เทคนิคเกษตร
ยอดมะขามอ่อนๆ ช่วงต้นฤดูฝนอร่อยตรงที่มีรสฝาดหอมเจือเปรี้ยว คนที่ชอบกินก็สามารถเอามาทำกับข้าวได้ตั้งแต่ใส่ต้มกะทิปลาสลิด ต้มโคล้งปลาย่าง แกงส้มปลาช่อน ส่วนสำรับที่อร่อยถูกปากผมได้แก่ “แกงใบมะขามอ่อน” คือแกงกะทิน้ำไม่ข้นในพริกแกงคั่ว กับกุ้งสด หมูสามชั้นหั่นชิ้นเรียว ใส่ใบมะขามอ่อนมากๆ เอารสเปรี้ยว แต่ขอยังไม่ทำก่อนนะครับ วันนี้อยากกินยำแบบแห้งๆ มากกว่า นอกจากยอดมะขาม เครื่องเคราอื่นๆ ของ “ปลาทูยำยอดมะขาม” จานนี้ประกอบด้วยหอมแดงซอย พริกขี้หนูสวนหั่น ตะไคร้ซอยละเอียด ปลาทูทอดแกะเอาแต่เนื้อ แล้วก็น้ำปลาครับ ใครชอบหวานก็อาจเติมน้ำตาลได้นิดหน่อย ของที่ต้องมีเทคนิคในการเตรียมสักหน่อยเห็นจะมีแต่ตะไคร้ หาตะไคร้ต้นเล็กๆ ครับ จะหอมดีกว่าต้นใหญ่ๆ ลอกกาบแก่ออก หั่นซอยด้วยมีดคมๆ ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยแนบนิ้วชี้ทาบบนต้นตะไคร้เพื่อกำหนดแนวการซอย วางจังหวะมีดซอยถี่ๆ ร่นไปตามนิ้วที่เลื่อนช้าๆ ลองฝึกทำดูสักพักนะครับ ถ้ามีดคมพอและฝีมือชักเข้าขั้นแล้ว จะได้ตะไคร้ที่บางเฉียบสวย ยิ่งซอยได้บางก็จะยิ่งทำให้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยออกมามากขึ้น ตะไคร้ซอยนี้ เมื่อเอาใส่ถ้วยพักไว้ ให้บีบมะนาวพอชุ่มๆ นะครับ
สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงกระบวนการผลิต “น้ำฟักข้าวสกัดเข้มข้นพร้อมดื่ม” ชี้เป็นพืชสมุนไพรในการบำรุงผิวพรรณ เครื่องดื่มสกัดเข้มข้น ได้รับความนิยมและขยายตัวอย่างต่อเนื่องในตลาดอาหารสุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่แปรรูปจากผักและผลไม้ เพราะเป็นแหล่งของสารธรรมชาติที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ มีสมบัติในการทำลายอนุมูลอิสระ อุดมด้วยวิตามินและเกลือแร่ แม้จะบริโภคเพียงเล็กน้อย แต่ให้ความสดชื่นขณะดื่ม ทั้งยังง่ายต่อการหาซื้อมาบริโภค ก่อนหน้านี้ คุณธนวันต์ กล่ำบุญสวัสดิ์ และ คุณวิมาลิน ชัยวังเย็น นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำฟักข้าวสกัดเข้มข้นพร้อมดื่ม โดยใช้ฟักข้าวจากวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้ปลูกฟักข้าวบ้านปลักไม้ลาย ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการแปรรูป ปรับปรุงกรรมวิธีการเตรียมน้ำฟักข้าวก่อนเข้าสู่กระบวนการทำเข้มข้น โดยใช้เอนไซม์เพคติเนสและการทำเข้มข้นด้วยระบบสุญญากาศด้วยเครื่องมือระเหยแบบสุญญากาศ ฟักข้าวเป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่น ที
ผ่านวิกฤตการณ์ “โควิด-19” มาได้อีกเดือนครึ่ง เมษายน สงกรานต์เป็นห้วงวิกฤตของผู้สูงอายุทั้งหลายที่ต้องอยู่บ้านให้ลูกหลานมารดน้ำดำหัว ล้างเท้า รับคำขอให้อายุยืนยาวอีกถึงกว่าร้อยปี พร้อมมีสุขภาพแข็งแรง เป็นเพื่อนคุณหมอเฉก ธนสิริ ที่ตั้งปณิธานว่าจะมีอายุถึง 120 ปี แล้วต้องอวยชัยให้พรตอบ ขอให้ลูกหลานเจริญมีความสุขทั้งเมื่อนี้และเมื่อหน้า ส่วนท่านผู้สูงอายุที่เดินทางไปพักผ่อนยังบ้านในจังหวัดภูมิลำเนาเดิม ห้วงที่ผ่านมาไม่ต้องเดินทางไปไหนมาไหน ไม่ว่าจะอยากจะไปเยี่ยมลูกหลาน หรือให้ลูกหลานมาเยี่ยม ด้วยเหตุรัฐบาลห้ามการเดินทางข้ามจังหวัด หรือเข้มงวดกับการเดินทางในห้วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดูจะกระจายออกจากผู้คนอย่างรวดเร็วไประหว่างคนต่อคน