เทคนิคเกษตร
ชื่อวิทยาศาสตร์ Morinda citrifolia L. ชื่อวงศ์ Rubiaceae ชื่อสามัญ Indian Mulberry, Yo-baan ชื่ออื่นๆ โนนิ โนนู มะตาเสือ (ภาคเหนือ) เมอกาดู (มาลายู) แยใหญ่ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) สลักป่า สลักหลวง ผมถูกนักวิชาการจัดไว้ในประเภทพืชสวน แต่ผมชอบอยู่ตามบ้านเรือนใกล้ครัวผู้คน สนิทกับชาวบ้าน แม่บ้านมากที่สุด เพราะถูกเด็ดใบไปทำ “ห่อหมกใบยอ” เข้าตำรา “หวานเป็นลมขมเป็นยา” ผมเป็นพืชสมุนไพรที่มองเป็นพืชใบใหญ่ ผลไม่สวยไม่น่าจับ เพราะดูเหมือนไข่เป็ดสีเขียวแต่มีตะปุ่มปม ไม่น่าจับต้อง ผลสุกงอมหล่นใต้ต้น เหยียบกันเละเทะ แต่ทำไมผมจึงโด่งดังระดับโลก แม้ชื่อว่าเป็นพืชท้องถิ่นในประเทศไทย แต่ก็มีชื่อตั้งแต่เกาะในมาเลเซีย มหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรแปซิฟิก ไปจนถึงทวีปอเมริกา ถ้าเอ่ยถึง “ยอ” คนก็นำผมไปใช้สับสนไปหมด เห็นพูดกันว่าผลยอที่สดทั้งอ่อนและแก่หรือสุกงอม ก็ไม่มีใครกินสดๆ เพราะเฝื่อนและ “ซ่า” แสบลิ้น ปลิ้นปาก แต่เวลาจะว่าใครก็ชอบไปเยาะเย้ยเขาว่าไปกิน “ลูกยอ” เขามาซิ หรือใครที่ได้รับความชื่นชม ก็พูดว่าได้รับคำ “เยินยอ” ผมเองจึงสับสนไปหมดว่าเขาคงจะแยกแยะกันยิบยับจะยืดยาดยืดเยื้อ ก็แยกย้ายไปยินยอมกันเอง ทีนี้มา
เป็นความรู้สึกที่ดีของคนไทย ดูเหมือนว่าพืชเกษตรชนิดเดียวที่ให้ความภาคภูมิใจ ว่าเราเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง นั่นคือ “พริกไทย” กล่าวกันว่า พริกไทยเป็นพืชสมุนไพรอันดับแรก ที่ให้ทั้งคุณประโยชน์ และสรรพคุณความเป็นสมุนไพร ยิ่งเราได้รู้จัก ยิ่งรักพริกไทยมากยิ่งขึ้น มากกว่าเก่าที่เราเคยมี และยังเต็มร้อยกับความภาคภูมิใจ ช่วยกันคิดด้วย พืชที่เรารู้จักมักคุ้น ที่มีชื่อต่อท้ายด้วย “ไทย” มีเพียงไม่กี่อย่าง รู้จักเช่น แตงไทย และก็มี พริกไทย พริกไทยที่เรารู้จักกันมาก คงจะเป็นพริกไทยป่น ก็คงเป็นเพราะเรานำมาใช้ปรุงแต่งอาหารกันหลายอย่าง ต้ม ผัด แกง ทอด ใช้พริกไทยป่นปรุงแต่งรส นานหลายปีแล้ว ดร.จอห์น ครีสโตเฟอร์ สหรัฐอเมริกา บันทึกไว้ว่า พริกไทยป่น ใช้รักษาโรค บำรุงร่างกายได้ถึง 13 อย่าง รักษาโรคกระเพาะ โดยชงน้ำดื่มวันละ 3 ถ้วย ทำให้หายปวดแผลในกระเพาะ ใช้พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ชงน้ำอุ่น 1 ถ้วย ดื่มวันละ 3 เวลา รักษาโรคความดันโลหิตสูง บำรุงหัวใจ ช่วยแก้ปัญหาการย่อยอาหาร แก้หวัด เจ็บคอ ทำให้ผิวหนังสดใส เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงสมอง ทำให้ความทรงจำดี สมองดี ใส่ปรุงอาหารวันละ 3 ช้อนชา รักษาริดสีดวงทวาร ช่วยการหมุน
