เทคนิคเกษตร
ผลไม้ไทย มีคุณภาพดีและมีรสชาติอร่อย เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อทั่วโลก แต่ยากในการดูแลรักษาคุณภาพสินค้า เพราะหลังการเก็บเกี่ยว โดยธรรมชาติพืชผักผลไม้สดยังคงมีการหายใจตามอัตราปกติเหมือนตอนที่ติดอยู่ตามลำต้น ซึ่งกระบวนการหายใจของผลไม้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลไม้สูญเสียความสด หากวางพืชผักผลไม้ในพื้นที่ที่มีระดับก๊าซออกซิเจนมาก ยิ่งส่งผลให้ผลผลิตเหี่ยวง่ายได้ เอทิลีน มีผลต่อการสุกของผลไม้ เอทิลีน เป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้ผลไม้เกิดการสุก ดังนั้น วิธีการใดก็ตามที่มีผลลดอัตราการสร้างหรือยับยั้งการทำงานของเอทีลีนในพืช ย่อมส่งผลให้ชะลอการสุกได้ โดยทั่วไปสภาพที่มีผลต่อการกระตุ้นการสร้างเอทิลีนในพืช ได้แก่ อุณหภูมิ ปริมาณออกซิเจน การเกิดบาดแผลหรือชอกช้ำ รวมทั้งการเข้าทำลายของโรคและแมลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าว มีผลส่งเสริมการสร้างเอทิลีน แต่มี 3 แนวทาง ที่สามารถยับยั้งการสร้างเอทิลีนหรือมีผลทำลายเอทิลีน ได้แก่ 1. ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ 2. อุณหภูมิต่ำ 3. การใช้สารดูดซับเอทิลีน โดยการใช้สารดูดซับเอทิลีนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จะต้องใช้ในปริมาณที่มากพอ เพื่อให้การทำลายเอทิลีนเป็นไปอย่างรวดเร็ว จากปัจจัยที
สมัยผมเด็กๆ เมื่อราวสี่สิบปีก่อน เวลานั่งรถประจำทางจากราชบุรีเข้ากรุงเทพฯ ตามถนนเพชรเกษม รถจะต้องผ่านสวนสามพราน (Rose garden) ที่อำเภอสามพราน นครปฐม ซึ่งตอนนั้นก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไม่กี่แห่งที่ผมเคยไปนะครับ มาช่วงหลังๆ สวนสามพรานสำหรับคนวัยผมดูจะเงียบๆ ซบเซาไปบ้าง ค่าที่ว่ามีที่เที่ยวใหม่ๆ ที่คึกคักกว่า อย่างเช่น ตลาดน้ำดอนหวาย พระราหูที่วัดศีรษะทอง หรือแม้กระทั่งวัดไร่ขิงมาแทนที่ แต่อย่างไรก็ดี สถานที่หนึ่งๆ ย่อมอาจพลิกฟื้นคืนมามีชีวิตแบบใหม่ๆ ได้เสมอ…กรณีสวนสามพรานนี้ก็เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ราวหกปีก่อน ที่ผู้บริหารสวนสามพรานและเครือข่ายได้ริเริ่ม โครงการ “สามพรานโมเดล” ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของสถาบันวิชาการสหกรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สสส./สกว. และโรงแรมโรสการ์เดน สวนสามพราน กิจกรรมสำคัญส่วนหนึ่งคือสนับสนุนให้เกษตรกรในอำเภอสามพรานและพื้นที่เครือข่ายลงมือทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง จนกระทั่งผลผลิตของเครือข่ายมีมากพอ จึงมีการเปิดตลาดรองรับเพื่อจำหน่ายแก่ผู้บริโภค อันเป็นที่มาของ “ตลาดสุขใจ” ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบัน ตลาดแห่งนี้เป็นที่รู้จัก และเป็นแห
เวลา 08.00 น.วันที่ 15 พ.ย.2559 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าพระที่สำนักสงฆ์ทุ่งนาทอง หมู่ที่ 7 ต.บ้านโสก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ได้ร่วมกับชาวบ้านทำการปลูกพืชผักขายเป็นรายได้นำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงและพัฒนาสำนักสงฆ์และนอกจากนั้นยังสอนให้ชาวบ้านอยู่แบบพอเพียงพึ่งพาตนเองให้มากที่สุดรวมทั้งให้รวมกลุ่มกันทำงานหรือที่เรียกว่าลงแขกโดยที่แทบไม่ต้องจ้างแรงงานเลย จึงเดินทางไปตรวจสอบพบชาวบ้านส่วนหนึ่งกำลังเก็บผักบุ้งและอีกส่วนหนึ่งก็กำลังช่วยกันมัดและชั่งบรรจุถุงเพื่อนำไปส่งให้กับแม่ค้าที่ตลาดในตัวอำเภอหล่มสัก พระจรูญ ยโสธโร หรือพระอาจารย์ไก่ เจ้าสำนักสงฆ์ทุ่งนาทองเปิดเผยว่าเดิมสถานที่แห่งนี้เป็นป่าช้าเก่าและเป็นป่าชุมชนอยู่กลางทุ่งนาเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ตนเห็นว่าเป็นสถานที่สงบเงียบเหมาะที่จะเป็นที่ปฏิบัติธรรมจึงได้ชวนชาวบ้านพัฒนาและสร้างศาลารวมทั้งที่พักสงฆ์เพื่อให้พระสงฆ์ได้อยู่อาศัย จนสามารถใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมสำหรับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้ สำหรับชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงประกอบอาชีพทำนาและปลูกผักและส่วนมากก็จะใช้วิธีจ้างแรงงานซึ่งค่อนข้างแพงตนจึงเห็นว่าหากทุกคนร่วมแรงร่วมใจและช่วยกันทำงา
ชื่อสามัญ : mulberry ชื่อวิทยาศาสตร์ : Morus alba วงศ์ : Moraceae หม่อน เป็นพืชอาหารชนิดเดียวของตัวไหม คุณภาพและปริมาณของเส้นใยที่ได้จากไหม ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพอาหาร คือ ใบหม่อน เท่านั้นจึงนับได้ว่า ใบหม่อนคือหัวใจหลักของการผลิตเส้นใยไหมนั่นเอง ใบหม่อน จึงกล่าวได้อีกว่าเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญยิ่งของเส้นทางวัฒนธรรมสายไหมของเอเชีย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : หม่อน เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ลำต้นมีเปลือกสีเทาจุดน้ำตาล แตกกิ่งกระโดงง่ายมาก เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกประเภท ใบออกเรียงสลับกันบริเวณข้อ ผิวใบสากคายมือ ดอกเป็นกระจุกเล็กๆ สีขาวอมเหลือง ผลเป็นผลรวมประกอบด้วยรังไข่เล็กๆ หลายอัน รวมกันเป็น 1 ผล รสชาติอร่อยมาก อมหวาน อมเปรี้ยว เป็นผลไม้ประจำอีกชนิดหนึ่งสมัยที่ผู้เขียนยังเด็ก วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ อยู่ในแปลงหม่อนของวิทยาลัยเกษตรกรรมสุรินทร์ เล่นไปกินไป จนปากคอกลายเป็นสีม่วงกันถ้วนหน้าทุกคน พอเหนื่อยก็ไปนั่งพักดู ป้าบล คนงานของพ่อ สาวไหม ประจบขอดักแด้มาโรยเกลือป่นหม่ำกันอีก เป็นความทรงจำที่ติดตาไม่ลืมเลือน ชีวิตวัยเด็กในเกษตรสุรินทร์ให้อะไรกับผู้เขียนมากมายเหลือเกิน สรรพคุณ และการใช้ประโยชน์ : ใน
เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) จัดการประชุมและนำเสนอผลงานวิจัย ประจำปีงบประมาณ 2559 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยเหตุผลที่ว่างานวิจัยเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนางานของมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อตอบสนองเป้าหมายสำคัญคือ ช่วยชาวไทยภูเขาเพื่อมนุษยธรรม ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้และต้นน้ำลำธาร กำจัดการปลูกฝิ่น และการรักษาดินและการใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง ในปีนี้มูลนิธิโครงการหลวงมีผลงานวิจัย 14 สาขา งานวิจัยหลัก 50 โครงการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ดำเนินงานวิจัยภายใต้แผนงานวิจัย 5 แผนงาน 42 โครงการหลัก 95 โครงการย่อย ซึ่งผลงานที่ประสบผลสำเร็จ จะได้นำเสนอความก้าวหน้าเพื่อนำไปสู่การส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายพันธมิตรงานวิจัย เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ผู้เขียนขอนำเสนอผลงานศึกษาวิจัยบางส่วนที่เหมาะสมกับผู้อ่านรูปแบบแนวทางการนำเสนอของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน (เครือมติชน) แกงแค ชาวปะหล่อง ภายใต้หัวข้อ “พืชพื้นบ้าน อาหารเป็นยา” เป็นอาหารของชาวไทยภูเขาเผ่าปะหล่อง หรืออีกชื่อหนึ่งว่า
