แปรรูปสินค้าเกษตร
ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น เดินหน้าส่งเสริมเอสเอ็มอีสอดรับนโยบายไทยแลนด์4.0 พาเปิดบ้านชมกระบวนการผลิตทุเรียนแปรรูปชื่อดังของประเทศไทย ผลผลิตจากสวนเกษตรกรสู่ผลิตภัณฑ์ทุเรียนทอด “ชายน้อย” ของฝากขึ้นชื่อเมืองชุมพร กับกลยุทธ์และการพัฒนาช่องทางจำหน่ายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้เกษตรกรจากการรับซื้อทุเรียนสดปีละ 1,000 ตัน นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ร้านอิ่มสะดวกของคนไทย กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กหรือเอสเอ็มอีที่สามารถผลิตสินค้าได้คุณภาพมาตรฐานและเป็นที่นิยมจากประชาชนมาโดยตลอด โดยบริษัทจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อส่งสินค้าตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านสาขาร้านเซเว่นฯ ที่มีอยู่กว่า 9,700 สาขาทั่วประเทศ และผ่านบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ที่มีช่องทางการจำหน่ายผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ร้านสาขา ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ ซึ่งสามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคยุคใ
“ทุเรียนอ่อน” เป็นปัญหาระดับชาติเพราะเป็นผลไม้เศรษฐกิจส่งออกที่สำคัญ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า ปี 2558 ไทยมีผลผลิต 601,884 ตัน ทำรายได้ 28,317 ล้านบาท ภาคตะวันออกเป็นแหล่งผลิตที่มีปริมาณผลผลิตมากเกือบ 50% โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งผลิตทุเรียนมากที่สุดในประเทศไทย ข้อมูลปี 2559 สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 171,092 ไร่ ผลผลิต 187,790 ตัน มูลค่า 11,615 ล้านบาท และคาดว่าปี 2560 ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 281,373 ตัน ในแวดวงผู้ประกอบการค้าทุเรียนฟันธงว่า ปีนี้มูลค่าการค้าไม่น่าจะต่ำกว่า 35,000 ล้านบาททีเดียว เพราะปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นราคาสูงขึ้นและแนวโน้มตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีนมีความต้องการเพิ่มขึ้น นับวันราคาทุเรียนจะพุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเกจิวงการผลไม้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “หมดยุคผลไม้ราคาถูก” ความสำคัญของทุเรียนที่เป็นผลไม้เศรษฐกิจส่งออกถึง 90% บริโภคภายในประเทศเพียง 10% แต่มีปัญหาเรื่องการตัด “ทุเรียนอ่อน” สร้างปัญหาด้านการตลาดภายในและส่งออกต่างประเทศ ที่ผ่านมาระยะเวลา 3-4 ปี รัฐบาลได้พยายามหาทางป้องกันแก้ไข ยกระดับแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนเป็นปัญหา
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้พิจารณาอนุมัติขายข้าวในสต็อกของรัฐให้กับผู้เสนอซื้อสูงสุด 13 ราย ใน 125 คลัง ปริมาณ 1.62 ล้านตัน หรือ 44.32% ของปริมาณข้าวที่เปิดประมูล มูลค่าเสนอซื้อ 7,929.58 ล้านบาท ซึ่งเป็นการตกลงขายให้ผู้เสนอซื้อในราคาสูงสุดที่เหมาะสมกับสภาพข้าวโดยคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการเก็บรักษาข้าว และผลกระทบต่อตลาดข้าวและธัญพืชอื่นๆ ก่อนหน้านี้ได้เปิดให้ผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ปริมาณ 3.66 ล้านตัน ซึ่งปรากฏว่ามีผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาซื้อสูงสุด 15 ราย ใน 157 คลัง ปริมาณ 2.07 ล้านตัน นางดวงพร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ประธาน นบข. ยังได้เห็นชอบให้กรมการค้าต่างประเทศ ออกประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 1/2560 ปริมาณ 1.03 ล้านตัน ตามแผนการระบายข้าวคงเหลือในสต็อกของรัฐที่คณะกรรมการ นบข. ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว โดยจะเปิดให้
วันที่ 19 เมษายน 2560 ที่สวนทุเรียน ของเกษตรกร ต.ประณีต หมู่ 2 อ.เขาสมิง จ.ตราด นายกฤษณะ อยู่สุข นายอำเภอเขาสมิง พร้อมด้วยนายพงษ์ศักดิ์ เอมดวง เกษตรจังหวัดตราด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจเยี่ยม การเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนหมอนทองแปลงใหญ่ โดยมีผู้แทน บริษัทเซ็นทรัลฟู๊ดรีเทล จำกัด ร่วมตรวจสอบกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนคุณภาพของจังหวัดตราดที่ผ่านมาตรฐาน GAP สำหรับการดำเนินการด้านการตลาดของทุเรียนแปลงใหญ่ ของจังหวัดตราดในครั้งนี้ 3 สหกรณ์การเกษตรซึ่งประกอบด้วย สหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตรจังหวัดตราด จำกัด (บ้านเงาะตราด) สหกรณ์แปรรูปเพื่อการส่งออก จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดตราด ร่วมกันจัดหาช่องทางการตลาด โดยนำผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าเข้ามาซื้อผลผลิตของเกษตรกรในราคานำตลาดสูงกว่า 10 – 15 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทุเรียนคุณภาพที่ตัดในชุดแรกนี้สามารถจำหน่ายได้กิโลกรัมละ 100 บาท นายพงษ์ศักดิ์ เอมดวง เกษตรจังหวัดตราด กล่าวว่า เพื่อเป็นการยืนยันคุณภาพของผลผลิตทุเรียนแปลงใหญ่ของจังหวัดตราดในครั้งนี้ได้มีการ
นักศึกษา 3 คนจากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้แนวความคิดเรื่องการเปลี่ยนขวดบรรจุน้ำพลาสติกให้เป็นวัสดุแบบใหม่ มาตั้งแต่ร่วมกันทำโครงงานในสถานศึกษา และประสบความสำเร็จในการคิดค้นขวดบรรจุน้ำแบบใหม่ด้วยการหันเข้าหาวัสดุในธรรมชาติ มาทดแทนพลาสติก ที่นับวันจะกลายเป็นขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกที สิ่งที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาได้คือ “โอ้โฮ” (Ooho) น้ำดื่มที่บรรจุอยู่ในเนื้อเยื่อใส ไร้สี ไร้กลิ่น สามารถกินเข้าไปพร้อมกับน้ำก็ได้ หรือ จะคายทิ้งก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเนื้อเยื่อที่เป็นภาชนะบรรจุน้ำดังกล่าวสามารถย่อยสลายไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติภายใน 6 สัปดาห์ ทั้ง 3 ออกมาก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพชื่อ สคิปปิง ร็อคส์ แล็บ ใช้เวลาในการระดมทุนและพัฒนากระบวนการผลิต “โอ้โฮ” อยู่นาน 2 ปีเศษ ก็สามารถระดมทุนและพัฒนาระบบการผลิตจนสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้แล้วในตอนนี้ “โอ้โฮ” เป็นน้ำดื่มบรรจุในภาชนะทรงกลม ซึ่งผลิตจากวัสดุชีวภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เทียบได้กับเปลือกผลไม้สักอย่างหนึ่ง ตัวเนื้อเยื่อดังกล่าวเป็นเนื้อเยื่อชีวภาพประกอบด้วย “โซเดียม อัลจิเนท” กับ “แคลเซียม คลอไรด์” ซึ่งเป็นส่วนผสมที่
