เทคนิคเกษตร
ลายไทย เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติ ลวดลายที่ปรากฏและรู้จักกันโดยทั่วไป เช่น ลายก้านต่อดอก ลายกระจังใบเทศ ลายเปลว ลายประจำยาม และลายกนก เป็นต้น แต่ละลวดลาย ปรากฏอยู่ในภาพจิตรกรรมฝาผนัง และลวดลายแกะสลักตามโบราณสถานต่างๆ มากมาย การสลักลวดลายเราต้องมีเครื่องมือ เครื่องมือสลักลวดลายมีหลายชนิด ขึ้นอยู่กับประเภทงาน สำหรับไม้เนื้ออ่อนๆ เรามี สิ่วแกะสลัก เมื่อก่อนช่างคงต้องนำเหล็กมาตีขึ้นรูป แต่งรูปร่างออกมาใช้กันเอง แต่ปัจจุบันมีโรงงานทำออกมาขายโดยทั่วไป ราคาถูก แพง ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่นำมาผลิต ลักษณะของ สิ่วสลักลาย แต่ละอันมีด้ามเหมือนกัน ความยาวของตัวใบมีดใกล้กัน ต่างกันเพียงคมหน้าสิ่ว มีทั้งคมแบนเหมือนสิ่วทั่วไป มีหน้าโค้งมน มีหน้าเป็นมุมฉาก และมีหน้าเล็ก ใหญ่ สาเหตุที่มีหลายรูปร่างหน้าตา เพราะว่าต้องการให้เหมาะสมกับการใช้งานประเภทต่างๆ อย่างครอบคลุม ถ้าลายที่,uลักษณะโค้ง ก็ใช้สิ่วหน้าโค้งสลัก ถ้าต้องการใช้สลักเส้นลายตรงก็ใช้สิ่วหน้าแบนออกมาสลัก ถ้ามีเส้นหักมุมก็นำเอาสิ่วหน้าหักมุมเป็นรูปมุมฉากออกมาใช้ เป็นต้น การเลือกใช้หน้าสิ่วเหมาะสมกับงาน นอกจากจะทำให้มีความรวดเร็วในการทำงานแ
“ครัวบ้านไทยทรงดำหรือลาวโซ่งต้องมีไหห้าไห จึงจะเรียกว่า ลาวโซ่งของแท้” ป้าถนอม ผู้รอบรู้ของชาวไทยทรงดำ บ้านหนองจิก อำเภอเขาย้อย บอกเล่า ในวันที่พวกเรายกโขยงกันไปเก็บข้อมูลเรื่องอาหารพื้นถิ่นชาวไทยทรงดำ ห้าไหที่ว่านั้นเป็นวัฒนธรรมการกินที่ติดตัวมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น แม้ว่าจะโยกย้ายครัวเรือนจากถิ่นเดิมมาลงหลักปักฐานไกลห่างเพียงใด ห้าไหนั้น ก็ยังสืบทอดมาจนบัดนี้ แม้ว่าหลายครอบครัวอาจละเลยไปตามยุคสมัย ทว่าก็มีอีกหลายครอบครัวที่ไม่ขาดแม้สักไห ห้าไหในครัวไทยทรงดำที่ขาดไม่ได้ ประกอบด้วย ไหเกลือ ไหปลาร้า ไหหน่อไม้ดอง ไหมะขามเปียก และไหพริก ห้าอย่างนี้ เป็นเครื่องปรุงสำคัญของอาหารลาวโซ่ง เป็นอาหารหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตและเลอรสปลายลิ้น ปรนปรุงขึ้นตามวัตถุดิบที่มีอยู่รายรอบบ้าน ตามสภาพแวดล้อมและฤดูกาล ชาวไทยทรงดำ อาจได้ชื่อมาจากการแต่งกายด้วยชุดสีดำ ที่เรียกว่า ย้อมนิล เป็นชาติพันธุ์ที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่หลายจังหวัดในประเทศไทย และมีประชากรมากที่สุดในเขตอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ส่วนใหญ่จะเรียกตัวเองว่า ลาวโซ่ง ด้วยว่าเป็นกลุ่มชนที่อพยพโยกย้ายมาจากประเทศลาว ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี เป็นเวลาน
ได้ข้าวเหนียวสักปั้นถั่วเน่าเบอะสักห่อจิ้มกินอิ่มเป็นมื้ออ้ายคนเมืองเขาว่าอย่างนี้ บางคนชอบทันทีที่กินแต่บางคนก็ไม่ ฉันอยู่ในประเภทหลัง แรกไม่คุ้นเคยกับกลิ่น รส แต่เมื่อกินไปสักพักก็รู้สึกชอบมาก ยิ่งเป็นถั่วเน่าทรงเครื่องที่มีพริกขี้หนูเผ็ดๆ เป็นเครื่องชูรสชั้นดีเลยทีเดียว “วัฒนธรรมการกินเป็นเรื่องที่มั่นคงมาก จะบอกได้ว่าใครมาจากไหน” เพื่อนร่วมชีวิตเคยพูดกับฉันเช่นนั้น ซึ่งก็จริงคุณเป็นใครดูได้จากของกิน เขาว่าเรื่องอื่นๆ นี้พอเปลี่ยนหรือกลืนได้ แต่เรื่องกินนี้ยากที่จะเปลี่ยนได้ หลานสาวซึ่งเป็นคนทำอาหารระดับมืออาชีพ เรียนสายนี้ และทำงานด้านนี้ เธอบอกว่าอาหารไทยมีไว้สำหรับคนไทยจริงๆ คนชาติอื่นเอามาทำอย่างไรก็ไม่เป็นอาหารไทย ไม่เป็นรสไทย ฉันคิดว่าน่าจะเป็นจริงเหมือนเธอพูด เธอเดินทางไปทำอาหารในประเทศต่างๆ มาแล้วและคลุกคลีเรื่องการทำอาหารมาตลอด ปีนี้เริ่มทำถั่วเน่ากินเองอย่างจริงจัง เริ่มจากลุงปลูกถั่วเหลืองหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ถั่วเหลืองของลุงปลูกในแปลงข้าวแบบหว่านๆ ทิ้งไว้ ผลผลิตไม่ค่อยจะดีนัก แต่ลุงก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะไม่ได้ลงทุนอะไรมาก เมล็ดพันธุ์ก็ไม่ได้ซื้อ ใช้เชื้อเก่าหรือเม
จําได้ขึ้นใจว่า ขาดวิตามินบี 1 เป็นโรคเหน็บชา แต่…อาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเป็นเพียงสัญญาณเตือนว่า ร่างกายเรากำลังพร่องวิตามินบี 1 แล้วนะ รีบเติมด่วน เช่น ในกรณีของ 13 หมูป่า ติดถ้ำ ความที่อดอาหารอยู่นานวัน จะเห็นว่าสิ่งแรกที่นักโภชนาการเตือนคือ การขาด วิตามินบี 1 นอกเหนือจากโพแทสเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ความสำคัญของ วิตามินบี 1 หรือไทอะมิน (Thiamine) คือช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เพื่อสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ในคนปกติ จะมีวิตามินบี 1 สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะในกล้ามเนื้อ และมีอยู่บ้างในสมอง หัวใจ ตับ ไต แต่หากเกิดภาวะขาดวิตามินเมื่อใด ร่างกายจะดึงเอาวิตามินที่สะสมไว้ในร่างกายออกมาใช้ ซึ่งจะหมดไปภายใน 1 เดือน และเริ่มมีอาการต่างๆ ปรากฏให้เห็น ศ.นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอก เหตุนี้ ถ้าขาด วิตามินบี 1 นานเข้าไม่เพียงมีอาการทางระบบประสาท อาเจียน ซึม อาจกระทบไปถึงการทำงานของระบบหัวใจ ไปจนถึงหัวใจล้มเหลว สำหรับแหล่งให้วิตามินบี 1 ได้แก่ ธัญพืช ข้าวโพด ข้าวซ้อมมือ โฮลเกรนต่างๆ เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ลูกเดือย ซีเรียล รวมทั้งเนื้อหมู
