เทคนิคเกษตร
ปลานิล มีนิสัยหากินตามพื้นบ่อที่อาศัยอยู่ และคลุกเคล้าขุดบ่อตื้นๆ ที่พื้นก้นบ่อส่งผลให้กลิ่นโคลนซึมซับเข้าไปในตัวปลาเมื่อถึงวัยที่ต้องจับส่งขายตลาด ทั้งนี้ วิธีลดกลิ่นสาบโคลนในตัวปลานิลที่เกษตรกรใช้กันอยู่ คือ ก่อนส่งจำหน่าย ให้นำปลามาเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ หรือเลี้ยงในกระชังในแหล่งน้ำสะอาด แล้วให้อาหารเม็ด เป็นเวลา 3-5 วัน จะทำให้กลิ่นสาบโคลนหายไป กรณีดังกล่าว แม้ว่าจะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ถ้าหากเลี้ยงปลาให้ได้ขนาดและคุณภาพตามที่ตลาดต้องการแล้วละก็ ลูกค้าคงไม่ว่ากระไร ขอให้คุณปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น ผมมั่นใจว่า ปัญหาดังกล่าวย่อมหมดไปอย่างแน่นอนครับ เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
กุ้งแม่น้ำ หรือ กุ้งหลวง เป็นชื่อเรียก กุ้งก้ามกรามตัวผู้ มีลักษณะตัวใหญ่ เนื้อแน่น มันเยอะ มีก้ามแข็ง และยาว ราคาขายค่อนข้างสูง กุ้งเผาเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายคน และมีจำหน่ายอยู่แทบทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งเลี้ยงที่สำคัญตามลุ่มแม่น้ำต่างๆ เช่น แถวอยุธยา ปทุมธานี สิงห์บุรี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรสงคราม แถบลุ่มแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำแม่กลองก็มีให้ร้านกุ้งแม่น้ำเลือกกินอยู่หลายร้านด้วยเช่นกัน แต่ละร้านจะมีกุ้งแม่น้ำให้ลูกค้าเลือกตั้งแต่ประมาณ 10 กว่าตัวต่อกิโลกรัม ไปจน 2 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาขายจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับพื้นที่และราคารับซื้อ มีตั้งแต่ 200 กว่าบาทไปจนถึงโลละพัน สองพัน แม้ว่าจะเป็นอาหารที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยคอเลสเตอรอล แต่เชื่อว่าใครได้เห็นกุ้งแม่น้ำตัวอวบๆ แถมเนื้อหวานสดแน่น มันเยิ้ม แล้วคงอดใจลำบาก สำหรับเคล็ดลับการเลือกกุ้งแม่น้ำเผาให้อร่อยนั้น เวลาเผาต้องจะต้องเผาแบบสุกกำลังดี ไม่ควรเผากุ้งนานเกินไป เพราะเนื้อกุ้งจะกระด้างและเหนียวกินไม่อร่อย อีกทั้งกุ้งแม่น้ำที่นำมาเผาก็ต้องเป็นกุ้งแม่น้ำสดๆ ถ้าเป็นกุ้งสดสังเกตได้เลยว่าเวลาเผา เนื้อกุ้งจะฟูขึ้นมาน่ากิน ส่วนการเลือกกุ้งแม่น้ำท
“ครูอาจไม่ใช่อาชีพที่ดีที่สุด แต่ทุกอาชีพได้ดีเพราะมีครู” ครู คือผู้นำความรู้ทั้งจากในตำรา และจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาถ่ายทอดให้กับศิษย์ โดยวันครูจะตรงกับวันที่ 16 มกราคมของทุกปี เพื่อระลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน รวมดอกไม้มงคล ความหมายดี เพื่อมอบให้กับครูอาจารย์ที่เรานึกถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบคำขวัญ วันครู ปี 2567 “ครูวางฐานคิด ส่งเสริมศิษย์สร้างสรรค์” คำว่าครูสำหรับผม คือ ผู้สร้าง และผู้ให้ “สร้าง” คือ สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับสังคม “ให้” คือ ให้หลักคิดแก่ผู้คนเพื่อนำไปต่อยอดได้ สัญลักษณ์ของวันครูคือ “ดอกกล้วยไม้” ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นดอกไม้ประจำวันครู โดยคณะกรรมการจัดงานวันครู พ.