เทคนิคเกษตร
เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ม.ก.) จึงมุ่งพัฒนางานวิจัยด้านการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และจัดตั้งหน่วยงานหลักทำหน้าที่วิจัยข้าวอย่างครบวงจร เพื่อเป็นฐานของการพัฒนาข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย “ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว” ที่นำจีโนมเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ค้นหายีนและปรับปรุงพันธุ์ข้าว “ศูนย์ความเป็นเลิศแห่งนวัตกรรมข้าว” ทำหน้าที่เชื่อมโยงงานวิจัยพันธุ์ข้าวไปสู่การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรมข้าว นับตั้งแต่ ปี 2550 เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ร่วมมือกับมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ศึกษาพัฒนานวัตกรรมงานวิจัยเพื่อสร้างข้าวพันธุ์ใหม่ที่มีความเข้มแข็ง มีคุณค่าโภชนาการสูง ทนทานกับสภาพอากาศร้อน แล้ง และน้ำท่วม ของประเทศไทย เทคโนโลยีชีวภาพในการสร้างพันธุ์ข้าว “ข้าวไรซ์เบอร์รี่” เป็นหนึ่งในผลงานวิจัยด้านข้าวที่มีชื่อเสียงโดดเด่นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนด้านเงินทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้
หนุ่มวัย 47 ปีในพื้นที่หมู่ที่ 8 บ้านสันกว๊าน ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา สืบสานศิลปะการตีดาบพื้นเมืองหรือตีดาบล้านนา ซึ่งถือเป็นการอนุรักษ์การตีดาบที่มีรูปแบบดั้งเดิมของชาวล้านนา ที่มีความสวยงามอ่อนช้อย พร้อมกับเปิดบ้านเป็นหอศิลป์ศัตราวุธ ที่อนุรักษ์การตีดาบที่มีรูปแบบที่เป็นศิลปะของชาวเมืองเหนือ คุณสมเกียรติ ใจหมั่น กำลังทำการตีดาบพื้นเมืองหรือตีดาบล้านนาโบราณ ที่ตนเองได้มีการสืบสานการตีมีดและดาบด้วยความชื่นชอบ ในงานศิลปะของดาบพื้นเมืองหรือดาบล้านนาโบราณ ที่ในอดีตได้มีการใช้กันเป็นอาวุธประจำกายและใช้ในการต่อสู้ในศึกสงครามปกป้องบ้านเมือง โดยคุณสมเกียรติ เล่าว่า ในอดีตที่ผ่านมาตนเองสมัยเป็นเด็ก พ่อมีอาชีพในการตีมีดและตนเองได้มีโอกาสสัมผัสในเรื่องของการตีมีดมาโดยตลอด ตอนอายุ 13-14 ปี ก็จะช่วยพ่อทำ แต่พ่อเองไม่อยากให้ยึดเป็นอาชีพเพราะพ่อคิดว่าเป็นงานหนัก อยากจะให้ลูกรับราชการที่มีความมั่นคงกว่า จากนั้นก็ได้เดินทางไปเรียนหนังสือต่อจนจบการศึกษาและประกอบอาชีพรับราชการตามที่พ่ออยากจะให้เป็น โดยทำงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา แต่ตนเองนั้นยังมีใจรักใ
ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เขียนเรื่องนี้ไว้ในคอลัมน์ พืชใกล้ตัว ในอภัยภูเบศรสาร ปีที่ 10 ฉบับที่ 119-120 เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2556 มีเนื้อหา ดังนี้ ขึ้นต้นแบบนี้คุณผู้อ่านคงมีคำถามต่อว่า แล้วถ้าไม่แก้ลมจะให้ไปแก้อะไร ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่า ยาหอมที่พวกเราพูดกันติดปากว่าแก้ลมนั้นก็เป็นเช่นนั้นแลค่ะ แล้วลมคืออะไร ก็ต้องบอกว่า ลม คือ การเปรียบเทียบกลไกการทำงานของร่างกายค่ะ ซึ่งลมมีหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ ในร่างกาย หากไม่มีลม ก็คงไม่มีเรา เหมือนที่ผู้ใหญ่ท่านมักพูดติดปากว่า “หมดลมหายใจ” ในทฤษฎีการแพทย์แผนไทย อธิบายไว้ว่า ในการดำรงอยู่ของสรรพสิ่งในจักรวาล (ซึ่งก็รวมถึงมนุษย์และสัตว์ด้วย) มีตัวควบคุมความสมดุล 3 อย่างที่เรียกว่า ตรีโทษะ อันประกอบด้วย เสมหะ (น้ำ-ดิน) ปิตตะ (ไฟ) และวาตะ (ลม) อาจารย์หมอแผนไทยหลายท่านย้ำกับผู้เขียนมาว่า ในทางการแพทย์แผนไทยนั้น ให้ความสำคัญกับลมเป็นอันดับแรก เพราะลมทำให้เกิดความเคลื่อนไหวของเสมหะและปิตตะ จึงไม่แปลกที่จะมีคำพังเพยที่พูดถึงคนที่ปรับอารมณ์ยากๆ ว่าเป็นพวกเลือดจะไปลมจะมา หรือแม้กระทั่งในทางการแพทย์แผนไทยเองนั้น จะมียาแก้ลมอยู่มากมายหลายต
