แปรรูปสินค้าเกษตร
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดตั้งคณะทำงาน 6 ชุด เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ผลไม้ไทยตามยุทธศาสตร์ส่งเสริมผลไม้ จะนำร่อง 3 ชนิดให้เป็นผลไม้พรีเมียม คือ ทุเรียน มังคุด และลำไย ตั้งเป้าให้มีผลไม้ 3 ชนิดดังกล่าวขึ้นสู่ระดับพรีเมียม 1% ของผลผลิตทั้งหมดในปี 2561 ทำให้มูลค่าผลไม้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นจากปกติเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ ทั้งนี้ในส่วนของทุเรียนคาดว่าในปี 2561จะมีผลผลิตออกมา 910,000 ตัน จะคัดเลือกผลผลิต 1% หรือ 9,100 ตัน มายกระดับเป็นทุเรียนเกรดพรีเมียม และมีการสร้างแบรนด์ โดยทุเรียนแต่ละลูกต้องมีขนาด มีมาตรฐานตามที่กำหนด ต้องเป็นทุเรียนที่ผ่านการคัดเกรด ผ่านการรับรองคุณภาพมาแล้ว เพื่อนำไปทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเชื่อว่ามีกลุ่มลูกค้ารายได้สูงและกลุ่มเศรษฐีจำนวนมากพร้อมที่จะจ่ายเงินในราคาที่สูงขึ้น เพื่อให้ได้บริโภคสินค้าคุณภาพดี ซึ่งจะนำรูปแบบนี้ไปใช้กับมังคุดและลำไยด้วย ยกตัวอย่างทุเรียน ปกติขายราคากิโลกรัม (กก.) ละ 80 บาท หากยกระดับพรีเมียมสามารถขายได้ กก.ละ 120-150 บาท ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้แก
เรื่องไม่ล้าสำหรับใครที่ชื่นชอบการรับประทาน “ปลาร้า” ในทุกรูปแบบ ทั้งปลาร้าเป็นตัวเป็นต่อน น้ำพริกปลาร้า ปลาร้าบอง ส้มตำปลาร้า และอีกสารพัดเมนู เรื่องนี้ทำให้ผู้หลงเสน่ห์ปลาร้าดีใจ เพราะผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยชิ้นนี้เป็นการคิดค้นนวัตกรรมสำหรับการหมักปลาร้าให้ได้ปลาร้าเร็วขึ้น และ มีความสะอาดปลอดภัยมากขึ้นด้วย โดยผลงานวิจัยนี้มีชื่อว่า “กล้าเชื้อปลาร้าชีวภาพพร้อมใช้ สำหรับเร่งกระบวนการหมักปลาร้าและกระบวนการผลิต” ซึ่งเป็นผลงานที่ผนึกความร่วมมือกันถึง 4 สถาบันการศึกษา ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ดร.ชื่นจิต จันทจรูญพงษ์ ตัวแทนจากทีมวิจัยเล่าถึงแนวคิดในการเริ่มต้นทำงานวิจัยชิ้นนี้ว่า มาจากตัวเลขการขยายตัวการผลิตปลาร้าที่เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมมีการผลิตปลาร้าเพื่อบริโภคในครัวเรือน แต่ปัจจุบันมีการผลิตเชิงการค้ามากขึ้น โดยมีอัตราการผลิตสูงถึง 40,000 ตัน ต่อปี ส่งผลให้มูลค่าการตลาดที่
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงยังมีนโยบายเดินหน้าดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยสู่ตลาดโลก ผ่านการส่งเสริมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อเพิ่มมูลค่าตลาดสินค้าอินทรีย์ให้เพิ่มขึ้น 20% จากปัจจุบันตลาดสินค้าอินทรีย์มีมูลค่า 2,700 ล้านบาท โดยในส่วนของผู้ผลิต และเกษตรกร มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ให้ความรู้ ผลักดันให้เกษตรกรและผู้ผลิตพัฒนากระบวนการเพาะปลูกสินค้าอินทรีย์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด ปรับกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล รวมถึงขอตรารับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ระดับสากล อาทิ มาตรฐาน IFOAM เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ตลอดจนประสานกับผู้ผลิต เพื่อเชื่อมโยงการรับซื้อสินค้าจากเกษตรกร และการสร้างเรื่องราวให้กับสินค้าแต่ละตัว เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และการช่วยพัฒนาสินค้า การออกแบบ และการหาตลาดรองรับโดยการจำหน่ายผ่านช่องทางที่มีอยู่ เช่น Farm Outlet และการประสานผู้ผลิต ห้างสรรพสินค้าให้เข้ามารับซื้อผลผลิตไปจำหน่าย เช่น ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และกลุ่มเดอะมอลล์ เป็นต้น รวมถึ
คอลัมน์ มองข้ามชอต โดย โชติกา ชุ่มมี นักวิเคราะห์อาวุโส [email protected] คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบัน “บรรจุภัณฑ์” ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของสินค้าแทบทุกชนิดไปแล้ว เพราะนอกจากจะต้องทำหน้าที่พื้นฐานในการห่อหุ้ม ป้องกันการเน่าเสียหรือปนเปื้อน และรักษาคุณภาพของสินค้าไว้ให้นานที่สุด ตั้งแต่ขั้นตอนการขนส่งจากแหล่งผลิต เรื่อยไปจนถึงมือผู้บริโภคแล้ว ยังต้องทำหน้าที่ทางอ้อมด้านการตลาด ในการให้ข้อมูลและสื่อสารกับผู้บริโภคเพื่อเร่งเร้าให้เกิดความต้องการและกระตุ้นยอดขายสินค้านั้น ๆ อีกด้วย เราพบว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มถือเป็นอุตสาหกรรมปลายทางที่มีการใช้บรรจุภัณฑ์มากที่สุด โดยมีสัดส่วนมากถึงเกือบ 70% ของการใช้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่มได้ถูกคิดค้นและพัฒนาให้มีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักในการแข่งขัน เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น ๆ ซึ่งดูแล้วเรื่องเกี่ยวกับเทรนด์ของการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ต้องสนใจ และเชื
บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพัทลุง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด จับมือกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ดันปลาดุกร้า สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI ระบุเงินสะพัดกว่า 230 ล้านบาท ต่อปี วางจำหน่ายทั่วประเทศ และสามารถบริโภคในห้องแอร์ คอนโดมีเนียมได้ เพราะมีการบรรจุแพ็กสุญญากาศ ชี้การตลาดยังดีอยู่ ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพัทลุง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เล่าว่า ปลาดุกร้า เป็นสินค้าพื้นบ้านของจังหวัดพัทลุง ที่ใช้ปลาดุกจากธรรมชาตินำมาแปรรูปเป็นปลาดุกร้า จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการดำเนินงานการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น บริษัท ประชารัฐรักษาสามัคคีพัทลุง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด จึงได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (BEDO) วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทำการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของปลาดุกร้าขึ้น ทางสำนักงานพัฒนาเศรษฐก
กระทรวงพลังงานหนุนงบประมาณ 6.8 แสน สร้างโรงอบแห้งกาแฟพลังงานแสงอาทิตย์ เผยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์ชุมพรสร้างรายได้ปีละ 60 ล้านบาท เตรียมต่อยอดเป็นศูนย์เรียนรู้พลังงานชุมชน นายทองรัตน์ วรรณนุช พลังงานจังหวัดชุมพร กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมชมกิจการของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์ ต.ถ้ำสิงห์ อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า กระทรวงพลังงานและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์ ได้ร่วมกันประยุกต์ใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดต้นทุนการผลิตและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ สร้างความแตกต่างให้สินค้าของกลุ่มจากสินค้าประเภทเดียวกัน ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งเรื่องคุณภาพมาตรฐานของสินค้า และการเป็นต้นแบบวิสาหกิจลดใช้พลังงานยอดเยี่ยม จนทำให้ได้รับรางวัล “สุดยอดคนพลังงาน” ทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ในสาขาวิสาหกิจลดใช้พลังงานยอดเยี่ยม ทั้งนี้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ให้การสนับสนุนโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบ green house จำนวน 2 โรง ในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชน ภายใต้งบประมาณ 680,000 บาท โดยกระทรวงพลังงานสนับสนุนงบประมาณ 476,000 บาท หรือ 70% ของมูลค่าโครงการ ส่วนวิสาหกิ
ออร์เดอร์พุ่งผลิตภัณฑ์ชุมชน-โอท็อป ของขวัญของฝากเทศกาลปีใหม่ “ศูนย์โอท็อปคอมเพล็กซ์สระบุรี” เร่งมือทำกิฟต์เซต กระเช้าของขวัญหน่วยงาน ธนาคาร โรงงาน ราคาเริ่มต้น 200- 3,000 บาท พร้อมจัดธีมให้เลือกจุใจ 50 แบบ เน้นบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับไปใช้ได้ใหม่ เผย “กระเช้ากล้วย ๆ” ฮอตฮิต ด้าน “มหาสารคาม” สุดปลื้ม เสื่อกกบ้านแพง ผ้าไหมลายสร้อยดอกหมาก รองเท้าแม่บ้านโกสุมพิสัยยอดพุ่ง “ตรัง” ตั้งเป้าขาย 5,000 กระเช้า มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท สระบุรีจัด 50 กระเช้าต้นแบบ นางนารีรัช อุทัยแสงสกุล ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรพุแค และประธานศูนย์โอท็อปคอมเพล็กซ์พุแคสระบุรี จ.สระบุรี ผู้จำหน่ายสินค้าโอท็อปจังหวัดสระบุรีและทั่วประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงปลายปีหรือใกล้เทศกาลปีใหม่ได้จัดทำโครงการกระเช้าบริษัทประชารัฐรักสามัคคี ซึ่งจะเป็นการรวมสินค้าโอท็อปทั้งของจังหวัดสระบุรี เครือข่ายจากบริษัทประชารัฐจังหวัดอื่น ๆ และสินค้าโอท็อปจากทั่วประเทศ มาจัดเป็นกิฟต์เซตและกระเช้าของขวัญ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 200 บาท และไม่เกิน 3,000 บาท โดยจะมี 2 ลักษณะ คือกระเช้าสำเร็จ และนำสินค้ามาให้จัดกระเช้า สำหรับปีนี้มีกระเช้าต้นแบ
แบงก์ชาติเผยแนวโน้มเมกะเทรนด์ นักท่องเที่ยว “จีน” ยังฮอตเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ ตัวเลขพุ่ง 8.8 ล้านคน กลุ่ม FIT มาแรง นิยมทำธุรกรรมจองห้องพักและทัวร์ผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น “เชียงใหม่” เป็นเมืองเป้าหมายหลัก ฮิตเที่ยววัด-โบราณสถาน ถนนคนเดิน ร้านกาแฟ แนะคนท้องถิ่นปรับตัวให้ความสำคัญเรื่องอัธยาศัยไมตรีและราคาที่สมเหตุสมผล ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่า เศรษฐกิจในภาพรวมของปีนี้ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มและทิศทางที่ดีมาก และเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT (Free and Independent Traveler) หรือนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางเป็นกลุ่มด้วยตัวเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนมีบทบาทมากที่สุดและมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวจีนมีการกระจายตัวออกสู่เมืองท่องเที่ยวหลักมากขึ้น นอกเหนือจากกรุงเทพมหานคร โดยมีสายการบินจากประเทศจีนเปิดเที่ยวบินตรงมายังจังหวัดท่องเที่ยวหลักหลายจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ดร.รวิสม์ประภา รักเผ่าพันธุ์ เศรษฐกรอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหน
ราคายางส่อเค้าป่วนอีก บอร์ดบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศไม่ยอมลงมติจำกัดส่งออกยาง 4 ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ อ้างขอดูสถานการณ์เพิ่มเติมอีก สารพัดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรล้มเหลว ดันราคายางไม่ขึ้น แหล่งข่าวจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.60 คณะกรรมการบริหาร บริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด (IRCo) ได้ประชุมเรื่องการจำกัดปริมาณการส่งออกยางพาราของทั้ง 4 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ที่มีปริมาณการผลิตยางพาราสูงถึง 73% ของผลผลิตทั่วโลก เป็นวาระเร่งด่วน เนื่องจากขณะนี้ราคายางแผ่นรมควันอัดก้อนเข้าถึงจุดเส้นตายที่เคยตกลงในที่ประชุมรัฐมนตรีสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC) 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่ประชุมไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กำหนดให้สมาชิกต้องจำกัดปริมาณการส่งออกที่ กก.ละ 1.5 เหรียญสหรัฐ ซึ่งราคาซื้อขายยางแผ่นรมควันชั้น 3 ของไทยผ่านตลาดกลางยางพาราในภาคใต้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ กก.ละ 46 บาทเศษ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า การประชุมในประเด็นการจำกัดปริมาณการส่งออกยางของคณะกรรมการบริหารบร
ศูนย์วิจัยฯ ธ.ก.ส. คาดราคาสินค้าเกษตรเดือนพฤศจิกายน 6 ชนิดพุ่งสูงขึ้นเกือบร้อยละ 4 รับอานิสงส์ความต้องการสินค้าอุปโภค-บริโภควันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่และต่างชาติมีความต้องการสินค้าเกษตรของไทยปริมาณมากในช่วงสิ้นปี นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนา ธ.ก.ส. ได้คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่มีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มขึ้นจำนวน 6 ชนิด ประกอบด้วย 1. ข้าวเปลือกหอมมะลิ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 1.0 – 3.0 อยู่ที่ราคา 11,725 – 11,957 บาท/ตัน เนื่องจากสต็อกข้าวหอมมะลิของภาคเอกชนเหลือน้อย ทำให้โรงสีและผู้ส่งออกมีความต้องการมาเก็บและส่งออกตามคำสั่งซื้อจากต่างประเทศในช่วงปลายปี เพื่อใช้ในช่วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลต่างๆ 2. ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 2.0 – 4.0 อยู่ที่ราคา 8,825 – 8,998 บาท/ตัน เนื่องจากการกำหนดราคาในการสนับสนุนสินเชื่อในโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีสูงกว่าราคาตลาด คาดว่าทำให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯมากขึ้น 3. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คาดว่า จะปรับตัวเพิ่