“ผักเสี้ยน” เป็นไม้ล้มลุกสูง 1-3 ฟุต แตกกิ่งก้านสาขาที่ไม่ยาวมากรอบต้น ตามลำต้นมีขนอ่อนๆ ปกคลุม จับดูจะเหนียวมือ ใบ เป็นใบประกอบมี 5 ใบย่อย ใบย่อยรูปไข่กลับหรือรูปใบหอกกลับ โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบแหลมมน ผิวใบเรียบหรือจักฟันเลื่อย เส้นใบ 5-9 คู่ ก้านใบยาว 3-8 เซนติเมตร ดอก เป็นแบบดอกช่อกระจะ ออกที่ปลายยอด ดอกสีขาวหรือมีแต้มสีม่วง กลีบดอกรูปรีหรือรูปช้อน มีส่วนคล้ายก้านกลีบ ก้านชูเกสรร่วมยาว 8-23 มิลลิเมตร เปลี่ยนเป็นเกลี้ยง เกสรตัวผู้ 6 อัน ผล เป็นแบบผลแห้งแตก รูปทรงกระบอก มีสองลิ้น จะงอย แตกจากโคนผลทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม บำรุงกำลัง ราก ต้มน้ำรับประทานเป็นยาแก้ไข้ รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ทั้งต้น (ใบ ดอก ต้น เมล็ด ราก) แก้ไข้ตรีโทษ แก้อาการปวดท้อง ลงท้อง นำมาต้มหรือดองรับประทาน ขับระดูของสตรี แก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย แมงป่องกัด หรืองูกัด ตำแล้วพอกช่วยให้เลือดมาเลี้ยงที่ผิวหนัง และช่วยแก้อาการปวดเมื่อย ใบ แก้อาการปวดหู บำรุงเสมหะให้เป็นปกติ แก้ปัสสาวะพิการ แก้เริม แก้งูสวัด ตำหรือทาช่วยแก้อาการปวดเมื่อย เมล็ด ขับเสมหะขับพยาธิไส้เดือน ดอก แก้เลือดสตรีอันอยู่ในเรือนไฟ ใบ ทั้งต้น ตำพอก
ถ้าเราอธิบายความเป็นมาเป็นไปของโลกตามกรอบคิดแบบไตรภูมิ ก็จะพบว่า โลกที่เรามีชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้ เหมือนอยู่ใน “ขาลง” แทบทุกอย่าง อากาศก็ร้อนขึ้น ป่าไม้ลดลง ขยะล้นโลกพอๆ กับจำนวนประชากร ข้างพระศาสนาหรือก็ดำเนินมาเนิ่นนานจนใกล้ถึง พ.ศ. 5000 อันเป็นเวลาสิ้นสูญเข้าไปทุกขณะจิต ทางออกที่คนโบราณบอกก็คือ ให้ทำบุญทำทาน ทำความดีมากๆ จะได้ไปเกิดใหม่ทันศาสนาพระศรีอาริย์ในอีกสองพันกว่าปีข้างหน้าเท่านั้น บางครั้ง เมื่อเผลอๆ ผมก็อดคิดแบบนี้ไม่ได้ คือดูเหมือนว่า อะไรๆ ที่เรารู้สึกว่าเป็นของดีๆ ทำไมมันเพิ่งสูญหายหมดสิ้นไปก่อนหน้าเราแป๊บเดียวทุกทีเลย เช่น เมื่อปลายปีก่อน ผมได้ไปที่บ้านสามเรือน อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา ได้กินกับข้าวชาวบ้านอร่อยๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องถามพวกเขา เหมือนที่ถามมาแล้วหลายต่อหลายหมู่บ้าน ว่าเดี๋ยวนี้ยังทำกะปิน้ำปลากินเองกันอยู่หรือเปล่าครับ คำตอบก็เหมือนๆ กับที่เคยได้ยิน คือ “เพิ่งจะเลิกทำไปไม่กี่ปีนี้เองแหละจ้า” เห็นไหมครับ ดูน่าโมโหไหมที่ทำไมเราต้องมาช้าไปทุกทีเลยกับเรื่องแบบนี้ เค้าโครงคำอธิบายแบบไตรภูมินี้ ทางหนึ่งดูเหมือนครอบงำวิธีคิดของคนไทยส่วนใหญ่ ให้ยอมๆ กับเรื
คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อน เมื่อเห็นเด็กเป็นไข้จากอากาศเปลี่ยนแปลงต้นฤดูหนาว หรือที่เรียกว่า ไข้หัวลม ท่านมักจะบอกว่า “ถ้าเป็นไข้หัวลม ต้องกินแกงส้มดอกแค” (ลมเปลี่ยนฤดู ย่างสู่หน้าหนาว) ซึ่งในสมัยโบราณเมื่อมีคนเป็นไข้ท่านจึงมักทำแกงส้มดอกแคให้กิน เพราะรสที่เปรี้ยวและร้อนนั้นจะช่วยให้เหงื่อออกดีนัก หายไข้ได้เร็วขึ้นนั่นเอง ในตำรายาสมุนไพรก็ระบุไว้เช่นกันว่า แค เป็นยาแก้ไข้หัวลม แต่ให้ใช้ส่วนยอดแทน ซึ่งเราจะได้กินก็ต่อเมื่อเอามาลวกจิ้มน้ำพริก ไม่เหมือนกับดอกแคที่หากินได้ง่ายกว่า ดอกแค หรือ ยอดแค ที่จะมีสรรพคุณแก้ไข้ได้ดีต้องเป็นดอกหรือยอดที่ปรุงอาหารมาใหม่ๆ เช่น แกงส้มก็ต้องแกงเสร็จใหม่ๆ ยอดแคก็ต้องลวกสดๆ ใหม่ๆ เดี๋ยวนั้น! เพราะทั้งสองอย่างมีวิตามินเอ และวิตามินซีอยู่สูงมาก ในดอกแคสด 100 กรัม จะมีวิตามินเอ อยู่ 117 หน่วย วิตามินซี 52 มิลลิกรัม ส่วนยอดแคสด มีวิตามินเอ 10,383 หน่วย และวิตามินซี 58 มิลลิกรัม ซึ่งหากเรากินยอดแค จะได้วิตามินเอ เยอะกว่า แต่วิตามินซี ใกล้เคียงกัน หากทั้ง 2 ชนิด นี้เมื่อโดนความร้อนและอากาศ วิตามินซีจะลดลงเสียครึ่งหนึ่ง และถ้าทิ้งไว้ยิ่งหายไปหมดเลย ส่วนวิตามินเอในผักจะอ
“แคบหมึก” เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้จากการใช้วัตถุดิบหมึกกล้วย สามารถใช้เป็นผลิตภัณฑ์ขบเคี้ยวที่มีลักษณะคล้ายแคบหมู ดังนั้นในเบื้องต้น เรามาทราบเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ “แคบหมู” มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (2553) ให้ความหมายของแคบหมูว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำหนังหมูที่อาจมีชั้นไขมันแข็งอยู่ด้วยก็ได้มาล้างให้สะอาด นำไปต้ม ขูดขน ตัดให้เป็นชิ้นให้ได้ขนาดตามต้องการ อาจปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรส เช่น เกลือ ซีอิ๊วขาว ทำให้แห้งโดยใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์หรือแหล่งพลังงานอื่น แล้วนำไปทอด ผศ. มาลี หมวกกุล (2554) รายงานว่า แคบหมู เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง กล่าวคือ มีสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับต่อแคบหมู 100 กรัม ดังนี้ มีโปรตีน 65 กรัม ไขมัน 30 กรัม รวมทั้งสารอาหารอื่นๆ เช่น ฟอสฟอรัส (40 มิลลิกรัม) แคลเซียม (17 มิลลิกรัม) นอกจากนั้น มีแร่ธาตุเหล็ก และวิตามิน บี 1 และ บี 2 ในสัดส่วน 2.0, 0.29 และ 0.05 ตามลำดับอีกด้วย จากการศึกษา พบว่า โปรตีนของหนังส่วนใหญ่เป็นสารคอลลาเจน ซึ่งเมื่อได้รับความร้อน เช่น นำไปต้ม หรือทอดให้พอง คอลลาเจนจะเปลี่ยนเป็นเจลลาติน (Gelatin) ซึ่งก็มีคุณค่าประ