เปลวแดดระยิบระยับภายนอกอาคารศูนย์การค้าแห่งใหม่กลางเมืองกรุงเทพฯ ที่เย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ และมีการเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ทำงานดึกๆ ดื่นๆ ณ ห้องประชุมขนาดใหญ่ กำลังมีการสัมมนา เรื่อง “บิ๊กดาต้า” บิ๊กดาต้า (Big Data) หรือ ข้อมูลขนาดใหญ่ กำลังเป็นคำยอดฮิต ที่มักถูกอ้างถึงในวงสนทนาพูดคุย เสมือนหนึ่งจะเป็นเครื่องมือวิเศษที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จำเป็นต้องใส่ใจและหาทางนำมาใช้งาน เพื่อหวังว่าจะมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แต่ในปัจจุบันยังเป็นลักษณะพูดเยอะทำน้อย หลายหน่วยงานยังมีข้อมูลที่กระจัดกระจาย ซ้ำซ้อน และไม่สมบูรณ์ สาระสำคัญอีกประการหนึ่งของข้อมูลขนาดใหญ่ที่ดีคือ ความต่อเนื่องของข้อมูล บิ๊กดาต้า คืออะไร และทำไมถึงต้องให้ความสนใจ บิ๊กดาต้า (Big Data) หรือ ข้อมูลขนาดใหญ่ คือ ข้อมูลที่มีความหลากหลาย มีปริมาณมหาศาล และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ข้อมูลการสืบค้นในเว็บไซต์ ข้อมูลการสื่อสารทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ ข้อมูลในเครือข่ายสังคม ข้อมูลพยากรณ์อากาศ ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ฯลฯ ที่มา : ราชบัณฑิตยสภา สาเหตุที่เรื่องนี้ได้รับความส
ตำลึง เป็นพืชเถาที่คนนิยมนำมาปรุงอาหาร ลวก ต้ม นึ่ง จิ้มน้ำพริก ข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุคุณค่าทางโภชนาการของใบตำลึงและยอดอ่อนตำลึงปริมาณ 100 กรัม ไว้ว่าให้พลังงาน 39 กิโลแคลอรี, น้ำ 90.7 กรัม, โปรตีน 3.3 กรัม, ไขมัน 0.4 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 5.5 กรัม, ใยอาหาร 1.0 กรัม, แคลเซียม 126 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 4.6 มิลลิกรัม, เบต้าแคโรทีน 5,190 ไมโครกรัม, วิตามินเอ 865 ไมโครกรัม, ไทอามีน 0.17 มิลลิกรัม, ไรโบฟลาวิน 0.13 มิลลิกรัม, ไนอะซิน 1.2 มิลลิกรัม, วิตามินซี 34 มิลลิกรัม ลักษณะต้นตำลึง เป็นไม้ล้มลุกเช่นเดียวกับแตง น้ำเต้า ฟักข้าว ฟักแฟง ลำต้นเป็นเถาทอดเลื้อยไปตามดินและมีมือจับ (Tendril) คล้ายลวดสปริง เกาะปีนป่ายสิ่งที่อยู่ใกล้ เวลาถูกลมพัดจะแกว่งไกวไปมา ลำต้นอ่อนมีขนาดเล็กต้องอาศัยยึดเกาะไปอย่างนั้น แต่ถ้าปล่อยไว้หลายปี จะมีเถาที่โตขนาดข้อมือคนเราก็มี ใบตำลึงรูปร่างคล้ายห้าเหลี่ยม มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีแฉกเว้าลึกมากเรียกว่า “ตำลึงตัวผู้” ส่วนใบที่ขอบใบไม่เว้าลึกเรียก “ตำลึงตัวเมีย” ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามบริเวณซอกใบ ดอกแยกเพศกันอยู่คนละต้น มี