ยังดีเดือนเมษายนที่ผ่านมาต่อเนื่องต้นเดือนพฤษภาคม เป็นห้วงปิดภาคเรียนของลูกเล็กเด็กแดง และวัยรุ่นทั่วประเทศ ข่าวการแพร่เชื้อไวรัสในหมู่เด็กและวัยรุ่นจึงยังไม่ค่อยแพร่กระจายมาก ต่างกลับไปแพร่กระจายจากผู้ใหญ่นักเที่ยวทั้งหลายตามสถานที่ได้รับการเรียกขานว่า “อโคจร” ซึ่งเป็นคำเรียกสำหรับสถานที่ซึ่งพระภิกษุทั้งหลายไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง ว
ช่วงปิดเทอม ครอบครัวที่มีฐานะดี พ่อแม่มักพาลูกหลานไปเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศ เพื่อเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ ช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดี มีประสบการณ์ชีวิตที่น่าประทับใจ แต่ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส กลายเป็นปัญหาอุปสรรคในการท่องเที่ยวต่างประเทศไปเสียแล้ว ในยุคนี้ ท่องเที่ยวทั่วไทยก็ช่วยเปิดประสบการณ์ที่มีคุณค่า เสริมสร้างความรู้ให้เด็กไทยได้ดีเช่นกัน ผู้ปกครองทั้งหลายสามารถพาลูกหลานไปเที่ยวเรียนรู้ธรรมชาติอย่างปลอดภัยได้ที่ สวนนงนุชพัทยา 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลก เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย สามารถมาพักผ่อนหย่อนใจ ใช้ช่วงเวลาดีๆ กับครอบครัวได้ตลอดเวลา สวนนงนุชพัทยา มุ่งมั่นใส่ใจดูแลพันธุ์ไม้ทั่วโลกด้วยความรักและพัฒนาเพาะพันธุ์ต่อยอดให้เกิดพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อความสวยงามที่แตกต่างออกไป ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งรวมรวบพันธุ์ไม้มากที่สุดในโลกหลากหลายชนิด ขณะเดียวกันสวนนงนุชพัทยาตั้งใจสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนไทย จึงเปิดโอกาสให้เด็กไทยเข้าชมสวนได้ฟรี โดยจำกัดความสูงเด็กไม่เกิน 140 เซนติเมตร ส่วนผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ก็เข้าชมสวนได้ฟรี ทุกวันศุกร์ ตลอดปี 2564 ด้ว
ชื่อสามัญ : ผักหวานป่า ; Pak warn ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melientha suavis วงศ์ : OPILIACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ผักหวานป่า เป็นไม้พื้นเมือง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบสั้นๆ เหนียวติดกะลำต้น เป็นใบเดี่ยว รูปร่างรีๆ เหมือนไข่ ปลายใบป้านกลมอาจมีรอยเว้าบ้าง มีหูใบเล็กๆ บริเวณก้านใบ ผล ก็จะเป็นพวงๆ มีสีเหลืองอมน้ำตาล ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ชอบขึ้นตามเชิงเขา หรือตามป่าเต็งรัง ที่เป็นหินปนดินดาน หรือปนทราย ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ผักหวานป่าจะทิ้งใบจนแทบหมดต้น แล้วต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม ก็จะแตกยอดและใบอ่อนให้ได้กินกันทุกปี ขึ้นเองต้นใหญ่มาก ผักหวานป่า เป็นที่รู้จักบริโภคกันทุกภาค เนื่องจากรสชาติดี หากินยาก มีเฉพาะฤดูกาล ราคายังค่อนข้างสูง หน้าฝนก็อาจถูกลงมาบ้าง ตามหลักการของดีมานและซัพพลาย แต่ก็ยังถือว่าเป็นพืชทำรายได้ที่ดีแก่ชาวบ้านอย่างหนึ่งในขณะนี้ ผักหวานป่า คนนิยมซื้อหาไปปรุงอาหาร และมีความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีการดัดแปลง สูตร เช่น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อใส่ผักหวาน ผักหวานผัดน้ำมันหอย แกงจืดผักหวาน ฯลฯ ที่หลังโ