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี มีการจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ภายใต้ หัวข้อ“โลกมั่นใจ สมุนไพรไทย ภูมิปัญญาไทย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 18-21 ก.ค. 2561 ควบรวมกับงานครบรอบ 100 ปี กระทรวงสาธารณสุข โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งภายในงานได้มีการจัดแสดงสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทั้งจาก รพ.รัฐ และภาคเอกชน มาร่วมจัดแสดงจำนวนมาก มีการแจกหนังสือ “ดอกสร้อยร้อยบุปผา ร้อยคุณค่าสมุนไพรไทย” วันละ 200 เล่ม นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบรางวัลหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ ปี 2561 ให้แก่ “พ่อหมอขาว เฉียบแหลม อายุ 82” พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณและรางวัลเชิดชูเกียรติ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาทในการรักษาและทำคุณประโยชน์ต่อการแพทย์แผนไทยอย่างชัดเจน มีความรู้ ความชำนาญ ด้านการรักษาโรคสตรี นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ริดสีดวงทวาร และยาบำรุงร่างกาย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวภายในงานมหกรรมสมุนไพรฯ ว่า สมุนไพรไทยเป็นทรัพยากรเชิงพันธุกรรมและข้อบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญของไทย ซึ่งมีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพท
“ปอดควาย” เป็นขนมโบราณของภาคใต้ โดยเฉพาะที่ จ.ตรัง มีลักษณะคล้ายๆ “ขนมฝามีจีน” หรือ “ขนมกระทะ” ในภาคอื่น ขนมชนิดนี้มีประวัติความเป็นมาที่อยู่คู่กับภาคใต้มายาวนานนับร้อยปี ซึ่งในสมัยก่อนจะขายกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะตามงานเทศกาลต่างๆ เเต่ปัจจุบันยังคงเหลือเพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้น เมธี เมืองแก้ว ผู้สื่อข่าวข่าวสด จ.ตรัง พาไปกินขนม “ปอดควายแม่แปลกเมืองตรัง” ที่สืบทอดมาจนถึงรุ่นลูก อย่าง “ป๋าน้อง” นายจีระศักดิ์ จักรกฤษ วัย 38 ปี เปิดเผยว่า เปิดร้านเล็กๆ ที่ อ.ห้วยยอด ริมถนนเพชรเกษม นานกว่า 10 ปีแล้ว ประกอบกับปีนี้นับเป็นปีทองของราชาผลไม้อย่างทุเรียน จึงคิดค้นเมนูเด็ด ผสมผสานระหว่างขนมพื้นเมือง กับทุเรียนพื้นบ้าน จนเกิดความอร่อยแบบลงตัว ภายใต้ชื่อ “ปอดควายทุเรียน” ได้เป็นรายแรกของไทย และได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างรวดเร็ว ขั้นตอนการผลิต ผสมทุเรียนพื้นบ้านที่สดและสุกเต็มที่กับแป้ง แล้วตีให้เข้ากัน ก่อนนำไปทอดในกระทะ กลิ่นหอมของทุเรียนโชยไปทั่ว ควบคู่กับความอร่อย ไม่ว่าจะนำไส้อะไรมาใส่ลงไป ทั้งไส้มะพร้าว ไส้ถั่ว และไส้สังขยา ขายราคาชิ้นละ 50 บาท จุดเด่นของ “ปอดควายแม่แปลกเมืองตรัง” ยังอยู่ตรงที่
