เทคนิคเกษตร
ชื่อวิทยาศาสตร์ Sphenodesme pentandra (1) Berchemia floribunda wall (2) ชื่อวงศ์ LAMIACEAE (1) RHAMNACEAE (2) ชื่ออื่นๆ ฮ่อสะปายควาย กำลังช้างเผือก กำขาม้า โฮมาลอง โหมะลอง ขาเปีย (เชียงใหม่) จู้ด (สงขลา) ซังสะมูล (จันทบุรี, เขมร) ย่านดูก (ปัตตานี) มือตาโน๊ะ (มลายู, นราธิวาส) สุด, หน่วยสุด (นครศรีธรรมราช) อั๊วเป็งหนุ่มชาวจีนฮ่อ แต่อาศัยเป็นชนเผ่าแบบคนไทยทางเหนือ เช่นเดียวกับชนเผ่าไทลื้อ ตั้งรกรากต้อนวัวควายขายอยู่ทั้งภาคเหนือและถึงอีสาน จนเป็นตำนานเก่าแก่ แต่คนกลับรู้จัก “นายฮ้อยทมิฬ” มากกว่า เพราะเขาเป็นพระเอกหนัง สำหรับอั๊วมีคนรู้จักกันในชุมชนพื้นบ้าน แต่คนในเมืองชอบเรียกชื่ออั๊วผิด เป็น “ฮ่อสะพานควาย” ทั้งๆ ที่สะพานควาย อยู่ในกรุงเทพฯ อั๊วดีใจมากที่ตอนนี้มีคนรู้จักอั๊วมากขึ้น ไม่ใช่เพราะชื่อแปลกหรอก แต่เป็นเพราะที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปลูกอั๊วไว้ในสวนสมุนไพรหลังตึก และสิ่งที่อั๊วภูมิใจมากที่สุดคือ ต้องกราบขอบพระคุณ อาจารย์ ภก.ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร กล่าวถึงอั๊วในช่อง ETV สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ตั้งแต่ธันวาคม 2561 แล้วยังพูดถึงที่มาของชื่ออั๊ว เป็นเรื่องเล่าต่อกันว่า วันหนึ่ง
“คาวตอง” เป็นพืชผักที่คนไม่ค่อยนิยมกินกันมากนัก รูปสวยน่ากิน แต่กลิ่นรสชาติคาว ขื่น เอียน เป็นกลิ่นประจำตัว ทำให้เป็นผักที่หลายคนเมินหน้า แต่ด้วยรูปลักษณ์ ใบรูปหัวใจสีเขียวสด และเขียวตองอ่อน ขนาดใบและยอดกำลังเหมาะแก่การเคี้ยวกลืน กินแกล้มลาบ ยำ ก้อย พล่า ส้า คาวตองเป็นผักแกล้มอีกชนิดหนึ่งที่ไม่อยากให้มองข้าม กลิ่นคาวของผักคาวตองช่วยลดหรือดับกลิ่นคาวของเนื้อ ของหมู ที่นำมาเป็นอาหารได้ดี และที่สำคัญเป็นผักที่จัดว่าเป็นสมุนไพร รักษาแก้โรคต่างๆ ได้ดีทีเดียว มีการวิจัยและสกัดเป็นยาดีที่รักษาโรคได้ผลแล้ว “ผักคาวตอง” เป็นชื่อที่คนทางภาคเหนือเรียกกัน ในแต่ละภาคก็เรียกชื่อแตกต่างกันไป เช่น ภาคอีสาน เรียก ผักคาวทอง ภาคกลาง เรียก ผักเข้าตอง พลูแก พลูคาว เป็นพืชล้มลุกแต่มีอายุอยู่ต่อเนื่องกันหลายปี เป็นผักที่มีลำต้นใต้ดินแผ่เลื้อยไปทั่ว และจะแตกรากและยอดชูขึ้นเป็นช่อยอดใบ ลำต้นใต้ดิน หรือที่เรียกว่า ราก หรือไหล ที่เลื้อยไปตามผิวดิน หรือใต้ดินตื้นๆ มีสีขาว มีข้อปล้องพร้อมที่จะแตกยอดหรือต้นขึ้นบนดินใหม่ได้ทั่วไป ถ้าปลูกไว้ในกระถางจะเลื้อยขดเต็มตามขนาดของกระถาง หรือตามภาชนะที่ใช้ปลูก และชูยอดขึ้นมาเพ