ศ. 2539 เนื่องจากธรรมชาติของดอกกล้วยไม้มีลักษณะคล้ายคลึงกับงานจัดการศึกษาและสภาพชีวิตครู ดังคำกลอนของ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ปูชนียบุคคลแห่งวงการศึกษาไทย ที่ว่า “กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น แต่ออกดอกคราวไร งามเด่น งานสั่งสอนปลูกปั้น เสร็จแล้วแสนงาม” ด้วยกล้วยไม้แต่ละช่อจะผลิดอก และต้องใช้เวลานาน ต้องการดูแลเอาใจใส่ไม่น้อ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะรับประทาน “แตงโม” เพื่อช่วยคลายร้อน คลายความเครียด ด้วยคุณสมบัติอุดมด้วยสารอาหารที่ให้ประโยชน์กับร่างกาย ส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อ รักษาแผลให้หายเร็ว ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ในสภาวะที่มีแรงกดดันมากมายในยุคปัจจุบัน การรับประทานแตงโมสามารถช่วยลดความตึงเครียดได้ เพราะสารโพแทสเซียมในแตงโมจะช่วยควบคุมความดันโลหิตทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี เย็นชื่นใจ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ แตงโมยังมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ดังนี้ “ช่วยป้องกันการติดเชื้อ” เพราะการดื่มน้ำแตงโมจะช่วยเพิ่มเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ในการสร้างวิตามินเอ หากร่างกายมีวิตามินเอในปริมาณมากๆ จะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ รวมถึงยังช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้แข็งแรงอีกด้วย “ช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น” แตงโมมีสารซิตรัลลีน (citrulline) อยู่มาก โดยสารนี้จะไปช่วยในการรั
ขั้นตอนการทำไข่เค็มไชยา ไข่เค็มไชยา ตำนานเล่าขานความอร่อยมีมามากมาย ถ้าอยากกินไข่เค็ม ต้องนึกถึง ไข่เค็มไชยา ของฝากขึ้นชื่อเมืองสุราษฎร์ มีกรรมวิธีการผลิตอย่างไรบ้าง วัสดุ-ส่วนผสม ที่ต้องใช้ ไข่เป็ดคุณภาพ ได้มาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน ดินจอมปลวก เกลือ น้ำเปล่า ขี้เถ้าแกลบ ขั้นตอนการทำ นำไข่เป็ดที่เตรียมไว้ มาคลุกกับดินจอมปลวก ที่ผสมเกลือและน้ำเปล่า ให้มีความเหนียวแบบพอดี 2. นำไข่เค็มที่คลุกดินจอมปลวกให้เปียกทั้งลูก 3. แล้วนำไปคลุกกับขี้เถ้าแกลบ 4. หมักทิ้งไว้ 7 วัน 5. นำขี้เถ้าออก จัดใส่กล่องเตรียมขาย 6. กำหนดวันที่ผลิต และรายละเอียดวันที่สำหรับทอดและต้ม
การเลี้ยงโคเนื้อ โคนม ต้องปลูกหญ้าอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นอาหารหยาบคุณภาพดีให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการของสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำนมและลตต้นทุนค่าอาหารข้น โดยทั่วไป การปลูกหญ้าแพงโกล่าหรือการสร้างนาหญ้า เกษตรกรสามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ดอน เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกนาหญ้าในพื้นที่ลุ่มเช่นเดียวกับการทำนาข้าว