เทคนิคเกษตร
เคยเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ คล้ายกุ้ง มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่ที่รู้จักกันดีคือ เคยดอกลาวและเคยตาดำ ทั้งสองชนิดชาวบ้านดักเอามาทำกะปิ เรียกว่ากะปิเคย กะปิเคยชั้นดีต้องทำมาจากเคยตาดำ ทำให้เคยตาดำราคาแพงกว่าเคยดอกลาวมาก ถึงกระนั้นเคยดอกลาวก็ใช่ว่าจะไร้ค่า เพราะยังเป็นที่ต้องการของชาวบ้าน และผู้รับซื้อเคยโดยทั่วไป ทุกฤดูกาล เคยดอกลาวจะมีจำนวนมากว่าเคยตาดำ เคยดอกลาวนำเอาไปทำกะปิได้เหมือนกัน แม้จะราคาด้อยกว่า แต่ด้วยชั้นเชิงในการทำกะปิของชาวบ้าน ก็ส่งให้ชื่อเสียงของกะปิเคยเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป อย่างกะปิเคยคลองโคน ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นต้น เครื่องมือจับเคยเรียกว่า ละวะ หน้าตาคล้ายสวิงดักลูกปลามีขนาดใหญ่ปากกว้างประมาณ 3 วา ยาวประมาณ 3-4 วา บริเวณปากเปิดกว้างเหมือนสวิง ลำตัวค่อย ๆ รีลงไปเรื่อย ๆ จนท้ายสุดปลายแหลมและเล็ก วัสดุที่นำมาทำละวะสมัยก่อนใช้ผ้ามุ้งเก่า ๆ นำมาตัดเย็บให้เป็นรูปคล้ายสวิง ส่วนปัจจุบันเครื่องมือของใช้มีการพัฒนามากขึ้น ชาวบ้านซื้อใยสังเคราะห์เหนียว ตาเล็ก ๆ นำมาตัดเย็บเป็นรูปคล้ายสวิงแทน เพราะมีความทนทานกว่าผ้ามุ้งเป็นอย่างมาก เมื่อมีละวะแล้ว จะดักเคยอ
“อะไรนะที่เป็นอาหารการกินของชาวหลวงพระบาง” เป็นคำถามจากเพื่อนร่วมทางที่มาหลวงพระบางเป็นครั้งแรก ถามฉันผู้มาหลวงพระบางไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ซึ่งทำให้ฉันต้องมานั่งทบทวนอย่างจริงจัง อาหารการกินของคนหลวงพระบาง แน่ละมันมิใช่แค่ของกินที่มีขายอย่างกลาดเกลื่อนตามร้านอาหารเท่านั้น ต่อคำถามนี้มันต้องลึกเข้าไปถึงอัตลักษณ์วัฒนธรรมของชาวเมืองหลวงพระบางกันเลยทีเดียว เมืองที่ถูกโอบด้วยแม่น้ำสองสาย อาหารการกินคงไม่พ้นสิ่งที่ได้มาจากสายน้ำ ปลาจึงน่าจะเป็นอาหารอันดับต้นๆ ของชาวเมืองนี้ ภาพเก่าในพิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบางที่ฉันได้ไปดูมา ส่วนหนึ่งมีภาพที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับแม่น้ำ ข้อมูลประวัติศาสตร์บ่งบอกว่าชนเผ่ากาวผู้มาบุกเบิกแผ่นดินแห่งนี้ รอบรู้ในการหาอยู่หากินกับแม่น้ำอย่างหาตัวจับยาก กระนั้นอาหารจานปลาที่เคยได้ลิ้มชิมรสจากฝีมือแม่ครัวร้านอาหารเมืองหลวงพระบาง ที่มีบริการนักท่องเที่ยวหนาตาแถบริมแม่น้ำโขงและคาน ว่าไปแล้วมิได้แปลกแตกต่างไปจากอาหารจานปลาในที่อื่นๆ ของประเทศลาว หรือกระทั่งในภาคอีสานของไทยเรา ทั้งต้มปลา นึ่งปลา ปลาทอด ลาบปลา ปลาเผา เหล่านี้คุ้นลิ้นจนอาจบอกไม่ได้ว่า “หลว