โรคความดันโลหิตสูง หมายถึง ภาวะที่แรงดันของเลือดในหลอดเลือด มีค่าสูงเกินปกติ คือ มากกว่า หรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท การวัดความดันที่ถูกต้อง มีความสำคัญ ในการทำให้ได้ค่าที่แท้จริงในการติดตามการรักษาหรือปรับยา จึงแนะนำผู้ป่วย ดังนี้ ไม่ดื่มชาหรือกาแฟ และไม่สูบบุหรี่ ก่อนทำการวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 30 นาที หากมีอาการปวดปัสสาวะ แนะนำให้ไปปัสสาวะก่อน นั่งพักเป็นเวลาอย่างน้อย 5 นาทีก่อนวัดความดัน หลังพิงพนักเพื่อไม่ต้องเกร็งหลัง เท้า 2 ข้างวางราบกับพื้น ห้ามนั่งไขว่ห้าง ไม่พูดคุยทั้งก่อนหน้าและขณะวัดความดัน วางแขนซ้ายหรือขวาที่จะทำการวัดอยู่บนโต๊ะ โดยให้บริเวณที่จะพัน arm cuff อยู่ระดับเดียวกับระดับหัวใจ และไม่เกร็งแขนหรือกำมือในขณะวัดความดันโลหิต ทำไมต้องกินยารักษา ในเมื่อไม่มีอาการ ส่วนใหญ่ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในช่วงแรกจะไม่มีอาการ การวินิจฉัยจะทำได้เมื่อมีการวัดความดันโลหิตเท่านั้น มักจะพบอาการแสดงเมื่อมีความดันโลหิตสูงมาก หรือมีอาการแทรกซ้อนในรายที่เป็นมานาน หรือหากความดันโลหิตสูงมากๆ อาจจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ มือเท้าชา ตามัว หรือมีเลือดกำเดาไหล สำ
ศรีสะเกษเป็นจังหวัดหนึ่งของบ้านเราที่มีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่หลากหลายกลุ่ม และนอกจากจะมีวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว ที่นี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง อย่างเช่น อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ผามออีแดง ฯลฯ ที่สำคัญยังมีชื่อเสียงเรื่องผ้าไหมอีกด้วย โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโนนสามัคคี ตำบลพรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ ที่มี คุณทองคำ กาญจนหงส์ นั่งเป็นประธานกลุ่ม แหล่งศึกษาดูงานทอผ้า วันนี้ใครไปเยือนบ้านโนนสามัคคีในฐานะเป็นชุมชนโอท็อปนวัตวิถี ใช่จะได้ยลโฉมผ้าไหมสวยๆ เท่านั้น ยังจะได้ชมกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นหม่อน เลี้ยงไหม แล้วนำไหมมาผ่านกระบวนการต่างๆ จนเป็นผ้าไหมให้ได้สวมใส่กัน พร้อมกันนั้น สามารถใช้บริการรถอีแต๋นนำเที่ยวชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนที่มีอาชีพเกษตรทำไร่ทำนาเป็นหลัก พอมีเวลาว่างก็ทอผ้าเป็นอาชีพเสริม ด้วยความที่มีครบทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งศึกษาดูงานในการทอผ้าไหมของคนในประเทศและต่างประเทศ ก่อนอื่นมารู้จักบ้านโนนสามัคคีกันก่อน ในอดีตนั้นชื่อบ้านโนนสว่
