แปรรูปสินค้าเกษตร
กรุงเทพฯ 6 พฤศจิกายน 2563 – ตั้งแต่ พ.ศ. 2464 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับการเกษตรได้มาบรรจบกันผ่านสัญลักษณ์รูปเครื่องบิน พาหนะที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น ซึ่งได้นำมาใช้เป็นตราสินค้าของเมล็ดพันธุ์คุณภาพเจียไต๋ เพื่อสะท้อนเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของบริษัทในการส่งมอบนวัตกรรมทางการเกษตรเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมของไทย “เมล็ดพันธุ์ตราเครื่องบิน” โดย บริษัท เจียไต๋ จำกัด จึงได้ปูรากฐานแห่งความสำเร็จ ส่งมอบผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ทันสมัย และผลักดันให้เจียไต๋ก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรในปัจจุบัน จากจุดเริ่มต้นของเมล็ดพันธุ์ตราเครื่องบินที่ได้หยั่งรากแก้วและเติบใหญ่ ปัจจุบัน ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ของเจียไต๋ ประกอบด้วย 2 กลุ่มธุรกิจ คือ เมล็ดพันธุ์คุณภาพเจียไต๋ตราเครื่องบิน ที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเกษตรกรมืออาชีพ และเมล็ดพันธุ์เจียไต๋โฮมการ์เด้น ที่ได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์การเกษตรเพื่อรองรับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบการเพาะปลูก โดยได้ขยายธุรกิจอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมากกว่า 40 ประเทศ มีสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชกว่า 10 แห่ง มีเมล็ดพันธุ์คุณภาพกว่า 485 สายพั
ปัจจุบันมีหลายธุรกิจที่หยิบเอาพืชผลทางการเกษตรมาต่อยอด โดยการแปรรูปหรือนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารสร้างมูลค่าจนประสบความสำเร็จ ซึ่งธุรกิจ “กล้วยไข่กรอบแก้ว” และธุรกิจ “น้ำพริกป้าแว่น” จาก 2 แม่บ้าน ที่ขยันแข็งจนสามารถพลิกชีวิตเป็นเจ้าของสินค้า SME ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ SME ที่ประสบความสำเร็จและช่วยสร้างงานให้ชุมชนและส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรจำนวนมาก นับเป็นการเพิ่มมูลค่า “กล้วยไข่” ที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านลำสินธุ์ ตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ “กล้วยไข่กรอบแก้ว” จากกล้วยไข่ในสวน ราคากิโลกรัมละเพียง 3 บาท สร้างสรรค์เป็นสแน็คกล้วยชั้นเยี่ยม รสชาติหลากหลาย พอมีโอกาสเข้าไปขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ได้ไม่นาน ลูกค้าต่างชื่นชอบ สร้างรายได้ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 300,000 – 400,000 บาท ต่อเดือน นางประทิ่น นาคมิตร วัย 64 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านลำสินธุ์ เล่าว่า ปี พ.ศ. 2540 เข้ามารับช่วงต่อเป็นประธานกลุ่ม ด้วยความตั้งใจหลัก คือ นำพากลุ่มให้อยู่รอด และช่วยเหลือเกษตรกรในท้องถิ่นให้มีรายได้ ซึ่งตอนนั้นเห็นกล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ ราคาตกต่ำมาก จ
