เทคนิคเกษตร
หอยตลับ มีชุกชุมในอ่าว ก. ไก่ ชาวอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม และอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ไม่น้อยยึดอาชีพหาหอยตลับขาย หอยตลับ เรียกชื่อต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น หอยหวาน หอยตลับลาย หอยตลับขาว ลักษณะของหอยตลับ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า รูปเหมือนตลับ เปลือกสีลาย พื้นสีขาว หน้าตาสวยงามไม่น้อย นำไปประกอบอาหารก็อร่อยไม่เบา แต่ก่อนจะได้กินหอยตลับต้องเลี้ยง หรือไม่ก็ออกหาตามโคลนเลนริมทะเลก่อน ริมทะเลที่มีหอยตลับ เช่น ริมทะเลในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตราด ชลบุรี ชุมพร เพชรบุรี ระยอง สมุทรสงคราม และจันทบุรี เป็นต้น อาชีพหาหอยตลับต้องมีเครื่องมือ เรียกว่า คราดหอยตลับ รูปทรงคล้ายคราดของชาวบ้าน แต่รายละเอียดต่างกัน ด้ามมีทั้งสั้นและยาว ตัวคราดไม่ได้เป็นเงี่ยงเหมือนคราดทั่วไป แต่มีแผ่นโลหะคล้ายๆ ใบมีด สำหรับใช้ครูดแทน เครื่องมือของใช้ใดๆ ก็ตาม ย่อมตอบสนองต่องาน การคิดค้นเครื่องมือมาใช้ ล้วนมีความประสงค์เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้น อย่างมนุษย์เราเมื่อหลายพันปีมาแล้ว คิดทำล้อเลื่อนได้ แรกๆ คนที่คิดทำล้อเลื่อนได้นั้น ท่านคงไม่ได้นึกหรอกว่า จะต้องมาเป็นรถหรู ราคาแพง และคงยังคิดไม่ออกว่า
การเปิด “ร้านประชารัฐ สุขใจ ช็อป” จังหวัดตราด ภายในสถานีบริการ ปตท. 2 แห่ง ที่ผ่านมานี้ สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดตราด จัดลานนิทรรศการด้านหน้า โดยการยกเอาของดีเมืองตราดที่หาดู หาชิมได้ยากมาหลากหลาย วันนี้ขอแนะนำเมนู วุ้นหมาน้อย อาหารพื้นบ้านของชาวชอง ที่บ้านช้างทูน ตำบลช้างทูน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เล่าสู่ในกันฟัง คุณอุทัย เปรื่องเวช หรือ “ป้าหนู” อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ที่ 5 ตำบลช้างทูน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เล่าว่า มีเชื้อสาย “ชอง” ปู่ ย่า อาศัยอยู่ที่อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด นานกว่า 100 ปี มีวิถีชีวิตแบบชาวชองมาถึงปัจจุบัน “หมาน้อย” เป็นพืชตระกูลเถาวัลย์ ไม้เลื้อย ขึ้นเองตามธรรมชาติ ใช้ทำอาหาร โดยนำใบมาคั้นหรือตำให้ละเอียดทำเป็นวุ้น ตัดเป็นชิ้นๆ และตำพริก กะปิ มะม่วง มะกอก มายำกับวุ้นและใส่ปลาแนมให้ออกรสเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ ใช้รับประทานกับข้าว หรือทำเป็นขนม หมาน้อยลอยแก้ว เป็นวุ้นแล้วใส่น้ำเชื่อม น้ำแข็ง ปัจจุบัน หมู่บ้านช้างทูนเป็นแหล่งท่องเที่ยวนิเวศพิพิธภัณฑ์นิเวศบ้านช้างทูน จึงพัฒนา “วุ้นหมาน้อย” รับประทานกับหน้าอาหารทะเล ใช้เป็นอาหารว่างบริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากต้นหมาน้อยมีสร
เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งเคยบอกไว้นานแล้วว่า “ความรู้เป็นที่มาของความรู้สึก” คือเขาเชื่อว่า เมื่อใดเราล่วงรู้เรื่องราว รายละเอียด เงื่อนไขข้อแม้ต่างๆ ไม่ว่าจะของคน สัตว์ หรือสิ่งของก็ตาม เราจะ “รู้สึก” ต่อสิ่งนั้นได้มากขึ้น ในแง่นี้ ความรู้จึงมีสถานะเป็นเครื่องปรุงแต่งทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง แม้ว่าในทางปฏิบัติ มันจะต้องอาศัยสิ่งอื่นๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของความรู้นั้นๆ กระทั่งการยอมเปิดใจที่จะรับรู้ ซึ่งก็ย่อมมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน เรื่องนี้ผมเชื่อเพื่อนมาตั้งแต่แรกได้ยินเขาพูด และในกรณีของกับข้าวกับปลา วัตถุดิบ การปรุงรสอาหาร ฯลฯ ที่ก็อาจนับว่าเป็นศาสตร์อันลึกซึ้งละเอียดอ่อนนั้น ผมคิดว่าคำพูดของเขาช่างเป็นเรื่องจริงเอาเสียจริงๆ ความรู้แปลกๆ ใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่ความรู้สึกเชิงโภชนารมณ์นั้นเป็นของที่ยังมีอยู่มาก และหลายครั้งก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี้เอง กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้อาศัยติดตามคณะทำงาน “กินเปลี่ยนโลก” มูลนิธิชีววิถี ไปดูขั้นตอนการทำซีอิ๊วขาวและเต้าเจี้ยว ตราช้อนทอง ผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปแม่บ้านสันป่ายาง อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ ทั้งซีอิ๊วขาวและเต้าเจี้ยวที่นี่จะมีว
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clerodendrum inerme (L.) Gaertn. ชื่อวงศ์ Labiatae (Lamiaceae) ชื่ออื่นๆ สำปันงา (สตูล) สัมเนรา (ระนอง) เขี้ยวงู (ประจวบคีรีขันธ์) สักขรีย่าน (ชุมพร) สำมะลีงา (ภาคกลาง) สำลีงา สามพันหวา (ฉะเชิงเทรา) คนจีนเรียก เช่าอึ้งเต็ง หนูถูกเรียกหลายชื่อจนสับสนไปหมด แต่ก็มีความสุขทุกครั้งถ้าใครเรียกหนูว่า สำปันงา หรือ สำลีงา เพราะฟังดูเป็นสาวทอมๆ แก่นๆ ดี เหมือนเนื้อไม้เถาเลื้อยได้แต่แข็งแกร่ง แม้ว่าหนูเป็นพืชพื้นบ้าน แต่ก็พบหนูได้ยาก จนใครๆ เขาพูดว่าหนูเป็นพืชสมุนไพรหายาก ซ้ำยังเป็นไม้กึ่งรอเลื้อย มีญาติหนูที่อายุมาก เขาเลื้อยขึ้นนั่งร้าน แล้วยังพาดไปยังต้นไม้อื่นๆ ได้ตั้งหลายเมตร แต่ถ้าอยู่ตามป่าละเมาะริมทะเลจะพบหนูเป็นลักษณะไม้พุ่ม สูงได้ 2-3 เมตร หนูมีใบเดี่ยวสีเขียวสด รูปไข่ หรือรูปหอก โคนใบมน เรียงตรงข้าม และแผ่นใบด้านล่างมีขนนุ่มๆ แต่ก้านใบออกแดง หรืออมม่วง เคยมีหนุ่มๆ มาขยี้ใบหนูแล้วดมดู บอกว่าเหม็นเขียว จึงพากันรังเกียจกลิ่นใบตัวหนู สิ่งที่หนูคิดอยากจะอวดมากๆ คือดอก เพราะมั่นใจว่าสวย ตรงที่มีดอกเป็นช่อตามซอกใบ บานแล้วเห็นกลีบดอก 5 กลีบ สีขาวได้รูป ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป แล
สนุกคลุกสวน คนบ้านนอกแค่เห็นหัวข้อนี้ก็ยิ้มออก หรือไม่ใช่คนบ้านนอกก็เถอะ คุณว่าไหม… ฉันไปงานสนุกคลุกในสวนมา เรียกว่ากิจกรรมทำมือก็ได้ค่ะ เพราะสร้างด้วยสองมือแบบธรรมชาติๆ ไม่ได้สร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่ ฉันไม่ได้ไปร่วมงานเฉยๆ ครั้งนี้ไปเพื่อทำกิจกรรมกับเด็กๆ โดยชวนเด็กไปเก็บผักที่เจ้าของบ้านปลูกไว้แล้วเอามาทำกินกัน ฝนตกทุกวัน ฉันจึงไม่ได้ไปสำรวจว่ามีอะไรที่เก็บมาทำกินได้บ้าง เจ้าของสวนซึ่งเป็นสวนในบ้าน ไม่ใช่สวนจริงจัง ทำแบบปลูกผักริมรั้วนั่นแหละ บอกว่า มีอัญชัน มีมะรุม มีผักหวานบ้าน มีตำลึง หน่อไม้ ชะอม พริกขี้หนู เป็นต้น “มีเด็กที่เป็นผู้ช่วยอยู่ห้าคน