เทคนิคเกษตร
คนไทยจำนวนมาก รักและหลงใหลการบริโภคทุเรียน เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของทุเรียน แต่หลายครั้งที่ต้องช้ำใจ เพราะถูกให้หลอกซื้อ “ทุเรียนอ่อน” เนื่องจากแยกทุเรียนอ่อนกับทุเรียนแก่ไม่เป็น หากใครไม่อยากถูกหลอกให้ช้ำใจเหมือนที่ผ่านมา ขอแนะนำเคล็ดลับการซื้อทุเรียนแก่ โดยใช้วิธีง่ายๆ คือ “ดู ดีด ดม ดูด” ดู…ขั้ว ก้านขั้วต้องแข็ง สากมือ (ถ้าเป็นทุเรียนอ่อน ก้านจะนิ่ม) ปลิงบวม พูใหญ่ เด่น เห็นเส้นกลางพูชัด หนามใหญ่ ปลายหนามแห้ง ฐานหนามกว้าง ทุเรียนแก่จัด สุกกำลังดี จะมีกลิ่นหอมคงที่ มองเห็นเส้นกลางพูชัดเจน ยกเว้นก้านยาว (หรือทุเรียนหนามถี่) สุกในปลิง หรือปลิงเพิ่งหลุด พูหลวม ดีด…ใช้นิ้วมือดีดที่โคนหนาม ฟังเสียงหลวมๆ ดังก๊อกๆ การดีดหนามที่พูจะช่วยตรวจสอบคุณภาพทุเรียนอ่อนหรือแก่ แล้วยังสามารถช่วยตรวจสอบทุเรียนทุกพูหลวมเท่ากันจะมีโอกาสเป็นทุเรียนที่สุกสม่ำเสมอ เวลาสุกจะมีเนื้อนิ่มสม่ำเสมอ เนื้อไม่แข็งกรุบ การดีด ช่วยให้ได้ทุเรียนที่มีความสุกแก่ในช่วงเวลาที่ต้องการรับประทาน หลวมมาก 1-2 วัน ถึงตึงมาก 3-4 วัน จะสุก ดม…ดมด้วยจมูก ทุเรียนแก่จัดใกล้สุกจะมีกลิ่นสาบอ่อนๆ ทุเรียนสุกแล้วจะมีกลิ่นหอม กลิ่นจะเร
พอเข้าช่วงฝนชุกแบบนี้ กระผมจะเริ่มได้รับคำถามเกี่ยวกับผลไม้ชนิดหนึ่งมากกว่าปกติ ซึ่งก็คือ “มะนาวโห่” หรือต้นหนามแดง เพราะว่าออกผลเยอะเหลือเกิน หลายบ้านฟันกิ่งก้านทิ้ง เนื่องจากไม่กล้ารับประทาน บ้างก็ไม่ทราบถึงประโยชน์ บ้างก็กลัวว่ายางที่ผลจะมีพิษ มะนาวโห่ พบได้ตามท้องถิ่นทุกภาคของประเทศไทย ผลจะมีสีแดงเรียวเล็ก ให้รสเปรี้ยวมาก ฝาด และจะออกรสหวานเล็กน้อย หากผลสุกจัดจะเป็นสีดำ แต่มีเนื้อสัมผัสที่ให้ความกรอบ ผลไม้ชนิดนี้ถือว่าเป็นยาสมุนไพรที่สรรพคุณหลากหลาย ตามภูมิปัญญาดั้งเดิม ผล ใช้รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ใบ แก้ท้องเสีย แก้เจ็บคอ เจ็บในปาก แก้ปวดหู แก้ไข้ ราก แก้คัน ทำให้เจริญอาหาร บำรุงธาตุ ขับพยาธิ บำรุงกระเพาะอาหาร ดับพิษร้อน แก้ไข้ สารเคมีที่พบในส่วนผล เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไตรเทอร์ปีน ฟลาโวนอยด์ ส่วนใบจะพบสารพวกไตรเทอร์ปีน สเตียรอยด์ โดยในปัจจุบันมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาฤทธิ์ของมะนาวโห่ไว้หลายประการศึกษาด้วยกัน เช่น ฤทธิ์ต้านเบาหวาน ของสารสกัดจากผลมะนาวโห่ดิบในหนูทดลอง เปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับยา metformin (ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดแผนปัจจุบัน) และกลุ่มควบคุม พบว่า สาร
คนที่โตมากับพื้นที่ชนบทหน่อย มักมีความหลังกับต้นมะกอกป่าและลูกสุกของมันไม่มากก็น้อย ความหลังของผมอยู่ที่สวนรุกขชาติถ้ำจอมพล อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี สมัยเด็กๆ ตอนหน้าหนาวที่เรามักใส่เสื้อหนาๆ ออกไปเดินเล่นบ้าง ปั่นจักรยานบ้าง พอผ่านตรงช่วงก่อนทางขึ้นถ้ำจอมพล จะมีมะกอกป่ายืนต้นสูงลิบอยู่กลุ่มหนึ่ง ยามนั้นลูกสุกของมันร่วงเต็มพื้นหญ้า เราก็เลือกเก็บลูกที่ยังไม่เน่ากลับมาบ้าน ส่วนยอดอ่อนนั้นเก็บไม่ถึงครับ ยอดอ่อนมะกอกป่าเปรี้ยวๆ ฝาดๆ หอมๆ นั้นเรามาเด็ดกินจากต้นที่บ้าน ซึ่งเตี้ยพอจะปีนบันไดไปเด็ด หรือเอาไม้รวกยาวๆ สอยลงมาได้ ลูกมะกอกป่าสุกผิวสีเหลืองคละเขียวขี้ม้า