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมยังติดใจสงสัยว่า เพราะเหตุใด กรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วม (น้ำรอระบาย) จะหนักบ้าง เบาบ้าง มักบ่นกันว่า ขยะอุดตันท่อระบายน้ำบ้าง ฝนตกหนักบ้าง สุดแล้วแต่จะวิจารณ์กันไป แต่ผมคิดว่าน่าจะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน คุณหมอเกษตรมีความเห็นเป็นอย่างไรกับปัญหาน้ำท่วมนี้ แล้วเราจะหาทางออกที่ดีมีบ้างไหม ช่วยกรุณาให้ข้อคิดเห็นกับตัวผมเอง และผู้อ่านท่านอื่นๆ ไปในโอกาสเดียวกัน ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ ขอแสดงความนับถือ สุรพงศ์ เจริญสุขวงศ์ กรุงเทพฯ ตอบ คุณสุรพงศ์ เจริญสุขวงศ์ คำถามของคุณสุรพงศ์ เป็นคำถามที่ดี แม้ว่าจะผ่านเวลาภาวะน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไปแล้วก็ตาม แต่นับว่าเป็นข้อดีที่ผู้เกี่ยวข้องจะได้มีเวลาอ่านและทบทวน แล้วนำไปปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาได้บ้างไม่มากก็น้อย น้ำท่วมในกรุงเทพฯ นั้นเกิดจากปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ตามความเข้าใจถูกต้องแล้วครับ ผมจะจัดลำดับปัจจัยที่ส่งผลให้การเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ ดังนี้ สภาพภูมิอากาศ ประเทศไทย รวมทั้งกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในเขตมีอากาศร้อนชื้น มีพายุพัดผ่านทำให้ฝนตกชุก เฉลี่ยปีละ 2,000 มิลลิเมตร ซึ่งฤดูฝนเริ่มตั้งแต่ปลายเดือน
ศิลปะตัดแปะ สมัยเมื่อวัยเด็ก เคยเรียนศิลปะตัดแปะ สนุกมากกับการฉีกกระดาษมาแปะให้เป็นรูปต่างๆ กระดาษฉีกหยาบๆ ได้ตามที่ต้องการ เล็กใหญ่ก็แล้วแต่ ตัดแปะลงบนกระดาษแข็งเป็นรูปอะไรก็ได้ ฉันทำดาวบนฟ้า เพื่อนทำบ้าน บางคนทำวัว ควาย ทำร้านขายของ ทำทุ่งนา มนุษย์เราต่างมีความฝันที่ต่างกันและเดินไปตามความหวังความฝันนั้น แต่มีความรักนำทางและผลักดัน ความรัก ความหวัง และความฝัน เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องมี เราเชื่อว่ามีรางวัลรออยู่ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ฉันไปงานเวิร์กชอปที่ร้านกาแฟบ้านเพื่อน เดี๋ยวนี้มีการทำแบบนี้กันมากขึ้น เวิร์กชอปเรื่องต่างๆ เป็นการมาเรียนรู้ร่วมกันและทำจริง ใครสนใจอะไรก็ไปหาสิ่งนั้น บางแห่งก็ราคาสูง บางแห่งราคาต่ำ บางแห่งก็ไม่ต้องเสียเงินซึ่งก็เลือกกันได้ บางคนว่าต้องเสียเงินหน่อยถึงจะเห็นคุณค่า พวกที่เสียเงินไปก็จะพยายามเพราะเสียเงินไปแล้วมากด้วย ส่วนผู้สอนก็เช่นกัน เขาเสียเงินมาก็ต้องพยายามให้ แต่ที่กล่าวนี้ไม่เสมอไป บางคนเขาอยากแบ่งปันและผู้มาก็ตั้งใจจริงก็ได้ผลเหมือนกันโดยไม่ต้องเสียเงิน ฉันชอบการเรียนรู้กันแบบนี้ เลือกได้ เป็นห้องเรียนที่มีชีวิตชีวา มีเสียงหัวเราะ มีความรื่นเริง ไม่
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนให้ทุนวิจัยของประเทศ ให้เกิดความก้าวหน้าด้านสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมงานวิจัย รวมทั้งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ในโอกาสคล้ายวันสถาปนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 วช.ได้คัดเลือกผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีศักยภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เข้ารับรางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมดีเด่น 60 ปี วช. จำนวน 12 ผลงาน ได้แก่ มันสำปะหลัง “ห้วยบง 60” ของ รองศาสตราจารย์ ดร. วิจารณ์ วิชชุกิจ และคณะ ห้วยบง 60 เป็นชื่อพันธุ์มันสำปะหลัง ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้เพื่อความเป็นสิริมงคล เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2546 โดย คำว่า “ห้วยบง” มาจากชื่อตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา และเป็นมันสำปะหลังเพื่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย เกิดจากความร่วมมือของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย มันสำปะหลัง
