เทคนิคเกษตร
ในช่วงหน้าหนาวที่มาถึง นอกจากจะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวแล้วยังเป็นช่วงที่ชาวบ้านตามต่างจังหวัด ดักแมลงอีกด้วย แมลงที่เห็นตามตลาดไม่ว่าจะเป็นคั่วหรือทอดก็มาจากที่ได้จากไฟดักแมลงที่ชาวบ้านนำมาล่อแมลงที่มาเล่นแสงไฟแล้วตกลงกะละมังใส่น้ำที่ชาวบ้านใส่ไว้ไม่ให้แมลงที่มาเล่นแสงไฟยามค่ำคืนหนีไปได้ วิธีทำไฟดักแมลงมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ขุดหลุมสำหรับฝังไม้ไผ่ 2 หลุม ลึกประมาณ 20 เซนติเมตร 2. ฝังไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 เมตรครึ่ง 3. นำสังกะสีมาผูกระหว่างเสา 2 เสาให้พื้นลอยพอจะให้วางกะละมังได้ด้านล่างได้ (วางกะละมังไว้ 2 ใบ ใส่น้ำครึ่งกะละมัง เพื่อดักแมลง) 4. ผูกไม้เหนือสังกะสี ตรงนี้จะติดหลอดไฟไว้ 1 หลอด 5. ผูกไม้ไผ่ยาวประมาณ 5 เมตร ไว้กับเสาอีกข้าง ด้านบนติดหลอดไฟนีออน ด้านบนคลุมด้วยถังน้ำพลาสติกเพื่อกันฝน ต่อไฟฟ้า จะเปิดไฟในช่วงหัวค่ำไปจนถึงสว่าง สำหรับราคาหลอดไฟจะมีราคาประมาณชุดละ 250 บาทที่มีจำหน่ายตามร้านค้าที่พร้อมนำมาติดตั้งใช้ดักแมลงได้เลย แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีหลอดไฟชุดดักแมลงอยู่แล้ว ถ้าเลยช่วงหน้าดักแมลงไปแล้วก็จะกู้เก็บไว้แล้วจะมาดักใหม่อีกครั้งเมื่อถึงหน้าดักแมลง สำหรับไฟล่อแมลงจะมีแมลงต่างๆ มาติด เช
สมุนไพรที่นิยมนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางขัดผิวขาวที่ใกล้ตัวคนไทย หลายสมุนไพรสามารถหาได้ใกล้ๆ ตัวเราในประเทศไทย แต่ก็มีบางสมุนไพรที่เป็นของประเทศจีน แต่ทั้งหมดที่จะกล่าวถึงนี้ ก็มีขายแล้วในประเทศไทย จะมีสมุนไพรอะไรบ้างที่นิยมนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอาง มาดูกัน มะขามขัดผิว สมุนไพรทำเครื่องสำอางขัดผิวขาว มะขามสมุนไพรไทยพื้นบ้านยอดนิยม นำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางประเภทสบู่ เครื่องสำอางครีมทาผิว เครื่องสำอางครีมขัดผิวขาว ประโยชน์ของมะขามสามารถช่วยลดอาการไข้ ท้องผูก แก้ท้องร่วง ช่วยแก้ไขอาการความดันโลหิตสูงได้ดี สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอยู่ตลอดเวลา วิตามินซีจากมะขามนั้นสามารถช่วยในการชะลอวัย และการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผิวพรรณเราดูอ่อนวัย ส่วนแคลเซียมจากมะขามจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น และในมะขามมีธาตุเหล็กสามารถช่วยในส่วนของการสร้างเม็ดเลือด เห็ดหลินจือ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เห็ดหลินจือ เห็ดที่จัดได้ว่าเป็นสมุนไพรหายาก นิยมนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอาง เป็นเห็ดที่มีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน ซึ่งได้มีการยกย่องว่าเป็นสุดยอดของเห็ด เห็ดหลินจือจึงเป็นเห็ดที่ดีที่สุดในหม
