แปรรูปสินค้าเกษตร
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ที่บ้านหนองไฮ หมู่ 4 ต.บ้านแฮด อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น นายจำลอง ศิริมา เกษตรกรผู้ปลูกพืชหัวไชเท้า และนายสุบิน พรหมภักดี เพื่อนเกษตรกร และกลุ่มเกษตรกรปลูกหัวไชเท้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชน เพื่อให้รับทราบปัญหาของหัวไชเท้าราคาตกต่ำ ที่ขายไม่ได้ราคา โดยขายได้ราคาเพียงกิโลละ 2 บาท ไม่คุ้มค่ากับราคาที่ลงทุนไป จนต้องไถแปลงนาที่ปลูกหัวไชเท้าที่เตรียมขุดเอาไปขายทิ้ง นายจำลองกล่าวว่า ตนเป็นเกษตรกรปลูกหัวไชเท้า อ.บ้านแฮด ที่ปัจจุบันก็ยังทำอยู่ แต่ราคาไม่ค่อยดี ทุกคนลำบาก ซึ่งต้นทุนก็สูง แม่ค้า-พ่อค้า คนกลางมารับซื้อก็ให้กิโลกรัมละ 2 บาท หรือ 6 สลึง ก็ไม่เพียงพอกับการใช้จ่าย ทั้งค่าปุ๋ย ค่ารถ ค่าแรงงาน เป็นต้น จึงอยากจะเรียกร้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเกษตรกรด้วย “สำหรับต้นทุนต่อ 1 ไร่นั้น รวมทั้งค่าปุ๋ยค่าแรงงานต่างๆ ค่าไถก็ตกประมาณไร่ละ 250 บาทต่อครั้ง แต่เนื่องจากต้องไถถึง 3 ครั้ง รวมแล้วก็ 750 บาท ขั้นตอนต่อไป ก็นำเมล็ดมาลง นำปุ๋ยมาลงพื้นอีกไร่ละ 1 กระสอบ ถ้าปลูกเอาเองโดยที่ไม่ได้จ้างก็ประมาณ 1,350 บาทต่อกระสอบ (3A) ซึ่ง 2 กระป๋องนั้นก็รวมได้ 1 กิโลกรัม แต่พอหัวไช
วันที่ 27 ก.พ. 60 พ่อค้าหนุ่มวัย 34 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มมะพร้าวน้ำหอมด้วยการนำมะพร้าวมาคว้านปลอกเปลือกออก เพื่อให้รับประทานสะดวกได้ทั้งเนื้อและน้ำ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มในการขายด้วยฝีมือ โดยการฝึกฝนร่ำเรียนเทคนิคการคว้านมะพร้าวทำจนชำนาญสร้างรายได้อย่างงามโดยการตะเวนขายไปตามตลาดนัดและสถานที่ราชการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นายอนุสรย์ ธรรมสรย์ อายุ 34 ปี พ่อค้าจาก ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ได้ขายมะพราวน้ำหอมมานานโดยการปลอกเปลือกขายตามตลาดนัดในราคาลูกละ30-35 บาท เห็นตามสื่อว่ามีการคว้านมะพร้าวทั้งลูกขายจึงสนใจได้เดินทางไปเรียนแบบครูพักลักจำ ที่บริเวณตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ในกรุงเทพ แล้วมาฝึกฝนในการคว้านมะพร้าวมะน้ำหอมขายได้ประมาณ 3-4 เดือน สร้างรายได้อย่างงาม โดยมะพร้าวน้ำหอมคว้านออกทั้งลูกขายได้ใน ราคาลูกละ 50-60 บาท แล้วแต่ขนาดความใหญ่ของมะพร้าว จากราคาเดิมปลอกเปลือกธรรมดา 30-35 บาท นายอนุสรย์กล่าวว่า จะออกขายตามสถานที่ราชการพร้อมกับตะเวนขายตามตลาดนัดรอบจังหวัดอ่างทอง ชาวบ้านเห็นถึงความแปลกใหม่ก็ทดลองชื้อรับประทาน สร้างรายได้อย่างงามจากมะพร้าวน้ำหอม โดยลงทุนในการฝึกฝ
“กล้วยหอมทอง” ไม้ผลที่มีความเชื่อในเรื่องความเป็นมงคล ถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญ และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย อย่างที่ หมู่บ้านดอนทอง หมู่ที่ 4 ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นแหล่งรวมของไม้ผลคุณภาพหลายชนิดที่มีชื่อเสียง ทั้งกล้วย ฝรั่ง ชมพู่ มะพร้าว และลำไย เรียกได้ว่าผลไม้ที่จังหวัดไหนเด่นดัง ถ้าได้นำพันธุ์มาปลูกที่สามพรานจะได้คุณภาพไม่แพ้จังหวัดเจ้าถิ่นเลย ขณะเดียวกัน การเป็นแหล่งรวมไม้ผลที่อยู่ใกล้เมืองหลวง จึงมีลูกค้าเดินทางเข้าไปหาซื้อผลไม้เหล่านั้นยังถิ่นปลูก สร้างรายได้อย่างดีให้แก่ชาวบ้าน ชาวบ้านในพื้นที่แห่งนี้ปลูกกล้วยหอมกันมาเป็นเวลาช้านาน ปลูกกันมากมายเรียกว่าเกือบจะทุกหลังคาเรือน ด้วยความผูกพันกับกล้วยหอม แล้วเชื่อว่าถ้าปลูกกล้วยแล้ว “จะทำอะไรก็จะง่ายเหมือนกล้วย” จึงทำให้เกิดอาชีพปลูกกล้วยหอมทอง มีทั้งรายที่ปลูกเชิงการค้าอย่างมีคุณภาพส่งขายตามห้างดังและต่างประเทศ หรือบางรายปลูกส่งขายตามตลาดสดแถวบ้าน นำกล้วยหอมทองมาแปรรูป สร้างมูลค่า ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเล็งเห็นถึงประโยชน์จากกล้วยหอมทอง