จนกระทั่งจวนหมดฤดูฝน ผมถึงนึกได้ว่า ผมยังไม่ได้เล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเก็บพืชผักอาหารข้างทาง ที่ผมทำมาตลอดช่วงหลายปีนี้ให้ฟังกันเลย วันนี้จึงจะขอเล่าเรื่องวิถีชีวิตพื้นๆ ธรรมดาๆ ที่ผมทำในบางวัน เผื่อว่าบางคนจะอยากลองทำดูบ้างนะครับ ปีนี้ ผมย้ายมาพักอาศัยแถบชายขอบเมืองฝั่งธนบุรีด้านตะวันตกสุด ในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองภาษีเจริญและคลองสาขาที่เป็นพื้นที่นาและสวนเก่า ซึ่งแต่เดิม คงเป็นพื้นที่ดินเค็ม น้ำกร่อย เพราะเห็นมีพืชสกุลป่าชายเลนขึ้นอยู่บ้างประปราย และแม้ว่าจะเป็นเขตบ้านจัดสรรไปแล้วหลายต่อหลายแห่ง ทว่าก็ไม่ได้ตั้งกันหนาแน่นนัก ยังมีพื้นที่ว่างเปล่า ทั้งริมคลอง สวนร้าง ป่าโปร่งข้างทาง ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามแบบการจัดสรรพื้นที่เมืองใหญ่อยู่มาก สำหรับคนที่นิยมการออกกำลังกายโดยการเดิน วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือชอบขี่จักรยานแบบผม นี่นับเป็น “พื้นที่สีเขียว” ที่มีความหลากหลายของวิวทิวทัศน์ ผู้คนและกิจกรรม ร้านอาหารค่อนข้างดี และสำหรับคนทำอาหารผู้ชอบแสวงหาวัตถุดิบธรรมชาติ ย่อมเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสนุกตื่นเต้น ท้าทาย สภาพพื้นที่กึ่งป่า กึ่งสวน กึ่งเมืองเช่นนี้คงมีทั่วทุกภาคของประเทศนะครับ และย
นายวรกุลบุตรดาจักร หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู แจ้งเตือนเกษตรกรที่กำลังทำการเก็บเกี่ยวข้าว ว่าขอให้ระวังหนูระบาด โดยหนูจะทำลายข้าวอาจได้รับความเสียหาย ขอให้เกษตรกรควรหมั่นสำรวจในแปลงนา หากพบร่องรอยของหนู เช่นทางเดิน มูลหนู รอยเท้า หรือมีการกัดทำลายต้นข้าว ควรร่วมมือกันรณรงค์กำจัดหนูอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อลดประชากรพ่อแม่พันธุ์หนู ก่อนที่หนูจะผสมพันธุ์ออกลูก และกระจายตัวลงพื้นที่เข้าทำลายอย่างกว้างขวาง โดยได้แนะนำให้เกษตรกรป้องกันและกำจัดดังนี้ 1. วิธีกล ก่อนเตรียมแปลงปลูกให้ใช้กับดักชนิดต่างๆ เช่น การขุด หรือการล้อมตี ต้องร่วมมือรณรงค์อย่างพร้อมกัน เพื่อลดประชากรของหนู ก่อนที่หนูจะขยายพันธุ์ และกระจายพันธุ์กว้างต่อไป 2. การเขตกรรม ได้แก่การทำลายที่อยู่อาศัยที่รกร้างว่างเปล่า ใกล้แปลงที่ทำการปลูกพืช 3. การอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ เช่นนกฮูก นกแสก นกเค้าแมว หรืองูต่างๆ 4. ใช้สารเคมี ถ้าพบร่องรอยหรือการทำลายของหนู ควรใช้สารเคมีออกฤทธิ์เร็ว เช่น ซิงค์ฟอสไฟด์ (ยาดำ) ผสมเหยื่อในอัตราส่วนสารเคมี 1 ส่วนต่อเหยื่อ 100 ส่วน โดยน้ำหนักของเหยื่อพิษ หรือจะใช้เหยื่อสำ
ผศ. ชไมพร เพ็งมาก อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ทุ่งใหญ่ (มทร. ศรีวิชัย) ได้ทดลองนำส่วนลูกตาลสุก มาแปรรูปเป็นแป้งตาลโตนดแบบผง ด้วยการนำมายีเอาเนื้อออก เพื่อใช้ทำขนมตาล ซึ่งสามารถทำได้บางฤดูกาลเท่านั้น เพราะการเตรียมเนื้อลูกตาลสุก ใช้เวลามาก มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ไม่สามารถเก็บได้นาน การนำเนื้อลูกตาลสุกมาทำให้แห้งเป็นผง จึงเป็นการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเนื้อตาลสุกมีเบต้าแคโรทีนเกือบเท่ากับแครอต สำหรับวิธีทำแป้งตาลโตนด นำลูกตาลสุกมาล้างให้สะอาด ลอกเปลือกดำออก ให้เอาดีตาลออกเพื่อไม่ให้เนื้อตาลมีรสขม ยีลูกตาลกับน้ำทีละน้อย กรองด้วยตะแกรงตาถี่ เพื่อกรองเอาเส้นใยออก เทใส่ผ้าดิบ ใช้เชือกผูกให้แน่น แขวนหรือหาของหนักทับไว้ 1 คืน รุ่งขึ้นเกลี่ยเนื้อตาลในถาด นำเข้าตู้อบลมร้อน โดยใช้อุณหภูมิในการอบแห้ง 65 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 ชั่วโมง บด แล้วผ่านตะแกรงร่อน บรรจุในถุงลามิเนต ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมในการนำไปทดแทนส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ขนมไทย เพราะจะทำให้ผสมกับส่วนผสมอื่นได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.