ดอกดาวเรือง คนทั่วไปต่างรู้จักกันดี มีการปลูกจำหน่ายเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่สดสวยอร่ามตา ด้วยคุณค่าของดอกดาวเรืองที่ถูกนำมาแปรรูปสู่นวัตกรรมอาหาร และได้นำสารสีจากดอกดาวเรืองอันมากล้นด้วยสรรพคุณ เมื่อนำมาใช้ต่อยอดอาชีพ จึงเป็นที่มาของ โครงการผลิต “ไข่สมุนไพรสารสกัดจากดอกดาวเรือง” ที่เพิ่มมูลค่าจากไข่ปกติ ได้ทั้งคุณค่าโภชนาการและได้อาหารเป็นยาไปพร้อมๆ กัน กระทั่งมีผู้สนใจเรียกซื้อหา ไข่สมุนไพรที่ใครๆ ก็อยากรับประทาน ไข่สมุนไพรสารสกัดจากดอกดาวเรือง เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนตลาดเกษตรลอยฟ้าอำเภอบ้านแท่น ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพปลูกดอกดาวเรืองจำหน่ายดอกสด แต่เนื่องจากภาวะตลาดแปรปรวน อันเกิดจากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา จึงได้ร่วมกันหาวิธีแปรรูปเป็นสารสีผสมอาหารสัตว์ โดยเฉพาะไก่ไข่ มีการนำกลีบดอกดาวเรืองสายพันธุ์ลูทีน ดอกสีส้มเข้ม ที่ได้จากการคัดสายพันธุ์ดาวเรืองที่มีปริมาณสารแซนโทฟิลล์สูงกว่าสายพันธุ์ทั่วไป มาใช้เพื่อเติมสีในไข่แดงด้วยการผสมกับอาหารไก่ไข่ที่ได้จากวัตถุดิบในท้องถิ่น อาทิ ปลายข้าว ข้าวโพด มันเส้น กากถั่วเหลืองและใบกระถินที
นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเผยว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน โดยส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) ที่ผลิตสินค้าดี มีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่นิยมจากประชาชนมาตลอด โดยจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME มีโอกาสส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรงผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ และผ่านช่องทางของ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งจำหน่ายสินค้าผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งสิ้นกว่า 20,000 รายการ รวมถึงการพัฒนา SME ให้เจริญก้าวหน้าเพื่อเติบโตเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายนรเทพ เชาวน์วิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างขายยาห้องยาเภสัช เจ้าของรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่นเอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2562 ประเภท SME ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ “โบว์แดง” กล่าวว่า ได้สร้างโรงงานผลิตยาสมุนไพรขึ้น และตั้งชื่อตรา “โบว์แดง” ด้วยแนวคิดที่ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ยาสมุ
ผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับ คุณอัมพวัน รุ่งเรืองเลิศ อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 1 ตำบลป่าแดง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นชาวนายุคใหม่ ได้รับการอบรมจากศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ จากส่วนของราชการและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) โดยมี ธ.ก.ส. ให้การสนับสนุน คุณอัมพวัน เล่าว่า มีที่นาอยู่ทั้งหมด 4 ไร่ สมัยพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็จะทำนาแบบคนยุคเก่าคือ แบบวิถีชีวิตแบบเก่า คือหนีไม่พ้นสารเคมี ชาวบ้านที่ยังไม่ได้รับการอบรมเรื่องเกษตรแผนใหม่เขาก็จะทำแบบเดิมๆ คือ เผาตอซัง การเผาทำให้แร่ธาตุอาหารในดินถูกทำลายไปด้วย ปลูกข้าวแล้วก็หนีไม่พ้นปุ๋ยเคมี เพราะมันง่ายดี ทำให้ดินเสื่อม ข้าวที่ได้ไม่เต็มสูตร คนละแวกนี้เขาจะทำนาข้าวเหนียว ขายได้กิโลกรัม 5-6 บาทเท่านั้น นา 4 ไร่ เกี่ยวข้าวแล้วจะได้ไร่ละ 40 กระสอบปุ๋ย 1 กระสอบหนัก 40 กิโลกรัม 40×40 = 1,600 กิโลกรัม คือ ได้ข้าวไม่ถึง 2 ตัน หรือ 2 เกวียน สมัยนั้นได้ราคาเกวียนละ 5,000 บาท ถ้าขายทั้งหมดก็ได้เพียงหมื่นกว่าบาท แต่ต้นทุนนั้นเยอะแยะมากมาย ทั้งค่าปุ๋ย-ค่าแรงงานเก็บเกี่ยว หักค่าใช้จ่ายออกแล้วเหลือไม่ถึง 3,000 บาท เกษตรกรยุคเก่ามีรายได้จากการขายข
