เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
“ไม่เรียนแล้วทำไร” “ใช้ชีวิต” “ใช้ชีวิตทำไร” “แค่ใช้ชีวิตก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว จะให้ไปทำไรอีก” คำพูดจากภาพยนตร์ที่เมื่อฟังตอนมัธยมเราแทบไม่เข้าใจเลยว่าตัวละครชายคนนี้ต้องการจะสื่ออะไร. แต่เมื่อใช้ชีวิตผ่านช่วงระยะเวลาหนึ่งมาได้คุณจะเข้าใจคำว่า “ใช้ชีวิต” ที่ตัวละครพิสิทธิ์พูดได้อย่างลึกซึ้ง “ใช้ชีวิต” คำนี้แปลว่าอะไร ออกผจญภัย กระโดดร่ม ขับรถออกเดินทาง แบกเป้เที่ยวไปไกลสุดขอบฟ้า คำว่า “ใช้ชีวิต” มันอาจคือการเอาผ้ากองพะเนินเดินไปใส่เครื่องซัก จับเครื่องดูดฝุ่นถูไถห้องรกรุงรัง รดน้ำต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาเพราะถูกละเลยจากวันทำงาน แค่นี้แหละ สิ่งที่เรียกว่า…ใช้ชีวิต และเพียงแค่เท่านี้ ก็ยุ่งจนไม่มีเวลาให้ไปทำอย่างอื่นแล้ว วันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาดูโลก ก็คือวันแรกที่เราต้องเรียนรู้แล้วว่าฉันจะใช้ชีวิตที่ได้มานี้อย่างไร? ยุติธรรม งดงาม เรียบง่าย หรือเละเทะ โหลยโท่ย ห่วยแตก ก็ล้วนได้ใช้สิ่งที่เรียกว่าชีวิตไปแล้ว ความหมายของคำว่า “ชีวิต” คือ กระบวนการทางชีวภาพและทางกายภาพที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวเจริญเติบโต และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในระหว่างทาง แต่ละคนก็จะใช้ชีวิตไปเพื่อ ค้นหาเป้าหมา
วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพ (Wellness Culture) หรือแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทและแพลตฟอร์มด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เผยผลสำรวจล่าสุดที่สะท้อนให้เห็นว่า 82% ของคนเอเชียแปซิฟิกให้ความสำคัญกับสุขภาพแบบองค์รวม สะท้อนกระแส Wellness Culture เติบโตต่อเนื่อง การสำรวจจาก Herbalife APAC Wellness Culture Survey 2026 จัดทำขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเก็บข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 10,000 คน ใน 11 ประเทศได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม พบว่า 82% ของผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะที่ 74% ระบุว่า สุขภาพแบบองค์รวมมีความสำคัญต่อชีวิตมากกว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักรู้ด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น เมื่อลงลึกไปในรายละเอียดผู้ตอบแบบสำรวจได้ระบุว่า พวกเขากำลังให้คว
ฟีดโซเชียลของทุกคนตอนนี้เต็มไปด้วยคลิปคนลากเลื่อนถ่วงน้ำหนักในฮอลล์ใหญ่ๆ พร้อมเสียงเชียร์กึกก้องอยู่หรือเปล่า นั่นคือ HYROX กิจกรรมที่กำลังเป็นกระแสในไทยตอนนี้ HYROX คืออะไร HYROX คือ การแข่งขันฟิตเนสที่ผสานการวิ่งเข้ากับสถานีออกกำลังกายเชิงฟังก์ชัน โดยรูปแบบมาตรฐานคือวิ่งระยะ 1 กิโลเมตร สลับกับสถานีออกกำลังกาย 8 สถานี รวมทั้งหมด 8 รอบ เช่น พาย SkiErg ผลักและลากเลื่อนน้ำหนัก (Sled Push/Pull) กระโดด Burpee ระยะไกล แบกกระสอบทราย แบกน้ำหนักเดิน เดินฟันดาบพร้อมกระสอบทราย และปิดท้ายด้วยการโยนลูกบอลใส่เป้า 100 ครั้ง HYROX มีเจ้าของคือ Christian Toetzke นักจัดงานอีเวนต์กีฬามวลชนชาวเยอรมันที่คร่ำหวอดในวงการมานานหลายสิบปี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์นี้ เขาเริ่มต้นเส้นทางจากการเป็นนักกีฬาเดคาทลอนก่อนจะผันตัวมาจัดงานแข่งจักรยาน มาราธอน และไตรกีฬาระดับมืออาชีพ เขาร่วมก่อตั้ง HYROX กับ Moritz Fürste อดีตนักฮอกกี้สนามหญ้าทีมชาติเยอรมนีที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาแล้วถึง 2 สมัย โดยไอเดียเกิดจากการมองเห็นว่ามีคนจำนวนมากที่ทั้งยกเวทและวิ่งเป็นประจำ แต่ยังไม่มีกีฬาแข่งขันที่ออกแบบมาเพื่อวัดความฟิตแ
