แปรรูปสินค้าเกษตร
คุณสุวมล แก้วมาลัยทิพย์ (คุณโฟร์) ประธานกรรมการบริษัท นครกรุง (บางกอก) กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า “นครกรุงฟรุ๊ต” แบรนด์ผลไม้ไทย มีจุดเริ่มต้นจากที่ตัวเองถูกเลี้ยงดูในครอบครัวที่มีสิ่งแวดล้อมและแนวคิดของการเป็นเจ้าของกิจการ จึงมีความฝันอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ รวมถึงได้รับแรงบันดาลใจมาจากรายการ “อายุน้อยร้อยล้าน” จึงสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพและเริ่มต้นสร้างธุรกิจ จนได้พบจุดเปลี่ยนที่พลิกให้ชีวิตของเธอให้โกอินเตอร์ ประกอบกับเป็นคนที่ชอบทานผลไม้เป็นทุนเดิม ทำให้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจผลไม้อบแห้งอย่างจริงจัง รวมทั้งรู้จักกับเจ้าของโรงงานที่รับผลิตผลไม้อบแห้ง จึงตัดสินใจศึกษาข้อมูลต่างๆ โดยเริ่มจากการติดต่อเจ้าของสวนและฟาร์มผลไม้ จากนั้นจึงให้โรงงานช่วยเรื่องการรับรองมาตรฐาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์สินค้า เมื่อเล็งเห็นถึงช่องทางและความเป็นไปได้ จึงลงมือสร้างสินค้าของตัวเองขึ้นมา คือ ทุเรียนฟรีซดราย โดยเริ่มจากการคัดเลือกทุเรียนจากสวนที่มีคุณภาพในแต่ละสายพันธุ์ เช่าเครื่องแปรรูปผลไม้ ฟรีซดรายมาทดลองสูตร โดยอาศัยคำแนะนำจากผู้รู้ จนได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ และเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริ
การยางแห่งประเทศไทย มั่นใจไทยพร้อมเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบไม้คุณภาพดีเข้าสู่โรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลของโลก ขานรับมาตรการควบคุมผลผลิตโค่น 400,000 ไร่ต่อปี ย้ำ เกษตรกรต้องเดินตามหลักเกณฑ์การจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนภายใต้มาตรฐาน FSC ส่งผลราคาไม้ยางขยับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นอีกหนึ่งทางสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรชาวสวนยาง เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 การยางแห่งประเทศไทย โดยนายกฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ พร้อมผู้บริหารระดับสูงของ กยท. ให้การต้อนรับผู้แทนจากบริษัท สยามฟอเรสแมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัท Idemitsu Kosan Co.,Ltd เพื่อหารือร่วมกันในเรื่องการดำเนินการจัดหาวัตถุดิบไม้ยางพารา เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานผลิต Black Pellet ซึ่งจะดำเนินการในประเทศไทย โดยจะเปิดในช่วงกลางปี 2561 นี้ เพื่อผลิตพลังงานชีวมวลสำหรับใช้ในโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่น ทดแทนโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่กำลังจะปิดตัวลงในไม่ช้านี้ นายกฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ กล่าวว่า บริษัท สยามฟอเรสแมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัท Idemitsu Kosan Co.,Ltd ได้ให้ความสนใจในการลงทุนสร้างโรงงานเ