เชื่อไหม ฉันเพิ่งรู้จักหม่อนเมื่อไม่นานนี้เอง หม่อน ผลไม้ช่อเล็กๆ น่ารักๆ เปรี้ยวอมหวาน ลูกแดงๆ ถ้าเข้มจนดำก็จะมีความหวานเพิ่มขึ้น เริ่มแรกเพื่อนนักเขียนรุ่นน้องเอามาให้สองต้น เธอเพาะใส่ถุงดำมาพร้อมกับบอกว่าปลูกง่ายมากค่ะ ที่บ้านมีสองต้นใหญ่ๆ เก็บกินไม่ทันเลย ต้องแจกเพื่อนบ้าน ตัดกิ่งใส่ถุงปักไว้แจกๆ กันไปปลูก เริ่มปลูกหม่อนสองต้นแรกและตอนนี้ออกลูกเล็กๆ ให้ตื่นเต้นได้แล้ว ผลสีเขียวคล้ายๆ เงาะ แต่เล็กมาก สำหรับคนปลูกต้นไม้ฉันคิดว่ามันน่าตื่นเต้นทุกช่วง ไม่ว่าจะแตกใบใหม่ หรือออกดอก ผล ต่อมาเริ่มปลูกเพิ่มขึ้นอีกสองสามต้น เพราะเมื่อเปิดห้องสมุดที่บ้าน ทำบ้านเป็นห้องสมุดให้ใครๆ เข้ามาอ่านมาใช้ได้ด้วย ในวันเปิดห้องสมุดกระท่อมทุ่งเสี้ยว ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นข้าราชการของเทศบาล นำหม่อนใส่ตะกร้ามาให้ หยิบกินกันเพลินและรู้สึกชอบรสชาติขึ้นมา จึงหาพันธุ์มาปลูกเพิ่มอีกสามต้น ปลูกง่ายจริงๆ ติดทุกต้นและเริ่มให้ลูกผลแล้ว วันนี้เริ่มชอบขึ้นมาจริงๆ เพราะปลูกง่าย และไม่ต้องดูแลมากนัก ปลูกไว้เก็บกินเล่นๆ และถือว่าเป็นไม้ประดับได้ด้วย เรียกว่าไม้ประดับที่กินได้ แบบเดียวกับเชอร์รี่ป่า ส้มจี๊ด และอื่นๆ นั่นแหล
หวั่นกระทรวงพาณิชย์ล้มประมูลข้าวสต๊อกรัฐ 2.8 ล้านตัน หลังเปิดซองพบเอกชนเสนอราคาประมูลต่ำกว่า กก.ละ 6 บาท จนต้องถกกันในคณะทำงานระบายข้าว ถ้าขายไปแล้วจะตอบคำถามสังคมได้อย่างไร ด้านสมาคมผู้ส่งออกข้าวออกโรง ส่งหนังสือกดดันเบรกขายข้าวในราคาต่ำ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ-ข้าวหอมจังหวัด ต่ำกว่าราคาตลาดถึง 4,000-5,000 บาท/ตัน พร้อมแนะรัฐจัดระเบียบผู้ส่งออกข้าวใหม่ ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานความคืบหน้าในการพิจารณาผลการประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล ครั้งที่ 1/2560 ปริมาณ 2.8 ล้านตัน ซึ่งเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ ปรากฏมีผู้ยื่นเสนอราคาสูงสุด 43 ราย คิดเป็นปริมาณ 2 ล้านตันว่า เริ่มมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นหลังจากที่ คณะทำงานระบายข้าว ที่มีนางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเป็นประธาน ยังไม่ได้ข้อยุติจะมีการขายข้าวลอตนี้หรือไม่ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงการค้าข้าวอาจจะมีการ “ล้มประมูล” เนื่องจากระดับราคาที่เสนอซื้อเข้ามานั้น “ต่ำมาก” ในบางคลังเหลือเพียง กก.ละ 6-7 บาท หรือตันละ 6,000-7,000 เท่านั้น ในประเด็นนี้ ผู้สื่
