แปรรูปสินค้าเกษตร
วันนี้น้องหนูอย่าลืมไปฟัง หรือตามชมปาฐกถาพิเศษจาก ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีผู้ดูแลเศรษฐกิจของประเทศรายการ “Fintech นวัตกรรมการเมืองเรื่องใกล้ตัวที่ต้องรู้” ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมรับฟังแนวทางความคิดของ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จะมาบอกกล่าวให้ทราบว่าพรุ่งนี้ประเทศไทยในยุคดิจิทัลจะไปทางไหน ทั้งมีเวทีเสวนาเข้มข้น ถกกันเต็มที่จากกูรูยุคดิจิทัล ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ อรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัทดิจิตัล เวนเจอร์ส จำกัด ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท Beacon VC Capital ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ช่องทางรับฟังและรับชมได้หลายช่อง โปรดติดตามจากหนังสือพิมพ์มติชนและข่าวสด เมื่อวานว่าถึงทุเรียนพันธุ์ลูกผสมพันธุ์จันทบุรี ไปถึงลำดับ 6 วันนี้มาเริ่มที่ลำดับ 7 ทุเรียนพันธุ์ลูกผสมจันทบุรี 7 ทรงผลค่อนข
ภัยแล้งที่เกิดขึ้นหลายปีที่ผ่านมาสร้างปัญหาต่อภาคเกษตรกรรมอยู่ไม่น้อย มีชาวบ้านจำนวนมากหลายพื้นที่ของประเทศต้องประสบกับผลพวงที่เกิดจากภัยแล้งแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ แต่ที่ดูจะเป็นปัญหาเหมือนกันทั้งประเทศคือ หนี้สิน ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงออกมาตรการหลายชนิดอย่างเป็นระลอกเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ไม่ต่างอะไรกับชาวบ้านหลายครอบครัวในตำบลโนนคูณ อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สินที่ผูกติดมากับการยึดอาชีพเกษตรกรรม ถึงแม้มีความพยายามจะเริ่มต้นใหม่ แต่ยิ่งทำ หนี้สินกลับยิ่งเพิ่ม จนทำให้ชาวบ้านหลายคนเกิดความท้อแท้สิ้นหวัง แต่ใครจะคาดคิดว่าเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่วิ่งเล่นซุกซนอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว จะกลายเป็นคนสำคัญที่ฉุดชาวบ้านทั้งลุงป้าน้าอาขึ้นมาจากกองหนี้ แล้วสร้างชีวิตให้ทุกครัวเรือนมีความสุข อยู่แบบสบาย เพียงแค่การ “ปลูกพริก” ทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้าน ชวนท่านผู้อ่านไปพบเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ใฝ่รู้เรื่องการเกษตรอันมาจากการช่วยเหลือครอบครัวตั้งแต่ในวัยเด็ก แล้วเกิดการซึมซับจึงเป็นเหตุผลให้เธอเลือกเรียนสาขาพืชสวน ในระดับปริญญาตรี-โท แล้วยังมีค
วิจัยและพัฒนาโดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ศนส.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการนำสารสกัดเมล็ดองุ่นไทยป๊อกดำ Vitis viniferra (Pok Dum) ที่อุดมด้วยสาร oligomeric proanthocyanidin (OPC) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่นและมีศักยภาพสูงกว่าวิตามินซีและวิตามินอี โดยอาศัยวิทยาการนาโนเทคโนโลยีช่วยให้สามารถกักเก็บสาร OPC ให้มีความคงตัวและมีขนาดอนุภาคเล็กกว่า 100 นาโนเมตร จึงสามารถซึมลงสู่ใต้ผิวหนังและออกฤทธิ์กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนมากขึ้นถึง 70 % และกระตุ้นการสร้างอีลาสตินเพิ่มขึ้น 15% จึงช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น แข็งแรง เรียบตึง