กรมวิชาการเกษตร สบช่องเทรนด์ “ขมิ้นชัน” ในอุตสาหกรรมยา-เครื่องสำอาง-อาหารเสริมมาแรง เร่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตหัวพันธุ์ขมิ้นชันปลอดโรคสายพันธุ์ตรัง 1 และ ตรัง 84-2 เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต-ขยายพันธุ์ดีปลอดโรค พร้อมหนุนส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเชิงการค้ารองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมขมิ้นชันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ เผยสรรพคุณให้ “สารเคอร์คิวมินอยด์” สูงกว่ามาตรฐานยาสมุนไพร 120 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เป็นที่ต้องการสูง นายสนอง จรินทร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบัน ขมิ้นชัน เป็นพืชสมุนไพรเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงของอุตสาหกรรมยาแผนโบราณ-ยาแผนปัจจุบัน อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มและอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยในปี 2560 ตลาดอุตสาหกรรมสารสกัดขมิ้นชัน มีมูลค่ารวม 49 ล้านบาท ในขณะที่ปริมาณผลผลิตหัวสดซึ่งยังผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของอุตสาหกรรมขมิ้นชันในประเทศ โดยที่ผ่านมาสถาบันวิจัยพืชสวนได้รับการติดต่อจากองค์การเภสัชกรรมเพื่อขอซื้อพันธุ์ขมิ้นชันคุณภาพปลอดโรค เพื่อนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรในเครือข่ายปลูกเชิงการค้า เพื่อเพิ
มะแขว่น พืชพื้นบ้านที่เป็นเครื่องเทศทางเหนือ ชื่ออื่น ลูกระมาศ หมากมาศ (กรุงเทพฯ) กำจัด กำจัดต้น มะแขว่น (เหนือ) มะแข่น มะข่วน บ่าแข่น หมักข่วง (แม่ฮ่องสอน)ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Zanthozylum Limonella Alston วงศ์ส้ม Rutaceae มี 2 ชนิด คือพันธุ์หนัก และพันธุ์เบา มักขึ้นในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา เป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร มีหนามตามลำต้นและกิ่งก้าน ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับกัน มีใบย่อยประมาณ 6-8 คู่ ใบมีลักษณะยาวรีหรือรูปขอบขนาน ฐานใบไม่เสมอกัน ปลายใบเรียวแหลม ดอกออกเป็นช่อและก้านดอกยาว ดอกมีขนาดเล็กสีขาวอมเขียว เป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ คือดอกเพศเมียและเพศผู้อยู่คนละต้น จะออกดอกประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ผลมีลักษณะแห้งกลม ผิวขรุขระสีน้ำตาล เมื่อแก่ผลจะแตกจนเห็นเมล็ดสีดำกลม ผิวเรียบเป็นมัน มีกลิ่นหอมฉุนคล้ายผักชี มีรสเผ็ดเล็กน้อย พะเยา พบในแถบตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง ที่ได้ชื่อว่าเป็นมะแขว่นที่มีคุณภาพดีของภาคเหนือ มีบทเพลงพื้นบ้านกล่าวถึงมะแข่นว่า “มะแข่นดีปี๋ ไผมีขะใจ๋เอามา คั่วเหียนาใส่ลาบบ่ขื่น” แปลว่า ใครมีมะแข่นกับดีปลี ให้รีบเอามา แล้วคั่วใส่ลาบจะได้ไม่มีรสขื่นมาก นอกจากนี้
