เทคนิคเกษตร
นายวรกุลบุตรดาจักร หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู แจ้งเตือนเกษตรกรที่กำลังทำการเก็บเกี่ยวข้าว ว่าขอให้ระวังหนูระบาด โดยหนูจะทำลายข้าวอาจได้รับความเสียหาย ขอให้เกษตรกรควรหมั่นสำรวจในแปลงนา หากพบร่องรอยของหนู เช่นทางเดิน มูลหนู รอยเท้า หรือมีการกัดทำลายต้นข้าว ควรร่วมมือกันรณรงค์กำจัดหนูอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อลดประชากรพ่อแม่พันธุ์หนู ก่อนที่หนูจะผสมพันธุ์ออกลูก และกระจายตัวลงพื้นที่เข้าทำลายอย่างกว้างขวาง โดยได้แนะนำให้เกษตรกรป้องกันและกำจัดดังนี้ 1. วิธีกล ก่อนเตรียมแปลงปลูกให้ใช้กับดักชนิดต่างๆ เช่น การขุด หรือการล้อมตี ต้องร่วมมือรณรงค์อย่างพร้อมกัน เพื่อลดประชากรของหนู ก่อนที่หนูจะขยายพันธุ์ และกระจายพันธุ์กว้างต่อไป 2. การเขตกรรม ได้แก่การทำลายที่อยู่อาศัยที่รกร้างว่างเปล่า ใกล้แปลงที่ทำการปลูกพืช 3. การอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ เช่นนกฮูก นกแสก นกเค้าแมว หรืองูต่างๆ 4. ใช้สารเคมี ถ้าพบร่องรอยหรือการทำลายของหนู ควรใช้สารเคมีออกฤทธิ์เร็ว เช่น ซิงค์ฟอสไฟด์ (ยาดำ) ผสมเหยื่อในอัตราส่วนสารเคมี 1 ส่วนต่อเหยื่อ 100 ส่วน โดยน้ำหนักของเหยื่อพิษ หรือจะใช้เหยื่อสำ
ผศ. ชไมพร เพ็งมาก อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ทุ่งใหญ่ (มทร. ศรีวิชัย) ได้ทดลองนำส่วนลูกตาลสุก มาแปรรูปเป็นแป้งตาลโตนดแบบผง ด้วยการนำมายีเอาเนื้อออก เพื่อใช้ทำขนมตาล ซึ่งสามารถทำได้บางฤดูกาลเท่านั้น เพราะการเตรียมเนื้อลูกตาลสุก ใช้เวลามาก มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ไม่สามารถเก็บได้นาน การนำเนื้อลูกตาลสุกมาทำให้แห้งเป็นผง จึงเป็นการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเนื้อตาลสุกมีเบต้าแคโรทีนเกือบเท่ากับแครอต สำหรับวิธีทำแป้งตาลโตนด นำลูกตาลสุกมาล้างให้สะอาด ลอกเปลือกดำออก ให้เอาดีตาลออกเพื่อไม่ให้เนื้อตาลมีรสขม ยีลูกตาลกับน้ำทีละน้อย กรองด้วยตะแกรงตาถี่ เพื่อกรองเอาเส้นใยออก เทใส่ผ้าดิบ ใช้เชือกผูกให้แน่น แขวนหรือหาของหนักทับไว้ 1 คืน รุ่งขึ้นเกลี่ยเนื้อตาลในถาด นำเข้าตู้อบลมร้อน โดยใช้อุณหภูมิในการอบแห้ง 65 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 ชั่วโมง บด แล้วผ่านตะแกรงร่อน บรรจุในถุงลามิเนต ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมในการนำไปทดแทนส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ขนมไทย เพราะจะทำให้ผสมกับส่วนผสมอื่นได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.