เป็นการเติมเต็มผิวที่หย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย (aging skin) ให้กลับมาชุ่มชื่น นุ่มนวล เรียบเนียน และคงความอ่อนเยาว์ของผิว ผลิตภัณฑ์เวชสำอางนาโน “วีทิสตร้า (VITISTRA)” ได้รับการพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบผสมที่เป็นทั้งเอสเซ้นท์ (essence) และเซรั่ม (serum) จึงเหมาะกับสภาพผิวหน้าทั้งผิวมันและผิวผสม สามารถใช้ได้ทุกวันเพื่อสุขภาพผิวที่ดียิ่งขึ้น ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับ
นายไชยยศ สินเจริญกุล นายกสมาคมยางพาราไทย และ กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ว่า 5 เสือผู้ส่งออกยางรายใหญ่ จะได้ร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อผลักดันราคายางให้สูงขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ทำให้ราคายางเพิ่มสูงขึ้นได้เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และการที่ราคากลับมาร่วงลงอีกครั้งนี้ ขอยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากการทุ่มราคาของกลุ่ม 5 เสืออย่างแน่นอน แต่ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันมีกลุ่มกองทุนต่างชาติขนาดใหญ่ ได้เข้าไปเก็งกำไรทุ่มซื้อและกดราคายางพาราในตลาดซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ จำนวนถึง 6 ล้านตันต่อวัน ซึ่งถือเป็นปริมาณที่มหาศาลมาก เมื่อเทียบกับปริมาณผลผลิตยางที่สามารถผลิตได้เพียง 12 ล้านตันต่อปี ส่งผลให้ราคายางพาราในขณะนี้ร่วงลงเรื่อยๆ “การที่ราคายางร่วงลงในขณะนี้ กิดจากการที่กลุ่มกองทุนต่างชาติ ขนาดใหญ่ได้ใช้เงินจำนวนมหาศาล เข้ากว้านซื้อยางพารา กว่า 6 ล้านตันต่อวัน ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินมหาศาล ซึ่งแม้ว่าทาง 5 เสือ จะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของประเทศ แต่เมื่อเทียบกับเงินทุนต่างชาติแล้ว คงไม่มีความสามารถและเงินทุนพอที่เข้าไปแข่งเกมส์นี้ คงต้องฝากความหวังไว้ที่รั
กยท.แจงประเด็น การส่งเสริม-สนับสนุนให้มีการปลูกแทน ยันบริหารเงินกองทุนพัฒนายางพาราตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 บนพื้นฐานประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรชาวสวนยาง จากกรณีมีการระบุว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) การดำเนินการตามโครงการโค่นยางพาราปีละ 4 แสนไร่ ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท และต้องมีการสมทบ 40% จากการใช้เงินรายได้ ที่หักจากการจำหน่ายยางส่งออกหรือเงินเซส (CESS) แต่ กยท.ไม่ได้จ่ายเงินชดเชยให้เป็นเงินสด กลับจ่ายทดแทนเป็นต้นกล้าและปุ๋ยแทน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.มีนโยบายในการส่งเสริมให้โค่นยางพาราปีละ 4 แสนไร่ เป็นกระบวนการในการบริหารจัดการซัพพลายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานให้เกิดขึ้นกับตลาดโลก ซึ่งเกษตรกรที่ดำเนินการโค่นยางเก่า กยท.จะมีกองทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในการนำไปปลูกแทน ร้อยละ 40 ของเงินกองทุนพัฒนายางพาราเท่านั้น ปัจจุบัน กยท.ให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน จำนวน 200,457 ราย คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 1.98 ล้านไร่ โดยในจำนวนน