มีใบไม้หอมชนิดหนึ่งที่ใช้มากในวงการกับข้าวกับปลา แต่เป็นลักษณะ “ต่างคนต่างใช้” ไม่เคยเห็นมีการปรับประยุกต์ใช้ข้ามวัฒนธรรมกัน หรือจนชั้นแต่ว่าใครจะล่วงรู้ว่าใบที่ “คนนั้น” เขาใช้อยู่ เป็นชนิดเดียวกับใบที่เราใช้นี้หรือเปล่า ผมก็ยังไม่แน่ใจนักด้วยซ้ำนะครับ นั่นก็คือ ใบหมุย (Clausena cambodiana Guill.) ครับ พ่อครัวมุสลิมและฮินดูเรียก ใบแกงกะหรี่ บ้าง ใบแกง-ใบเจียวแกง บ้าง ใบสำมาหลุย บ้าง หอมแขก บ้าง ใช้ใบเพสลาดหรือใบแก่ใส่แกงเผ็ดบางอย่าง เช่น แกงเนื้อ แกงปลา เป็นต้น ส่วนคนภาคใต้เรียก ใบหมุยมัน บ้าง สมรุย บ้าง พวกเขากินยอดอ่อนเป็นผักเหนาะแกงเผ็ด แกงไตปลา หรือน้ำยาขนมจีน มันคงเป็นพืชในวงศ์เดียวกัน หรือใกล้กันมากๆ แต่ผมเองยังไม่เคยเห็นคนไทยเอาใบหมุยใส่แกงแบบคนมุสลิมหรือคนฮินดูเลย (อย่างไรก็ตาม อาจจะมีก็ได้นะครับ) หมุย ขึ้นได้ดีในที่ที่อากาศชุ่มชื้น ตอนไปขี่จักรยานเที่ยว ผมเคยพบมากแถบริมทางเส้นปากช่อง-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขตนครราชสีมา และที่บ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งคนชอบไปเที่ยวพักตากอากาศกันนั้นก็มีไม่น้อย แถมในทางความรู้เรื่องชื่อบ้านนามเมือง ยังเชื่อกันว่า ชื่อเกาะ “สมุย” นั้นก
ลูกเนียงต้มจุ้มพร้าว ของแปลกที่คนต่างบ้านต่างเมืองอย่างเราๆ (โดยเฉพาะผู้เขียนเอง) ที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสวิถีชีวิตของคนใต้มาก็นานพอสมควร เห็นว่าเป็นขนมหวานอย่างหนึ่งที่รู้สึกว่ามันแปลกดี เท่าที่รู้และได้พบเห็นเป็นประจำตามร้านขายข้าวแกงคนใต้ หรือตามหมู่บ้านชุมชนของคนภาคใต้ทั้งหลาย (คนใต้บ้านฉ่าน! มีลูกเนียง ลูกตอ กินกับแกงเผ็ดๆ เหนาะลูกเนียง ลูกตอ แล้วหร่อยแรงนิ) อาหารพื้นบ้านภาคใต้มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ คือ รสชาติจะเผ็ดร้อน เค็ม และเปรี้ยว ซึ่งต้องกินควบคู่กับผักต่างๆ เพื่อช่วยลดความเผ็ดร้อนลง ซึ่งเรียกว่า ผักเหนาะ เช่น สะตอ ลูกเนียง ยอดมะม่วงหิมพานต์ และอีกหลากหลาย เป็นต้น แต่สำหรับลูกเนียง และสะตอ นับว่าเป็นผักที่ได้รับความนิยมมากกว่าผักชนิดอื่นๆ เพราะเหมือนกับว่ามันไปด้วยกันกับอาหารใต้ได้ดีจริงๆ ลูกเนียง พืชพันธุ์ไม้ป่า ที่มีอยู่ในแถบถิ่นภาคใต้ของไทย ลูกเนียง สำหรับคนใต้แล้วได้รับความนิยมรองๆ จากสะตอก็ว่าได้ สำหรับส่วนที่นำไปกินคือ เมล็ดข้างในเปลือก ซึ่งมีกลิ่นฉุน ให้รสชาติมัน อร่อย บางคนชอบกินผลอ่อนๆ หรือบางคนชอบกินผลแก่ๆ โดยจะกินเป็นผักเหนาะ กินกับน้ำพริกหรือเหนาะแกงต่างๆ
บ้านสามหมื่น หมู่ที่ 6 ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและป่าไม้ อุณหภูมิหนาวเย็นตลอดทั้งปี เดิมเรียกว่า “ซางเหมิ่ง” แปลว่า “ประตูสามบาน” ที่เปิดเชื่อมติดต่อ 3 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชากรในหมู่บ้านสามหมื่นเป็นชาวไทยภูเขา 4 กลุ่มชาติพันธุ์ คือ เผ่าลีซู (ลีซอ), จีน, ไทยใหญ่ และปะหล่อง (ดาละอั้ง) ปัจจุบันมีทั้งหมด 126 ครัวเรือน ประชากร 658 คน เป็นชาย 348 คน และหญิง 310 คน มีนายยงยุทธ หรี่จา เป็นผู้ใหญ่บ้าน เส้นทางสายโหดที่ท้าทาย