นี่คือ 10 AI prompts ที่จะเปลี่ยน AI เป็นผู้ช่วยให้คำปรึกษาธุรกิจระดับสูงแก่ผู้ประกอบการ ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าที่ปรึกษาธุรกิจหลักแสนหลักล้านเสมอไป เพราะ AI สามารถช่วยวิเคราะห์ธุรกิจ วางกลยุทธ์ และหาโอกาสเติบโตได้ภายในไม่กี่วินาทีแล้ว นี่คือ 10 Prompt ที่เจ้าของธุรกิจ นักการตลาด และคนทำแบรนด์ในไทยสามารถนำไปใช้ได้ทันที 1. วิเคราะห์ SWOT ธุรกิจ “ช่วยวิเคราะห์ SWOT ของ [ชื่อบริษัท/แบรนด์/ธุรกิจ] ในตลาดประเทศไทย โดยระบุจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคอย่างละเอียด พร้อมเสนอแนวทางว่าควรใช้จุดแข็งเพื่อสร้างโอกาสอย่างไร และควรรับมือกับจุดอ่อนและความเสี่ยงอย่างไร โดยคำนึงถึงสภาพการแข่งขันในตลาดไทย” หรือ “Analyze [Company/Project] and provide a comprehensive SWOT analysis. Identify internal strengths and weaknesses, as well as external opportunities and threats. Suggest strategies to leverage strengths and mitigate threats.” เหมาะสำหรับ: เจ้าของธุรกิจที่ต้องการเห็นภาพรวมก่อนวางแผนธุรกิจ 2. วางกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดไทย “ช่วยวางกลยุทธ์การนำ [สินค้า/บริการ] เข้าสู่ตลาดประเทศไทย โดยวิเคราะห์ขน
ในช่วงเวลาที่ Sabrina Carpenter กำลังเป็นหนึ่งในศิลปินป๊อปที่มาแรงที่สุดของโลก เธอยังสร้างอีกหนึ่งความสำเร็จที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นั่นคือธุรกิจน้ำหอมส่วนตัวภายใต้แบรนด์ “Fragrance by Sabrina” ที่เพิ่งทำยอดขายทะลุ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกในปี 2025 ตัวเลขนี้ไม่เพียงยืนยันว่าน้ำหอมของเธอไม่ใช่แค่สินค้าที่ขายได้เพราะกระแสความดัง แต่ยังกำลังกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของวงการความงามที่ขับเคลื่อนโดยคนดัง (celebrity beauty) ในยุคนี้ จากขวดแรกสู่รายได้เก้าหลัก Carpenter เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นแรกในชื่อ Sweet Tooth เมื่อปี 2022 ผ่านการร่วมมือกับ Scent Beauty บริษัทพัฒนาน้ำหอมเดียวกับที่เคยทำงานร่วมกับ Kylie Minogue โดยวางจุดยืนเป็นน้ำหอมกลิ่นหวานสไตล์ของหวาน ราคาที่จับต้องได้ง่าย อยู่ในช่วง 29-55 ดอลลาร์สหรัฐต่อขวด ต่างจากน้ำหอมระดับหรูที่มักตั้งราคาหลักร้อยดอลลาร์ หลังจากนั้นแบรนด์ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้ง Cherry Baby, Me Espresso และล่าสุดอย่าง Lemon Pie ซึ่งบริษัทวางเป็นหมากสำคัญสำหรับการบุกตลาดต่างประเทศในปี 2026 ผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด Stephen Mormoris ซีอีโอของ Sc