ที่จะไปเก็บผักกับพี่มาทำกิน พี่ต้องการให้เตรียมอะไรบ้าง” “ตระกร้าเก็บผัก ผ้ากันเปื้อนแบบสวยๆ เครื่องครัว พวกหม้อ กระทะ มีด เขียง ไข่ น้ำมัน ซีอิ๊วขาว หัวหอมแดง กระเทียม” “แค่นี้เองหรือพี่” “แค่นี้แหละ” “พวกผักอาจจะไม่พอ เราต้องเตรียมมาบ้าง” “ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่จัดการเอง สนุกคลุกในสวนก็ต้องเอาของในสวนซิ” แล้วก็ถึงวันคลุกในสวนจริง ที่นี่เขาสร้างสวนสนุกให้เด็กได้เล่นบนดิน คือ คลุกดินกันจริงๆ ทำสะพานโค้ง โดยเอาบ่อซีเมนต์มาวางแล้วเอาดินกลบให
ปักษ์นี้ จะพาไปตลาดสดแห่งหนึ่ง ในอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ชื่อ “ขาณุวรลักษบุรี” นั้นมาทีหลัง ตามวิสัยของหน่วยราชการ ที่ไม่ค่อยมีอะไรทำ เที่ยวไปตั้งชื่อชุมชนเอาตามอำเภอใจ เพราะที่ตรงนั้น เดิมมีสถานะและชื่อว่า กิ่งอำเภอแสนตอ และเก่ากว่านั้นเป็นชุมชนโบราณ เรียกว่า เมืองแสนตอ รุ่นเดียวกับเมืองเทพนคร เมืองไตรตรึงษ์ เมืองพาน เมืองคณฑี เมืองนครชุม เมืองชากังราว ในที่สุด แสนตอก็เหลือเป็นเพียงชื่อตำบล ตลาดสดที่ขาณุฯ ชื่อทางการว่า “ตลาดไทยพิทักษ์” มีขนาดเล็ก แต่ที่พิเศษคือ ทุกวันศุกร์ จะติดตลาดนัด ให้ชาวบ้านเอาของสดจากสวนจากไร่มาขายเอง วันศุกร์ก่อน ผมได้ไปดูทั้งตลาดสดและตลาดนัด หกโมงเช้าชักสายแล้ว แต่คนค้าคนขายยังคึกคัก คนจ่ายกับข้าวส่วนใหญ่จะเป็นแม่บ้าน ไม่ค่อยเห็นพ่อบ้านหรือพ่อครัวมาจับจ่ายไปทำอาหารขาย เพราะเป็นเมืองเล็ก มีร้านอาหารไม่กี่แห่ง ถึงอย่างไร เช้านั้น ผมยังทันได้กินหลู้ หรือลาบเมืองเหนือ มีขายหน้าตลาดสด เขาทำสุกแล้ว มีเส้นหมี่กรอบให้ต่างหาก เสียดายกระเทียมดองกับน้ำ เขาผสมปรุงตอนคั่วหลู้ รสชาติทำให้นึกถึงที่พี่น้องบ้านลุงในสลกบาตรทำให้กินวันสงกรานต์ยี่สิบกว่าปีก่อน กำแพงเ
คุณบรรพต ปฐวี หรือ หนานติ้ง (ทางภาคเหนือ จะเรียกผู้ผ่านการบวชพระมาว่า “หนาน”) หนุ่มใหญ่แห่งบ้านบัว ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เล่าให้ฟังถึงชีวิตครั้งก่อนว่า สมัยหนุ่มๆ มีโอกาสได้เข้าไปใช้ชีวิตในเมืองหลวง เคยบวชเรียน และเดินทางไปเรียนยังประเทศอินเดีย หากไม่สึกออกมาเสียก่อน ปานนี้คงเป็นเจ้าคุณไปแล้ว เมื่อสิกขาลาเพศบรรพชิต ก็เลยได้ไปใช้ชีวิตในหลายๆ แง่มุม ทั้งบริษัทเอกชน และสวนนงนุช ที่โด่งดังในเรื่องการจัดสวน มีความรู้เหล่านี้ติดตัวมา เมื่อพบรักกับภรรยา มีลูกด้วยกัน 2 คน ก็มีเหตุบังเอิญให้เลิกรากัน เบื่อหน่ายชีวิตเมืองกรุงจึงมุ่งกลับสู่ท้องนา นำความรู้ ประสบการณ์ มาใช้ที่บ้านบัวแห่งนี้ คิดว่ากลับมาอยู่ชนบทแล้วอากาศธรรมชาติจะดี กลับกลายเป็นว่ามาพบการเผาเศษวัสดุหรือตอซังข้าว เกิดอาการแพ้ จึงเริ่มรณรงค์ ให้งดการเผา เมื่อไม่ให้เผา ก็ต้องหาวิธีการที่ทำลายเศษวัสดุเหล่านั้น ครั้นจะรณรงค์หรือชักชวนผู้ใหญ่ก็เป็นไม้แก่ที่ดัดยากเสียแล้ว จึงหันไปรณรงค์ในกลุ่มของเด็กและเยาวชนแทน สังคมในภาคเหนือมีวัฒนธรรมและประเพณีอย่างหนึ่งคือ การเล่นชนกว่าง ซึ่งตัวกว่างก่อนที่จะออกมาเป็นตั
การประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น เพื่อขอรับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2560 เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ด้วยการประดิษฐ์คิดค้นนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าทางเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการส่งเสริมการประดิษฐ์คิดค้นอย่างจริงจัง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และผลักดันผลงานประดิษฐ์คิดค้นของคนไทยให้สามารถนำไปพัฒนาหรือต่อยอดให้สามารถเข้าสู่เชิงพาณิชย์ได้ เกิดประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นการยกระดับผลงานและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการประดิษฐ์คิดค้นของคนไทย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานการประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น เพื่อขอรับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2560 ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช. 1 ว่า วช. ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้แก่นักวิจัยและนักประดิษฐ์ ในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เป
คุณวันชัย นนทวรรณธนะ ชาวบางกรวย จังหวัดนนทบุรี แต่ไปปลูกมะนาวอยู่ที่บ้านทุ่งมะเซอย่อ ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เล่าเคล็ดที่ไม่ลับให้ฟังว่า สมัยเป็นเด็ก เขามักถูกเพื่อนล้อว่า รักแร้ดำ จนวันหนึ่งญาติๆ กันแนะนำให้ใช้มะนาวผ่าแล้วทา เขาทดลองทำดู ครั้งแรกแสบมาก ต่อมาชิน จึงทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลที่ตามมานั้น รักแร้ขาว ขนแทบไม่ขึ้นเลย กลิ่นก็บางเบาแทบไม่มี ด้วยเหตุนี้ตนจึงใช้มะนาวมาตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ อายุ 50 ปีเศษแล้ว “ผมใช้มะนาว โดยไม่ใช้อย่างอื่น เพื่อนคนที่ล้อผม ตอนนี้มันมีลูกมีผัว ปล่อยตัว ใส่เสื้อคอกระเช้า เวลายกแขน รักแร้ดำปื้อเลย ช่วงมะนาวมีมาก ใช้ทุกวัน แต่มะนาวมีน้อยอาจจะเว้นหน่อย เพราะแม่บ้านบ่น แต่ผมก็ปลูกมะนาวไว้หลายไร่” คุณวันชัยบอก
สมัยก่อนจะพบเห็นต้นผักหวานป่า ตามป่าทั่วๆ ไป ถึงฤดูแล้งก็จะแตกยอดอ่อน ดอกอ่อน ให้ชาวบ้านที่หากินอยู่กับป่า เก็บมาทำอาหารกิน ปีหนึ่งจะมีให้กินสัก 10-20 วัน ก็จะหมด สันนิษฐานกันว่า สาเหตุที่ผักหวานป่าออกมาระยะหนึ่งสั้นๆ ก็เพราะเข้าสู่ฤดูแล้ง มักจะเกิดไฟป่าเผาไหม้กิ่งก้านต้นผักหวาน ในระยะที่ต้นผักหวานกำลังนอนหลับ หยุดพักการเจริญเติบโต เพราะช่วงแล้งจะยากแก่การหาน้ำเลี้ยงตนเอง จึงอาศัยอาหารและน้ำที่สะสมในต้นประทังชีวิต พอผ่านแล้งและถูกไฟไหม้ ก็เริ่มที่จะกลับมาเจริญชีวิตตนเองใหม่ แตกยอดอ่อน ดอก และสร้างลูกติดเมล็ดเพื่อจะแพร่พันธุ์ต่อไป ในช่วงนี้แหละที่ต้นผักหวานป่าจะแทงยอดที่ให้รสชาติหวาน หอม กรอบ มัน ปรุงอาหารอร่อยมาก จะต้ม ผัด ลวก ฉาบน้ำมันหรือนำมาแกงใส่ปลาย่าง ใส่เนื้อแห้ง และที่สุดคือ แกงใส่ไข่มดแดง ที่มีออกมามากพร้อมกันเหมือนกับเป็นคู่หูดูโอ งั้นแหละ…สุดยอด ผักหวานป่าเป็นไม้ยืนต้น มีอายุยืนยาวมาก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre มีลักษณะเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ใบอ่อนรูปร่างแคบ รี สีเขียวอมเหลือง ใบแก่เต็มที่สีเขียวเข้ม รูปร่างคล้ายรูปไข่ เนื้อใบกรอบ ขอบใบเรียบ ปลายใบม
