แปรรูปสินค้าเกษตร
“กาแฟอาราบิก้าและชา” นับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเชียงราย นอกจากสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรบนพื้นที่สูงแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศตามธรรมชาติให้มีสภาพอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทุกวันนี้ จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิก้า กว่า 38,000 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วกว่า 33,000 ไร่ ปริมาณผลผลิต 4,355 ตัน เมื่อปี 2559 สหภาพยุโรป (EU) ได้ขึ้นทะเบียนรับรองกาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างของจังหวัดเชียงรายเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในระดับสากล จังหวัดเชียงราย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพระราชดำริให้ส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่สูงปลูกกาแฟทดแทนการปลูกฝิ่น ส่งผลให้จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิก้ามากที่สุดในประเทศไทย จังหวัดเชียงราย และกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ได้จัดงาน Chiang Rai Coffee & Tea Festival 2017 ระหว่าง วันที่ 25-27 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย เพื่อสานต่อแนวพระราชดำริเรื่องการส่งเสริมปลูกกาแฟของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง คณะผู้จัดงาน
ผลจากการดำเนินนโยบายอเมริกันมาก่อน หรือ America First ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการสร้างเงินสร้างงานของคนอเมริกัน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ในการหารือระดับผู้นำ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกดดันให้ไทย “เปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกร” จากสหรัฐ ซึ่งอนุญาตให้สามารถใช้สารเร่งเนื้อแดง โดยสหรัฐอาจอาศัยข้ออ้างว่าใช้ตามมาตรฐานอาหารโลก (CODEX) กำหนดในปริมาณที่เหมาะสม ประเด็นนี้สหรัฐได้พยายามเรียกร้องจากไทยมาเป็นเวลานานหลายปีตามที่ปรากฏในการออกรายงาน National Trade Estimate (NTE) ประจำปีทุก ๆ ปีรวมถึงปีนี้ และประเด็นนี้เคยมีกรณีพิพาทในองค์การการค้าโลก (WTO) ในหลายประเทศ เช่น สหภาพยุโรปและจีน ทำให้บางส่วนเกรงว่าสหรัฐอาจจะกดดันไทยเปิดตลาด โดยเอาเหตุผลนี้มาอ้าง แต่ “ใคร” จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเปิดตลาดหรือไม่เปิด กระทรวงพาณิชย์ชี้ว่าประเด็นที่มีความอ่อนไหวต้องมอง 3 มิติ คือ หากเปิดเสรีอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยง-ผู้จำหน่ายปศุสัตว์ในประเทศ หากเปิดเสรีจริงอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงทำให้แข่งขันไม่ได้ ซึ่งผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้มากที่สุดคือหน่วยงานที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับผู้เลี้ยงโดยตรงหมายถึง กระทรวงเกษ
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน หรือเอฟทีเอ ว็อทช์ (FTA WATCH) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลไทยมีการหารือร่วมกับสหรัฐอเมริกาในการนำเข้าเนื้อหมู ว่า กรณีดังกล่าวสุ่มเสี่ยงมากที่จะนำเข้าเนื้อหมู และเครื่องในสัตว์ที่ปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงได้ เนื่องจากจริงๆ ในประเทศไทยมีกฎหมายของกรมปศุสัตว์ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เป็นผู้ดูแลห้ามไม่ให้มีสารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสัตว์ ขณะที่สหรัฐอเมริกาอนุญาตให้มีสารเร่งเนื้อแดง เนื่องจากบริบทของคนในประเทศไม่กินเนื้อที่มีไขมัน จึงมีการใส่สารดังกล่าว ซึ่งในปริมาณที่อเมริการะบุว่าปนเปื้อนน้อยในเนื้อ แต่กลับไปพบในเครื่องในสัตว์ ซึ่งพวกเขาไม่กินเครื่องในสัตว์กันอยู่แล้ว ดังนั้น หากนำเข้ามาคนไทยกินหมด ยิ่งเครื่องในสัตว์ก็กิน น.ส.กรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่น่ากังวลมาก คือเมื่อวันก่อนทางกรมเจรจาทางการค้าให้ข้อมูลออกสื่อมวลชนว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องทำตามมาตรฐานโคเด็กซ์ (Codex) เพราะไทยเป็นภาคีสมาชิก และโคเด็กซ์ปรับเกณฑ์ให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดหวังมาก
เป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะกลับไปใช้ชีวิตหรือตั้งตัวในบ้านเกิด โดยเฉพาะการไปสานต่ออาชีพของครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร แต่สิ่งนี้ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับสถาปนิกวัย 30 ปี เด็กต่างจังหวัดจากอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ในงานสัมมนาของ “ประชาชาติธุรกิจ” หัวข้อ “Passion to Profit : พลิกมุมคิด สร้างธุรกิจให้ติดลม” เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีวิทยากรมากความสามารถหลายคนได้ขึ้นเวทีร่วมแชร์ประสบการณ์ในการทำธุรกิจของตนเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่นนับพันคน “วิโรจน์ ฉิมมี” ถือเป็นอีกหนึ่งวิทยากรที่น่าทึ่ง และได้รับความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะชีวิตพลิกจากมนุษย์เงินเดือนไปสู่นักธุรกิจเงินล้าน “บ้านไร่ไออรุณ” ที่สร้างขึ้นด้วยความฝันที่อยากมีบ้านสวยๆ สักหลัง “ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด เกิดในอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง เป็นเพียงลูกเกษตรกรธรรมดา ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวย คุณพ่อมีอาชีพกรีดยาง คุณแม่ขายผักที่ตลาด ครั้งที่ยังเป็นเด็กต้องเดินไปโรงเรียนเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ทุกวัน ระหว่างทางก็มองเห็นบ้า
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัวรถเกี่ยวนวดข้าวรุ่นใหม่ล่าสุด DC-70 Plus และ DC-70G Plus เพิ่มประสิทธิภาพเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างมั่นใจ ทำงานได้ต่อเนื่อง ลดเวลาการเก็บเกี่ยว มาพร้อมถังบรรจุเมล็ดข้าว ขนาด 1 ตัน พบกับรถเกี่ยวนวดข้าวใหม่ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายสยามคูโบต้า กว่า 200 สาขา ทั่วประเทศ นายสมบูรณ์ จินตนาผล ผู้ช่วยกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขายและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเป็นจำนวนมาก เพื่อแก้ไขปัญหาในการขาดแคลนแรงงาน และการทำงานให้ทันตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยว ซึ่งหนึ่งในเครื่องจักรกลการเกษตรที่เกษตรกรให้ความสำคัญ คือ รถเกี่ยวนวดข้าว เพราะเป็นตัวช่วยเกษตรกรในการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรถเกี่ยวนวดข้าวจะทำหน้าที่ตั้งแต่เก็บเกี่ยว นวดเมล็ดข้าวออกจากรวง และบรรจุเมล็ดข้าวลงในถุงทันที(ในรุ่นถุงบรรจุเมล็ดข้าว) ซึ่งการทำงานของรถเกี่ยวนวดข้าวที่มีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยลดเวลาในการเก็บเกี่ยว และคุณภาพของผลผลิตจากการเก็บ
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ผ่านการตรวจติดตามประเมินจากองค์กรระบบงาน (PAC) รักษาความเชื่อมั่นในระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในเวทีสากลได้อย่างต่อเนื่อง นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการซื้อขายสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างประเทศ นอกเหนือจากการแข่งขันด้านราคาแล้ว ผู้บริโภคยังต้องการความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือ สอดคล้องตามมาตรฐานสากล จากความสำคัญดังกล่าว มกอช. จึงรับหน้าที่ในการสร้างความเชื่อมั่น โดยการตรวจสอบ ติดตามการดำเนินงานการออกใบรับรองให้ได้ตามข้อกำหนดขององค์กรระบบงานสากลด้านสินค้าเกษตรและอาหารของไทย และต้องรักษาระบบสากลดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหน่วยตรวจรับรองเหล่านี้จะมีระบบงานเป็นที่น่าเชื่อถือ ซึ่ง มกอช.ในฐานะหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body : AB) มีหน้าที่ในการสร้างความมั่นใจดังกล่าว โดยการตรวจระบบงานของหน่วยตรวจรับรองเหล่านี้ว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากล ในขณะเดียวกัน มกอช.เองก็ต้องถูกตรวจรั
ศูนย์วิจัยพืชสวนลุยขยายพันธุ์สะตอพันธุ์ตรัง 1 สายพันธุ์แรกของไทย ซึ่งให้ผลผลิตดีและมีคุณภาพ หวังให้เกษตรกรปลูกเพื่อส่งออก โดยเฉพาะประเทศจีน พร้อมชูเมนู “กุ้งผัดสะตอ” ช่วยเปิดตลาด ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า นายศุกร์ เก็บไว้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง พร้อมด้วยทีมนักวิชาการ นำโดย นายบุญชนะ วงศ์ชนะ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ได้ลงไปสำรวจแปลงสะตอพันธุ์ตรัง 1 ซึ่งเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร สายพันธุ์แรกของไทย และที่ดีที่สุดของโลกในขณะนี้ เพื่อพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจพื้นบ้านภาคใต้ชนิดใหม่ เนื่องจากใช้เวลาปลูกแค่เพียง 3 ปี ก็สามารถให้ผลผลิตได้แล้ว จากเดิมพันธุ์พื้นบ้านซึ่งต้องใช้เวลา 4-7 ปี รวมทั้งยังให้ผลผลิตถึงปีละ 2 ครั้ง นอกจากนั้น ยังมีลำต้นไม่สูง จึงดูแลหรือเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่าย ส่วนฝักสะตอก็จะแน่น ตรง ขณะที่เม็ดจะมีเนื้อมัน กลิ่นฉุนน้อย ทั้งนี้ สะตอพันธุ์ตรัง 1 เป็นสะตอข้าวที่เก็บต้นพันธุ์มาจากสวนเกษตรกรในภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2540-2543 ก่อนนำมาขยายพันธุ์ด้วยการติดตา แล้วปลูกทดสอบเพื่อศึกษาการเจริญเติบโต จนได้สะตอที่มีคุณภาพของฝักและเมล็ดดี สามารถให้ผลผลิตสูง ทั้งในฤด
สาวสวยคณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชั้นปีที่ 4 “คุณภูษณิศา อัจฉริยพานิชกุล” โชว์เมนูสำหรับสายเฮลท์ตี้ที่ดีต่อใจ ด้วยการพัฒนา “น้ำสลัดจากข้าวไรซ์เบอร์รี่” เสริมคุณค่าโภชนาการและเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำสลัด คุณภูษณิศา เล่าว่า ความต้องการในการบริโภคอาหารเสริมสุขภาพในปัจจุบันมีอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากยิ่งขึ้น พืชพันธุ์ธัญญาหารที่ผู้บริโภคกำลังนิยมและให้ความสนใจ นั่นคือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นทางโภชนาการ เป็นธัญพืชเพื่อสุขภาพ มีสีและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินอี แกมมาโอไรซานอล สังกะสี และโฟเลต ช่วยบำรุงร่างกาย เสริมสร้างคอลลาเจน ลดการอักเสบของผิวหนัง ชะลอความแก่ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูงและโรคสมองเสื่อม ช่วยบำรุงโลหิต และข้าวไรซ์เบอร์รี่ยังมีเส้นใยอาหารสูง ซึ่งช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอล มีผลดีต่อระบบขับถ่าย จึงมีแนวคิดและตั้งใจที่จะทำการพัฒนาน้ำสลัดจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยการใส่น้ำข้าวไรซ์เบอร์รี่ลงในน้ำสลัด ซ
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นำนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรจากประเทศญี่ปุ่นร่วมจัดแสดงและสาธิตการทำงานจริงในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การเกษตรแบบแม่นยำสูง และทิศทางของอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ไทยแลนด์ 4.0” และงาน “มหกรรมแทรกเตอร์และเครื่องจักรกลการเกษตร 2017 @ลำตะคอง” ซึ่งจัดโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในระหว่างวันที่ 18-20 และ 22-24 กันยายน ณ สถานีวิจัยลำตะคอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมร่วมบรรยายเทคโนโลยีการทำเกษตรแม่นยำสูงเพื่อเพิ่มผลผลิต และลดการใช้แรงงานคนด้วยเครื่องจักรขับเคลื่อนอัตโนมัติ และจัดนิทรรศการแสดงผลงานด้านเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำสูงของคูโบต้า นายโอภาศ ธันวารชร กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยว่า เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันและนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของไทยเข้าสู่เกษตร 4.0 กระตุ้นให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการทำเกษตรกรรม เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตนั้น สยามคูโบต้าในฐานะผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรได้มีการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องก
เปิดตัวยังไม่ถึงปี แต่สร้างสีสันให้ตลาดปลาเค็มไม่น้อย ด้วยคุณภาพสินค้า บวกกับสตอรี่ (Story) อันน่าทึ่งทำให้วันนี้ผลิตภัณฑ์ “ปลากุเลาเค็ม” ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโอรังปันตัย บ้านตันหยงเปาว์ ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เริ่มเป็นที่รู้จัก และ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจนผลิตขายแทบไม่ทัน ส่วนของสตอรี่ความเป็นมา ใครที่ติดตามปัญหาประมงของปัตตานี จะรู้ว่าผลจากการทำประมงด้วยเครื่องมือทำลายล้างของเรือใหญ่อย่างอวนรุนในอดีต ทำให้อ่าวปัตตานีเสื่อมโทรมลง ชาวบ้านขาดแหล่งทำกิน จึงรวมตัวกันในนามสมาคมชาวประมงพื้นบ้าน ต่อสู้เรียกร้องอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ท้อแท้ถึงขนาดอพยพไปเป็นแรงงานที่มาเลเซีย จนในที่สุดภาครัฐได้ออกประกาศห้ามใช้เครื่องมืออวนรุน หลังจากนั้นชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจฟื้นฟูจนอ่าวปัตตานีกลับคืนความสมบูรณ์ นำมาสู่การแปรรูปอาหารทะเล ซึ่งเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจประมงพื้นบ้านของโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” “มูหามะสุกรี มะสะนิง” นายกสมาคมชาวประมงพื้นบ้าน จ.ปัตตานี และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโอรังปันตัย กล่าวว่า พี่น้องประมงเริ่มเป็นเครือข่ายมาตั้งแต่ปี 2535