เมื่อพูดถึง “แบรนด์” สิ่งที่คนคิดขึ้นมาในหัวคือ โลโก้ โทนสี รูปแบบกราฟิก ไอคอน ลวดลาย แบรนด์ที่ดีก็คงเป็นแบรนด์ที่โลโก้สวย สีสันจดจำได้ขึ้นใจ ความเข้าใจนั้นทำให้หลายแบรนด์ ‘สอบตก’ เพราะแท้จริงแล้ว คำว่า “แบรนด์” หากขาดคำว่า ‘มีชีวิต’ ก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ที่ไร้แรงดึงดูด คนทำแบรนด์ส่วนใหญ่พยายามยัดเยียดการขาย การตลาด เข้าไปในแบรนด์ เพราะคิดว่าเมื่อแบรนด์ทำเงินได้ จึงจะเรียกได้ว่าเกิดมูลค่า นั่นทำให้แบรนด์ขาดชีวิต จงมองแบรนด์ให้เหมือน ‘มนุษย์หนึ่งคนที่มีชีวิต’ จากนั้น สิ่งที่คนทำแบรนด์ต้องทำความเข้าใจต่อ คือ “ความมีชีวิตคืออะไร?” คุยกับ อาจารย์ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ นักปั้นแบรนด์และนักออกแบบภาพลักษณ์ธุรกิจอาหาร ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวเกษตรยั่งยืน แห่ง Karb Studio เจ้าของรางวัล Gourmand Awards ซึ่งเปรียบได้กับเวทีออสการ์อาหารโลก 20 ปีซ้อน และเป็นผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “Local สู่ เลอค่า” ผู้ที่เชื่อว่าความ Local อยู่ที่ใดก็เลอค่า ถ้ารู้จักเล่าเรื่อง ก่อนจะหา CI หาจิตวิญญาณตัวเองให้เจอก่อน จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ขึ้นมาแบรนด์หนึ่ง ต้องเริ่มจากการนั่งวิเคราะห์ 3 สิ่ง ได้แก่ สิ่งที
เรื่องราวของ ฮิโรกิ โทมิยาสุ (Hiroki Tomiyasu) อดีตข้าราชการชาวญี่ปุ่นที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในฐานะตัวอย่างของการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้แก้ปัญหาจริงในภาคเกษตรกรรม แม้ไม่เคยมีพื้นฐานด้านการเกษตรหรือวิศวกรรมมาก่อนก็ตาม โทมิยาสุเติบโตในพื้นที่ใกล้กรุงโตเกียว เคยทำงานเป็นข้าราชการมาก่อน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูที่ดินทำกินที่ถูกทิ้งร้างในฮอกไกโด และเรียนรู้การบริหารจัดการไร่ด้วยตนเองทั้งหมด ปัจจุบันเขาดูแลพื้นที่เพาะปลูกบล็อคโคลี่ ฟักทอง ต้นหอมญี่ปุ่น และถั่วเหลือง ครอบคลุมพื้นที่ราว 100 เฮกตาร์ หรือประมาณ 600 ไร่ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มนำ ChatGPT และ Codex เครื่องมือ AI สำหรับการเขียนโค้ด มาใช้แก้ปัญหาการทำฟาร์มที่ต้องใช้แรงงานหนักและขาดแคลนบุคลากร แทนที่จะพึ่งพาระบบอัตโนมัติสำเร็จรูปราคาแพงที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เขาเลือกเรียนรู้และสร้างเครื่องมือขึ้นมาเอง ตัวอย่างเครื่องมือที่เขาพัฒนาขึ้น ได้แก่ ระบบตรวจสอบโรคพืชด้วยการถ่ายภาพจุดดำบนบล็อคโคลี่แล้วให้ ChatGPT ช่วยวิเคราะห์ ระบบติดตามสภาพแปลงเพาะปลูกด้วยข้อมูลดาวเทียมที่นำมาซ้อนท
ความฮอตของภาพยนตร์จักรวาลสไปเดอร์แมนที่ไม่ว่าจะเปิดตัวกี่ภาค ก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเสมอ จนภาคล่าสุด Spider-Man: Brad New Day ขึ้นแท่น สไปเดอร์แมนที่ถูกใจทั้งนักวิจารณ์และคนดูระดับสูง จนทำให้ชื่อของ Tom Holland กลายเป็นที่พูดถึงอยู่ในหน้าสื่อ ณ ตอนนี้ นักแสดงหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่มีความฮอตในด้านงานแสดง แต่ยังประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเครื่องดื่มอีกด้วย ซึ่งธุรกิจที่ว่าคือ “BERO” เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ (non-alcoholic beer) ระดับพรีเมียม แรงบันดาลใจจากการเลิกเหล้า Tom Holland เริ่มต้นเส้นทางเลิกดื่มแอลกอฮอล์ (Sobriety) ผ่านโครงการ “Dry January” คือแคมเปญงดดื่มในเดือนมกราคม