กษ. พร้อมเปิดตลาดสินค้ากระเทียม เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ หัวพันธุ์มันฝรั่ง และหัวมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป ภายใต้ WTO ปี 61-63 สศก.เตรียมนำเข้า เสนอ ครม. เร็วๆนี้ แนะ เกษตรกรรวมกลุ่มกันหรือร่วมกับสหกรณ์ ชะลอการจำหน่ายผลผลิตช่วงออกผลผลิตตลาดมาก จะช่วยลดปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำได้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ มีมติเห็นชอบการเปิดตลาดสินค้ากระเทียม เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ หัวพันธุ์มันฝรั่ง และหัวมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป ภายใต้ความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2561-2563 ตามที่คณะอนุกรรมการจัดการการผลิตและการตลาดกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และมันฝรั่ง เสนอ สำหรับสินค้ากระเทียม กำหนดให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้มีสิทธิ์นำเข้าในโควตาแต่เพียงผู้เดียว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคากระเทียมในประเทศรวมทั้งรายได้ของเกษตรกร ส่วนสินค้าเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่และหอมหัวใหญ่ จะใช้ขบวนการสหกรณ์ในการบริหารจัดการการผลิตและการตลาดอย่างครบวงจร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาหอมหัวใหญ่ในประเทศ ตั้ง
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯคาดการณ์ปริมาณส่งออกข้าวไทยปี 2561 ไว้ที่ 9.5 ล้านตัน มีมูลค่าประมาณ 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินบาทประมาณ 137,000 ล้านบาท (อิงค่าบาท 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ) ลดลงจากปี 2560 ที่มีปริมาณส่งออก 11.6 ล้านตัน มูลค่า 5,167 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินบาทประมาณ 174,503 ล้านบาท ซึ่งเป็นอันดับ2 รองจากอินเดียที่ส่งออก 12 ล้านตัน และปีนี้อินเดียยังเป็นประเทศส่งออกข้าวมากสุดของโลก ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้สมาคมฯคาดการณ์ส่งออกปีนี้ลดลง เนื่องจากไทยไม่มีสต็อกข้าวมีผลจิตวิทยาต่อการเพิ่มสต็อกเพื่อขายของประเทศผู้ส่งออกและประเทศนำเข้า ประกอบกับนโยบายลดพื้นที่เหมาะปลูก ประเมินว่าผลผลิตข้าวเปลือกปีนี้จะอยู่ที่ 30 ล้านตัน ร.ต.ท.เจริญ กล่าวว่า ปัจจัยลบต่อการส่งออกข้าวไทยปีนี้ คือ 1. ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องและแข็งค่ามากกว่าประเทคู่แข่งทำให้ราคาข้าวไทยแพงกว่าประเทศคู่แข่งมาก โดยเฉพาะเวียดนามที่ราคาข้าวชนิดเดียวกันต่างกันกว่า 80-150 เหรียญต่อตัน 2.ขาดแคลนชนิดข้าวที่กำลังเป็นที่นิยมของประเทศผู้ซื้ออย่างข้าวพื้นนิ่มและจีนเป็นตลาดให
แต่ไหน แต่ไร วิถีชีวิตคนไทยกับมะพร้าวดูเหมือนจะแยกกันไม่ออก เพราะมะพร้าวมีความสำคัญในแง่การบริโภคจึงเข้าไปอยู่ในทุกครัวเรือน โดยเฉพาะการปรุงอาหารที่นิยมใช้น้ำตาลมะพร้าวเนื่องจากมีความหอม หวาน จนทำให้รสอาหารมีความอร่อย น้ำตาลมะพร้าวหรือที่ทุกคนรู้จักว่าเป็นน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลก้อน ถือเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่ผลิตโดยอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้านมาเป็นเวลาช้านาน มีการผลิตกันอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัด เช่น สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี เป็นต้น สามารถนำมาประกอบอาหารไทยได้ทั้งคาวและหวาน เป็นที่โปรดปรานของทั้งคนไทยและคนต่างชาติ แต่สำหรับในยุคไทยแลนด์ 4.0 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความเจริญทางอุตสาหกรรมส่งผลให้ความสำคัญของน้ำตาลมะพร้าวถูกแทนที่ด้วยน้ำตาลทราย พร้อมๆ ไปกับภูมิปัญญาดั้งเดิมที่กำลังถูกลืม อย่างไรก็ตาม คุณปรีชา เจี๊ยบหยู ในฐานะผู้นำชุมชนบ้านลมทวนจังหวัดสมุทรสงคราม คงไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น จึงชักชวนชาวบ้านช่วยกันสานภูมิปัญญาไทยสู่ผลิตภัณฑ์น้ำตาลมะพร้าว นำกลับมาสร้างประโยชน์ พร้อมทั้งรวมกลุ่มภายในชุมชน จังหวัดสมุทรสงคราม ปลูกมะพร้าวแบบยกร่องสวน เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศให้ก
