เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ถ้าเลื่อน TikTok แล้วเจอคำว่า “Polyester” โผล่มาในคอมเมนต์บ่อยๆ อย่าเพิ่งงง เพราะนี่คือศัพท์สแลงล่าสุดของเด็ก Gen Z ที่กำลังไวรัลไปทั่วโซเชียล และถ้าตามไม่ทัน อาจถูกจัดเข้าพวก “Unc” (ย่อจาก uncle) คำที่ Gen Z ใช้ล้อคนที่ตกเทรนด์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แต่ละเจนเนอเรชันมีศัพท์เฉพาะของตัวเอง แต่สิ่งที่ต่างออกไปสำหรับ Gen Z และ Gen Alpha คือ ความเร็วของคำศัพท์หนึ่งคำสามารถกระโดดจากวงแคบๆ ไปดังทั่วโลกได้ภายในไม่กี่วันผ่านโซเชียลมีเดีย Polyester แปลว่าอะไร โพลีเอสเตอร์ในความหมายเดิมคือเส้นใยสังเคราะห์จากปิโตรเลียม ราคาถูก ทนทาน แห้งไว แต่ก็มักถูกมองว่าคุณภาพต่ำกว่าผ้าฝ้ายธรรมชาติ ตอนนี้ Gen Z หยิบคำนี้มาใช้ในความหมายใหม่ทั้งหมด ในบริบทใหม่ Polyester ใช้เรียกอะไรก็ตามที่ดูดีจากไกลๆ แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ กลับไม่จริง ไม่ใช่ของแท้ หรือพยายามมากเกินไปจนดูฝืน ไม่ว่าจะเป็นโมเมนต์ที่ดูเหมือนธรรมชาติ แต่จริงๆ จัดฉากมาทุกเฟรม หรือคำขอโทษต่อสาธารณะที่ฟังดูไม่จริงใจสักนิด ตลอดจนอินฟลูเอนเซอร์ที่แสดงความตื่นเต้นปลอมๆ เพื่อขายของที่ตัวเองไม่เคยใช้จริง จุดเริ่มต้นของคำด่านี้ ก่อนจะกลายเป็นคำด่าเคยเป็นชื่อเรียกสไ
World Obesity Federation จัดอันดับให้ประเทศเวียดนามอยู่อันดับที่ 200 จาก 200 ประเทศบน Global Obesity Chart ปี 2022 ด้วยอัตราภาวะอ้วนในผู้ใหญ่ต่ำที่สุดในโลก เคล็ดลับความผอมคือวัฒนธรรมการกินที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน คำตอบอยู่ที่วัฒนธรรมอาหารที่ฝังลึกอยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน 1. ผักคือพระเอกของทุกมื้อ งานศึกษาด้านโภชนาการหลายชิ้นระบุตรงว่า คนฮานอยบริโภคผักเฉลี่ยสูงถึงราว 290 กรัมต่อวัน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่สูงที่สุดในโลก และไม่ใช่แค่ในบ้าน แม้แต่ร้านอาหารข้างทางหรือจุดพักรถบนทางหลวงก็มักมีผักใบเขียวหลากชนิดให้เลือกหลายแบบ สะท้อนว่าการกินผักในปริมาณมากไม่ใช่พฤติกรรมเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นบรรทัดฐานร่วมของทั้งสังคม หัวใจของอาหารเวียดนามคือสิ่งที่นักโภชนาการเรียกว่า “plant-forward” คือพืชผักเป็นตัวตั้งของมื้ออาหาร ไม่ใช่เนื้อสัตว์ อาหารขึ้นชื่ออย่างเปาะเปี๊ยะสด หรือเปาะเปี๊ยะทอด ล้วนใช้ผักสดและสมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลัก ห่อรวมกับเนื้อสัตว์ปริมาณน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ ไม่ใช่เพื่อเป็นแหล่งพลังงานหลักของมื้อ 2. ปรุงด้วยวิธีที่ไม่พึ่งไขมัน วิธีปรุงอาหารดั้งเดิมของเวียดนามเน้นการนึ่ง ต้ม และผัดเร็วด้วยน้ำม
ตกมาปีนี้ เห็นดอกไม้ริมทางก็ต้องแวะถ่ายรูป กระเบื้องสีสันสลับลาย ก็ดูสวยขึ้นมาเสียอย่างนั้น นี่เรากำลังแก่ตัวลงหรือ? อาจเป็นเรื่องขำขันที่ไว้ใช้แซวกันในโลกออนไลน์ เมื่อชาวเน็ตเริ่มตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของตนเองที่เปลี่ยนแปลงไปว่า เริ่มชอบมองดอกไม้ริมทางที่ผลิดอก เสียงลมพัดใบไม้ไหวปลิวก็ไพเราะกว่าครั้งไหนๆ กระเบื้องลายสีสันที่เคยมองแล้วขัดใจก็เริ่มสวยงาม หรือนี่จะเป็นสัญญาณการแก่ไปอีกปีของเรา จริงๆ แล้วก็มีคำอธิบายเชิงจิตวิทยาเบื้องหลังพฤติกรรมนี้ของเราด้วยเช่นกัน ทำไมเมื่อแก่ตัวลงคนถึงชอบอะไรมีสีสัน เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ข้าวของสีสันสดใสก็ดูจะดึงดูดสายตาเราเป็นพิเศษ เนื่องจากเมื่ออายุเพิ่มขึ้นสีสดใสช่วยกระตุ้นการมองเห็นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยเสริมการรับรู้เชิงพื้นที่ และสื่อความหมายทางวัฒนธรรมหรือความทรงจำอันลึกซึ้ง เกิดความสบายทางสายตาและจิตใจ เนื่องจากโทนสีอบอุ่น เช่น สีแดง สีส้ม และสีเหลือง จะช่วยให้ผู้สูงวัยมีการมองเห็นที่ดีขึ้น สามารถเข้าใจสภาพแวดล้อมได้ง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยต่อสู้กับความจำเจ ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีชีวา ช่วยป้องกันความเบื่อหน่ายและความเฉื่อยชาที่อาจเกิดขึ้นจากอาคารคอนกรีตสี
วงการศิลปะโลกสูญเสียหนึ่งในศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุคสมัย เมื่อข่าวการจากไปของ Yayoi Kusama ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการจากสตูดิโอของศิลปินและแกลเลอรี David Zwirner ผู้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลงานของเธอมายาวนาน เสียชีวิตลงด้วยวัย 97 ปี ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสาเหตุการเสียชีวิตคือภาวะอวัยวะหลายส่วนล้มเหลว แต่สื่อต่างๆ เพิ่งได้รับทราบข่าวนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ในวงการศิลปะ Yayoi Kusama ถือเป็นศิลปินเอเชียที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค เธอคือเจ้าของผลงาน “ลายจุด” และ “ห้องกระจกอนันต์” (Infinity Mirror Rooms) อันเลื่องชื่อ จุดเริ่มต้นมาจากความเจ็บปวด Yayoi Kusama เกิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 1929 ในเมืองมัตสึโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ชีวิตวัยเด็กของ Kusama เติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเรือนเพาะชำต้นไม้ เธอเคยเล่าว่าชีวิตเต็มไปด้วยความทุกข์ เพราะต้องเผชิญกับพฤติกรรมนอกใจของบิดา แล้วมารดาก็มาลงที่เธอ ทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธออายุราว 10 ขวบ ขณะจ้องมองลายดอกไม้สีแดงบนผ้าปูโต๊ะ Kusama ก็เกิดภาพหลอนที่ลวดลายเหล่าน
ตำนานบทใหม่เริ่มขึ้นแล้ว เหมาะสมกับคำว่า “คนไทยคนแรก” เป็นที่สุด กับ “Nene Royal” หรือ แพรว-รัตติกานต์ อำลอย ผู้เข้าแข่งขันเด็กไทยจากภูเก็ต บนเวที America’s Got Talent ซีซั่น 21 เคยได้สร้างไวรัลกับคลิปใน Facebook ยอดรับชมกว่า 44 ล้านวิว ที่เธอขึ้นไปร้องเพลงร็อก “Zombie” ขัดกับลุคเด็กสาวหน้าหวานสวมเดรส จนทำกรรมการตกตะลึงไปตาม ๆ กัน และได้กลับมาอีกครั้งในรอบ Quarter Finals Week 2 ก็สร้างการพูดถึงอีกครั้ง เมื่อเธอได้ปุ่ม Golden Buzzle จาก Mel B ซิวตั๋วเข้าไปนั่งรอในรอบชิงชนะเลิศโดยไม่ต้องพึ่งเสียงโหวตแล้ว สร้างความตื่นเต้นให้คนไทยทั้งประเทศเป็นอย่างมาก คนไทยในสหรัฐฯ รวมตัวไปเชียร์ในฮอล์ ความตื่นเต้นของคนไทยในต่างแดนที่เห็นเด็กสาวจากภูเก็ตก็อยากไปร่วมเชียร์และให้กำลังใจ นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศจริง ๆ ทั้งนี้ Nene ยังได้เลือกสวมประดับผ้าปาเต๊ะในการขึ้นแสดงในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นผ้าบาติกที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนภาคใต้มาอย่างยาวนาน สะท้อนความเป็นไทยผ่านคอสตูม ขึ้นจอไทม์สแควร์นิวยอร์ก ความปังยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ Nene ยังได้ขึ้นป้ายบิลบอร์ดจอ LED ขนาดยักษ์ ใจกลางจัตุรัสไ
