เทคนิคเกษตร
ดอกสะเลเต หรือ มหาหงส์ เป็นพืชลงหัวในตระกูลขิง ข่า เท่าที่พบในปัจจุบัน มี 2 สายพันธุ์ คือ ดอกขาวและดอกเหลือง ดอกสะเลเตจัดเป็นดอกไม้ที่มีรูปร่างสวยงาม ความหอมก็หอมมาก คนไทยใหญ่จะนำไปปักแจกันถวายพระ หรือนำมาร้อยมาลัยถวายพระ ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เล่าว่า คนโบราณมักจะไม่ปลูกต้นสะเลเตไว้ใกล้ห้องลูกสาว หรือเด็กสาวที่ยังไม่แต่งงาน จะไม่นิยมนำดอกสะเลเตมาทัดหู เพราะดอกไม้นี้เป็นนัยที่บอกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะมีคู่ ผู้เฒ่าผู้แก่บางท่านบอกว่า ด้วยความหอมเย้ายวนของเจ้าดอกสะเลเต เวลานำมาทัดหูจึงคล้ายๆ กับเป็นฟีโรโมนธรรมชาติก็ว่าได้ ดอกสะเลเต สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งหัวที่มีความหอม นำมาตำกับน้ำพริกได้หรือรับประทานเป็นผักแกล้มกับน้ำพริก รับประทานเป็นยาได้ ช่วยบำรุง หรือจะนำมาทำลูกประคบก็ได้ สำหรับผู้ที่ไม่ชอบความเหลืองของลูกประคบที่ทำจากไพลหรือขมิ้น ลูกประคบจากเหง้าของสะเลเตเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะไม่ทำให้เสื้อผ้ามีสีเหลืองแล้ว เหง้าของสะเลเตยังมีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบได้ดีอีกด้วย แต่สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการขุ
เรื่องราวชีวิตของคนสองคน ที่เริ่มต้นคล้ายๆ กัน พื้นฐานชีวิตเหมือนๆ กัน แต่ความฝันแตกต่างกัน ทำให้บั้นปลายของทั้งสองชีวิต ต้องแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในตำบลหนึ่ง ที่ห่างไกลความเจริญ ในตอนหน้าฝน พวกเด็กๆ จับกลุ่มกันเดินไปโรงเรียน บนถนนลูกรัง ที่เป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงมีน้ำขัง มีโคลนตม หลายคนเดินเท้าเปล่า บางคนฐานะดีหน่อยมีรองเท้าสวม แต่บนถนนที่เป็นอย่างนี้ จึงผูกแล้วแขวนไว้ที่คอ เมื่อถึงโรงเรียนถึงจะได้ใส่ ในกลุ่มเด็กเหล่านั้น มีสองคนที่สนิทกันเป็นพิเศษ ด้วยทั้งเป็นเพื่อนและเป็นญาติ คนหนึ่งชื่อ นิพนธ์ วิคะบำเพิง หรือเพื่อนๆ เรียกว่า เอียดนุ้ย กับอีกคน แต่อย่าไปเอ่ยชื่อของเลย ตอนนั้นในสมองของเด็กสองคนนี้ ไม่เคยคิดถึงเรื่องอนาคต มีหน้าที่เรียนก็เรียนไปวันๆ เพียงแต่คิดว่าวันนี้จะทำอะไรให้สนุก จะเล่นอะไรกัน แม้บางครั้งเล่นพิเรน ขโมยผลไม้ของสวนอื่น ทั้งๆ ที่สวนของครอบครัวตัวเองก็มี มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไปขโมยส้มจากสวนของลุงคนหนึ่ง ที่สวนนั้น ลุงเขาจะแขวนโจเอาไว้ โจ ทำจากกระบอกไม้ไผ่ ที่เหลาเปลือกผิวออก แล้วทำให้เป็นสี่เหลี่ยม บ้างก็ไม่เหลา เปิดรูไว้ข้างบน ข้างในจะใส่หมากพลู และจะมีผ้าขาวลงอักขระรูป
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส) และมหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ) ร่วมมือกับ สถาบันวิจัยแสงซินโคร ตรอน ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) และบริษัทไบโอแอคทีฟอุตสาหกรรมเกษตร จำกัด สนับสนุนนักศึกษาปริญญาโท นางสาวดาราวดี วงษ์ชาลี ทำการวิจัยและพัฒนา “การศึกษาประสิทธิภาพเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus sp. สูตร ENCAPSULATE เพื่อควบคุมโรคแอนแทรคโนสในพริก” เพื่อเพิ่มทางเลือกเกษตรกร ลดปัญหาการใช้สารเคมี โดยใช้เทคนิค Synchrontron FTIR microspectroscopy ในการตรวจวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงสารชีวเคมีในกระบวนการสร้างภูมิต้านทานในใบพริกที่ถูกกระตุ้นจากเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus subtilis D604 ให้มีความต้านทานต่อโรคกุ้งแห้งหรือแอนแทรคโนสพริก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฐธิญา เบือนสันเทียะ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า “พริก เป็นพืชในตระกูล Solanaceae ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นเครื่องเทศที่สำคัญชนิดหนึ่งของโลก ปัจจุบันมีการส่งออกผลิตภัณฑ์พริกไปต่างประเทศหลายรูปแบบ โดยซอ
ชาวบ้านในโคราช รวมกลุ่มทำว่าวจุฬาโต้ลมหนาว เสียงสะนูจากว่าวแปล่งเสียงดนตรีก้องทั้งตำบล นครราชสีมา (5 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบรรยากาศหน้าหนาว ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาทั่วประเทศ จะมีกิจกรรมการละเล่นพื้นเมืองหลายอย่างให้เห็นในชนบท แสดงถึงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่สวยงาม โดยเฉพาะชาวนาในหมู่บ้านพะไล หมู่ที่ 6 ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา จะมีการรวมกลุ่มกันทำว่าวจุฬา ติดสะนู มาโต้ลมหนาวอวดเสียงสะนูกันอย่างคึกคัก ซึ่งมีนายสนอง ยันจอหอ อายุ 48 ปี เป็นหัวหน้ากลุ่มเล่นว่าวจุฬาของหมู่บ้านพะไล ได้ใช้พื้นที่ใต้ถุนบ้านของตัวเอง นั่งเหลาไม้ไผ่ เพื่อทำโครงของว่างจุฬาเป็นประจำในช่วงนี้ นายสนองฯ เล่าว่า ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี จะมีลมหนาวพัดมาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเหมาะกับการทำว่าวมาโต้ลมหนาวเป็นอย่างมาก แต่สมัยนี้ส่วนใหญ่มักจะไปหาซื้อว่าวทำสำเร็จรูป ที่มีวางขายตามข้างทางมาเล่นกัน ซึ่งจะมีขนาดเล็ก และขึ้นได้ไม่สูงนัก ส่วนว่าวจุฬาที่ทำแบบโบราณจะหาชมได้ยากขึ้นทุกวัน ดังนั้นกลุ่มของตนจึงได้รวมตัวกันทำว่าวจุฬาแบบโบราณขึ้นมา เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ซึ่งมีสมาชิกในกลุ่มกว่า 10 คน โดยได้
จานเด็ดวันนี้ กวิสรา เรืองทับ ผู้สื่อข่าวข่าวสด จ.ระยอง พาไปชิมเมนูที่มีส่วนประกอบของ “ใบชะมวง” ที่มีรสเปรี้ยว เป็นที่นิยมของชาวภาคตะวันออก และชาวระยอง นำมาปรุงได้หลากหลายเมนู เช่น “ซี่โครงหมูราย็อง ซอสชะมวงฮิ” จากร้าน Steak@good ถือเป็นเมนูโดดเด่น ด้วยซอสชะมวงสูตรทางร้าน นายวาทิต สิงห์ทอง อายุ 45 ปี กล่าวถึงที่มาของเมนูนี้ว่า ตนคิดค้นขึ้นเมื่อครั้งร่วมประกวดโครงการเชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน จัดโดยกลุ่ม ปตท. หากใครได้ชิมแล้วต้องร้องว่า สุดยอดฮิ! กรรมวิธีการปรุง ที่ขาดไม่ได้กับใบชะมวงที่หาได้จากพื้นถิ่นระยอง ปรุงเคี่ยวจนได้ที่ แล้วนำซอสเข้มข้น สูตรเฉพาะทางร้านราดลงไปบนซี่โครงหมูที่ตุ๋นจนนุ่มนานกว่า 3-4 ชั่วโมง จนได้รสชาติอร่อยเด็ดเข้ากันดี ที่สำคัญการเลือกเนื้อซี่โครงหมูนั้นต้องเลือกในส่วนที่มีเนื้อไม่ติดมันมาก เพราะเมื่อเคี่ยวปรุงรสแล้วจะไม่เลี่ยนอย่างแน่นอน รสชาติน้ำซอสสามรส ทั้งเด็กผู้ใหญ่รับประทานต่างก็ติดใจอย่างยิ่งเมื่อได้ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ราคาจานเล็ก 135 บาท จานใหญ่ 250 บาท ร้าน Steak@good ตั้งอยู่ที่ ถ.สุขุมวิท ใกล้โรงเรียนวัดป่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง สอบถามเส้นทาง เบอร์โ