ผู้เลี้ยงกุ้งไทยไม่สะเทือนหลังกระแสข่าวพบสารตกค้างในกุ้งที่ส่งเข้าสหรัฐ เกษตรกรยังพอใจราคารับซื้อไม่ลดลง “อาทร” บิ๊กบอสณรงค์ซีฟู้ดเตรียมส่งหนังสือไปยังทางการสหรัฐเร่งปลดสถานะการตรวจสอบเข้มงวดโดยเร็ว ด้านอธิบดีกรมประมงขู่ใช้กฎหมายใหม่เล่นงานผู้เลี้ยงที่ใช้สารต้องห้ามเลี้ยงกุ้ง นายบรรจง นิสภวาณิชย์ นายกสมาคมสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีที่มีข่าวว่าสินค้ากุ้งไทยถูกสหรัฐอเมริกาปฏิเสธการนำเข้าในช่วงเดือน ม.ค. 2560 จำนวน 5 รายการ ด้วยเหตุที่ว่ามีการตรวจพบสารไนโตรฟูราน (Nitrofurans) ปนเปื้อนว่าเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อนความเป็นจริง เพราะความจริงก็คือ สินค้าตัวอย่าง 5 รายการที่บริษัท ณรงค์ซีฟู้ด จำกัด ส่งไปให้ผู้นำเข้าทางเครื่องบินเพื่อพิจารณาว่าสนใจจะสั่งซื้อสินค้ารายการใดบ้าง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทณรงค์ซีฟู้ดอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สหรัฐจะปลดออกจากการถูกตรวจสอบ 100% หลังจากส่งสินค้าผ่านเงื่อนไข คือ ส่งครบ 5 ชิปเมนต์ไม่มีสารตกค้าง แต่ทางหน่วยงาน The United States Food and Drug Administration (USFDA) ของสหรัฐ สั่งให้ผู้นำเข้าเอา
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้พยายามที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการค้าข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของโรงสี ให้สามารถพัฒนาตนเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และขยายไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการค้าข้าวที่ต้องการขยายตลาดการค้าข้าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จึงได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน จัดทำโครงการอบรมหลักสูตร “โรงสี 4.0” มองนอกกรอบสู่การค้าข้าวยุคใหม่ขึ้น ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2560 รวม 4 รุ่น ใน 4 ภูมิภาคด้วยกัน ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดขอนแก่น) ภาคเหนือ (จังหวัดพิษณุโลก) ภาคกลาง (จังหวัดสุพรรณบุรี) และภาคใต้ (จังหวัดนครศรีธรรมราช) เนื้อหาการอบรมจะประกอบด้วยหัวข้อที่สำคัญ อาทิ การสร้างตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และการการค้าข้าวผ่านระบบ Online เป็นต้น ในขณะเดียวกันหากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสามารถหาตลาดส่งออกได้แล้ว หลักสูตรนี้ก็จะช่วยแนะนำให้ผู้ประกอบการได้ทราบถึงขั้นตอนและวิธีการส่งออก เช่น การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกและนำเข้า เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับขั้นตอนแ
พาณิชย์ เปิดโครงการแปรรูปมันสำปะหลัง หวังผลักดันให้เกษตรกรเข้าร่วมเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องเห็นช่องทางการค้า การส่งออก สำหรับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่กินได้ นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเปิดโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์สู่อุตสาหกรรมอาหาร เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรชุมชนว่า กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวโครงการดังกล่าว เป้าหมายหลักต้องการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เกษตรกรไทยเป็น สมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือ ให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเอง ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ผลักดันให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเข้าโครงการดังกล่าว ล่าสุดเข้าร่วมกว่า 1,200 ราย โดยกระทรวงพาณิชย์ก็จะผลักดันให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการให้มากขึ้น เนื่องจากเห็นช่องทางการทำตลาดโดยเฉพาะผลิตภันฑ์ที่ทำจากมันสำปะหลัง ซึ่งมีความต้องการอย่างมากในการบริโภค โดยเกษตรกรสามารถดำเนินการผลิตเองได้ โดยกระทรวงพาณิชย์ก็จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการอบรมให้ความรู้ และพัฒนาสินค้าที่ผลิตจากมันสำปะหลังออกไปจำหน่ายในตลาด ซึ่งก็จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมในการพัฒนาและการเพาะปลูกใ