ไม่น่าเชื่อว่าประวัติศาสตร์บอกไว้ว่า ก๋วยเตี๋ยว เข้ามาสู่เมืองสยามตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยุคเดียวกับบุบเพสันนิวาส มีการดัดแปลงกันจนถูกปากคนไทยแต่ไม่ยักจะมีการบันทึกว่าอาเฮียท่านใดเป็นคนเอาเข้ามาในเมืองไทยครั้งแรกและดัดแปลงจนถูกลิ้นคนไทย คงไม่ใช่โกฮับเพราะโกฮับเพิ่งเกิดมาในสมัยไม่นานนี้ ไม่เหมือนกับขนมทองหยอด ฝอยทอง ที่บันทึกว่าท้าวทองกีบม้าเป็นผู้ทำ แต่ก๋วยเตี๋ยวคงไม่มีการเผยแพร่มากมายนัก คนจึงยังไม่ค่อยรู้จัก ต่อมาในสมัยรัฐบาลเผด็จการทหารต้นแบบยุคแรก จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนบริโภค นัยว่าจะเป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจเหมือนกับการซื้อเรือดำน้ำสมัยนี้ที่ รมต.คลังบอกว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น มีคำกล่าวของจอมพล ป.พิบูลสงคราม เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “อยากให้พี่น้องกินก๋วยเตี๋ยวให้ทั่วกัน เพราะก๋วยเตี๋ยวมีประโยชน์ต่อร่างกาย มีรสเปรี้ยว เค็ม หวานพร้อม ทำเองได้ในประเทศไทย หาได้สะดวกและอร่อยด้วย หากพี่น้องชาวไทยกินก๋วยเตี๋ยวคนละหนึ่งชามทุกวัน วันหนึ่งจะมีคนกินก๋วยเตี๋ยวสิบแปดล้านชาม ตกลงวันหนึ่งค่าก๋วยเตี๋ยวของชาติไทยหนึ่งวันเ
เห็ดเผาะ (Puff Ball Mushrooms) สดๆ ยังพอปรากฏกระเส็นกระสายตามแผงผักในตลาดอยู่นะครับ บางคนว่าเป็นเห็ดหลง ซึ่งก็คงต้องเลือกดูที่อ่อนๆ หน่อย ถ้าจะเอามาทำอะไรแบบที่ไม่ต้มเคี่ยวนานมากๆ อันว่าวิชาการดูเห็ดเผาะนั้นมีหลายสำนักด้วยกัน ถ้าเป็นแถวบ้านผม ก็จะเลือกกินเห็ดสีน้ำตาลหรือดำ หากว่าสีขาวๆ นวลๆ เราเรียก “เห็ดกระเบื้อง” จะไม่กินเลยทีเดียว เพราะเปลือกมันบาง เหนียว มีดินมีทรายเข้าไปปนในเนื้อมาก แถมกลิ่นค่อนข้างไปทางเหม็นโอ่ๆ ยังไงไม่รู้ อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพราะแถวบ้านผมมักกินเห็ดเผาะต้มยำ จึงมีตัวช่วยกลบกลิ่นเห็ดน้อยกว่าสำรับแบบอื่นๆ สมมุติว่าใครจะเอาเห็ดเผาะไปแกงอ่อมขมๆ หรือแกงคั่วเผ็ดจัดๆ กลิ่นที่ว่านี้ก็อาจไม่เป็นปัญหาเลยก็ได้ การปรุงอาหารจึงมีกฎเกณฑ์ตายตัวน้อยมากนะครับ มันขึ้นอยู่กับบริบทแวดล้อมหลายๆ อย่าง ที่จริงก็นานมาแล้ว ที่มีคนอัดเห็ดเผาะต้มใส่กระป๋อง ไว้เปิดกินได้ตลอดปีเมื่อต้องการ แม้จะราคาค่อนข้างสูง ทำเอาคอเห็ดเผาะสมัยเมื่อสามสี่สิบปีก่อนสะดุ้งทุกครั้งที่เห็น แต่เห็ดกระป๋องแบบนี้เขามักคัดเอาที่อ่อนแน่ๆ มา แล้วเมื่อคิดว่าไม่ต้องมานั่งล้างนั่งต้มเอง ก็นับว่าสะดวกดีอยู่หรอกครับ บ้าน