ถ้าคุณเป็นสายสกินแคร์จะต้องรู้จักแบรนด์นี้อย่างแน่นอน “Banobagi” แบรนด์ที่ถูกบอกต่อผ่านโซเชียลมีเดียแบบออร์แกนิกและกลายเป็นไวรัล คนแห่ไปซื้อตามจนสินค้าหมดสต๊อก หลายคนอาจเข้าใจว่าแบรนด์นี้เป็นของคนไทยด้วยซ้ำ แต่จริงๆ แล้ว Banobagi คือแบรนด์มาส์กในโรงพยาบาลเกาหลีที่บริษัทคนไทยไปดีลมาจำหน่ายในไทย แล้วสร้างปรากฏการณ์มาส์กที่คนเรียกว่า “มาส์กกู้ผิว” ต้องอธิบายเริ่มต้นก่อนว่า Banobagi ถูกจุดกระแสโดย บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด (Beyond Beauty Trade) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงามจากต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้บียอนด์ บิวตี้ เทรด ดูแลแบรนด์ อาทิ SKINDOM ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า, ME-IN ผลิตภัณฑ์ความงามและบำรุงผิว, SCINIC แบรนด์สกินแคร์จากเกาหลี, 14TH JULY ผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม แต่ปัจจุบันเหลือเพียง Banobagi เพียงอย่างเดียว คุณมีน – ยศพร สุวรรณวิเชียร กรรมการผู้บริหาร บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด (Beyond Beauty Trade) เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน เธอคืออดีตสาวแบงก์ที่พอลาออกมาก็เดินทางไปเที่ยวเกาหลีบ่อยครั้ง แล้วสังเกตว่าเทคโนโลยีความงามของประเทศนี้ไปไกลมาก จึงเริ่มมองห
เมื่อพูดถึง Visa หลายคนอาจนึกถึงบัตรเครดิตที่อยู่ในกระเป๋า และเข้าใจว่า Visa คือผู้ให้บริการบัตรหรือสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า แต่เบื้องหลังของธุรกิจนี้แตกต่างออกไป เพราะ Visa ไม่ได้ทำธุรกิจปล่อยกู้ ไม่ได้ออกบัตรเครดิตให้ผู้บริโภคโดยตรง และไม่ได้รับความเสี่ยงจากหนี้เสียของผู้ถือบัตร สิ่งที่ Visa ทำคือการสร้างเครือข่ายการชำระเงินที่เชื่อมต่อระหว่างธนาคาร ร้านค้า และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน Visa ไม่ใช่ธนาคาร แล้วใครเป็นคนรับความเสี่ยง? เมื่อผู้บริโภคสมัครบัตรเครดิตกับธนาคาร เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารเหล่านี้คือผู้ที่ออกบัตร กำหนดวงเงิน และเป็นผู้รับความเสี่ยงหากลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ได้ ส่วน Visa ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ธุรกรรมสามารถส่งต่อข้อมูลระหว่างผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว ลองนึกภาพการซื้อกาแฟราคา 100 บาท เมื่อผู้บริโภคแตะหรือรูดบัตร Visa ระบบจะส่งข้อมูลไปยังธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อเช็กวงเงินและอนุมัติรายการ จากนั้นจึงส่งข้อมูลกลับมายังร้านค้า กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที Visa จึงเปรียบเสมือนทางด่วนขอ
จากแบรนด์สกินแคร์ที่เริ่มต้นจากโรงพยาบาลศัลยกรรมในเกาหลีใต้ สู่การเป็นแบรนด์ Facial Mask ที่คนไทยคุ้นเคย และสามารถครองตำแหน่งมาส์กหน้าขายดีที่สุดใน Watsons ต่อเนื่อง 7 ปี เรื่องราวของ Banobagi ในประเทศไทยกำลังเดินไปอีกขั้น เมื่อ “ยศพร สุวรรณวิเชียร” กรรมการผู้บริหาร บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด (Beyond Beauty Trade) ขยับสถานะจาก Distributor มาเป็นผู้ถือหุ้น 10% ใน Banobagi Cosmetics การเข้าถือหุ้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทที่พัฒนาจาก “คู่ค้า” สู่ “Strategic Partner” และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ในระยะยาว