และรอคอยนักท่องเที่ยวขาลุย เส้นทางสู่หมู่บ้านสามหมื่น อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นถนนลูกรัง สูงชัน ทางวิบาก คดเคี้ยวเลี้ยวลดไปตามไหล่เขาและยอดดอย เหมือนกับถนนลอยฟ้า สองข้างทางบางจุดอาจพบเห็น ต้นปง-เต่าร้างดึกดำบรรพที่หาดูได้ยาก การเดินทางไปบ้านสามหมื่นขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือมอเตอร์ไซค์วิบาก สามารถเดินทางไปได้ 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางจาก อำเภอเวียงแหง-บ้านห้วยหก-บ้านสามหมื่น ระยะทางปร
“โรคเบาหวาน” เป็นโรคที่มีความผิดปกติในการควบคุมน้ำตาลของร่างกาย ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ เชื้อชาติ อายุ น้ำหนัก และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ทางตา หัวใจ ไต เป็นต้น โรคเบาหวาน เป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งของโรคไต จนมีชื่อโรคไตชนิดนี้โดยเฉพาะว่า โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic kidney disease หรือ DKA) ระดับน้ำตาลที่สูงกว่าปกติในผู้ป่วยเบาหวาน จะไปทำอันตรายต่อเซลล์ทั้งระบบ เพื่อให้เห็นภาพ ลองนึกถึงการทำเป็ดย่าง ที่จะใช้น้ำตาลทาหนังเป็ด เพื่อให้ไหม้เป็นสีน้ำตาลกรอบน่ากิน การมีกลูโคสสูงในเลือด ก็มีผลในทำนองเดียวกัน คือเป็นการทำลายผนังเซลล์ของหลอดเลือด รวมไปถึงตัวเซลล์เนื้อไต โรคเบาหวาน ยังทำให้เซลล์สามารถใช้น้ำตาลได้น้อยลง เนื่องจากไตทำหน้าที่กรองของเสียและดูดสารที่มีประโยชน์กลับคืน การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จึงทำให้ไตต้องทำงานหนัก จนค่อยๆ เสื่อมสภาพ นอกจากนี้ โรคเบาหวานกับความดันมักจะมาพร้อมๆ กัน จึงมาช่วยกันทำให้ไตเสียหายหนักขึ้นไปอีก เบาหวาน ยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้ง่าย อันเป็นปัจจัยลบต่อสุขภาพไตด้วย วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันหรือชะลอกา
การดูแลสุขภาพไต ควรให้ความสำคัญกับทุกส่วนของไต ได้แก่ ส่วนก่อนไต การดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือดให้มีสุขภาพแข็งแรง เส้นเลือดแข็งแรง มีความยืดหยุ่น เพื่อให้เลือดที่ไหลผ่านไตมีปริมาณเพียงพอ ไม่มีความดันสูง ไม่มีสารพิษ ยาสารเคมี แอลกอฮอล์ รวมทั้ง เกลือ น้ำตาล ไขมันในปริมาณสูงๆ ดูแลตัวเองไม่ให้เป็นเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ถ้าเป็นโรคเหล่านี้ รวมทั้งเกาต์ ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 2 ลิตร ต่อวัน กินอาหารที่สมดุลและปลอดภัย เลือกผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์จะดีที่สุด และหลีกเลี่ยงอาหารขยะ ตัวไต ระวังอย่าให้ไตช้ำ เช่น ได้รับการกระทบกระเทือน การกระแทก การมีก้อนนิ่ว การติดเชื้อ การได้รับสารที่เป็นพิษต่อไตโดยตรง เช่น แคดเมียม เป็นต้น ส่วนใต้โต อย่าให้มีการคั่งของน้ำปัสสาวะ ไม่กลั้นปัสสาวะนานๆ อย่าให้มีการติดเชื้อ อย่าให้เกิดนิ่ว นอกจากนี้ ควรผ่อนคลาย พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาอารมณ์ให้สมดุลเป็นปกติ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งฝึกออกกำลังกายในท่าที่เป็นประโยชน์ต่อไต งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจาก
