แปรรูปสินค้าเกษตร
ยันม่าร์ (Yanmar) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร เข้าร่วมจัดแสดง 3 นวัตกรรมหลักขับเคลื่อนการเกษตรสู่โมเดิร์นฟาร์ม (Modern Farm) ได้แก่ ระบบควบคุมทางไกลอัจฉริยะ สมาร์ทแอสซิสท์ (SA-R), การสำรวจข้อมูลระยะไกล (Remote Sensing) และรถแทรกเตอร์แห่งอนาคต (Robot tractor) ไร้คนขับ ณ บูธแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการเกษตร ยันม่าร์ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีจากยันม่าร์ ที่เป็นจริงและสัมผัสได้” ภายในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเกษตรแบบแม่นยำสูง และทิศทางของอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ไทยแลนด์ 4.0 จัดโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในระหว่างวันที่ 19-20 และ 22-24 กันยายน 2560 ณ สถานีวิจัยลำตะคอง ดร. มิกิโอะ อูเมดะ ที่ปรึกษา บริษัท ยันม่าร์ จำกัด กล่าวว่า “ยันม่าร์ ในฐานะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร มีความยินดีที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากญี่ปุ่น เพื่อให้สังคมไทยมุ่งสู่สังคมเกษตรอัจฉริยะสอดรับยุทธศาสตร์ชาติส่งเสริมการเกษตร 20 ปี (Thailand 4.0) โดยในงานยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 ที่ห้องฝ้ายคำ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงข่าวโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตกาแฟล้านนาคุณภาพ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1 – Lanna Thai Coffee Hub โดยมี ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ รองประธานมูลนิธิโครงการหลวง นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ และ ผศ.ดร.เยาวลักษณ์ จันทร์บาง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนงบประมาณปี พ.ศ.2560 จากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ทั้งนี้ เพื่อหวังยกระดับคุณภาพผลผลิตกาแฟในเขตภาคเหนือตอนบน 1 ให้มีคุณภาพสูงขึ้นตรงตามความต้องการของตลาด พร้อมกำหนดพื้นที่เป้าหมายดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง ซึ่งจากการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านมาพบว่า มี smart farmer อย่างน้อย 19 ราย ที่มีองค์ความรู้ในการผลิตกาแฟคุณภาพและสามารถถ่ายทอดไปยังกลุ่มสมาชิกได้ นายปวิณกล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัด
คุณบุญทวี ประดิษฐ บัณฑิตแม่โจ้รุ่นที่ 76 อยู่บ้านเลขที่ 21/3 หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก็ได้ทดลองไปสัมครทำงานในบริษัทต่างๆ เมื่อได้ทดลองทำก็รู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์ของชีวิตมากนัก จึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื่อทำอาชีพทางการเกษตร โดยที่บ้านของเขาได้มีการปลูกกาแฟไว้บริเวณที่ว่างของบ้าน จึงงทให้เกิแนวความคิดที่อยากจะนำมาแปรรูปขายเอง เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรของครอบครัวมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น “ตอนนั้นที่บ้านตาเขาก็ปลูก แบบขายส่งให้กับพ่อค้าอย่างเดียว เราเลยมองว่า น่าจะนำของพวกนี้มาทดลองคั่วเอง แบบแฮนด์เมดก็น่าจะทำได้ ช่วงนั้นบอกตาว่าขอเอามาลองหน่อย เลยเอาเมล็ดกาแฟมาคั่วแบบลองผิดลองถูก หมดไปเกือบ 100 กิโลกรัม ก็ทำให้ได้เรียนรู้และได้เวลาคั่วที่เหมาะสมว่าต้องทำยังไงบ้าง จนทำให้เวลานี้กาแฟที่คิดจะส่งขายแต่ผลผลิตอย่างเดียวได้เพิ่มมูลค่าสามารถขายได้ราคาขึ้น” คุณบุญทวี บอกถึงที่มา การปลูกกาแฟ(อราบิก้า สายพันธุ์คาติมอร์) คุณบุญทวี บอกว่า ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีสภาพพื้นที่ ความสูงไม่ต่ำกว่า 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล ความลาดชันไม่เกิน 45