ธรรมชาติของฤดูฝน ฝนตกฟ้าร้อง น้ำนอง น้ำท่วม เป็นเรื่องปกติธรรมดาๆ แต่ไม่ธรรมดา อิทธิพลของฝน ส่งผลให้ต้นไม้ใบหญ้า ข้าวกล้าพืชผักต่างๆ เจริญเติบโต พุ่งชูยอดเถากิ่งก้านใบอ่อนกันไปทั่ว นั่นเป็นเพราะความชื้น ความสดชื่นจากฝนฟ้าที่ชุ่มฉ่ำ ในอากาศที่ฝนตกผ่าน มีแร่ธาตุสารอาหารอยู่มาก ฝนตกได้นำเอาสิ่งเหล่านั้นคืนสู่ดิน ให้ต้นหมากรากไม้ แม้แต่คน สัตว์ต่างๆ ได้สัมผัสและใช้ประโยชน์จากเม็ดฝน สดชื่น ฉ่ำชุ่มกันทั่วหน้า ช่วงนี้แหละที่พี่น้องคนบ้านเราหาพืชผักมาต้มยำทำแกงกันได้ง่าย จริงอยู่ ฤดูอื่นๆ ก็มี แต่ก็มีไม่มากเท่าฤดูนี้ พืชผักหลายชนิดที่ขึ้นเจริญงอกงามให้เก็บ ให้เด็ด ไปทำอาหารได้ทั่วไป มีขึ้นตามป่า ข้างรั้ว พุ่มต้นไม้อื่นๆ เราคงรู้จักกับ “ตำลึง” กันเป็นอย่างดี สุดยอดผักที่เลิศล้ำคุณค่า และมีอยู่ทั่วไป บางทีบางที่เห็นว่าไม่ค่อยมีราคาค่างวด เพิ่งจะเริ่มมีการซื้อขายกันในชนบทเมื่อไม่นานมานี้เอง “ตำลึง” ทางภาคเหนือ เรียก “ผักแคบ” ภาคอีสาน เรียก “ผักตำนิน” กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน เรียก “แคเด๊าะ” เป็นพืชประเภทเถาเลื้อย เช่นเดียวกับพวกแตง ถั่วฝักยาว มะระ น้ำเต้า ฟัก เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี เถาตำลึงที่แก่ จะม
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มีสถานศึกษาประเภทขึ้นตรง จำนวน 9 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่บริเวณชายแดน หรือพื้นที่บริการในหลายจังหวัด และมีบทบาทหน้าที่ในการจัดการศึกษาและฝึกอบรมด้านอาชีพให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความจำเป็น ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ส่งเสริมสนับสนุนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมความมั่นคงและการเมือง ประกอบด้วย 1.ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ( ศฝก.) 2.ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน (ศฝช.) จำนวน 7 แห่ง ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย ชุมพร ปัตตานี สระแก้ว อุตรดิตถ์ มุกดาหาร และสุรินทร์ 3.ศูนย์ฝึกอาชีพจังหวัดกาญจนบุรี “สามสงฆ์ทรงพระคุณ” เรียกโดยย่อว่า ศฝส. ศูนย์ฝึกวิชาชีพกาญจนบุรี สามสงฆ์ทรงพระคุณ ศูนย์ฝึกวิชาชีพจังหวัดกาญจนบุรี สามสงฆ์ทรงพระคุณ (ศฝส.) ตั้งอยู่เลขที่ หมู่ที่ 1 ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ศฝส. มีอำนาจและหน้าที่หลักดังต่อไปนี้ คือ จัดการศึกษาและฝึกอบรมด้านอาชีพ