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเปิดขายและเช่าที่ดิน ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมยางพารา (รับเบอร์ ซิตี้) จ.สงขลา ที่จะสิ้นสุดโปรโมชั่นวันที่ 30 มิถุนายนนี้ว่า เบื้องต้นมีนักลงทุนกลุ่มเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ กว่า 40 บริษัท ตื่นตัวและสนใจสอบถามรายละเอียดข้อมูลเงื่อนไขการรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน และมีผู้ประกอบการยางพาราขั้นกลางน้ำ และปลายน้ำ อาทิ จีน มาเลเซีย ยุโรป สหรัฐ ติดตามข้อมูลความคืบหน้างานก่อสร้างโครงการที่จะรองรับการลงทุน เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจเข้าลงทุนในพื้นที่นิคมยางพาราจำนวนหลายราย ซึ่ง กนอ.คาดว่านักลงทุนจะเริ่มตัดสินใจเข้าลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมยางพาราอย่างต่อเนื่อง โดยโปรโมชั่นจะหมดเขตภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้เท่านั้น สำหรับมาตรการส่งเสริมการขายและเช่าที่ดินในพื้นที่โครงการ กนอ. ได้กำหนดโปรโมชั่นการให้สิทธิประโยชน์ด้านราคาที่น่าสนใจกระตุ้นให้ผู้ประกอบการนำไปพิจารณาเพื่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่เพิ่มขึ้น ประกอบด้วย 1.มาตรการส่งเสริมการขายที่ดิน แบบซิลเวอร์ โปรโมชั่น แพคเกจ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการ
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย เปิดเผยว่า ในเวลา 13.00 น.วันนี้ กลุ่มองค์กรยางใต้ทุกองค์กรประกอบด้วย 1.สมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย 2.กลุ่มผู้แปรรูปยางพารารมควันลุ่มน้ำตาปี 3.กลุ่มวิสาหกิจผู้ประกอบกิจการยาง 4.กลุ่มรับซื้อน้ำยางจากเกษตรกร 5.กลุ่มผู้ค้ายางรายย่อย 6.กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง 7.กลุ่มเกษตรกรผู้แปรรูปยาง 8.ภาคีเครือข่ายยางและปาล์ม รวมตัวกันที่สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช ต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เข้าร่วมหารือเพื่อแจ้งความต้องการ และประสานงานให้ผู้มีอำนาจมารับทราบปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาเรื่องราคายางตกต่ำในขณะนี้โดยด่วน “ ขอช่องทางให้มีการพูดคุยระหว่างผู้มีอำนาจตัดสินใจได้ กับ ตัวแทนเกษตรกรและผู้แปรรูปรายย่อย เนื่องจากในเวลานี้มีผู้ประสบกับความเดือดร้อนจากวิกฤติ “ต้มยำยาง” ไม่ว่าจะเป็นชาวสวน ผู้รับซื้อน้ำยาง-เศษยาง ผู้แปรรูปยางแผ่นดิบ-แผ่นรม หรือแม้แต่กลุ่มสหกรณ์โรงรม ต่างฝ่ายต่างก็มีบริบทความเดือดร้อนไม่น้อยไปกว่ากัน ภายหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้มีการประชุม 9 องค์กรเครือข่ายยางใต
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านคลองโตนพัฒนา จำกัด ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งประกอบเป็นวิสาหกิจชุมชน กำลังประสบปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อยางจากเกษตรกร เพื่อนำมาแปรรูปยางพารา หลังจากราคายางผันผวนอย่างหนัก ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ชาวสวนยางที่มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย โดยเฉพาะโรงงานแปรรูปยางอัดก้อน GMP ซึ่งเป็นยางที่ได้มาตรฐานที่สุดสำหรับการส่งออก ต้องหยุดการรับซื้อยางแผ่นรมควัน เพื่อนำมาแปรรูปอัดก้อนชั่วคราวมานานนับเดือน