แทบจะเป็น Soft Power ทีเดียว เมื่อกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประกาศ 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น 77 จังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดตราด เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ ที่ “แกงเลียงกะแท่งหอยนางรม” เป็นเมนูที่คนในจังหวัดแทบไม่รู้จัก แกงเลียงกะแท่งหอยนางรม น้อยคนจะรู้จัก คุณปรารถนา มงคลธวัช วัฒนธรรมจังหวัดตราดเล่าถึง “แกงเลียงกะแท่งหอยนางรม” 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น จังหวัดตราด ที่มาจาก โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่น สู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติที่หายไป The Lost Taste” เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์อาหารไทย อาหารท้องถิ่น อาหารสมุนไพร ที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตคนไทยและรวบรวมความรู้ส่งต่อเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดและยกระดับอาหารท้องถิ่นตราดสู่อาหารจานเด็ด โดยผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณา 5 ด้าน คือ 1. ด้านวัตถุดิบท้องถิ่น นำมาใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เป็นแหล่งที่มา 2. ด้านวิธีการปรุง เคล็ดลับ แสดงให้เห็นอัตลักษณ์ วิถีชีวิตที่มีการสืบทอดต่อกันมาเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม 3. ด้านสุขภาพ โภชนาการ สมุนไพร เป็นอาหารสุขภาพ 4. ด้านการสืบ
หลายคนอาจจะคุ้นชินกับอาหารจานด่วนหรือกินอาหารนอกบ้าน จนรู้สึกจำเจ กระทั่งในบางครั้งยังนึกไม่ออกว่าจะสั่งอาหารอะไรดี น้ำพริกปลาทู กับข้าวคู่บ้าน ที่กินไม่รู้เบื่อ เป็นเมนูที่แสนธรรมดาแต่ว่ากินได้บ่อยครั้งครับ ยิ่งในช่วงหน้าฝนด้วยแล้วผักข้างรั้วแตกผลิ ไม่ว่าจะเป็นยอดกระถิน ชะอม ตำลึง และอื่นๆ ก็ล้วนแต่เก็บมากินสดๆ ลวกกินกับน้ำพริกปลาทูได้ด้วยกันทั้งนั้น สำหรับการทำน้ำพริกปลาทูนั้นก็แสนเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากมีขั้นตอนดังนี้ ย่างปลาทูให้สุก กะพอประมาณ 1 ถ้วย คั่ว พริก หอม กระเทียมในกระทะเพื่อใช้ปรุง แกะปลาทูเอาเฉพาะเนื้อ ตำเนื้อปลาทูกับพริก หอม กระเทียม ที่คั่วเตรียมไว้ ตำให้เข้าเนื้อ ตักใส่ถ้วยละลายด้วยน้ำอุ่น คนให้เข้ากันตามชอบ เหยาะผงชูรสนิดหน่อย แล้วเหยาะน้ำปลาอีก 1 ช้อน หั่นต้นหอมลงถ้วย เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำพริกปลาทูรสอร่อยที่อยู่คู่ครัวเรือนมานาน และกินได้บ่อยครั้งโดยไม่รู้เบื่อ ปัจจุบัน เมนูอาหารบ้านเราได้รับความนิยมหลากหลายชนิด เช่น ส้มตำ ลาบ ผัดกะเพรา ผัดไทย ต้มข่าไก่ ฯลฯ ถ้าหากว่าวันไหนเบื่ออาหารที่ค่อนข้างมันและอาหารจานด่วนทั้งหลาย ก็หันมากินอาหารเรียบง่ายที่อยู่คู่บ้านมาช้านาน เช
ผมจำได้ว่า เคยแนะนำชักชวนให้ใครที่ชอบกินกับข้าวไทยบ้านๆ รู้จักไม้ป่าชนิดหนึ่งคือ “ส้มโก่ย” หรือชื่ออื่นๆ คือ หมากอีโก่ย องุ่นป่า ฯลฯ ซึ่งเป็นไม้เลื้อยยืนต้นเถาใหญ่แข็งแรง พบตามป่าโปร่งที่มีความชุ่มชื้น เถาส้มโก่ยใหญ่ มีขนแข็งๆ สั้นๆ ตามลำเถา เลื้อยพาดไปตามไม้ยืนต้นอื่นๆ โดยมีหนวดยึดเกาะพันหลักไว้ ความที่มันเป็นสายพันธุ์หนึ่งขององุ่น ผลของมันจึงออกเป็นพวงขนาดใหญ่แบบเดียวกับองุ่น ผมเคยพบเถาส้มโก่ยที่ป่าเชิงเขาทุเรียน นครนายก ที่ดงไม้ข้างปราสาทตาพรหมเกลในกัมพูชา แล้วก็ระหว่างทางบนเขา ที่จะไปยังถ้ำโบราณบนยอดเขาถมอรัตน์ เมืองศรีเทพ เพชรบูรณ์ ที่แนะนำก็เพราะว่าผมเคยเอา “องุ่นป่า” ที่ยังดิบ ลูกใหญ่ๆ นี้มาเด็ดล้าง ผ่าซีก แคะเอาเมล็ดสีขาวออก จะได้เนื้อผลไม้หน้าตาเหมือนเราผ่าลูกองุ่น แต่แข็งๆ นะครับ มันมีรสเปรี้ยวจัด อมฝาดเล็กน้อย หากเรากินดิบๆ ไปเพียงนิดเดียว จะรู้สึกคันๆ ยิบๆ ที่ปากที่ลิ้น ซึ่งคนเก่าๆ เรียกอาการนี้ว่า “กัดลิ้น” หรือ “ไต่ลิ้น” แต่หากทำให้สุกด้วยความร้อน อาการคันที่ว่านี้จะหมดไป คนที่เคยทำอาหารย่อมทราบว่า รสฝาด ขม เฝื่อน กระทั่งอาการคันในวัตถุดิบอาหารนี้ หากหาวิธีได้ หรือค้นพบกร