วันที่ 28 มกราคม นางสาวรัศมี เจี้ยวเห้ง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเลี้ยงเป็ดไข่ เลขที่ 55/8 หมู่2 บ้านคลองน้ำนิ่ง ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง กล่าวว่า จากสภาวะราคายางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรเป็นวงกว้าง ชาวบ้านคลองน้ำนิ่ง อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง รวมกันตัวเลี้ยงเป็ดไข่กว่า 500 ตัว ในสวนปาล์ม โดยเก็บไข่ส่งขายร้านเบเกอรี่ ร้านขายของชำ แปรรูปเป็นไข่เค็มใบเตยหอมส่งขายเมืองท่องเที่ยว “กลุ่มเลี้ยงเป็ดไข่” ตั้งอยู่เลขที่ 55/8 หมู่ที่ 2 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง นางสาวรัศมี เล่าว่า ตนได้รวบรวมชาวบ้านในชุมชนบ้านน้ำนิ่ง 12 คน ที่มีความสนใจที่จะประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว จากการเลี้ยงเป็ดไข่มา 5 เดือน สร้างรายได้ให้กับกลุ่มอย่างงดงาม ในแต่ละวันเป็ดจะออกไข่ 400- 450 ฟอง ส่งขายไข่ดิบราคาฟองละ 3.50 สตางค์ แต่เมื่อนำมาแปรรูปเป็นไข่เค็มใบเตยหอมจะขายได้ในราคาฟองละ 8 บาท “ไข่เค็มที่กลุ่มนำมาแปรรูปจะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค ส่วนประกอบในการทำไข่เค็มมีดังนี้ 1.ดินสอพอง 2.เกลือไอโอดีน 3.ใบเตยหอม 4.น้ำสะอาด ขั้นตอนการทำจะนำดินสอพอง 3 ส่วน เกลือ 1 ส่วน
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีและรักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรมของกรมจะจัดงาน “Agrinnovation 2018” ระหว่างวันที่ 30 มกราคม-5 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เพื่อขยายช่องทางการตลาดและแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการนำนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ความงาม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์ ซึ่งภายในงานประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมแรก “APi Parade” ระหว่างวันที่ 30 มกราคม -5 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผ่านห้างค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในวงกว้าง ซึ่งสินค้าที่นำมาแสดงและจำหน่าย อาทิ เครื่องดื่ม High Energy จากข้าว แผ่นแปะสิวจากสารสกัดจากมังคุด แผ่นแปะกันยุงจากสมุนไพร เป็นต้น กิจกรรมที่สอง “APi Business Matching” จัดในวันที่ 31 มกราคม เป็นการเจรจาจั
คุณกัณนิกา พร้อมเพรียง หรือ คุณไก่ ครูสอนคอมพิวเตอร์ ผู้มีความฝันเล็กๆ วางแผนที่จะเกษียณจากงานตอนอายุ 45 ปี เพื่อมาทำตามความฝันที่ตัวเองรัก นั่นคือการหันมาทำเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักสวนครัว หวังไว้ว่าซื้อที่ดินเพื่อทำเกษตร สัก 4 ไร่ แต่ด้วยความที่ไม่พร้อมหลายๆ อย่าง จึงต้องพับโครงการเก็บไว้ ทิ้งไว้แต่ที่ดินเปล่า ให้พ่อและญาติๆ มาปลูกผักแปลงน้อยไว้กินเอง แต่อุปสรรคแค่นี้ไม่ได้ทำให้ความฝันหายไป คุณไก่ยังตั้งใจและพยายามที่จะเปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพเล็กๆ ให้ได้ คุณไก่เรียนจบทางด้านสัตวบาล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี และจบคอมพิวเตอร์ อดีตเขาสอนคอมพิวเตอร์มานานกว่า 25 ปี วางแผนไว้ว่าเมื่อตนเองอายุ 45 ปี จะเกษียณมาทำงานที่ตนเองรักไม่ต้องเครียด ได้อยู่กับธรรมชาติ จึงเลือกที่จะเดินตามรอยเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 คือการได้ปลูกพืชผักสวนครัวไว้ทำกับข้าวกินกันเองในครอบครัว ที่เหลือก็แบ่งหรือขาย จุดเริ่มต้นความฝันเล็กๆ คุณไก่เป็นคนรักสุขภาพ ชอบปลูกพืชผักสวนครัว และด้วยความที่สมัยเด็กๆ ต้องเข้าครัวช่วยคุณปู่คุณย่าทำอาหารอยู่เป็นประจำ จึงได้ปลูกฝังวิธีการต่างๆ มาตั้