ลายไทย เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติ ลวดลายที่ปรากฏและรู้จักกันโดยทั่วไป เช่น ลายก้านต่อดอก ลายกระจังใบเทศ ลายเปลว ลายประจำยาม และลายกนก เป็นต้น แต่ละลวดลาย ปรากฏอยู่ในภาพจิตรกรรมฝาผนัง และลวดลายแกะสลักตามโบราณสถานต่างๆ มากมาย การสลักลวดลายเราต้องมีเครื่องมือ เครื่องมือสลักลวดลายมีหลายชนิด ขึ้นอยู่กับประเภทงาน สำหรับไม้เนื้ออ่อนๆ เรามี สิ่วแกะสลัก เมื่อก่อนช่างคงต้องนำเหล็กมาตีขึ้นรูป แต่งรูปร่างออกมาใช้กันเอง แต่ปัจจุบันมีโรงงานทำออกมาขายโดยทั่วไป ราคาถูก แพง ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่นำมาผลิต ลักษณะของ สิ่วสลักลาย แต่ละอันมีด้ามเหมือนกัน ความยาวของตัวใบมีดใกล้กัน ต่างกันเพียงคมหน้าสิ่ว มีทั้งคมแบนเหมือนสิ่วทั่วไป มีหน้าโค้งมน มีหน้าเป็นมุมฉาก และมีหน้าเล็ก ใหญ่ สาเหตุที่มีหลายรูปร่างหน้าตา เพราะว่าต้องการให้เหมาะสมกับการใช้งานประเภทต่างๆ อย่างครอบคลุม ถ้าลายที่,uลักษณะโค้ง ก็ใช้สิ่วหน้าโค้งสลัก ถ้าต้องการใช้สลักเส้นลายตรงก็ใช้สิ่วหน้าแบนออกมาสลัก ถ้ามีเส้นหักมุมก็นำเอาสิ่วหน้าหักมุมเป็นรูปมุมฉากออกมาใช้ เป็นต้น การเลือกใช้หน้าสิ่วเหมาะสมกับงาน นอกจากจะทำให้มีความรวดเร็วในการทำงานแ
“ครัวบ้านไทยทรงดำหรือลาวโซ่งต้องมีไหห้าไห จึงจะเรียกว่า ลาวโซ่งของแท้” ป้าถนอม ผู้รอบรู้ของชาวไทยทรงดำ บ้านหนองจิก อำเภอเขาย้อย บอกเล่า ในวันที่พวกเรายกโขยงกันไปเก็บข้อมูลเรื่องอาหารพื้นถิ่นชาวไทยทรงดำ ห้าไหที่ว่านั้นเป็นวัฒนธรรมการกินที่ติดตัวมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น แม้ว่าจะโยกย้ายครัวเรือนจากถิ่นเดิมมาลงหลักปักฐานไกลห่างเพียงใด ห้าไหนั้น ก็ยังสืบทอดมาจนบัดนี้ แม้ว่าหลายครอบครัวอาจละเลยไปตามยุคสมัย ทว่าก็มีอีกหลายครอบครัวที่ไม่ขาดแม้สักไห ห้าไหในครัวไทยทรงดำที่ขาดไม่ได้ ประกอบด้วย ไหเกลือ ไหปลาร้า ไหหน่อไม้ดอง ไหมะขามเปียก และไหพริก ห้าอย่างนี้ เป็นเครื่องปรุงสำคัญของอาหารลาวโซ่ง เป็นอาหารหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตและเลอรสปลายลิ้น ปรนปรุงขึ้นตามวัตถุดิบที่มีอยู่รายรอบบ้าน ตามสภาพแวดล้อมและฤดูกาล ชาวไทยทรงดำ อาจได้ชื่อมาจากการแต่งกายด้วยชุดสีดำ ที่เรียกว่า ย้อมนิล เป็นชาติพันธุ์ที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่หลายจังหวัดในประเทศไทย และมีประชากรมากที่สุดในเขตอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ส่วนใหญ่จะเรียกตัวเองว่า ลาวโซ่ง ด้วยว่าเป็นกลุ่มชนที่อพยพโยกย้ายมาจากประเทศลาว ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี เป็นเวลาน