“ อยากกินส้มรสอร่อย ต้องเลือกซื้อ “ส้มฝาง” หากอยากได้มะม่วงคุณภาพดีเกรดส่งออก ต้องนึกถึง “ มะม่วงอำเภอพร้าว “ ก่อนเป็นที่แรก ” นี่เป็นคำบอกเล่าของคุณวิสูตร์ เจริญเมืองมูล อดีตเกษตรอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเอ่ยถามถึงตลาดผลไม้ในท้องถิ่น ธุรกิจมะม่วงพันล้าน ของจังหวัดเชียงใหม่ คุณวิสูตร์ บอกว่า อำเภอพร้าว เป็นแหล่งแรกที่เริ่มต้นปลูกมะม่วงคุณภาพเพื่อการส่งออกในจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่า การทำสวนมะม่วงช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในอำเภอพร้าวจำนวนมาก สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ หันมาสนใจปลูกมะม่วงเชิงการค้ากันมากขึ้น ทำให้มะม่วง กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ สวนมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง โชคอนันต์ มหาชนก นวลคำ เขียวมรกต มันขุนศรี ฯลฯจำหน่ายสินค้าใน 2 รูปแบบ คือ ประเภทผลดิบ และ ผลสุก ส่งขายตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน สิงค์โปร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฯลฯ สินค้าเกรดรองถูกส่งขายตลาดในประเทศ เช่น ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ฯลฯ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนมะม่วงในจังหวัดเชียงให
“มะม่วง” ผลไม้คู่บ้านของคนไทยทุกครัวเรือน ที่แต่ละบ้านอาจจะต้องมีมะม่วง อยู่บนโต๊ะอาหารในแต่ละสัปดาห์ เพราะมะม่วงเป็นผลไม้ที่ให้ผลตลอดทั้งปี รับประทานได้โดยไม่ต้องรอฤดูกาล และ แม้ว่า มะม่วง จะไม่ขึ้นแท่นเป็นราชาผลไม้อย่าง “ทุเรียน” และ ราชินีผลไม้อย่าง “มังคุด” แต่มะม่วง เป็นผลไม้ที่ยอดนิยมสำหรับชาวไทยและชาวต่างประเทศไปแล้ว โดยเฉพาะมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ ซึ่งผู้ค้าส่งมะม่วงในตลาดค้าส่งรายใหญ่อย่าง “ตลาดไท” ยืนยันว่า มะม่วงยังอยู่ในอันดับผลไม้ยอดนิยม และ สร้างแม่ค้ารายเล็กให้เป็นผู้ค้าส่งรายใหญ่มาแล้ว ด้วยความนิยมรับประทานมะม่วงที่มีตลอดทั้งปีโดยไม่สนใจฤดูกาล ในขณะที่ธรรมชาติของมะม่วงก็ออกผลให้ทานกันตลอดทั้งปีด้วยเช่นกัน เริ่มต้นจากเกษตรกร คุณบุญส่ง แจ้งแสง หรือ คุณมิ้นต์ ผู้ค้าส่งมะม่วงในตลาดไท วัย 48 ปี เล่าให้ฟังถึงเส้นทางการขายส่งมะม่วงว่า เริ่มต้นจาก ปี 2538 ด้วยการเป็นเกษตรกรปลูกมะม่วง,น้อยหน่า และ ไร่ข้าวโพด โดยมีพื้นที่เพาะปลูกเพียง 5-6 ไร่ ที่จังหวัดสระบุรี หลังจากนั้นก็ขยายพื้นที่เพาะปลูกด้วยการเช่าอีก 30 ไร่ ซึ่งในเวลานั้นยังเน้นทำสวนและไร่ที่หลากหลาย ไม่ได้เจาะจงปลูกมะ
อันที่จริงมะม่วงกวน หรือ ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านแต่ดั้งเดิม แต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทยเชื่อว่าหากมีการถ่ายทอดมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน การทำมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เด็กรุ่นใหม่จะสามารถทำได้อย่างไม่มีข้อกังขา เว้นเสียแต่สูญหายไปตามกาลเวลา ทำให้ภูมิปัญญาในการทำมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เลือนหายไป ย่านตลาดเก่า ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งผลิตมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม ที่ใหญ่แหล่งหนึ่งของประเทศ เพราะมะม่วงปัจจัยในการผลิตหลักมีปลูกมากในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และใกล้เคียง มะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม มีความแตกต่างกันในกรรมวิธีการทำเล็กน้อย และขึ้นอยู่กับท้องถิ่นแต่ละแห่ง ที่จะเรียกชื่อต่างกัน ส้มแผ่น คือ การนำเอามะม่วงสุกงอมมากวนให้สุก แล้วนำไปไล้เป็นแผ่นบางๆ ตากแดด จากนั้นนำมาม้วนเป็นหลอดๆ สีออกเหลืองทอง ส้มลิ้ม คือ การนำเอามะม่วงที่ยังไม่สุกงอมมากวน เพิ่มน้ำตาลนิดหน่อย นำไปตากแดด โดยทำเป็นก้อนเล็กๆ สีออกขาวใสหรือขุ่น รสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน มะม่วงกวน เป็นการนำมะม่วงสุกมากวนรวมกับน้ำตาล ไล้เป็นแผ่นบาง ตากแดด รสชาติมะม่วงกวนส่วนใหญ่มักมีรสหวาน หวานอมเปรี้ยว หรือ เปรี
ปีนี้ชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออกเฮ ขายผลไม้ได้ราคาดี โดยเฉพาะทุเรียนราคากิโลกรัมละ 250 บาท ตั้งเป้าโกยรายได้ 5 ปี 100,000 ล้านบาท ชี้หมดยุคทุเรียนราคาถูกแล้ว ตลาดจีนยังมีความต้องการผลไม้ไทยอีกมาก ด้านพาณิชย์จังหวัดตราดพาเอกชนบุกเจรจานักธุรกิจจีนเมืองชิงหง เตรียมจดทะเบียนบริษัท เป็นศูนย์กระจายผลไม้ทั่วไทยป้อน 16 เมืองมณฑลยูนนาน นายชาตรี บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้ประมาณการผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2560 ของจังหวัดจันทบุรี-ระยอง-ตราด มีพื้นที่ยืนต้นประมาณ 730,000 ไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ให้ผลประมาณ 669,000 ไร่ แบ่งเป็น ทุเรียน ประมาณ 400,000 ตัน, มังคุด ประมาณ 110,000 ตัน, เงาะ ประมาณ 200,000 ตัน และลองกอง ประมาณ 54,000 ตัน รวมผลไม้ทั้งหมดประมาณ 780,000 ตัน “ทุเรียนจะออกประมาณเดือนพฤษภาคม ตลาดจะกว้างมากกว่าปีที่แล้ว ความต้องการสูง เฉพาะส่งออกจีนก็มากกว่า 60% มีทุเรียนแช่แข็งอีกประมาณ 20% เหลือบริโภคภายในประเทศไม่ถึง 20% ส่วนทุเรียนตกเกรดมีโรงงานแช่แข็ง 7 แห่ง รอรับอยู่ ต้องการผลผลิตเดือนละ 30,000-40,000 ตัน ส่งผลให้ราคาทุเรียนปีนี้ค่อนข้างสูง ทำให้เริ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณท์ (เอ้กบอร์ด) ให้จัดการประชุมเพื่อแก้ปัญหาไข่ราคาตก ซึ่งราคาไข่หน้าฟาร์มที่เกษตรกรขายได้ปัจจุบัน ราคาต่ำกว่าต้นทุน 2.90 บาท/ฟอง จนทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่รายย่อยต้องได้รับความเดือดร้อน กระทรวงพาณิชย์ คือหน่วยงานสำคัญที่จะช่วยยกระดับราคาหน้าฟาร์มให้กับผู้เลี้ยง ดังนั้นเรื่องนี้ต้องหารือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อหาทางออกร่วมกัน ทั้งต้องใช้กลไกราคาทำให้ราคาไข่ของรายย่อยปรับตัวดีขึ้น และต้องหาตลาดใหม่ๆเพื่อระบายผลผลิตที่ล้นอยู่ “จะให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยเสนอราคาไข่หน้าฟาร์มให้สูงขึ้น ช่วยเหลือผู้เลี้ยง และต้องหาตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องการผลิตที่ขณะนี้ผลผลิตออกมามากกว่าการบริโภค ทางกระทรวงเกษตรฯ จะให้เอ้กบอร์ดเป็นผู้ดูแลเพื่อดูว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร เนื่องจากราคาลดลงมากกว่าที่ควรจะเป็น” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ไข่ล้นตลาด ราคาถูกมานานหลายเดือน จากการหารือกับ เกษตรกรมีแนวทางการแก้ไขทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิตไปถึงการตลาด ก