จนขยายเวลาต่อไปเรื่อยๆ และตระหนักว่าการเลิกเหล้าในวัฒนธรรมอังกฤษที่เน้นการดื่มเพื่อเปิดทางเข้าสังคมเป็นเรื่องยาก เขาจึงมองหาเบียร์ไร้แอลกอฮอล์คุณภาพดีที่ช่วยให้รู้สึกกลมกลืนในงานสังคมได้ ซึ่งแบรนด์เครื่องดื่มที่มีอยู่ในตลาดส่วนใหญ่ยังไม่ตอบโจทย์ Tom จึงร่วมมือกับบริษัทร่วมทุน Imaginary Ventures และ John Herman (อดีตผู้บริหาร Nutrabolt/C4) เพื่อเปิดตัว BERO โดยที่ Tom ดำรงตำแหน่ง Co-Founder ถือหุ้นจริงคาดว่าราว 30–40
ในวัย 70 กว่าๆ ขณะที่ใครหลายคนกำลังนั่งหมดไฟ หรือพักผ่อนแบบปล่อยให้เวลาผ่านไปในแต่ละวัน แต่สำหรับ New Chapter อย่าง คุณลุงเคที (แทน เคียน ทัต) KT (Tan Kian Tat) ในวัย 77 และ คุณป้าย่าจู (Yazhu) วัย 73 ที่มอบเวลาวัยเกษียณให้กับร้านไอศกรีมเล็กๆ ที่ชื่อ Freshio Gelato ที่เป็นเสมือนเครื่องมือพิสูจน์ว่าไฟในการทำงานของคนเราไม่มีวันมอดดับตามอายุ จาก “ราชาเครย์ฟิช” สู่ชีวิตที่ว่างจนหายใจไม่ออก ย้อนกลับไปในยุคทอง คุณลุงเคที เขาเป็นนักธุรกิจระดับพรีเมียมในประเทศจีน ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ราชาเครย์ฟิช” ผู้กุมบังเหียนโรงงาน 8 แห่ง ส่งออกกุ้งแช่แข็งมูลค่านับพันล้านบาทไปทั่วโลก ส่วนคุณป้าย่าจู ก็ไม่ใช่แม่บ้านธรรมดา เธอคือนักบริหารร้านกาแฟฝีมือดีในเซี่ยงไฮ้ที่มีสาขากระจายไปทั่วเมือง แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้อง “เกษียณ” จริงๆ ทั้งคู่ย้ายไปใช้ชีวิตสงบๆ ที่แคนาดา แต่ทว่าความเงียบเหงาหลังเกษียณนี้เองที่เป็นเสมือนศัตรูของพวกเขา “ผมเป็นพวกบ้างาน ชีวิตที่แคนาดาคือการขับรถไปนั่นมานี่อย่างไร้จุดหมาย มันว่างเกินไป และมันเป็นการใช้เงินไปวันๆ โดยไม่มีอะไรตอบแทนกลับมา” คุณลุงเล่าถึงความอึดอัดในใจ เปลี่ยนหยาดน้ำตาเป็นพล
เด็กหนุ่มไทยวัย 17 ปี ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการเด็กเอเชีย ได้เผยเส้นทางการทำเงินของตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ผ่านช่องรายการพอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจช่อง MarNoCap จากเด็กเกรดต่ำ สู่เจ้าของโปรแกรมโค้ชชิ่ง เขาเล่าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับ C เกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชาพลศึกษาที่ได้ A ด้วยผลการเรียนแบบนี้ โอกาสที่จะได้งานดี ๆ ในระบบมีน้อยมาก ประกอบกับเมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญจากช่วงที่ครอบครัวประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก หลังธุรกิจทัวร์ของคุณแม่ซึ่งเคยรุ่งเรืองต้องซบเซาลงจากผลกระทบของโควิด-19 จนเป็นหนี้หลายแสนบาท ทำให้เขาเห็นแม่ร้องไห้และทะเลาะกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง สิ่งนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากหาทางออกให้ครอบครัว เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเริ่มจากการทำดรอปชิปปิง ตามด้วยการเทรด ก่อนจะลองรับงานเขียนคอนเทนต์การตลาด (copywriting) ส่งข้อความติดต่อลูกค้าหลายร้อยรายตั้งแต่อายุ 14 แต่ก็ล้มเหลวไม่มากก็น้อย กระทั่งเริ่มลองทำคลิปแรงบันดาลใจของตัวเองจนมีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงหันไปศึกษาวิธีการทำคอนเทนต์ให้ไวรัลอย่างจริงจัง แล้วนำความรู้นั้นไปสอนคนอื่น