“บ้านโคกมอญ” ในเขตตำบลโคกไทย ซึ่งแต่เดิมชื่อตำบลโคกมอญ อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเขตรอยต่ออำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามประวัติบ้านโคกมอญนั้น คุณสุกัญญา เบาเนิด เล่าเรื่อง “บ้านมอญเมืองปราจีนบุรี” ไว้ในวารสาร เสียงรามัญ ปีที่ 5 ฉบับที่ 24 มีนาคม-เมษายน 2553 หน้า 5-9 ความว่า “บ้านโคกมอญ” มีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ “ดงศรีมหาโพธิ” ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เคียงกับ “เมืองโบราณศรีมโหสถ” ที่เป็นเมืองสำคัญในสมัยทวารวดี มีพัฒนาการต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 11 จนถึงพุทธศตวรรษที่ 18 “ดงศรีมหาโพธิ” เป็นชายแดนติดต่อกับเมืองเขมรในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ในช่วงเวลาต่อมาเมืองศรีมโหสถได้โรยร้างลง พร้อมกับการเสื่อมถอยของเมืองนครธม ศูนย์กลางของอาณาจักรเขมรโบราณ บริเวณนี้จึงถูกทิ้งร้างมีป่าดงขึ้นปกคลุม ในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น “ดงศรีมหาโพธิ” เป็นป่าดงทางชายแดนตะวันออก มีช้างป่าชุกชุม ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 มีพระบรมราชโองการให้ “ขุนอินทร์” นายกองมอญมาตั้งกองจับช้างที่ดงศรีมหาโพธิ และในคราวนั้นได้สร้างเจดีย์เป็นอนุสรณ์ ปัจจุบันเรียกว่า “เจดีย
น้อม…ศิระกราน บาทบงสุ์ ส่งเสด็จสถิตดุสิดาสรวง ธ เสด็จ สู่สรวง พิมานสวรรค์ เสวยชั้น มไหศูรย์ อดิศร ทวยราษฎร์น้อม ถวายอาลัยวรณ์ ประนมกร ประกาศราษฎร์สดุดี เหลือไว้เพียง พอเพียงและเพียงพอ ให้สานต่อ ทุกเขตคามตามวิถี สรรพสรรพ์ พระพรรษาองค์ภูมี ราษฎร์สุขี สำนึกหาราชาครอง เจ็ดสิบปีรอยพระบาทที่ยาตรย่ำ พิสุทธิ์ล้ำ แผ่พิมล ผไทผอง ทศพิธ พระจักริน แผ่นดินทอง เทิดแซ่ซ้อง “ภัทรมหาราชัน” ขอพระองค์ ทรงสถิตดุสิตเทพ ทิพยเสพ หทัยห้วง สรวงสวรรค์ จักรีวงศ์ ธ ดำรง ตราบนิรันดร์ พสกมั่น บาทธุลี ศิระกราน ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า ครอบครัวอำรุง นายมานพ นางพัชรี อำรุง นายเมธาวินทร์ อำรุง ด.ญ. เมย์วิสาข์ ด.ญ. เมธาวี อำรุง จากวันวารผ่านวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ไปแล้ว เชื่อว่าความรู้สึกของพสกนิกรทุกคน ก็ยังคงอยู่ในภวังค์ความอาลัย ที่ได้ถวายเพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย หากจะย้อนรำลึกถึงวันนั้น วันที่ไม่มีผู้ใดอยากจะให้มีขึ้นเลย แต่เมื่อมีแล้วตามพระราชประเพณี ก็เชื่อว่า หัวใจและดวงจิตทุกดวงของเหล่าพสกนิกรมุ่งไปรวมอยู่ที่เดียวกัน ณ ทุ่งพระเมรุท้องสนามหลวง และท
เมนูเด็ดวันนี้ วิชัย จินดาเหม ผู้สื่อข่าว ข่าวสด จ.เลย พาไปชิม ขนมขาหมู อาหารเจขึ้นชื่อเมืองด่านซ้าย เมื่อเดินทางมา อ.ด่านซ้าย จ.เลย ถึงสี่แยกบ้านเดิ่น เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย แล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 50 เมตร จะพบร้านอาหารชื่อ “โต๊กต๊ากต้มเส้น” เป็นร้านขายต้มเส้นขาไก่ แต่มีขนมขาหมูแสนอร่อย ที่ขายเฉพาะในหน้าหนาวเท่านั้น เจ้าของร้านชื่อ นางบุญสงค์ กันทะศรี เผยว่า ได้สูตรขนมขาหมูมาจากภาคเหนือ ชาวจีนเรียกว่า “ปีคาโก” บ้านเราเรียก “ขนมขาหมู” ส่วนผสมขนมขาหมู มีแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งมัน แป้งสาลี แป้งข้าวโพด ฟักทอง มันเทศ เผือก และถั่วดำ วิธีทำ หั่นฟักทอง มันเทศ เป็นชิ้นเล็กๆ พร้อมกับนำแป้งทั้งหมดผสมน้ำ ก่อนนำฟักทอง เผือก มัน และถั่วดำ คลุกเคล้าให้เข้ากัน เมื่อจับตัวเข้ากันได้ที่ นำใส่ในแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ จากนั้นใส่ในกระทะทอดให้สุกกรอบ สำหรับน้ำจิ้ม ทำจากน้ำมะขามเปียก น้ำตาลทรายแดง เคี่ยวจนได้ที่ จากนั้นเอาถั่วลิสงบด ผักหอมจีน พริกป่น ใส่ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำขนมขาหมูมาจิ้มรับรองความอร่อย เริ่มขายตั้งแต่ต้นบัดนี้ไปถึงปลาย ก.พ.2517 ชุดละ 20 บาท ชุดหนึ่งมี 6 ชิ้น เริ่มขายตั้งแต่เวลา 0
จากตัวเมืองปัตตานีไม่ถึง 10 กิโลเมตร บนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส หรือทางหลวงแผ่นดินสาย 42 จะเจอทางเข้าชุมชนท่องเที่ยวบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี หนึ่งในโมเดลของการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ประสบความสำเร็จของจังหวัดปัตตานี เป็นความร่วมไม้ร่วมมือของชาวมุสลิมในชุมชนทั้งหนุ่มสาวไปถึงคนเฒ่าคนแก่ แม้ว่าปัจจุบันความไม่สงบในพื้นที่ยังเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ชุมชนยังคงเดินหน้าให้บริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังบางปูแห่งนี้อย่างเต็มที่ เพราะการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลใหม่ของชุมชนต่าง ๆ ในขณะนี้ ที่มีแต่ประโยชน์ ทั้งนักท่องเที่ยวที่จะได้รับบริการจากชาวบ้านในพื้นที่แท้ ๆ ทำให้ได้เรียนรู้ และเข้าใจวิถีชุมชนอย่างลึกซึ้ง ไม่ฉาบฉวย ขณะเดียวกันชาวบ้านในชุมชนเองนอกจากมีรายได้เพิ่มขึ้น ยังสามารถกำหนดการบริหารจัดการ และดูแลรักษาทรัพยากรในท้องถิ่นตัวเองให้ยั่งยืน สำหรับบางปู พื้นที่ริมขอบอ่าวของปัตตานี มีจุดเด่น คือ ป่าโกงกางอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งพักพิงของปลาน้อยใหญ่ จนเกิดวิถีประมงพื้นบ้านรอบอ่าว เป็นเสบียงของชาวปัตตานีมานานนับ 100 ปี เจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ช
ขิง เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว เป็นพืชในตระกูลเดียวกับข่าและกระชาย มีลำต้นใต้ดินสะสมอาหาร มีลักษณะคล้ายนิ้วมือ เรียกว่า “แง่งขิง” หากยังคิดไม่ออกว่าจะปลูกสมุนไพรอะไรในบ้าน ผู้เขียนขอแนะนำให้ปลูกขิง เพราะเป็นพืชที่มีคุณค่ามากมาย ขิงชอบดินร่วนปนทราย ไม่มีน้ำขัง แต่ชอบความชุ่มชื้น เวลาปลูกจึงต้องหมั่นรดน้ำ การขยายพันธุ์ก็ใช้แง่งขิง โดยทาปูนบริเวณรอยแผล ทิ้งไว้ให้แห้ง 2-3 วัน จึงนำไปปลูก ขิงที่ใช้บริโภคมีทั้งขิงอ่อนและขิงแก่ ขิงอ่อนนำมาปรุงกับข้าวและแปรรูปเป็นอาหารชนิดต่างๆ ส่วนขิงแก่ อายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป จึงจะนำมาใช้เป็นยาได้ ขิง เป็นพืชที่มีประโยชน์หลากหลาย ทั้งในแง่ของเครื่องเทศ อาหารทั้งคาวและหวาน และการใช้เป็นยาทั้งภายในและภายนอก ในแง่ของประโยชน์ทางอาหาร ขิงสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายชนิด เป็นที่ทราบกันดีว่า ขิงใช้สำหรับปรุงอาหารให้กับมารดาที่ให้นมบุตร อาทิ ไก่ผัดขิง ปลานึ่งบ๊วยใส่ขิง ต้มไข่หวานใส่ขิง เพราะขิงเป็นตัวชูรสให้อาหารมีรสชาติกลมกล่อมและกลิ่นหอม นอกจากนั้น ขิงยังสามารถนำมาแปรรูปเพื่อให้สามารถเก็บไว้รับประทานได้นานขึ้น เช่น ขิงดอง ขิงแช่อิ่ม ขิงผง จากการวิจัยในห้องปฏิบัติการพบ