ทำเอาน้ำมันงาดำสกัดเย็นขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว เมื่ออาจารย์หมอ (รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ออกมาประกาศความสำเร็จ หลังจากทำการวิจัยและทดลองมานานกว่า 5 ปี ก็สามารถยืนยันอย่างชัดเจนว่า สารเซซามีนในงาดำมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ป้องกันโรคข้อเสื่อม กระดูกพรุนได้ โดยจะเข้าไปทำให้แคลเซียมประสานกับกระดูกเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูโรคเกี่ยวกับสมอง อาทิ เส้นเลือดอุดตันในสมอง เส้นเลือดแตก อันเป็นสาเหตุของการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ว่าแต่…แล้วเราจะกินอย่างไรจึงจะช่วยป้องกันโรค ง่ายที่สุดคือ โรยข้าวกิน ควรจะเคี้ยวงาให้แตกก่อนกลืน เพราะสารเซซามีนในเมล็ดงาจะได้มีโอกาสได้ทำหน้าที่สร้างคุณประโยชน์แก่ร่างกายเรา หรือจะบดเป็นผงก่อนค่อยโรยข้าวก็สะดวกดี โดยเฉพาะ “น้ำเต้าหู้งาดำ” เมนูนี้ภูมิใจนำเสนอ เพราะไม่เพียงป้องกันมะเร็ง ยังเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับวัยทอง ที่สำคัญงาดำมีแคลเซียมมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า และแร่ธาตุที่สำคัญอีกมากมาย รวมทั้งวิตามินอี วิตามินบี ช่วยบำรุงระบบประสาท ถ้าเป็นหนุ่มสาวให้กินวันละ 3-4 ช้อน ถ้าเริ่มเข้าวัยทอ
ดร. จันทนา บุญรัตน์ อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยถึงงานวิจัยยาตำรับกลีบบัวแดง ว่า จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า โรคอัลไซเมอร์ ซึ่งมีความชุก 3.4 เปอร์เซ็นต์ นั้น ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและญาติมาก สาเหตุการเกิดโรคไม่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาวิจัยในปัจจุบันก็พบว่า พยาธิสภาพอยู่ที่ยีนบนโครโมโซม คู่ที่ 21 ที่สร้าง amyloid ในสมอง อีกทั้งปัจจุบันก็ยังไม่มียาที่รักษาได้ผล ดังนั้น คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงร่วมมือกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรทำการวิจัยยาตำรับกลีบบัวแดง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยเริ่มทำในสัตว์ทดลองก่อน จากการวิจัยเบื้องต้นพบว่า ตำรับสมุนไพรกลีบบัวแดงมีฤทธิ์สองกลไก คือ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ยับยั้งการเกาะกลุ่มกันของโปรตีนเบต้าอะมัยลอยด์ และมีผลป้องกันภาวะความจำเสื่อม ทั้งชนิดความจำระยะสั้นและความจำระยะยาวได้ ซึ่งน่าจะมีศักยภาพที่ดีในการใช้ป้องกันหรือรักษาโรคอัลไซเมอร์ โดย ณ ขณะนี้กำลังดำเนินการวางแผนร่วมกันที่จะวิจัยต่อยอด เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้