ได้ข้าวเหนียวสักปั้นถั่วเน่าเบอะสักห่อจิ้มกินอิ่มเป็นมื้ออ้ายคนเมืองเขาว่าอย่างนี้ บางคนชอบทันทีที่กินแต่บางคนก็ไม่ ฉันอยู่ในประเภทหลัง แรกไม่คุ้นเคยกับกลิ่น รส แต่เมื่อกินไปสักพักก็รู้สึกชอบมาก ยิ่งเป็นถั่วเน่าทรงเครื่องที่มีพริกขี้หนูเผ็ดๆ เป็นเครื่องชูรสชั้นดีเลยทีเดียว “วัฒนธรรมการกินเป็นเรื่องที่มั่นคงมาก จะบอกได้ว่าใครมาจากไหน” เพื่อนร่วมชีวิตเคยพูดกับฉันเช่นนั้น ซึ่งก็จริงคุณเป็นใครดูได้จากของกิน เขาว่าเรื่องอื่นๆ นี้พอเปลี่ยนหรือกลืนได้ แต่เรื่องกินนี้ยากที่จะเปลี่ยนได้ หลานสาวซึ่งเป็นคนทำอาหารระดับมืออาชีพ เรียนสายนี้ และทำงานด้านนี้ เธอบอกว่าอาหารไทยมีไว้สำหรับคนไทยจริงๆ คนชาติอื่นเอามาทำอย่างไรก็ไม่เป็นอาหารไทย ไม่เป็นรสไทย ฉันคิดว่าน่าจะเป็นจริงเหมือนเธอพูด เธอเดินทางไปทำอาหารในประเทศต่างๆ มาแล้วและคลุกคลีเรื่องการทำอาหารมาตลอด ปีนี้เริ่มทำถั่วเน่ากินเองอย่างจริงจัง เริ่มจากลุงปลูกถั่วเหลืองหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ถั่วเหลืองของลุงปลูกในแปลงข้าวแบบหว่านๆ ทิ้งไว้ ผลผลิตไม่ค่อยจะดีนัก แต่ลุงก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะไม่ได้ลงทุนอะไรมาก เมล็ดพันธุ์ก็ไม่ได้ซื้อ ใช้เชื้อเก่าหรือเม
จําได้ขึ้นใจว่า ขาดวิตามินบี 1 เป็นโรคเหน็บชา แต่…อาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเป็นเพียงสัญญาณเตือนว่า ร่างกายเรากำลังพร่องวิตามินบี 1 แล้วนะ รีบเติมด่วน เช่น ในกรณีของ 13 หมูป่า ติดถ้ำ ความที่อดอาหารอยู่นานวัน จะเห็นว่าสิ่งแรกที่นักโภชนาการเตือนคือ การขาด วิตามินบี 1 นอกเหนือจากโพแทสเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ความสำคัญของ วิตามินบี 1 หรือไทอะมิน (Thiamine) คือช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เพื่อสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ในคนปกติ จะมีวิตามินบี 1 สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะในกล้ามเนื้อ และมีอยู่บ้างในสมอง หัวใจ ตับ ไต แต่หากเกิดภาวะขาดวิตามินเมื่อใด ร่างกายจะดึงเอาวิตามินที่สะสมไว้ในร่างกายออกมาใช้ ซึ่งจะหมดไปภายใน 1 เดือน และเริ่มมีอาการต่างๆ ปรากฏให้เห็น ศ.นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอก เหตุนี้ ถ้าขาด วิตามินบี 1 นานเข้าไม่เพียงมีอาการทางระบบประสาท อาเจียน ซึม อาจกระทบไปถึงการทำงานของระบบหัวใจ ไปจนถึงหัวใจล้มเหลว สำหรับแหล่งให้วิตามินบี 1 ได้แก่ ธัญพืช ข้าวโพด ข้าวซ้อมมือ โฮลเกรนต่างๆ เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ลูกเดือย ซีเรียล รวมทั้งเนื้อหมู