ทำเอาน้ำมันงาดำสกัดเย็นขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว เมื่ออาจารย์หมอ (รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ออกมาประกาศความสำเร็จ หลังจากทำการวิจัยและทดลองมานานกว่า 5 ปี ก็สามารถยืนยันอย่างชัดเจนว่า สารเซซามีนในงาดำมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ป้องกันโรคข้อเสื่อม กระดูกพรุนได้ โดยจะเข้าไปทำให้แคลเซียมประสานกับกระดูกเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูโรคเกี่ยวกับสมอง อาทิ เส้นเลือดอุดตันในสมอง เส้นเลือดแตก อันเป็นสาเหตุของการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ว่าแต่…แล้วเราจะกินอย่างไรจึงจะช่วยป้องกันโรค ง่ายที่สุดคือ โรยข้าวกิน ควรจะเคี้ยวงาให้แตกก่อนกลืน เพราะสารเซซามีนในเมล็ดงาจะได้มีโอกาสได้ทำหน้าที่สร้างคุณประโยชน์แก่ร่างกายเรา หรือจะบดเป็นผงก่อนค่อยโรยข้าวก็สะดวกดี โดยเฉพาะ “น้ำเต้าหู้งาดำ” เมนูนี้ภูมิใจนำเสนอ เพราะไม่เพียงป้องกันมะเร็ง ยังเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับวัยทอง ที่สำคัญงาดำมีแคลเซียมมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า และแร่ธาตุที่สำคัญอีกมากมาย รวมทั้งวิตามินอี วิตามินบี ช่วยบำรุงระบบประสาท ถ้าเป็นหนุ่มสาวให้กินวันละ 3-4 ช้อน ถ้าเริ่มเข้าวัยทอ
ดร. จันทนา บุญรัตน์ อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยถึงงานวิจัยยาตำรับกลีบบัวแดง ว่า จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า โรคอัลไซเมอร์ ซึ่งมีความชุก 3.4 เปอร์เซ็นต์ นั้น ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและญาติมาก สาเหตุการเกิดโรคไม่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาวิจัยในปัจจุบันก็พบว่า พยาธิสภาพอยู่ที่ยีนบนโครโมโซม คู่ที่ 21 ที่สร้าง amyloid ในสมอง อีกทั้งปัจจุบันก็ยังไม่มียาที่รักษาได้ผล ดังนั้น คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงร่วมมือกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรทำการวิจัยยาตำรับกลีบบัวแดง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยเริ่มทำในสัตว์ทดลองก่อน จากการวิจัยเบื้องต้นพบว่า ตำรับสมุนไพรกลีบบัวแดงมีฤทธิ์สองกลไก คือ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ยับยั้งการเกาะกลุ่มกันของโปรตีนเบต้าอะมัยลอยด์ และมีผลป้องกันภาวะความจำเสื่อม ทั้งชนิดความจำระยะสั้นและความจำระยะยาวได้ ซึ่งน่าจะมีศักยภาพที่ดีในการใช้ป้องกันหรือรักษาโรคอัลไซเมอร์ โดย ณ ขณะนี้กำลังดำเนินการวางแผนร่วมกันที่จะวิจัยต่อยอด เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้