ประเทศไทย มีการเพาะปลูกพืชจำนวนมาก ทำให้ประสบปัญหาปริมาณขยะพลาสติกจากภาคการเกษตร เนื่องจากเกษตรกรนำเอาพลาสติกมาใช้เป็นถุงเพาะต้นกล้าหรือถุงเพาะชำพืช เมื่อนำต้นกล้าไปปลูกลงดิน ถุงเพาะต้นกล้าที่ทำจากพลาสติกไม่สามารถย่อยสลายในดินได้ จึงจำเป็นต้องฉีกถุงเพาะต้นกล้าออกเสียก่อนที่จะนำต้นกล้าลงปลูกในดิน ซึ่งการกระทำดังกล่าว ส่งผลทำให้รากของต้นกล้าเกิดการฉีกขาด ต้นกล้าอาจมีการเจริญเติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควร และเศษถุงเพาะต้นกล้าพลาสติกยังกลายเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม พลาสติกที่เหลือกลายเป็นขยะที่กำจัดยากและเกิดเป็นมลภาวะทางอากาศได้ หากนำไปกำจัดโดยการเผา แผ่นห่อไบโอ จากเปลือกกล้วย นายณัฐวุฒิ วงศ์บุรุษ นายธนกฤต ดิษฐบรรจง และ นายเอนก นารีจันทร์ ทีมนักศึกษาแผนกปิโตรเคมี วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด อาชีวศึกษาจังหวัดระยอง เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว พวกเขาจึงเกิดแนวคิดในการนำเปลือกกล้วยน้ำว้ามาสกัดเซลลูโลส เพื่อใช้เป็นแผ่นห่อวัสดุทางการเกษตร ซึ่งเป็นทางหนึ่งของการจัดการเชิงรุกเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก ลดค่าใช้จ่ายของการกำจัดขยะและป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ วิธีการสกัดเซลลูโลส ของทีมนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด ทำ
ความเดิมตอนที่แล้ว(เทคโนโลยีชาวบ้านฉบับที่ 705)รองศาสตราจารย์ดร.เอกรัฐ บุญภูงา ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หัวหน้าโครงการการพัฒนาระบบเรดาร์เพื่อการจัดทำแผนที่ใต้ดินสำหรับการเกษตร ได้อธิบายที่มาที่ไปรวมถึงวิธีการทำงานของเครื่องตรวจสภาพดิน เพื่อนำไปประเมินว่ามีดินดานอยู่ในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังหรือไม่ เป็นการช่วยให้เกษตรกร “รู้เรา” ปรับปรุงที่ดินก่อนการเพาะปลูก ช่วยเพิ่มคุณภาพและผลผลิตของมันสำปะหลัง ด้วย “เทคโนโลยีเรดาร์ทะลุพื้นดิน” หรือ Ground Penetrating Radar (GPR) หลักการทำงาน ใช้วิธีส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลงไปใต้พื้นดิน และรอคลื่นที่สะท้อนกลับมา เอาคุณสมบัติของคลื่นที่สะท้อนกลับมาตีความสร้างเป็นภาพเพื่ออธิบายถึงคุณสมบัติของดิน โดยมีแนวคิดว่า การสะท้อนของคลื่นที่มีตัวกลางต่างกัน (ในกรณีนี้คือ ดินกับดินดาน) จะมีคุณสมบัติต่างกัน ภาพใต้ดินที่ได้จะเห็นเป็นชั้นๆ ส่วนการระบุว่า เป็นดินดานหรือไม่นั้น ปัจจุบันนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเห็นภาพและบอกได้ชัดเจนว่าคือ ดินดาน จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเอาสัญญาณมาประมว
เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ป้องกันไม่ให้นกมาจิกกินกล้วยไข่ที่ปลูกไว้ เพราะเมื่อถึงช่วงที่ผลกล้วยไข่ติดและเจริญเติบโต นกแก้วกะลิง จะพากันมาจิกกินผลกล้วยไข่เป็นฝูง ทำให้ผลผลิตเสียหาย โดยนำภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ชาวนาสร้างหุ่นไล่กาไว้กลางทุ่งนา ปรับเปลี่ยนเสมือนหุ่นไล่นกในสวนกล้วยไข่ การทำหุ่นไล่นก มีการพัฒนาภูมิปัญญาให้แขนของหุ่นขยับได้ โดยใช้วัสดุเบา เมื่อลมพัดวัสดุก็จะขยับตามแรงลม ทำให้ดูเหมือนหุ่นไล่นกนั้นขยับได้ นอกจากนี้ ยังนำขวดแก้วเปล่าแขวนในที่สูง นำชิ้นไม้ไปห้อยไว้ข้างๆ ขวดแก้ว เมื่อลมพัดจะทำให้ชิ้นไม้กระทบกับขวดแก้ว เกิดเสียง เป็นการสร้างเรื่องให้นกเข้าใจผิด คิดว่ามีคนเดินเข้ามาในสวน ก็จะช่วยไล่นกได้อีกทาง
จากการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการผลิตข้าวมาอย่างยาวนาน เมื่อข้าวสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ด้วยการนำมาปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต จำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น นับว่าเป็นนวัตกรรมการผลิตที่หลายคนหันมามองและให้ความสนใจกันเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีการนำข้าวมาแปรรสภาพสร้างมูลค่าเพิ่มและใช้ประโยชน์จากข้าวอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะการนำมาแปรรูปทำเป็นข้าวกล้องงอก ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ข้าวกล้องนั้นประกอบด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าจำนวนมาก เช่น ใยอาหาร กรดไฟติก วิตามินซี วิตามินอี และสารกาบา ซึ่งช่วยป้องกันโรคต่างๆ การผลิตข้าวกล้องงอกมีการนำมาวิจัยหาคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีจนประสบความสำเร็จ เห็นถึงประโยชน์และคุณค่าของผลผลิตที่ออกมา หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจึงเริ่มส่งเสริมกระจายไปยังอุตสาหกรรมในชุมชนที่มีวัตถุดิบในท้องถิ่น ป้อนทั้งความรู้และเครื่องมือในการแปรรูป โดยให้คนในชุมชนร่วมกันคิดร่วมกันพัฒนาสร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากอาชีพเกษตรกรรมที่ทำอยู่ประจำ ซึ่งเป็นการเพิ่มอาชีพและช่องทางการกระจายสินค้าที่ผลิตขึ้นในท้องถิ่นไปยังผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง ชุมชนบ้านสองคอน ตำบลพระซ