นายเคียง คีรีรักษ์ ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านคลองโตนพัฒนา จำกัด ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ กล่าวว่า สหกรณ์บ้านคลองโตนพัฒนา เป็นโรงงานยางมาตรฐานอัดก้อน GMP ขณะนี้ไม่สามารถที่จะขายได้ เพราะถูกทุบราคาจากพ่อค้าผู้ส่งออก แม้แต่ การยางแห่งประเทศไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้แก้ปัญหา ทำให้สถาบันเกษตรกรได้เลย จนประสบปัญหาการขาดทุน ทำให้ไม่สามารถนำออกไปขายได้ ต้องรอจนกว่าราคาจะปรับสูงขึ้น หรือหน่วยงานภาครัฐแก้ปัญหา นายเคียงกล่าวว่า ขณะนี้สถาบันเกษตรกรขาดเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากเป็นสถาบันเกษตรกรเล็กๆ ทำให้ไม่มีเงิน ที่จะ
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ สมาชิกสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) จากทั่วประเทศ จะยื่นข้อเสนอถึงการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อการปฏิรูปการยางแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะการดำเนินการตามโครงการโค่นยางพาราปีละ 4 แสนไร่ ใช้งบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท มีการสมทบ 40% จากการใช้เงินรายได้ ที่หักจากรจำหน่ายยางส่งออกหรือเงินเซส (CESS ) ที่ผ่านมาพบว่า กยท.ไม่ได้จ่ายเงินชดเชยให้เป็นเงินสด แต่จ่ายทดแทนเป็นต้นกล้าและปุ๋ย ซึ่ง กทย.อ้างว่าหากจ่ายเงินสดเกษตรกรที่ร่วมโครงการอาจนำไปจ่ายผิดวัตถุประสงค์ แต่จากการตรวจสอบพบว่าในกระบวนการการจัดซื้อปุ๋ยของผู้เกี่ยวข้อง อาจมีปัญหาจากการทุจริต มีการเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจให้กลุ่มทุนในบอร์ดการยาง นายสุนทรกล่าวว่า ขณะนี้มีแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ โดยเรียกร้องให้แก้ไขระเบียบ กยท. เพื่อให้พี่น้องชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิทั่วประเทศ สามารถจดทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางตามมาตรา 4 ได้ แต่ระยะเวลา 2 ปี หลังจา
ยางรายย่อยไม่เชื่อใจผู้ประกอบการเคาะราคาขึ้น 9 องค์กรเครือข่ายจับมือ 12 เสือใต้เตรียมบุกตลาดกลางเพื่อเฉือนราคา รับทุกโครงการ รบ.สร้างหนี้ครัวเรือนเพิ่ม วันที่ 10 มิถุนายน นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย กล่าวถึง สถานการณ์ราคายางพาราในท้องถิ่นว่าหลังจากที่ทาง สคย. ให้เวลา กยท. 2 วัน เพื่อพูดคุยกับผู้ประกอบการ ก่อนที่จะนำน้ำยางสดขึ้นมาราดหน้า กยท.ว่า วันที่ 8 และ 9 มิ.ย. ราคายางแผ่นรมควันขึ้น กก.ละบาทกว่า เป็นการเคาะราคาของพ่อค้าที่พวกเราไม่มีความเชื่อมั่นแต่อย่างใด มาตรฐานไม่ชี้ชัด ไม่มีอะไรที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความพอใจของพ่อค้า นี่คือสิ่งที่พวกเราไม่มีความไว้วางใจแต่อย่างใด “พวกเรากำลังหารือกับเครือข่าย 9 องค์กรยาง กลุ่ม 12 เสือใต้ และผู้แปรรูปกลางน้ำภาคใต้ได้จัดประชุมแต่ละกลุ่มหาแนวทางแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มาจากเรื่องการตลาดและความไม่ชัดเจนของนโยบายของภาครัฐและ กยท.ต้องแก้ไขเร่งด่วนให้ผู้มีอำนาจมารับปัญหาและความต้องการของพวกเราไปแก้ไขและป้องกันก่อนที่ราคาจะตกต่ำไปกกว่านี้ เป็นการพูดคุยกันในระดับล่าง เบื้องต้นเราจะเชิญผู้ใหญ่ในระดับจังหวัด ซึ่งอาจ