โดยยศพรถือเป็นผู้ถือหุ้นต่างชาติรายแรกและเป็นพาร์ตเนอร์เพียงรายเดียวที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้าร่วมถือหุ้นใน Banobagi Cosmetics จากมาส์กในโรงพยาบาล สู่แบรนด์ที่คนไทยใช้กันเป็นวงกว้าง ย้อนกลับไปราว 10 ปีก่อน Banobagi ยังไม่ได้เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ทำตลาดในวงกว้าง ผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งเน้นจำหน่ายให้กับผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลและคลินิกศัลยกรรมในเกาหลีใต้ จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อยศพรได้ทดลองผลิตภัณฑ์และมีโอกาสพูดคุยกับทีมแพทย์ของ B
Miryam หญิงวัย 67 ปี จากเมือง Armenia แคว้น Quindío ประเทศโคลอมเบีย เจ้าของฉายา “chismosa” หรือแปลตรงตัวว่า “นักซุบซิบมืออาชีพ” จุดเริ่มต้นของเธอไม่ได้ต่างจากป้าข้างบ้านทั่วไปที่ชอบนั่งหน้าบ้านมองดูความเป็นไปของชุมชน แต่สิ่งที่ทำให้ Miryam ต่างจากป้าคนอื่น คือเธอมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำฟรีๆ เธอเล่าผ่านคลิปสัมภาษณ์ที่ครีเอเตอร์ Lady Daniella นำมาเผยแพร่ จนกลายเป็นไวรัลทั่วโลกออนไลน์ว่า วันทำงานของเธอเริ่มตั้งแต่ราวๆ 6 โมงเช้า เธอจะออกมานั่งหน้าบ้านพร้อมสมุดโน้ตหนึ่งเล่ม คอยฟังและจดบันทึกทุกความเคลื่อนไหวในละแวกบ้าน ทั้งเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง เสียงดังผิดปกติ ไปจนถึงข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้าน โมเดลธุรกิจแบบขายข้อมูล หัวใจของธุรกิจ Miryam คือการเปลี่ยนข้อมูลที่ไม่มีมูลค่าในสายตาคนทั่วไป ให้กลายเป็นสินค้าที่ตั้งราคาได้ เธอจะมีกระดานติดผนังในบ้านที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายและเส้นเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชน หน้าตาไม่ต่างจากบอร์ดสืบสวนคดีในหนังสายลับ ระบบราคาแบ่งตามระดับความอ่อนไหวของข้อมูล ข่าวซุบซิบทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5,000-10,000 เปโซโคลอมเบีย (ราว 40-90 บาท) ส่ว
ถ้ามีบ้านหลังสวยในโลเคชันงามๆ แบบประเทศญี่ปุ่นมาขายในราคาถูก แถมบางหลังถึงขั้นยกให้ฟรีเลย คุณจะสนใจไหม เมื่อพูดถึงคำว่า “บ้านร้าง” คนอาจนึกถึงภาพบ้านน่าหวาดกลัว แต่ในเชิงคำนิยาม บ้านร้าง คือ สิ่งปลูกสร้างประเภทบ้านหรืออาคารที่ถูกทอดทิ้ง ปราศจากผู้คนอยู่อาศัย และไม่มีการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง จนมักมีสภาพชำรุดทรุดโทรม หรือเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาบ้านร้างที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า “Akiya” ปัจจุบันมีจำนวนบ้านร้างทั่วประเทศสูงถึงประมาณ 9 ล้านหลัง หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 7 ของอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในประเทศ และในบางจังหวัดมีรายงานว่าสัดส่วนบ้านว่างสูงถึง 1 ใน 4 ของบ้านทั้งหมดในพื้นที่ ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงปัญหาเล็กๆ แล้ว แต่กลายเป็นการบ้านชิ้นใหญ่ของหน่วยงานท้องถิ่น สะท้อนวิกฤตด้านโครงสร้างประชากรของญี่ปุ่น รากปัญหาประชากรลดลง เมืองใหญ่ดูดคนจากชนบท สาเหตุหลักของวิกฤตบ้านร้างมาจากอัตราการเกิดที่ต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อยู่ที่เพียง 1.2 คนต่อสตรีหนึ่งคน ประกอบกับนโยบายจำกัดการรับผู้อพยพในอดีตของญี่ปุ่น ส่งผลให้จำนวนประช