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี มีการจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ภายใต้ หัวข้อ“โลกมั่นใจ สมุนไพรไทย ภูมิปัญญาไทย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 18-21 ก.ค. 2561 ควบรวมกับงานครบรอบ 100 ปี กระทรวงสาธารณสุข โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งภายในงานได้มีการจัดแสดงสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทั้งจาก รพ.รัฐ และภาคเอกชน มาร่วมจัดแสดงจำนวนมาก มีการแจกหนังสือ “ดอกสร้อยร้อยบุปผา ร้อยคุณค่าสมุนไพรไทย” วันละ 200 เล่ม นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบรางวัลหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ ปี 2561 ให้แก่ “พ่อหมอขาว เฉียบแหลม อายุ 82” พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณและรางวัลเชิดชูเกียรติ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาทในการรักษาและทำคุณประโยชน์ต่อการแพทย์แผนไทยอย่างชัดเจน มีความรู้ ความชำนาญ ด้านการรักษาโรคสตรี นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ริดสีดวงทวาร และยาบำรุงร่างกาย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวภายในงานมหกรรมสมุนไพรฯ ว่า สมุนไพรไทยเป็นทรัพยากรเชิงพันธุกรรมและข้อบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญของไทย ซึ่งมีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพท
“ปอดควาย” เป็นขนมโบราณของภาคใต้ โดยเฉพาะที่ จ.ตรัง มีลักษณะคล้ายๆ “ขนมฝามีจีน” หรือ “ขนมกระทะ” ในภาคอื่น ขนมชนิดนี้มีประวัติความเป็นมาที่อยู่คู่กับภาคใต้มายาวนานนับร้อยปี ซึ่งในสมัยก่อนจะขายกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะตามงานเทศกาลต่างๆ เเต่ปัจจุบันยังคงเหลือเพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้น เมธี เมืองแก้ว ผู้สื่อข่าวข่าวสด จ.ตรัง พาไปกินขนม “ปอดควายแม่แปลกเมืองตรัง” ที่สืบทอดมาจนถึงรุ่นลูก อย่าง “ป๋าน้อง” นายจีระศักดิ์ จักรกฤษ วัย 38 ปี เปิดเผยว่า เปิดร้านเล็กๆ ที่ อ.ห้วยยอด ริมถนนเพชรเกษม นานกว่า 10 ปีแล้ว ประกอบกับปีนี้นับเป็นปีทองของราชาผลไม้อย่างทุเรียน จึงคิดค้นเมนูเด็ด ผสมผสานระหว่างขนมพื้นเมือง กับทุเรียนพื้นบ้าน จนเกิดความอร่อยแบบลงตัว ภายใต้ชื่อ “ปอดควายทุเรียน” ได้เป็นรายแรกของไทย และได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างรวดเร็ว ขั้นตอนการผลิต ผสมทุเรียนพื้นบ้านที่สดและสุกเต็มที่กับแป้ง แล้วตีให้เข้ากัน ก่อนนำไปทอดในกระทะ กลิ่นหอมของทุเรียนโชยไปทั่ว ควบคู่กับความอร่อย ไม่ว่าจะนำไส้อะไรมาใส่ลงไป ทั้งไส้มะพร้าว ไส้ถั่ว และไส้สังขยา ขายราคาชิ้นละ 50 บาท จุดเด่นของ “ปอดควายแม่แปลกเมืองตรัง” ยังอยู่ตรงที่