เจือสีน้ำตาลเขรอะๆ เลอะๆ มีคราบน้ำมันติดหน่อยๆ แค่เอามีดเล็กขูดก็ออกหมดแล้วครับ หรือล้างถูด้วยใยบวบก็ได้ เปลือกนี้หุ้มเนื้อในสีเหลืองนิ่มๆ เละๆ ซึ่งมีกลิ่นหอม รสเปรี้ยวฝาดหวานของเนื้อมะกอกป่าสุกนี้ลึกล้ำมาก กินแล้วชุ่มคอ แก้กระหายน้ำเลยไม่แปลกที่จะถูกขูดเอาไปใส่น้ำพริกกะปิ บ้างก็ใส่ทั้งเนื้อ เปลือก และเมล็ดในส้มตำแบบอีสาน หรือผมเคยเห็นคนอยุธยาเอาใส่ต้มปลาช่อนน้ำใส ให้รสเปรี้ยวอ่อนละมุนละไม ถ้าใครชอบกิน คงจับสังเกตได้ว่า ไม่ใช่มะ
กระแสความนิยมการใช้กัญชาทางการแพทย์ขยายตัวในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรจำนวนมากสนใจปลูกกัญชาโดยยื่นขออนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่กว่าจะผ่านแต่ละขั้นตอน หลายคนบ่นว่ายาก เหตุเพราะไม่เข้ากฎกติกาดังกล่าว ภก. สัญชัย จันทร์โต เภสัชกรชำนาญการ กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงมีคำแนะนำในการยื่นขออนุญาต อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ อย. มาบอกเล่าแก่ผู้สนใจดังต่อไปนี้ (ถอดความจากเวทีสัมมนาในหัวข้อ การกำกับดูแลและการนำ “กัญชาและกัญชง” ไปใช้ประโยชน์ภายใต้กฏหมายใหม่ ในงานมหกรรมกัญชง กัญชา 360 องศา จังหวัดบุรีรัมย์ 6 มีนาคม 2564) วิธีการขออนุญาตปลูกกัญชาทางการแพทย์ อันดับแรก ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 กำหนดไว้ชัดเจนมาก เรื่องของผู้ได้รับอนุญาต ได้แก่ หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดำเนินตามกฎหมาย 1. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่วิจัย คือ จัดการเรียนการสอน การแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเกษตรศาสตร์ 2. หน่วยงานที่มีหน้าที่บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรมหรือวิทยาศาสตร์ โดย 2 หน่วยงานนี้มีความสำคัญ เพราะเวลาเราไปดำเนินร่วมกับหน่วยงาน
“กัญชง” เป็นพืชสมุนไพรที่มากคุณค่า ยุโรป ใช้กัญชงเป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษ ผ้า เส้นใย และเชือกตั้งแต่สมัยโบราณ ประชาคมเศรษฐกิจยุโรปส่งเสริมให้สมาชิกแต่ละประเทศปลูกกัญชาเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมและการพาณิชย์อย่างแพร่หลายนับตั้งแต่ปี 1970เป็นต้นมา เพราะมองว่า กัญชง เป็นพืชที่มีความยั่งยืน ทนทานต่ออุณหภูมิและสภาพอากาศหนาวเย็นของยุโรปได้อย่างดีแล้ว ยังเป็นที่ปลอดจากวัชพืช เจริญเติบโตง่าย เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ไม่ต้องการปุ๋ย สามารถปลูกติดต่อกันได้ โดยไม่ต้องปลูกพืชอื่นสลับหมุนเวียน ทุกวันนี้ ประเทศฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ นับเป็นแหล่งปลูกกัญชงที่สำคัญของภูมิภาคยุโรป ปัจจุบัน รัฐบาลไทยผลักดันให้ “กัญชง” ให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกกัญชง เนื่องจากกัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจได้สูงในอนาคต เพราะแทบทุกส่วนของกัญชงตั้งแต่ ช่อดอก ใบ เมล็ด เปลือก ลำต้น ยังสามารถนำไปใช้แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรมได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งเวชภัณฑ์ยา เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม อุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ อุตสาหกรรมเส้นใยสิ่งทอ
ปัจจุบันเริ่มมีคนไทยในต่างประเทศ ปลูกผักไว้ทานกันเองบ้างแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กินผักที่อยากกิน ผ่อนคลายการคิดถึงบ้าน ที่สำคัญเกิดความภูมิใจได้ทานผักที่ปลูกเอง เฉกเช่นคุณสุพรรณกรรณิการ์ หรือคุณนิกา วังสีราบิคช สาวไทยที่ไปอาศัยอยู่รัฐเฮสเซิน ประเทศเยอรมันนี คุณนิกา ไปอยู่ที่ประเทศเยอรมันนีกว่า20 ปีแล้ว โดยแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ทางภาคกลาง จังหวัด Schwalmstatd หมู่บ้าน ทรูทสไซน. เขตรัฐเฮสเซิน เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นจังหวัดที่ถูกสร้างใหม่เกิดขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่2 “ดิฉันแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน20ปี เริ่มปลูกผักกินเองตั้งแต่แต่งงานปีแรก สามีก็มีความรู้เรื่องการปลูกผักท้องถิ่น และการเลี้ยงสัตว์พอสมควร สำหรับจุดเริ่มต้น เพราะบ้านอยู่นั้น ไกลจากตัวเมือง ของกินหายาก และมีราคาแพง เลยจำเป็นต้องปลูกผักทานเอง แต่ทว่าดินจังหวัดนี้ไม่ค่อยดี มีแต่เศษหิน เศษกระเบื้อง เวลาปลูกพืชจำเป็นต้องปรับปรุงดินก่อน” บริเวณบ้านที่คุณนิกาอาศัยอยู่มีพื้นที่ค่อนข้างมากเลยพอจะปลูกผักได้ เธออาศัยปรับปรุงดินใช้วิธีใส่ขี้ไก่ และปุ๋ยคอกที่หมักข้ามปีม
การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกหรือการชลประทาน นับว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพของเกษตรกร ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ พื้นที่การเกษตรบริเวณใดมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกพืชได้ตลอดปี ย่อมมีฐานะความเป็นอยู่และรายได้ที่มั่นคงตามไปด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล็งเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม จึงสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารจัดการน้ำ ลดปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม เกิดการใช้ประโยชน์น้ำอย่างคุ้มค่าและได้ประสิทธิภาพสูงสุด นวัตกรรมเครื่องกำจัดวัชพืชลอยน้ำ สู่การใช้ประโยชน์ทางการเกษตรของชุมชน แม่น้ำสาขาเหนือเขื่อนภูมิพลมีผักตบชวาจำนวนมาก มีความลำบากในการกำจัด รวมถึงวัชพืชลอยน้ำ ผักตบชวา ไหลมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากบริเวณเหนือเขื่อนภูมิพลและโรงไฟฟ้าเขื่อนเจ้าพระยา ได้รับผลกระทบต่อกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับชุมชนรอบเขื่อน คุณนพวัฒน์ ฟักใส นักวิจัยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จึงมีแนวคิดประดิษฐ์เรือเก็บผัก
จากข้อมูลเชิงสถิติของสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ระบุว่า ข้าวสังข์หยด ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมือง และได้รับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) เป็นรายแรกของประเทศนั้น ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกลดลง ซึ่งก่อนหน้านั้น พื้นที่ปลูกข้าวสังข์หยดของจังหวัดพัทลุง มีมากถึง 30,000 ไร่ และพบว่าปลูกมากในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอควนขนุน และอำเภอปากพะยูน จากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ทำให้ทราบว่า การลดพื้นที่ปลูกข้าวสังข์หยด