3 การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยางพาราที่มาพร้อมกับโอกาส บทวิเคราะห์โดย EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ อุตสาหกรรมยางพาราของไทยก้าวเข้าสู่ปี 2017 พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 ด้าน คือ 1) อุตสาหกรรมได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วภายหลังราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS3) เริ่มฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 2) บทบาทของไทยในฐานะ supplier หลักในตลาดยางพาราโลกจะลดความสำคัญลง ในขณะที่บทบาทของกลุ่มประเทศ CLMV จะเพิ่มขึ้น และ 3) อำนาจการต่อรองของ rubber manufacturer เมื่อเทียบกับผู้ผลิตยางล้อจะเพิ่มขึ้น อีไอซีมองว่าไทยมีโอกาสที่จะหันมาเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเพิ่มมูลค่าในการส่งออก เช่น ถุงมือยาง โดยภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสในการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติที่มีความต้องการเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมถุงมือยางของไทย ตั้งแต่ปี 2014-2016 อุตสาหกรรมยางพาราเข้าสู่ภาวะตกต่ำจากราคาที่ลดลง ในปีนี้อุตสาหกรรมเข้าสู่ช่วงที่สดใสขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลัก 3 ด้าน ด้านแรก ราคายางพาราเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัวและการลดลงของผลผลิตยางพาราไทยจากน้ำท่วมในภาคใต้ ซึ่งแสดง
กลับมาอีกครั้งสำหรับงานรวมพลเหล่าคนรักกาแฟตัวจริง ‘Thailand Coffee Fest 2017’ จัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย(Specialty Coffee Association of Thailand) หรือ SCATH ซึ่งปีนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยในปีนี้ยังคงขนความพิเศษมาเสิร์ฟให้กับเหล่าคอกาแฟกันแบบเต็มๆ เหมือนเดิม โดยไม่ว่าคุณจะอยู่ในส่วนไหนของเส้นทางสายน้ำกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำบนยอดดอยจนถึงปลายน้ำในเมืองใหญ่ ก็สามารถอินไปกับทุกกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในงานได้อย่างเต็มที่ นายอภิชา แย้มเกษร นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย (Specialty Coffee Association of Thailand) หรือ SCATHเปิดเผยว่า “ สำหรับการจัดงานในปีนี้ เราได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ และเอกชนเป็นอย่างดีเพื่อร่วมกันผลักดัน เมล็ดกาแฟ และการค้ากาแฟไทย ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวสู่การค้าในระดับสากลทุกภาคส่วน โดยภายในงาน นอกจากผู้เข้าชม จะเพลิดเพลิน จากสาระความรู้ ความสนุกสนานจากกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เกษตรกรผู้ปลูกและโพรเซสกาแฟจากยอดดอย โรงคั่วเมล็ดกาแฟคุณภาพที่จะมานำเสนอเมล็ดกาแฟคั่วในแต่ละโพรไฟล์ ร้านกาแฟอินดี้ชั้นนำของเมืองไทยพร้อมเหล่ากองทัพบาริสต้าแถวหน้าของเมืองไทย และบริษัทผู้น