ผู้เขียนมีญาติพี่น้องอยู่ที่บ้านข่วงเปา ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้ๆ วัดพระบรมธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เมื่อไม่นานมานี้ได้ไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง เคยเห็นป้าคนหนึ่งทำขนมขายมาตั้งแต่ผู้เขียนยังเด็กๆ เคยได้ลิ้มชิมรสขนมไทยหวานๆ ขนมดั้งเดิมของไทย ครั้งนี้ก็เช่นกัน ป้าคนนั้นก็ยังทำขนมขายอยู่ จึงได้ไปขอพบและขอพูดคุยกับป้าถึงเรื่องราวว่าทำไมป้ายังทำขนมขายอยู่มาเนิ่นนานหลายปีดีดักมาแล้ว คุณป้าที่สนทนาด้วย ชื่อ คุณป้าวรรณรัตน์ ดวงสุริยะ หรือที่ผู้คนในละแวกนั้นเรียกกันว่า ป้าปั๋น ป้าบอกว่าป้าอายุ 71 ปีแล้ว ป้าอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 160/1 หมู่ที่ 5 บ้านข่วงเปา ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ป้าปั๋น เล่าให้ฟังว่า ป้าทำขนมไทยขายมาตั้งแต่อายุ 18 ปี ก็ราวๆ 53 ปีล่วงมาแล้ว จากนั้นป้าได้ไปเรียนเพิ่มเติมการทำขนมไทยจากโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ 45 ในความอำนวยการของกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้ใช้ประสบการณ์เดิมบวกกับความรู้ใหม่ทำการดัดแปลงปรับสูตรการทำขนมไทยให้หลากหลายชนิดและรสชาติให้เข้ากับสภาพของท้องถิ่นภาคเหนือ โดยขนมไทยแรกเริ่มที่ป้าปั๋นทำขาย ก็เช่น ขนมเทียนคลุกมะพร้าว ข้าวต้มคลุกมะพร
วิทยาลัยเทคนิคเชียงรายในสังกัด สำนักงาน คณะกรรมการอาชีวศึกษาเล็งเห็นว่า ชาวนาประสบปัญหาต้นทุนสูงจากการจ้างแรงงานและ ปัญหาขาดแคลนแรงงานเกี่ยวเก็บข้าวในหลายพื้นที่ จึงได้พัฒนาเครื่องเกี่ยวข้าวรุ่นใหม่ที่ ดัดแปลงจากเครื่องตัดหญ้า สามารถเกี่ยวข้าวได้อย่างรวดเร็วกว่าการเกี่ยวด้วยเคียวตามปกติ จุดเด่นนวัตกรรม เครื่องเกี่ยวข้าวรุ่นใหม่ที่ ดัดแปลงจากเครื่องตัดหญ้า เป็นผลงานประดิษฐ์ของคณะครูวิทยาลัยเทคนิคเชียงราย นำโดย คุณนิวัฒน์ เตวา หัวหน้าแผนกช่างเทคนิคพื้นฐาน และคุณ คชานนท์ พงษ์สัญการ หัวหน้าแผนกสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ร่วมกับนักเรียนแผนกช่างเทคนิคพื้นฐาน ชั้น ปวช.1 ช่วยกันพัฒนาเครื่องเกี่ยวข้าวที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบาเพียง 300 กรัม คณะทำงานตั้งใจทำงานตามหลักสโลแกนของวิทยาลัยฯ ที่ว่า “ใช้งานได้ ต้นทุนต่ำ” โดยนำ “เครื่องตัดหญ้าแบบสะพาย” ตามท้องตลาด ซึ่งเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่เกษตรกรส่วนใหญ่มีใช้อยู่แล้ว นำมาดัดแปลงใบมีดให้มีความแข็งแรง ทนทานมากขึ้น จากนั้นนำโครงเหล็กรับข้าวมาประกอบกับเครื่องตัดหญ้า เชื่อมต่อกับเหล็กเส้นกลม โดยเสียต้นทุนค่าวัสดุผลิตแค่เพียง 300 บาทเท่าน