หอยตลับ มีชุกชุมในอ่าว ก. ไก่ ชาวอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม และอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ไม่น้อยยึดอาชีพหาหอยตลับขาย หอยตลับ เรียกชื่อต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น หอยหวาน หอยตลับลาย หอยตลับขาว ลักษณะของหอยตลับ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า รูปเหมือนตลับ เปลือกสีลาย พื้นสีขาว หน้าตาสวยงามไม่น้อย นำไปประกอบอาหารก็อร่อยไม่เบา แต่ก่อนจะได้กินหอยตลับต้องเลี้ยง หรือไม่ก็ออกหาตามโคลนเลนริมทะเลก่อน ริมทะเลที่มีหอยตลับ เช่น ริมทะเลในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตราด ชลบุรี ชุมพร เพชรบุรี ระยอง สมุทรสงคราม และจันทบุรี เป็นต้น อาชีพหาหอยตลับต้องมีเครื่องมือ เรียกว่า คราดหอยตลับ รูปทรงคล้ายคราดของชาวบ้าน แต่รายละเอียดต่างกัน ด้ามมีทั้งสั้นและยาว ตัวคราดไม่ได้เป็นเงี่ยงเหมือนคราดทั่วไป แต่มีแผ่นโลหะคล้ายๆ ใบมีด สำหรับใช้ครูดแทน เครื่องมือของใช้ใดๆ ก็ตาม ย่อมตอบสนองต่องาน การคิดค้นเครื่องมือมาใช้ ล้วนมีความประสงค์เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้น อย่างมนุษย์เราเมื่อหลายพันปีมาแล้ว คิดทำล้อเลื่อนได้ แรกๆ คนที่คิดทำล้อเลื่อนได้นั้น ท่านคงไม่ได้นึกหรอกว่า จะต้องมาเป็นรถหรู ราคาแพง และคงยังคิดไม่ออกว่า
การเปิด “ร้านประชารัฐ สุขใจ ช็อป” จังหวัดตราด ภายในสถานีบริการ ปตท. 2 แห่ง ที่ผ่านมานี้ สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดตราด จัดลานนิทรรศการด้านหน้า โดยการยกเอาของดีเมืองตราดที่หาดู หาชิมได้ยากมาหลากหลาย วันนี้ขอแนะนำเมนู วุ้นหมาน้อย อาหารพื้นบ้านของชาวชอง ที่บ้านช้างทูน ตำบลช้างทูน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เล่าสู่ในกันฟัง คุณอุทัย เปรื่องเวช หรือ “ป้าหนู” อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ที่ 5 ตำบลช้างทูน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เล่าว่า มีเชื้อสาย “ชอง” ปู่ ย่า อาศัยอยู่ที่อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด นานกว่า 100 ปี มีวิถีชีวิตแบบชาวชองมาถึงปัจจุบัน “หมาน้อย” เป็นพืชตระกูลเถาวัลย์ ไม้เลื้อย ขึ้นเองตามธรรมชาติ ใช้ทำอาหาร โดยนำใบมาคั้นหรือตำให้ละเอียดทำเป็นวุ้น ตัดเป็นชิ้นๆ และตำพริก กะปิ มะม่วง มะกอก มายำกับวุ้นและใส่ปลาแนมให้ออกรสเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ ใช้รับประทานกับข้าว หรือทำเป็นขนม หมาน้อยลอยแก้ว เป็นวุ้นแล้วใส่น้ำเชื่อม น้ำแข็ง ปัจจุบัน หมู่บ้านช้างทูนเป็นแหล่งท่องเที่ยวนิเวศพิพิธภัณฑ์นิเวศบ้านช้างทูน จึงพัฒนา “วุ้นหมาน้อย” รับประทานกับหน้าอาหารทะเล ใช้เป็นอาหารว่างบริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากต้นหมาน้อยมีสร
เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งเคยบอกไว้นานแล้วว่า “ความรู้เป็นที่มาของความรู้สึก” คือเขาเชื่อว่า เมื่อใดเราล่วงรู้เรื่องราว รายละเอียด เงื่อนไขข้อแม้ต่างๆ ไม่ว่าจะของคน สัตว์ หรือสิ่งของก็ตาม เราจะ “รู้สึก” ต่อสิ่งนั้นได้มากขึ้น ในแง่นี้ ความรู้จึงมีสถานะเป็นเครื่องปรุงแต่งทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง แม้ว่าในทางปฏิบัติ มันจะต้องอาศัยสิ่งอื่นๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของความรู้นั้นๆ กระทั่งการยอมเปิดใจที่จะรับรู้ ซึ่งก็ย่อมมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน เรื่องนี้ผมเชื่อเพื่อนมาตั้งแต่แรกได้ยินเขาพูด และในกรณีของกับข้าวกับปลา วัตถุดิบ การปรุงรสอาหาร ฯลฯ ที่ก็อาจนับว่าเป็นศาสตร์อันลึกซึ้งละเอียดอ่อนนั้น ผมคิดว่าคำพูดของเขาช่างเป็นเรื่องจริงเอาเสียจริงๆ ความรู้แปลกๆ ใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่ความรู้สึกเชิงโภชนารมณ์นั้นเป็นของที่ยังมีอยู่มาก และหลายครั้งก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี้เอง กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้อาศัยติดตามคณะทำงาน “กินเปลี่ยนโลก” มูลนิธิชีววิถี ไปดูขั้นตอนการทำซีอิ๊วขาวและเต้าเจี้ยว ตราช้อนทอง ผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปแม่บ้านสันป่ายาง อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ ทั้งซีอิ๊วขาวและเต้าเจี้ยวที่นี่จะมีว
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clerodendrum inerme (L.) Gaertn. ชื่อวงศ์ Labiatae (Lamiaceae) ชื่ออื่นๆ สำปันงา (สตูล) สัมเนรา (ระนอง) เขี้ยวงู (ประจวบคีรีขันธ์) สักขรีย่าน (ชุมพร) สำมะลีงา (ภาคกลาง) สำลีงา สามพันหวา (ฉะเชิงเทรา) คนจีนเรียก เช่าอึ้งเต็ง หนูถูกเรียกหลายชื่อจนสับสนไปหมด แต่ก็มีความสุขทุกครั้งถ้าใครเรียกหนูว่า สำปันงา หรือ สำลีงา เพราะฟังดูเป็นสาวทอมๆ แก่นๆ ดี เหมือนเนื้อไม้เถาเลื้อยได้แต่แข็งแกร่ง แม้ว่าหนูเป็นพืชพื้นบ้าน แต่ก็พบหนูได้ยาก จนใครๆ เขาพูดว่าหนูเป็นพืชสมุนไพรหายาก ซ้ำยังเป็นไม้กึ่งรอเลื้อย มีญาติหนูที่อายุมาก เขาเลื้อยขึ้นนั่งร้าน แล้วยังพาดไปยังต้นไม้อื่นๆ ได้ตั้งหลายเมตร แต่ถ้าอยู่ตามป่าละเมาะริมทะเลจะพบหนูเป็นลักษณะไม้พุ่ม สูงได้ 2-3 เมตร หนูมีใบเดี่ยวสีเขียวสด รูปไข่ หรือรูปหอก โคนใบมน เรียงตรงข้าม และแผ่นใบด้านล่างมีขนนุ่มๆ แต่ก้านใบออกแดง หรืออมม่วง เคยมีหนุ่มๆ มาขยี้ใบหนูแล้วดมดู บอกว่าเหม็นเขียว จึงพากันรังเกียจกลิ่นใบตัวหนู สิ่งที่หนูคิดอยากจะอวดมากๆ คือดอก เพราะมั่นใจว่าสวย ตรงที่มีดอกเป็นช่อตามซอกใบ บานแล้วเห็นกลีบดอก 5 กลีบ สีขาวได้รูป ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป แล