กลุ่มชุมชนเกษตรกรที่นับถือศาสนาอิสลามในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ตำบลปากกราน อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอเสนา และอำเภอวังน้อย ส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงแพะนม เกษตรกรได้มีการรวมตัวกันตั้งชื่อกลุ่มการเลี้ยงและแปรรูปน้ำนมแพะว่า “กลุ่มสหกรณ์ปศุสัตว์พระนครศรีอยุธยา จำกัด” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมปศุสัตว์ โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการก่อสร้างโรงแปรรูปน้ำนม ซึ่งมีวัตถุดิบจากการผลิตน้ำนมแพะเฉลี่ยประมาณ 300 กิโลกรัม ต่อวัน เดิมเกษตรกรจะใช้กรรมวิธีการแปรรูปแบบดั้งเดิม โดยการต้มในครัวเรือนแล้วนำมาบรรจุถุงจำหน่ายกันเองในชุมชน ซึ่งมักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกสุขลักษณะ นมที่แปรรูปได้จำหน่ายไม่หมด ส่งผลกระทบต่อการผลิตและรายได้ของเกษตรกร เป็นอย่างมาก การสร้างและพัฒนาการบริการวิชาการเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน สังคม ประเทศ และนานาชาติ เป็นอีกหนึ่งพันธกิจของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ ที่จะสร้างสรรค์ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชน สังคม ให้เข้มแข็งมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น จากปัญหาดังกล่าว ผศ.ทศพร นามโฮง อาจารย์จ
เมื่อวันที่ 17 กันยายน ผุ้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ชอบในตัวด้วงกว่างชน เพื่อนำไปเล่นกีฬาชนกว่าง ตามฤดูกาล ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเริ่มมีด้วงกว่างออกมาขาย โดยบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ต่างนำตัวด้วงกว่างขึ้นแขวนเพื่อเสนอขายให้กับลูกค้าได้เลือกซื้อระหว่างเดือนสิงหาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม และนับเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านได้อย่างดี ไม่ต่ำกว่า 8,000 – 10,000 บาทต่อวัน สำหรับราคาของด้วงกว่างนั้นจะเริ่มขายที่ราคาถูกสุดตัวละ 150 บาท ไปจนถึงหลายพันบาท เพราะเป็นช่วงต้นฤดู ขณะเดียวกันทางร้านก็ได้มีเชือกมัดกว่าง รวมทั้งอุปกรณ์ในการชนกว่างอุปกรณ์เสริมนำมาขายให้กับลูกค้าได้เลือกซื้อด้วย นายไพบูลย์ ม่วงโกศัย พ่อค้าขายกว่างบอกว่า ด้วงกว่างชนที่ตนเองนำมาขายนั้นได้มีการสั่งซื้อกว่างมาจากจังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากในพื้นที่ภาคเหนือขณะนี้ยังไม่มีตัวด้วงกว่างที่โตเต็มที่จึงไม่สามารถนำมาขายให้กับลูกค้าได้ ทั้งนี้ ตัวกว่างที่มีราคาสูงนั้นจะต้องเป็นกว่างซ้งที่มีลักษณะเขาที่ยาว และมีขนาดที่ใหญ่สวยงาม ส่วนตัวที่มีขนาดเล็กลงมาหน่อยนั้นราคาจะลดลงตามไปด้วย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่นิยมซื้อไปชนกั
กลิ่นหอมของกาแฟบนภูสูงจากจังหวัดเชียงรายตลบอบอวลไปทั่ว ดึงดูดให้ผู้ที่ผ่านไปมาแวะเข้าไปเยี่ยมชมบูธจัดแสดงกาแฟและชาอินทรีย์ ณ บริเวณลานน้ำตก ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ไม่เพียงงาน “อาเซียน คอฟฟี่ & ที 2017” ที่นำพาให้ลูกค้าขาจรได้รู้จักกับเสน่ห์ของกาแฟอาราบิก้าที่หอมแรง รสชาติเข้มข้นเต็มอิ่ม งานนี้ยังพาผู้ประกอบการกาแฟทั้งในและต่างประเทศได้เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมทั้งการลงนามความร่วมมือทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการด้านกาแฟ และเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอินทรีย์บน 9 ดอยในจังหวัดเชียงราย ไม่แปลกที่เมื่อเอ่ยถึง “กาแฟ” นัยน์ตาของเกษตรกรบนพื้นที่ภูสูงเหล่านั้นจะเป็นประกาย เพราะนั่นหมายความว่าผลผลิตจากดอยสูง จากหยาดเหงื่อแรงงานที่พวกเขาพากเพียรดูแลเอาใจใส่มาตลอดกว่า 3 ปี มีตลาดรับซื้อแน่นอน ด้วยราคาที่เป็นธรรม ที่สำคัญคือ การหมายถึงสภาพแวดล้อมทั้งดิน-น้ำ-อากาศที่ดีขึ้น ป่าฟื้นคืนกลับมาทีละน้อย ไม่มีสารเคมีจากยาฆ่าแมลงปนเปื้อนลงในน้ำที่ถูกฝนชะไหลลงสู่แหล่งน้ำพื้นราบ เพราะเป็นกาแฟอินทรีย์ที่เติบโตขึ้นท่ามกลางธรรมชาติของป่าบนดอยสูง “ป่าดีขึ้นมาก จากที่เคยเป็นเขาหัวโล้นเพราะการถางพื้นที่ปลู
