั่วโมง จากอุปสรรคมากมาย สามารถปรับตัวและทำให้ปรับตัวได้ ใครจะเชื่อว่าอาหารไทยรสชาติจัดจ้านจะมาผสมผสานกับแป้งพิซซ่าสไตล์อิตาเลียน จนกลายเป็นเมนูสุดฮิตที่ชาวต่างชาติต่างหลงใหล บทความนี้เป็นเรื่องราวของ คุณกิ๊ก-พักตร์พิมล สุวรรณเพชร เจ้าของเพจ กิ๊กอินเมกา ที่นำเมนูแกงไทยรสชาติจัดจ้าน อย่างพะแนง มาผสมผสานกับแป้งพิซซ่า ขายเป็นฟู้ดทรักอยู่ที่อเมริกา และด้วยรสชาติที่อร่อยลงตัว ทำให้ชาวต่างชาติต่างพากันมาเข้าคิวเพื่อรอกินพิซซ่าหน้าแกงไทย จนทำให้ฟู้ดทรักของเธอเติบโตเป็นอย่างมาก จากยอดขายวันแรก 6,000 บาท จนปัจจุบันสามารถทำยอดขายได้ 40,000 บาทภายใน 2 ชั่วโมง อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ชีวิตในไทยไม่ตอบโจทย์ หนุ่มลาออกจากงาน เริ่มต้นจากเด็กล้างจาน สู่เจ้าของร้านอาหาร 2 แห่งในออสเตรเลีย เริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัย 40 ที่อเมริกา! อด
ตกงานในวัย 26 ตัดสินใจทำธุรกิจออนไลน์ แชร์เทคนิคเกี่ยวกับดนตรี สร้างรายได้เป็นล้านต่อเดือน ในวัยเด็กของหลายๆ คน อาจจะเคยตั้งเป้าหมายในชีวิตกันเอาไว้ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร หรือโตขึ้นอยากทำอะไร เช่นเดียวกันกับ ชายวัย 38 ที่ชื่อว่า Graham Cochrane ที่ในวัยเด็ก เป็นคนที่ชอบดนตรีและตั้งเป้าหมายที่จะเป็นนักดนตรีเต็มตัว เขาทำตามความฝันของตัวเองในทางปฏิบัติ โดยทำงานประจำเป็นวิศวกรเสียงแต่ขณะเดียวกันก็ขยายธุรกิจโดยเป็นโปรดิวเซอร์เพลงอิสระให้กับศิลปินอิสระ แต่ในปี 2009 เมื่ออายุ 26 ปี เขาตกงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อตกงานแล้ว ก็ยังคงดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป ในตอนนั้นเขามีรายได้ระหว่าง 800-1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 25,000-32,000 บาทต่อเดือน และภรรยาของเขามีรายได้ระหว่าง 500-1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 16,000-32,000 บาทต่อเดือนจากการเป็นช่างภาพ หลังจากนั้นในปีเดียวกัน เขาตัดสินใจสร้างบล็อกเกี่ยวกับดนตรีชื่อว่า The Recording Revolution ด้วยความสิ้นหวังที่จะหารายได้เพิ่ม เลยคิดว่าการมีตัวตนบนโลกออนไลน์จะช่วยให้ได้ลูกค้าด้านการผลิตเพิ่มมากขึ้น “ฉันใช้เวลาสักพักเพื่อเรียนรู้วิธีเปลี่ยนธุรกิจให้ทำกำไร แต่
ขายได้พีกสุดวันละ 12,000 บาท! สาวสถาปัตย์ ทำอาชีพเสริม ขายขนมอาลัว ปรับให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ สร้างรายได้แบบปังๆ “อาลัว” ขนมที่มีชื่อแปลกอย่างฝรั่ง และเป็นขนมกวนชนิดหนึ่ง ลักษณะจะคล้ายๆ ทรงหยดน้ำ ภายนอกกรอบแต่ภายในยังนุ่มอยู่ หากพูดถึงขนมอาลัว ทุกๆ ท่านคงจะนึกเป็นภาพเดียวกันว่าเป็นทรงหยดน้ำเล็กๆ ซึ่งก็ไม่ผิดแปลก เพราะเป็นสิ่งที่หาง่ายและเห็นได้ทั่วๆ ไป แต่วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ ร้านเรือนจ้าวจันทร์ ที่คิดค้นทำขนมอาลัวที่มีรูปแบบและรูปทรงต่างไปจากที่อื่นๆ คุณปลายฟ้า-พัชริดา เสนีย์วงศ์ เจ้าของร้าน เรือนจ้าวจันทร์ ได้มาพูดคุยกับเราถึงเรื่องราวต่างๆ ต้องบอกว่าเรื่องราวของเธออาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ ท่านได้มากเลยทีเดียว จุดเริ่มต้น จากสาวสถาปัตย์ สู่แม่ค้าขายขนมอาลัว คุณปลายฟ้า เล่าว่า เธอเรียนจบเกี่ยวกับสถาปัตย์ ทำงานเป็นนักวิจัย และอาจารย์พิเศษอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาคุณแม่เปิ้ล-แพรวพรรณ พูลทวี แม่ของเธอได้เกษียณพอดี เลยคิดว่าต้องหาอะไรให้คุณแม่ทำสักอย่าง เพราะปัจจัยหลักๆ เลย คือกลัวว่าคุณแม่จะเป็นอัลไซเมอร์ เนื่องจากมีอายุเยอะแล้ว คุณปลายฟ
ลูกสาว เฮงหอยทอดชาวเล พลิกวิกฤตชีวิตติดลบ สานต่อธุรกิจที่แม่สร้าง สู่ 8 สาขาในกรุงเทพฯ บางสิ่งบางอย่างเราโตมาก็เห็นมาตลอด ไม่เคยนึกสงสัย ไม่เคยนึกสนใจ จะต่อยอดไปแบบไหน หรืออยากรู้ว่ามันคืออะไร สุดท้าย กลับกลายเป็นทักษะหรือแม้แต่พรสวรรค์อันเชี่ยวชาญติดตัวไปโดยไม่รู้ตัว เป็นเช่นนั้นไม่ว่าใคร รวมถึง คุณเค้ก-กนกอร วศินสุนทร เจ้าของร้านเฮงหอยทอดชาวเล เธอเล่าว่า ตั้งแต่เกิดเห็นอาชีพนี้มาตั้งแต่เด็ก ไปไหนมาไหนใครก็เรียกว่าลูกเจ๊หอย เพราะมาจากสิ่งที่แม่สร้างไว้ นั่นคือร้านหอยทอด ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองภูเก็ต มันเป็นสิ่งที่เธอเติบโตและรู้จักอย่างเชี่ยวชาญมาตั้งแต่เกิด เป็นอาชีพติดตัวโดยที่เธอเองไม่ทันตั้งตัว ลูกเจ๊หอย ร้านเฮงหอยทอดชาวเล เกิดที่ภูเก็ต สวนหลวงในเมือง เค้กเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่เพื่อนๆ ก็จะรู้จักว่าเค้กเป็นลูกเจ๊หอยนะ เพราะทุกคนเรียกแม่เค้กว่าเจ๊หอย จนกระทั่งเหตุการณ์สึนามิ 2547 ตอนนั้นเค้กไปอยู่เชียงใหม่กับยายพอดี เค้กเลยไม่โดนสึนามิด้วย แต่ร้านเค้กโดนไปหมดเลย อาหารทะเลคนไม่กินได้รับผลกระทบไปหมด เศรษฐกิจก็ซบเซา พ่อกับแม่ก็เลยต้องปิดร้าน ประจวบเหมาะกับสัญญาหมดก็ย้ายมาที่กรุงเ
โควิด ยังไม่เท่าไหร่ ร้านอาหารไทยในอเมริกา ชี้ “ช่วงนี้ค้าขาย…ลำบากที่สุด” ขึ้นชื่อว่าเป็น ซอฟต์พาวเวอร์ รุ่นบุกเบิก ตัวจริงเสียงจริง สำหรับ “มณีไทย” ร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ที่มี คุณหมู-ชัยวัฒน์ ศิริญาณ และภรรยา ร่วมกันบุกเบิกก่อตั้ง เปิดให้บริการมานานกว่า 38 ปี จนกระทั่งปัจจุบัน มีถึง 2 สาขา อ่านเรื่องราวเกี่ยวข้อง : ซอฟต์พาวเวอร์ รุ่นบุกเบิก “มณีไทย” ร้านอาหารสร้างชื่อไกลถึง USA วันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสถามไถ่พูดคุยกับ คุณหมู เจ้าของกิจการ “มณีไทย” เพิ่มเติมเกี่ยวกับการประคับประคองกิจการช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้รับทราบข้อมูลว่า ตอนที่เกิดโควิดใหม่ๆ ยังขายได้อยู่ แต่ธุรกิจจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นลูกค้าสั่งกลับไปกินที่บ้านแทนที่จะมาทานในร้าน แต่ลูกค้าจะสั่งผ่านทางบริษัทที่เหมือนกับ Rider แบรนด์ต่างๆ ที่เมืองไทย ซึ่งข้อดีคือ ยอดขายยังเกือบเท่าเดิม แต่ข้อเสียคือ บริษัทเหล่านี้จะหักกำไรของร้านไป 20-30% ทำให้แทบไม่เหลืออะไร แต่ทางร้านแทบไม่มีทางเลือก เพราะถ้าไม่เข้าร่วมกับบริษัทเหล่านี้ ทุกๆ ร้านก็จะมียอดขายไม่พอที่จะเก็บคนงานทุกคนไว้หากรอลูกค้าเข้าม