สนุกคลุกสวน คนบ้านนอกแค่เห็นหัวข้อนี้ก็ยิ้มออก หรือไม่ใช่คนบ้านนอกก็เถอะ คุณว่าไหม… ฉันไปงานสนุกคลุกในสวนมา เรียกว่ากิจกรรมทำมือก็ได้ค่ะ เพราะสร้างด้วยสองมือแบบธรรมชาติๆ ไม่ได้สร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่ ฉันไม่ได้ไปร่วมงานเฉยๆ ครั้งนี้ไปเพื่อทำกิจกรรมกับเด็กๆ โดยชวนเด็กไปเก็บผักที่เจ้าของบ้านปลูกไว้แล้วเอามาทำกินกัน ฝนตกทุกวัน ฉันจึงไม่ได้ไปสำรวจว่ามีอะไรที่เก็บมาทำกินได้บ้าง เจ้าของสวนซึ่งเป็นสวนในบ้าน ไม่ใช่สวนจริงจัง ทำแบบปลูกผักริมรั้วนั่นแหละ บอกว่า มีอัญชัน มีมะรุม มีผักหวานบ้าน มีตำลึง หน่อไม้ ชะอม พริกขี้หนู เป็นต้น “มีเด็กที่เป็นผู้ช่วยอยู่ห้าคน ที่จะไปเก็บผักกับพี่มาทำกิน พี่ต้องการให้เตรียมอะไรบ้าง” “ตระกร้าเก็บผัก ผ้ากันเปื้อนแบบสวยๆ เครื่องครัว พวกหม้อ กระทะ มีด เขียง ไข่ น้ำมัน ซีอิ๊วขาว หัวหอมแดง กระเทียม” “แค่นี้เองหรือพี่” “แค่นี้แหละ” “พวกผักอาจจะไม่พอ เราต้องเตรียมมาบ้าง” “ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่จัดการเอง สนุกคลุกในสวนก็ต้องเอาของในสวนซิ” แล้วก็ถึงวันคลุกในสวนจริง ที่นี่เขาสร้างสวนสนุกให้เด็กได้เล่นบนดิน คือ คลุกดินกันจริงๆ ทำสะพานโค้ง โดยเอาบ่อซีเมนต์มาวางแล้วเอาดินกลบให
ปักษ์นี้ จะพาไปตลาดสดแห่งหนึ่ง ในอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ชื่อ “ขาณุวรลักษบุรี” นั้นมาทีหลัง ตามวิสัยของหน่วยราชการ ที่ไม่ค่อยมีอะไรทำ เที่ยวไปตั้งชื่อชุมชนเอาตามอำเภอใจ เพราะที่ตรงนั้น เดิมมีสถานะและชื่อว่า กิ่งอำเภอแสนตอ และเก่ากว่านั้นเป็นชุมชนโบราณ เรียกว่า เมืองแสนตอ รุ่นเดียวกับเมืองเทพนคร เมืองไตรตรึงษ์ เมืองพาน เมืองคณฑี เมืองนครชุม เมืองชากังราว ในที่สุด แสนตอก็เหลือเป็นเพียงชื่อตำบล ตลาดสดที่ขาณุฯ ชื่อทางการว่า “ตลาดไทยพิทักษ์” มีขนาดเล็ก แต่ที่พิเศษคือ ทุกวันศุกร์ จะติดตลาดนัด ให้ชาวบ้านเอาของสดจากสวนจากไร่มาขายเอง วันศุกร์ก่อน ผมได้ไปดูทั้งตลาดสดและตลาดนัด หกโมงเช้าชักสายแล้ว แต่คนค้าคนขายยังคึกคัก คนจ่ายกับข้าวส่วนใหญ่จะเป็นแม่บ้าน ไม่ค่อยเห็นพ่อบ้านหรือพ่อครัวมาจับจ่ายไปทำอาหารขาย เพราะเป็นเมืองเล็ก มีร้านอาหารไม่กี่แห่ง ถึงอย่างไร เช้านั้น ผมยังทันได้กินหลู้ หรือลาบเมืองเหนือ มีขายหน้าตลาดสด เขาทำสุกแล้ว มีเส้นหมี่กรอบให้ต่างหาก เสียดายกระเทียมดองกับน้ำ เขาผสมปรุงตอนคั่วหลู้ รสชาติทำให้นึกถึงที่พี่น้องบ้านลุงในสลกบาตรทำให้กินวันสงกรานต์ยี่สิบกว่าปีก่อน กำแพงเ