คุณอรทัย อู่ประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ (ฝั่งขวามือ) ได้มอบกระเช้า ให้แก่ คุณ สุทัศนีย์ ราชเรืองระบิน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (ฝั่งซ้ายมือ) ซึ่งเป็นประธานในงานการประชาสัมพันธ์ การรับรองมาตร ฐานข้าวหอมมะลิบรรจุถุงโดยให้เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน รูปพนมมือ ณ ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาพระราม4 โดยสินค้าข้าวหอมมะลิ100% ตราฉัตร ได้รับการรับรองมาตรฐานรูปพนมมือเช่นกัน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า เตรียมที่จะนำเอาสินค้าชุมชน ที่มีคุณภาพ และได้รับการคัดเลือกจากกองทุนหมู่บ้าน มาจำหน่ายในร้านค้าประชารัฐ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุม เพราะสินค้าที่ได้รับการคัดเลือก จะสามารถนำไปจำหน่ายในร้านค้าประชารัฐ และร้านค้ากองทุนหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ กว่า 40,000 แห่ง ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนภายในชุมชนมากขึ้น และทำให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็ง ขณะเดียวกัน ยังได้ขอความร่วมมือ สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน จากกว่า 800 อำเภอ เพื่อให้จัดหารถใช้ทำร้านค้าประชารัฐเคลื่อนที่ หรือ โมบาย ยูนิต อำเภอละ 1 คัน เพื่อใช้วิ่งจำหน่ายสินค้าตามหมู่บ้าน ภายในอำเภอ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถเข้าถึงสินค้าธงฟ้าประชารัฐราคาถูก และใช้สิทธิในบัตรได้อย่างทั่วถึง โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถซื้อสินค้าในราคาส่งได้ในราคาพิเศษ เพื่อนำมาจำหน่ายต่อ ส่วนเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีดีซี นั้นรัฐจะเป็นผู้ติดตั้งให้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และคาดว่าน่าจะจัดทำร้านค้าประชารัฐเคลื่อนที่ได้ครบทั้ง 800 อำเภอ นอกจากนี้ ในเดือนต.ค. จะเปิดตัวโครงการขนส่งชุมชน โดยร่วมมือกับ
อุตฯประมงและแปรรูปขาลง รายได้ภาพรวมลดลงกว่า 30% หลังเจอปัจจัยลบกระหน่ำรอบด้าน วัตถุดิบขาดแคลน ผลพวงนโยบายคุมเข้มการทำประมง IUU-เวียดนามแย่งตลาด เบนเข็มนำเข้าสัตว์ทะเลจากต่างประเทศ ด้าน “เครือกันตังกรุ๊ป” สุดอั้นต้นทุนกระฉูดขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ 5-10% ย้ำยังเดินหน้าพัฒนาคุณภาพ ทำตลาดทุกรูปแบบ มั่นใจสิ้นปียังฟันยอดขายไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท นางอำไพ หาญไกรวิไลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรอแยล ฟรอเซนฟู๊ด จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อุตสาหกรรมการประมงและแปรรูปตอนนี้อยู่ในช่วงขาลง รายได้โดยรวมลดลงกว่า 30% ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปริมาณวัตถุดิบลดลง หรือขาดแคลนในบางประเภทจากผลกระทบการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ส่วนวัตถุดิบที่ขาดแคลนและมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน คือ ปลาหมึก และปลาทะเลบางชนิด ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันไปนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศแทน เพื่อที่จะส่งให้ทันออร์เดอร์ในช่วงปลายปี นายสุบรรณ เศรษฐวรพันธุ์ ประธานกรรมการ เครือกันตังกรุ๊ป ผู้ผลิตปลากระป๋องตราบิ๊กแคน ตราทองคำ และอาหารทะเลแช่แข็ง และซูริมิรายใหญ่ในอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เปิดเผยว่
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวรายงานการนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศว่า ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา มีการนำเข้า 3 ครั้ง จากยูเครน พร้อมระบุว่าการจัดเก็บภาษีนำเข้าข้าวสาลีถูกระงับตั้งแต่ปี 2556 ปัจจุบันรัฐบาลนี้ยังไม่มีท่าทีพิจารณาแก้ไขให้กลับมาจัดเก็บภาษีดังเดิม การปล่อยให้มีการนำเข้าได้โดยอิสระ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนเลือกใช้ข้าวสาลีมาเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์โดยไม่ต้องเสียภาษี และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรนั้น กระทรวงพาณิชย์ ขอชี้แจงว่าประเทศไทยผูกพันภาษีนำเข้าสินค้าข้าวสาลี (พิกัด 1001) ภายใต้ WTO ตั้งแต่ ปี 2538 ไว้ที่ร้อยละ 27 ต่อมาในปี 2550 (มีผล 12 ก.ย.50) กระทรวงการคลังได้ดำเนินการปฏิรูปภาษีศุลกากรให้เหลือร้อยละ 0 เนื่องจากสินค้าข้าวสาลีเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารคน และไม่มีปลูกในประเทศ จึงจำเป็นต้องนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศ โดยขณะนั้นยังไม่มีการแยกพิกัดข้าวสาลีที่เป็นอาหารคนกับอาหารสัตว์ ซึ่งภายใต้พันธกรณี WTO ไทยไม่สามารถห้ามนำเข้าข้าวสาลีได้ แต่สามารถขึ้นภาษีได้ ไม่เกินร้อยละ 27 ตามที่ผูกพันไว้ แต่สำหรับคู่ค้าที่มี FTA (เช่น กับออสเตร