อาชีพการทำผ้าบาติกและผ้ามัดย้อม เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดสุราษฎธานีได้เป็นอย่างดี มีการพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ แต่กระบวนการผลิตผ้าบาติกมีการใช้ทั้งสารเคมีที่ใช้เป็นสารกั้นสีและใช้ในการระบายสี ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนผลิตมีราคาสูง สารกั้นสีเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญของการผลิตผ้าบาติก สารกั้นสีที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันคือ น้ำเทียน ซึ่งได้มาจากการผสมของพาราฟินและขี้ผึ้ง เป็นองค์ประกอบหลัก สารกั้นสีที่ได้จากเทียนต้องใช้ความร้อนในการทำละลายก่อนที่จะนำไปใช้ จากงานวิจัยพบว่า เทียนและเทียนหอม ที่ทำขึ้นจากพาราฟินหรือขี้ผึ้งที่เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมนั้น มีสารที่ก่ออันตรายกับมนุษย์ได้ ในการใช้น้ำเทียนเป็นสารกั้นสี ต้องใช้น้ำสะอาดปริมาณมากในการซักล้าง อีกทั้งต้องผ่านกระบวนการต้มเพื่อขจัดเทียนออก ซึ่งจะมีคราบไขมันลอยจับผิวน้ำ และมีกลิ่นเ
ในขณะที่ผู้คนทางตอนเหนือและตะวันออกของจังหวัดลพบุรี รู้จักเอาเปลือกของลูก “กำจัด” มาเข้าในแกงหน่อไม้ น้ำพริก ป่น แกงเผ็ด กระทั่งผัดพริกใบกะเพรา คนภาคเหนือรู้จักสิ่งเดียวกันนี้ในชื่อ “มะข่วง” ใส่ปรุงในอาหารคล้ายๆ กัน ส่วนคนไทยดำหรือลาวโซ่ง ย่านเขาย้อย เพชรบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่ง คือ “พริกพราน” มันคงเป็นชื่อที่คนพื้นราบใช้เรียก “งังซ่องซา” ที่คนกะเหรี่ยงหนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี เก็บสอยจากต้นสูงใหญ่ในป่าทึบลงมาขายให้คนไทยดำ ซึ่งมีวัฒนธรรมการกินพริกพรานกันอย่างจริงจังมาก ทั้งใส่ในแกงเผ็ด แกงหน่อส้ม และโดยเฉพาะน้ำพริกชนิดหนึ่งที่เรียกในชื่อท้องถิ่นไทยดำว่า “แจ่วมะเอือดด้าน” นั้น จะขาดเปลือกเม็ดพริกพราน (คนไทยดำบางส่วนเรียก “มะแค่น” ก็มี) ไม่ได้เอาเลย ในความทรงจำของคนเพชรบุรี กะเหรี่ยงจะเอาพริกพรานลงมาขายในช่วงเดือนสิงหาคม เพราะพริกพรานจะมีผลผลิตในช่วงนั้น นอกจากนี้ ยังอาจเก็บในฐานะเครื่องสมุนไพรแห้งได้นานข้ามปีทีเดียว ภายหลังจึงเริ่มมีปลูกกันเองบ้างในแถบเขาย้อยและอำเภอเมืองเพชรบุรี แต่ก็ยังเก็บเกี่ยวไม่ได้ปริมาณมากเท่ากับที่คนกะเหรี่ยงปลูกและเก็บจากป่าเทือกเขาตะนาวศรี ชายแดนตะวันตก ผมเคยได้ยิน
จันทน์เทศ (Nutmeg, Myristica fragrans) เดิมเป็นพืชพื้นเมืองของหมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย ผลจันทน์เทศมีลักษณะคล้ายมะนาวหรือลูกพลัม ผลสุกที่มีขนาดพอๆ กับลูกละมุดจะเปลี่ยนเป็นสีเนื้อจางๆ แล้วปริออก ก่อนจะร่วงหล่นลงพื้น เนื้อสีน้ำตาลอ่อนของผลจันทน์เทศก็สามารถบริโภคได้เช่นกัน ถัดจากเนื้อจันทน์เทศที่ปริเป็นร่องลึก เผยให้เห็นใยหุ้มสีแดงเข้มสดใสซึ่งเรียกว่า ดอกจันทน์เทศ (Mace) ดอกจันทน์เทศ จึงไม่ใช่ดอกไม้ แต่เป็นเยื่อหุ้มเปลือกเมล็ด หรือรก ภายในเยื่อหุ้มนี้จะมีเมล็ดจันทน์เทศที่มีเปลือกสีดำเงาวับ เปลือกนี้แข็งแต่เปราะ ภายในเป็นเนื้อเมล็ดจันทน์เทศสีน้ำตาลอ่อนเรียกว่า ลูกจันทน์เทศ (Nutmeg) มีกลิ่นแรง หอมเฉพาะ รสขม ฝาด เปรี้ยว เผ็ดร้อน อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของจังหวัดพังงา คุณจุฑามาศ ส่องแสง หรือ คุณจ๋า เจ้าของสวนส่องแสง ตั้งอยู่ที่ 59/10 หมู่ที่ 7 ตำบลบางทอง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เกษตรกรรุ่นใหม่ ดีกรีปริญญาโท คณะเกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลับบ้านเกิดสานต่องานสวนของที่บ้าน พร้อมพัฒนาและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของจังหวัดพังงา ออกสู่สายตาชาวไทยและต่างชาติ คุณจ๋า เล่าให
เก็บตก ผลงานวิจัยเด่นและนวัตกรรมอาชีวศึกษาในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 (Thailand Research Expo 2023)” จัดขึ้นโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ในปีนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาร่วมออกบูธ นำเสนอผลงานภายใต้ชื่อ “การพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอเพื่อยกระดับชุมชนสู่ความยั่งยืน” ประกอบด้วยผลงานวิจัยและนวัตกรรมอาชีวศึกษา จำนวน 4 ผลงาน ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ผ้าร่วมสมัยลายอัตลักษณ์ประจำถิ่น โดย วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี 2. ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกผัดมัดย้อมสีธรรมชาติสีลูกจาก โดย วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี 3. อุปกรณ์ขับเคลื่อนกระสวยทอผ้ากึ่งอัตโนมัติ โดย วิทยาอาชีวศึกษาสกลนคร 4. DWM เครื่องฟอกย้อมและล้างเส้นด้ายระดับชุมชน โดย วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ การนำเสนอผลงานนิทรรศการในครั้งนี้ มุ่งยกระดับทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเกี่ยวกับ “สิ่งทอ” (Textile) ซึ่งถือเป็น Soft Power ที่สำคัญของไทย โดยใช้กระบวนกา
สงขลา “เมนูข้าวสตู” 1 ใน 77 เมนู ทั่วประเทศ ได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ประจำปีงบประมาณ 2566 “ร้านข้าวสตูเกียดฟั่ง” ถนนนางงาม เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ที่ได้เปิดบริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 ที่สืบทอดกันมาจนถึงรุ่นที่ 3 รสชาติความอร่อยของข้าวสตูร้านนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ข้าวสตูเกียดฟั่ง ซึ่งโกลักชาวจีนไหหลำ ที่เดินทางมาทำมาหากินในเมืองสงขลา ได้ถ่ายทอดสูตรทำสตูหมูไก่ เมื่อครั้งที่ตนเองไปเป็นกุ๊กอยู่บนเรือฝรั่ง ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้ ซึ่งมีโกยาว เป็นเจ้าของร้านเกียดฟั่งรุ่นที่ 1 ซึ่งได้นำเมนูข้าวสตู มาปรับปรุงดัดแปลงสูตรดั้งเดิมเพื่อให้ถูกปากคนท้องถิ่น จนได้รสชาติสมบูรณ์แบบเข้ากับยุคสมัย จนกลายเป็นที่นิยมชื่นชอบของผู้มาเยือน น้ำซุปสตูจะมีความแตกต่างจากสูตรทั่วๆ ไป (สตูอังกฤษดั้งเดิมใช้เนย) โดยน้ำซุปของร้านเกียดฟั่ง จะเป็นน้ำซุปกระดูกหมูต้มกับเครื่องเทศและผสมกับหางกะทิ จนได้มาซึ่งน้ำซุปเข้มข้นและหอมมัน ภายในซุปยังมีเนื้อหมู เนื้อแดง และเครื่องใน แต่ผู้บริโภคก็สามารถสั่งหมูกรอบใส่ลงไปในซุปได้อีกด้วย บรรยากาศ หน้า