ไม่น่าเชื่อว่าประวัติศาสตร์บอกไว้ว่า ก๋วยเตี๋ยว เข้ามาสู่เมืองสยามตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยุคเดียวกับบุบเพสันนิวาส มีการดัดแปลงกันจนถูกปากคนไทยแต่ไม่ยักจะมีการบันทึกว่าอาเฮียท่านใดเป็นคนเอาเข้ามาในเมืองไทยครั้งแรกและดัดแปลงจนถูกลิ้นคนไทย คงไม่ใช่โกฮับเพราะโกฮับเพิ่งเกิดมาในสมัยไม่นานนี้ ไม่เหมือนกับขนมทองหยอด ฝอยทอง ที่บันทึกว่าท้าวทองกีบม้าเป็นผู้ทำ แต่ก๋วยเตี๋ยวคงไม่มีการเผยแพร่มากมายนัก คนจึงยังไม่ค่อยรู้จัก ต่อมาในสมัยรัฐบาลเผด็จการทหารต้นแบบยุคแรก จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนบริโภค นัยว่าจะเป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจเหมือนกับการซื้อเรือดำน้ำสมัยนี้ที่ รมต.คลังบอกว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น มีคำกล่าวของจอมพล ป.พิบูลสงคราม เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “อยากให้พี่น้องกินก๋วยเตี๋ยวให้ทั่วกัน เพราะก๋วยเตี๋ยวมีประโยชน์ต่อร่างกาย มีรสเปรี้ยว เค็ม หวานพร้อม ทำเองได้ในประเทศไทย หาได้สะดวกและอร่อยด้วย หากพี่น้องชาวไทยกินก๋วยเตี๋ยวคนละหนึ่งชามทุกวัน วันหนึ่งจะมีคนกินก๋วยเตี๋ยวสิบแปดล้านชาม ตกลงวันหนึ่งค่าก๋วยเตี๋ยวของชาติไทยหนึ่งวันเ
เห็ดเผาะ (Puff Ball Mushrooms) สดๆ ยังพอปรากฏกระเส็นกระสายตามแผงผักในตลาดอยู่นะครับ บางคนว่าเป็นเห็ดหลง ซึ่งก็คงต้องเลือกดูที่อ่อนๆ หน่อย ถ้าจะเอามาทำอะไรแบบที่ไม่ต้มเคี่ยวนานมากๆ อันว่าวิชาการดูเห็ดเผาะนั้นมีหลายสำนักด้วยกัน ถ้าเป็นแถวบ้านผม ก็จะเลือกกินเห็ดสีน้ำตาลหรือดำ หากว่าสีขาวๆ นวลๆ เราเรียก “เห็ดกระเบื้อง” จะไม่กินเลยทีเดียว เพราะเปลือกมันบาง เหนียว มีดินมีทรายเข้าไปปนในเนื้อมาก แถมกลิ่นค่อนข้างไปทางเหม็นโอ่ๆ ยังไงไม่รู้ อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพราะแถวบ้านผมมักกินเห็ดเผาะต้มยำ จึงมีตัวช่วยกลบกลิ่นเห็ดน้อยกว่าสำรับแบบอื่นๆ สมมุติว่าใครจะเอาเห็ดเผาะไปแกงอ่อมขมๆ หรือแกงคั่วเผ็ดจัดๆ กลิ่นที่ว่านี้ก็อาจไม่เป็นปัญหาเลยก็ได้ การปรุงอาหารจึงมีกฎเกณฑ์ตายตัวน้อยมากนะครับ มันขึ้นอยู่กับบริบทแวดล้อมหลายๆ อย่าง ที่จริงก็นานมาแล้ว ที่มีคนอัดเห็ดเผาะต้มใส่กระป๋อง ไว้เปิดกินได้ตลอดปีเมื่อต้องการ แม้จะราคาค่อนข้างสูง ทำเอาคอเห็ดเผาะสมัยเมื่อสามสี่สิบปีก่อนสะดุ้งทุกครั้งที่เห็น แต่เห็ดกระป๋องแบบนี้เขามักคัดเอาที่อ่อนแน่ๆ มา แล้วเมื่อคิดว่าไม่ต้องมานั่งล้างนั่งต้มเอง ก็นับว่าสะดวกดีอยู่หรอกครับ บ้าน