“แตงร้าน” เป็นหนึ่งในพืชตระกูลแตงที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และได้รับความนิยมบริโภคทั่วโลก โดยในประเทศไทยนั้นมีแหล่งผลิตกระจายอยู่ทั่วทุกภาค แต่ละปีนั้นมีพื้นที่ปลูกมากกว่า 10,000 ไร่ และบางปีอาจสูงถึง 20,000 ไร่ ตามราคาผลผลิตที่สูงขึ้น (ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ระหว่างปี 2557-2562) นอกจากนี้ อีกจุดเด่นหนึ่งคือเป็นพืชใช้น้ำน้อย อายุสั้น ให้ผลผลิตเร็ว เกษตรกรจึงนิยมปลูกเป็นพืชเสริมในช่วงฤดูแล้ง หรือระหว่างฤดูการผลิตพืชชนิดอื่น สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ทุกวัน คุณสุพัฒน์ พรมประสิทธิ์ วัย 30 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 บ้านวังหัวแหวน ต.วังหามแห อ.ขาณุวรลักษณบุรี จ.กำแพงเพชร เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ปลูกแตงร้านเสริมกับพืชไร่อย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง ต่อเนื่องมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ โดยเมื่อปลูกมาได้สักระยะ รายได้จากพืชเสริมชนิดนี้เริ่มแซงพืชหลัก ทั้งยังสามารถทำเงินได้ไว สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะสั้นเพียง 35-38 วัน ใน 1 ปีสามารถปลูกได้ 3-4 รอบ ต่างจากพืชไร่ที่ปลูกได้เพียงปีละรอบ คุณสุพัฒน์ จึงหันมายึดการปลูกแตงร้านเป็นอาชีพเต็มตัวกว่า 10 ปี บนพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 15 ไร่ กว่าจะมา
“ไก่ย่างภูเขาไฟ” ผลิตภัณฑ์โอท็อปขึ้นชื่อประจำจังหวัดบุรีรัมย์ มีประวัติความเป็นมา เนื่องด้วยไก่บ้านย่างเป็นอาหารของชาวอีสานที่มีมาแต่สมัยโบราณ คนสมัยก่อนชอบเลี้ยงไก่บ้านเอาไว้ประกอบอาหารเพื่อกิน แต่ไก่ได้ออกไข่เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ชาวบ้านจึงได้คิดค้นการย่างไก่สูตรหมักสมุนไพรที่มีตามหมู่บ้าน จนถึงปัจจุบัน กลุ่มแปรรูปอาหารบ้านปอแดงได้มาปรับปรุงด้านความสะอาด รสชาติ และความอร่อย มานานจนถึงทุกวันนี้ ไก่ย่างภูเขาไฟ กลายเป็นผลิตภัณฑ์โอท็อป 4 ดาว และเป็นของฝากขึ้นชื่อประจำจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย คุณพิชญ์สินี ชัยปัญญา หรือ พี่จอย สมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปอาหารปอแดง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 3 บ้านปอแดง ตำบลหัวฝาย อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้สืบทอดและเป็นหัวแรงสำคัญแทนคุณแม่ คือ คุณดารา ชัยปัญญา ผู้เป็นประธานกลุ่มที่เริ่มวางมือด้วยวัยอายุที่มากขึ้น พี่จอย เล่าว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปอาหารปอแดง จัดตั้งมานาน 10 ปีกว่าแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของการตั้งวิสาหกิจชุมชนขึ้นมา เนื่องจากสมัยก่อนคุณแม่คือคุณดารา ชัยปัญญา มีอาชีพทำนามาก่อนแต่ทำนาทำไปก็มีแต่หนี้ จึงมีความคิดที่จะเลิกทำนาแล้วย้ายมาอย
หลายขวบปีมาแล้วที่ กล้วยตากบางกระทุ่ม ได้รับการการันตีว่าเป็นกล้วยตากที่รสชาติดีที่สุด เพราะ “กล้วย” เป็นผลผลิตที่พบได้ง่ายในละแวกบ้านทุกแห่ง ไม่เฉพาะอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก แต่เพราะกล้วยตากที่ผลิตในพื้นที่อำเภอบางกระทุ่ม มีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทำให้ได้รับการยอมรับมาเนิ่นนาน จากกลุ่มแม่บ้านที่ผลิตสินค้าหลังบ้าน ตากกล้วยด้วยแสงอาทิตย์บ้านๆ มีการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน พัฒนาระบบการตากกล้วยให้ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น และมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากขึ้น บานาน่า โซไซตี้ (Banana Society) แปลตรงตัวคือ สังคมกล้วย ซึ่งหมายถึงกระบวนการที่เกี่ยวกับกล้วยแบบครบวงจร และนี่คือชื่อของบริษัท ซึ่ง คุณวุฒิชัย ชะนะมา ผู้จัดการกล้วยตาก “Banana Society” ก่อตั้งขึ้น จากเดิมเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกล้วยตากบุปผา ที่เริ่มจากกิจการกล้วยตากภายในครัวเรือน โดยคุณแม่เป็นหัวเรือใหญ่ ทั้งผลิตเอง ส่งกล้วยสุกให้ลูกบ้านผลิต แต่คัดคุณภาพ เพื่อนำไปส่งขายตามร้านค้าต่างๆ ในจังหวัดพิษณุโลก กระทั่งจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน และเมื่อตกทอดมาถึงมือของคุณวุฒิชัย ที่คุณแม่ยื่นคำขาดให้เลือกระหว่างสื
อ.ส.ค. เปิดตัวโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ปราศจากไขมัน ยูเอชที กลิ่นเสาวรส ผสมเนื้อบุก ตราไทย-เดนมาร์ค “Chew-D” ตีตลาดคนรุ่นใหม่สายเฮลท์ตี้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ตอบโจทย์คนไทยตื่นตัวดูแลสุขภาพยุคโควิด-19 คุณสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคกำลังตื่นตัวกับกระแสการรักสุขภาพมากขึ้น ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ และผลิตจากธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากพืชพรรณธรรมชาติมากยิ่งขึ้น อ.ส.ค. วางเป้าหมายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดในทุกปี เพื่อเพิ่มสัดส่วนตลาดธุรกิจตลาดนมพร้อมดื่มดั้งเดิมกับตลาดโมเดิร์นเทรดเป็น 50 : 50 ภายในปี 2564 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา อ.ส.ค. ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 ชนิดผ่านช่องทางออนไลน์ Shopee และ LAZADA คือโยเกิร์ตพร้อมดื่มปราศจากไขมัน ยูเอชที กลิ่นเสาวรส ผสมบุก (ตราไทย-เดนมาร์ค ชิวดี) “Chew-D” ซึ่งเป็นโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ปราศจากไขมัน ยูเอชที กลิ่นเสาวรส ผสมบุก ตราไทย-เดนมาร์ค ขนาด 200 มิลลิลิตร ราคา 16.00 บาท ต่อ
ลูกชิ้นปลา – ฮือก้วย (ปลาเส้น) ทำมือ สไตล์ homemade เกรดพรีเมี่ยม แบรนด์น้องใหม่ที่มาแรง ที่เกิดจากความรักและความชื่นชอบรับประทานลูกชิ้นปลาของ “รัฏฐธ์พัชภ์ (สุน) ชินประหัษฐ์” พีอาร์คนเก่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อแบรนด์และองค์กรต่าง ๆ มากมายทั้งไทยและอินเตอร์ ซึ่งโลดแล่นอยู่ในวงการประชาสัมพันธ์มากว่า 20 ปี วันนี้เธอและสามีได้ผันตัวเองมาผลิตและจัดจำหน่ายลูกชิ้นปลาแบรนด์ “รติรส” ลูกชิ้นปลาสูตรโบราณ ซึ่งผลิตจากเนื้อปลาทะเลล้วน ๆ ส่งมอบความอร่อยให้ได้ลิ้มลองกันทั่วประเทศ คุณสุน และคุณมาตร (สามี) โชคดีได้รับโอกาสจากครูอาจารย์ที่สืบต่อสูตรการทำลูกชิ้นปลาสูตรโบราณมากว่า 3 เจนเนอเรชั่น ที่กรุณาถ่ายทอดสูตร เคล็ดลับ กรรมวิธีและประสบการณ์การทำลูกชิ้นปลาสูตรโบราณให้ และได้ฝึกฝน พัฒนาสูตรมาเป็น รติรส ลูกชิ้นปลาสูตรโบราณ อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่รักสุขภาพ ที่ตั้งใจคัดสรรปลาทะเลคุณภาพดีเยี่ยม ส่งตรงจากทะเลอ่าวไทย นำมาผลิตลูกชิ้นปลาและฮือก้วยเกรดพรีเมี่ยม ไร้สารบอแรกส์ ไร้แป้ง ไร้สารกันบูด ลูกชิ้นและฮือก้วยแต่ละลูกและแต่ละชิ้นผ่านขบวนการผลิตแบบผสมผสานทั้งเครื่องอันทัน