ชีวิตหลังเออร์ลี่รีไทร์หรือการเกษียณตัวเองออกจากงานที่เคยทำมานานนับยี่สิบปี คือความเปลี่ยนแปลงของชีวิตครั้งสำคัญ ในขณะที่มีอายุห้าสิบห้าปี จากชีวิตที่เคยนั่งโต๊ะภายในห้องแอร์ที่เย็นยะเยือก (บางครั้งร้อน) ชีวิตในออฟฟิศเป็นชีวิตอีกสไตล์ต้องมีเวลาให้กับขององค์กรอย่างน้อยวันละแปดชั่วโมง ใช้เวลากับการเดินทางอย่างน้อยวันละสามชั่วโมง บางวันอาจต้องใช้เวลาในการเดินทางถึงหกชั่วโมงเลย หากวันนั้นเกิดฝนตกหรือเหตุการณ์ผิดปกติบนท้องถนนต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีสี่ เป็นอย่างนี้แทบทุกวัน จากที่เคยต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีสี่ กระวีกระวาดเพื่อรีบไปตอกบัตรให้ทันเวลา ต้องอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมงานที่หลากหลายความคิด และการเผชิญกับปัญหาต่างๆ จากที่เคยร่วมสุข ร่วมทุกข์ กับเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นความรักความผูกพัน เป็นพี่เป็นน้องกัน ซึ่งแม้ว่าหลังจากเออร์ลี่รีไทร์ออกมาแล้วก็ยังคงคิดถึงกันอยู่ตลอดเวลา ชีวิตในออฟฟิศ ก็ได้อะไรให้กับตัวเองมากมาย อย่างน้อยๆ ก็เงินเดือนล่ะ ที่จะต้องได้ทุกเดือน การวางแผนชีวิตที่ดี เป็นตัวช่วยให้ชีวิตหลังเออร์ลี่รีไทร์หรือหลังเกษียณ มีความเป็นอยู่ที่ดี อย่างน้อยคือความประหยัด รู้จักเก
คุณมาโนช สมุทผา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 รองประธานกรรมการกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนท่าระแนะ เล่าว่า หอยพอกมีในป่าชายเลนตามธรรมชาติ อยู่ในดินป่าชายเลน เมื่อน้ำลงจะเห็นตัวหอย ชาวบ้านจะเดินเก็บเอาไปขายหรือทำอาหารเป็นของธรรมชาติ ใครๆ ก็เก็บได้ตลอดปี ยกเว้นเดือนมิถุนายนที่พ่นไข่จะไม่เก็บ หากขายให้แม่ค้าในหมู่บ้าน กิโลกรัมละ 15 บาท แม่ค้ารวบรวมขายต่อให้พ่อค้าคนกลาง กิโลกรัมละ 20 บาท มีพ่อค้าคนกลางรับไปขายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กิโลกรัมละ 40-50 บาท หากแกะเนื้อได้ 1 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 150 บาท ส่วนใหญ่หอยพอกทั้งเปลือกนิยมนำไปย่างจิ้มน้ำพริกเกลือ (ซีฟู้ด) ที่หมู่บ้านท่าระแนะนิยมมาแกงคั่วใบชะพลู เป็นอาหารพื้นบ้านที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นทั้งหมด นำมาปรุงน้อยที่สุดเพื่อคงความอร่อยแบบธรรมชาติ โดยแกะเนื้อหอยมาแกงสดๆ หอยพอกทั้งเปลือก 10 กิโลกรัม แกะเนื้อได้ 1 กิโลกรัม คุณละมุน เพ่งจินดา เลขากลุ่มท่องเที่ยวชุมชนท่าระแนะ แม่บ้านของกลุ่มเปิดสูตรพื้นบ้านโบราณ แกงคั่วหอยพอกใบชะพลู ดังนี้ คือ เครื่องปรุง 1. เนื้อหอยพอกที่แกะแล้วสดๆ 1 กิโลกรัม ใส่ตะแกรงผึ่งให้สะเด็ดน้ำ 2. น้ำพริกแกงกะทิ 2 ขีด 3. เครื่องป