ทำไม ฝรั่งจึงหันมานิยมกินปลีกล้วย? กระแสสนใจการกินพืชผักมากขึ้น กินเนื้อสัตว์ลดลง และมีคนจำนวนมากหันมากินมังสวิรัติด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาหารการกินนั้นเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง รสชาติการปรุงแต่งเมื่อได้เคี้ยวกินแล้วย่อมให้รสกลิ่นสีมีความอร่อยด้วย ปรากฏว่าลิ้นฝรั่งกินปลีกล้วยแล้วได้รสสัมผัสคล้ายกินเนื้อสัตว์ จึงเริ่มนิยมนำไปปรุงแต่งอาหารแนวอาหารสุขภาพที่ลดเนื้อสัตว์ แต่ยังได้กลิ่นรสแบบเนื้อสัตว์นั่นเอง พอฝรั่งหันมาสนใจปลีกล้วย ก็เท่ากับมากระตุ้นให้คนไทยรื้อฟื้นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยมานาน นั่นคือยาบำรุงน้ำนม ซึ่งในอดีตแทบทุกบ้านที่มีหญิงคลอดบุตรจะรู้จักปรุงอาหารและปรุงยาประจำบ้านเพื่อบำรุงน้ำนมกันเป็นเรื่องปกติ หากจะพูดให้เก๋ เป็นจุดขาย ก็น่าจะพูดได้ว่า “เมนูดอกไม้” บำรุงน้ำนม เพราะหัวปลี หรือ banana blossom ก็คือ ส่วนของดอกกล้วย ที่ยังไม่ได้โตจนกลายเป็นผลกล้วย จึงยังเป็นส่วนที่มีกาบห่อหุ้มอยู่ภายนอกเรียงตัวทับซ้อนกันแน่นเป็นรูปดอกบัวตูมทรงสูงนั่นเอง หัวปลีนำมากินดิบและสุกก็ได้ เช่น กินดิบเป็นผักเคียง เช่น กินกับผัดไทย ซึ่งจะมีรสชาติฝาดๆ แต่ถ้าต้มสุกจะมีรสชาติอร่อยมีหวานน้อยๆ ในทางยา
วิถีชีวิตของคนภาคใต้ นอกจากจะทำสวนยางพารา ทำสวนผลไม้ ในพื้นที่ลุ่มก็ทำนาทำสวน ยังมีงานอดิเรกมากมายที่ทำให้ชาวใต้มีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง งานอดิเรกนั้นก็ขึ้นอยู่กับความนิยมชมชอบของแต่ละคน เลี้ยงนก เลี้ยงไก่ เลี้ยงวัวชน บางคนเลี้ยงลิง หลังเสร็จภารกิจจากงานหลัก ไม่ว่าหลังจากกรีดยางหรืองานหลักอื่นๆ จะมีการรวมตัวกันของกลุ่มที่คอเดียวกัน เช้าๆ จะเห็นคนหิ้วนกปรอด หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า นกกรงหัวจุก เดินออกจากบ้านไปรวมกลุ่มที่ร้านน้ำชา ที่ร้านน้ำชานั้น จะมีราวสูงๆ คล้ายๆ ราวตากผ้าที่ทำมาจากเหล็ก มีกรงนกแขวนไว้ที่ราวเป็นทิวแถว คนรักนกต่างก็มานั่งจับกลุ่มกันที่โต๊ะน้ำชา บ้างนั่งจ้องดูนกเงี่ยหูฟังเสียง แล้ววิพากษ์วิจารณ์ ว่านกของคนนั้นเสียงอย่างนี้ นกของคนนี้เสียงเป็นอย่างนั้น บ้างนั่งกินน้ำชาไปคุยกันไป ส่วนคนที่ชอบวัวชน ก็จะเห็นคนเลี้ยงวัว พาวัวเดินไปตามถนน เคยถามคนเลี้ยงว่า เดินไกลแค่ไหน เขาตอบมาว่า เดินไกลกันเป็นสิบกิโลเมตรเลยทีเดียว แต่นั่น ต้องเป็นวัวชนที่มีค่าตัวแพงและชนชนะมาแล้ว ส่วนลูกวัวสายพันธุ์วัวชนที่อายุยังน้อยๆ ก็พากันไปเดินไปแต่ไม่ไกลเท่า ให้ชนโขดดินเพื่อเป็นการออกกำลังกาย และฝึ