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำนักข่าว U.S. News & World Report ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่เผยแพร่ข่าว ความเห็น และผลการจัดอันดับต่างๆ ที่ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลต่อชาวอเมริกัน ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลกด้านต่างๆ ประจำปี 2561 บนเว็บไซต์ usnews.com จากผลการสำรวจความเห็นของคนทั่วโลกราว 21,000 คน เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 พบว่า ไทยได้รับการจัดอันดับให้ครองแชมป์อันดับ 1 จากทั้งหมด 80 ประเทศทั่วโลกในเรื่องการเป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มธุรกิจ (Best Countries to start a Business) ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยเหตุผลหลักมาจากการที่กระทรวงพาณิชย์ได้ลดขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจของไทย และลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการลง นอกจากนี้ ไทยยังได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่น่าลงทุน (Best Countries to Invest In) เป็นอันดับที่ 8 จาก 25 ประเทศทั่วโลก นายสนธิรัตน์กล่าวว่า รายงานผลการจัดอันดับของ U.S. News ดังกล่าวถือเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่ยืนยันมุมมองของต่างชาติว่า ประเทศไทยได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการลงทุนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล ซึ
ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจของกลุ่มมิตรผลในการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในเครือข่ายตำบลมิตรผลร่วมพัฒนาสามารถพึ่งพาตนเองได้และเติบโตไปด้วยกัน ตามปรัชญาการดำเนินธุรกิจแบบ “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” จึงเป็นที่มาของการส่งเสริมให้ชุมชนปฏิบัติตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้เสริม ผ่านการให้องค์ความรู้และร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีคุณภาพดีสามารถแข่งขันได้ จนมาเป็นเซ็ตผลิตภัณฑ์ “ชื่นใจ” ที่ชุมชนนำเอาวัตถุดิบธรรมชาติใกล้ตัว หรือสมุนไพรที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น มะกรูด มะขาม เสลดพังพอน น้ำผึ้ง มารังสรรค์อย่างตั้งใจเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ เช่น ยาดมสมุนไพร ยาหม่องสมุนไพรสูตรพริกและสูตรเสลดพังพอน สบู่ก้อนสูตรมะขามและน้ำผึ้ง ที่นอกจากจะดีต่อสุขภาพกายแล้ว ยังสอดแทรกวิถีธรรมชาติที่ปรับให้เข้ากับชีวิตสมัยใหม่ ส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย สร้างความชื่นใจทั้งผู้ให้และผู้รับ จากการสร้างสรรค์เซ็ตผลิตภัณฑ์ “ชื่นใจ” กลุ่มมิตรผลได้ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการพัฒนารูปลักษณ์และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีได้มาตรฐาน และเกิดความภาคภูมิใจจ