ซึ่งถือเป็นปัญหาในเชิงการอนุรักษ์ข้าวพื้นเมืองสายพันธุ์ดี มีผลสืบเนื่องมาจากหลายสาเหตุ ปัญหาหนึ่งคือผลผลิตต่อไร่ของข้าวสังข์หยดน้อย เมื่อเทียบกับข้าวสายพันธุ์ทั่วไป ยิ่งเมื่อรัฐบาลออกมาตรการประกันราคาข้าว และโครงการจำนำข้าว ยิ่งทำให้เกษตกรส่วนใหญ่บ่ายหน้าไปปลูกข้าวสายพันธุ์อื่นแทน อย่างไรก็ตาม การลดพื้นที่ปลูกข้าวสังข์หยดลงนั้น ยังพบด้วยว่า การส่งเสริมให้ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน ซึ่งอัตราการต่อรองราคาในทางการตลาดมีสูงกว่า ทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งเห็นพ้อง ตัดสินใจปรับพื้นที่นาเป็นสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันแทน แต่ยังคงมีเกษตรกรอีกหลายกลุ่มที่พยายามคงเอกลักษณ์ของข้าวสังข์หยดในพื้นท
คนครัวไทยภาคกลางเมื่อถูกถามว่า น้ำพริกแกงชนิดไหนตำให้อร่อยยากที่สุด มักตอบคล้ายๆ กันว่าแกงเขียวหวาน ผมเคยถามว่าทำไม พวกเขาบอกว่า รสมันจะ “ปร่า” ง่าย เพราะใช้พริกสดเขียวอย่างพริกขี้หนูหรือพริกชี้ฟ้า แล้วถ้าเผลอใส่ตะไคร้หรือผิวมะกรูดมากไป ความสดของวัตถุดิบเหล่านี้จะตีกันเองจนเกิดรสแปร่งเพี้ยนได้ ทางแก้ก็อาจต้องผัดเครื่องนานหน่อย แต่ก็จะทำให้กลิ่นหอมเกินแกงไทย จะกลายเป็นแกงแขกเอา อย่างไรก็ดี ความกังวลนี้คงวางอยู่บนรสพื้นฐานของแกงเขียวหวาน “แบบไทยโบราณ” น่ะนะครับ คือต้องมีกลิ่นเครื่องเทศน้อย สามารถจะไม่ใส่ลูกผักชียี่หร่าเลยก็ได้ หากไม่ใช่แกงเนื้อ เป็ด หรือแพะ ดังนั้น หากเราเป็นคนที่ชอบกลิ่นแกงแขกอยู่บ้าง การแก้ไขรสปร่าโดยผัดนานๆ หรือใส่เครื่องเทศแห้งบางตัวเพื่อคุมรสพริกแกงก็ย่อมจะทำได้ ไม่ผิดร้ายแรงอะไร ความยากอีกอย่างหนึ่งของพริกแกงเขียวหวาน คือตำยากครับ พริกสดแฉะกว่าพริกแห้ง ก็เลยต้องระวังว่าจะกระเด็นเข้าตาเอาได้ง่ายๆ เมื่อเร็วๆ นี้ ผมทำแกงเขียวหวานเนื้อวัวหนึ่งหม้อ กินกับขนมจีนเส้นนุ่มๆ หยอดน้ำปลาพริกขี้หนูมะนาว แหม มันอร่อยดี จนอดที่จะเอารายละเอียดมาเล่าสู่กันฟังไม่ได้ ผมพยายามทำให้ง่า
ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปจังหวัดทางภาคเหนือ คือ จังหวัดแพร่ สิ่งที่คิดไว้เป็นอันดับแรกหากไปเยือนเมืองแพร่ นั่นก็คือการไปเดินสำรวจตลาดสดในตอนเช้า เพราะส่วนมากมักจะมีผักพื้นบ้านประจำถิ่นให้ตื่นตาตื่นใจ ที่ทำให้อยากรู้ว่าคนที่นั่นเขากินอย่างไร? รสชาติเป็นแบบไหน? และตลาดสดยังทำให้เราได้รู้ว่าวิถีชีวิตและการดำรงอยู่ของคนจังหวัดนั้นๆ เขาเป็นอย่างไร? สำหรับเรื่องอาหารการกินนั้น การเดินตลาดสดสามารถตอบโจทย์ได้ดีเสมอๆ และในการเดินตลาดสดยังบ่งบอกถึงวัฒนธรรมประเพณีของคนพื้นถิ่นนั้นๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เมื่อได้เดินชมตลาดสดสักพัก แล้วก็ต้องสะดุดตากับผักชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นฝักสีเขียวอ่อนแบนๆ ยาวประมาณ 1 คืบ คล้ายใบไม้ ดูแปลกๆ ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ตอนแรกๆ คิดว่าเป็นฝักของต้นกระถิน และคงเป็นสายพันธุ์ของทางภาคเหนือ น่าจะเอาไปกินกับลาบต่างๆ กระมั้ง! พอถามแม่ค้าจึงได้คำตอบว่า อ๋อ! ผักชนิดนี้ชาวบ้านเขาเรียกกันว่า งวม นั่นเอง! มีรสชาติเปรี้ยว ส่วนมากคนที่ซื้อไปมักจะนิยมนำไปทำอาหารประเภท แกง หรือยำ สำหรับคนเหนือหรือคนล้านนา มักจะนิยมนำเอาผักสดหลายๆ ชนิดมายำรวมกัน ได้เมนู ยำ หรือ ส้า ประเภทต่างๆ เช่น ส้าย