นิยมปลูกหญ้าแพงโกล่า โดยใช้ท่อนพันธุ์อัตรา 300 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากปลูกหญ้าแพงโกล่าไปแล้ว 8-10 วัน หญ้าแพงโกล่าจะเริ่มงอก สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้ เมื่อหญ้าแพงโกล่าอายุ 60 วัน และเก็บเกี่ยวครั้งต่อไปได้ทุกๆ 40 วัน โดยตัดหญ้าสูงจากพื้นดิน 5-10 เชนติเมตร กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนครอุบลราชธานี ประกอบด้วย นายรัตนพล สำราญ และคณะ รวมทั้งครูที่ปรึกษา ได้แก่ นายธนวิทย์ อุมา นายซลอ พลนิล ต่างเล็งเห็นความสำคัญของการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ จึงเกิดแนวคิดสร้าง “รถตัดหญ้าแพงโกล่า ขับเคลื่อน 3 ล้อ พร้อมระบบดูดหญ้า ไร้คนขับ” เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก ในการตัดหญ้าและดูดเก็บใบหญ้าแพงโกล่าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดการใช้แรงงานในการกวาดเก็บหญ้า รถตัดหญ้าแพงโกล่า ขับเคลื่อน 3 ล้อ พร้อมระ
“ดินเค็ม” เป็นหนึ่งในภัยคุกคามพื้นที่การเกษตรพบได้ทั่วไปในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่ชายทะเล ปัญหาดินเค็มเกิดจากดินที่มีเกลือที่ละลายได้ในสารละลายดินปริมาณมาก จนกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืช สังเกตง่ายๆ จะเห็นคราบเกลือเป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง บริเวณที่มีปัญหาดินเค็ม พืชมักมีอาการใบไหม้ ลำต้นแคระแกร็น เนื่องจากพืชจะขาดน้ำ ความเป็นพิษจากธาตุโซเดียมและคลอไรด์ และเกิดความไม่สมดุลของธาตุอาหาร ปัญหาดินเค็มนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการเกษตรแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย นวัตกรรมชลาศัย ให้น้ำพืช-ป้องกันดินเค็ม นวัตกรรมชลาศัย (Aquawell and soil salinity control) เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางเลือกสำหรับใช้ป้องกันปัญหาดินเค็ม เป็นผลงานของ นายประกอบ เกิดท้วม นายสุรธัช พ่วงผจง นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ อาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.วรภัทร ลัคนทินวงศ์ ผลงานชิ้นนี้ ได้รับรางวัลผลงานนวัตกรรม ระดับดีเด่น เหรียญทอง ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (ระดับบัณฑิตศึกษา) ในงานมหกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปี 2564 ที่
“ความขม” ของพืชหลายชนิดที่นิยมลิ้มรสกัน แล้วแต่คนชอบ ขมมากขมน้อย หรือบางคนไม่ชอบขมเลย คงจะให้คำตอบว่า ชีวิตนี้ก็ขมมากพอแล้วไม่อยากเติมความขมเข้าตัวเองอีก ก็ว่ากันไป นิยมขมมากหน่อยก็ต้องเจอแบบ คนอื่นไม่กล้ากิน กัดทีขมติดลิ้น ซึมเข้าประสาทลิ้มรสแบบไม่ต้องกลืน เช่น บอระเพ็ดแสนเข็ดขม ฟ้าทลายโจรก็สุดขม หนานเฉาเหว่ย (ป่าช้าหมอง) ก็ที่สุด บางคนแม้แต่ขมผลมะแว้ง ก็เมินหน้าหนีแล้ว แต่ที่แนะนำวันนี้คือ ของขมอร่อย มีขมหลายระดับ แต่ถ้ารู้จักทำกินจะขมแบบพึงใจ ขมของสะเดาเป็นขมที่ตบท้ายด้วยหวาน ที่จริงสะเดามีความขมหลายระดับ ตั้งแต่ขมจัด ขมมาก ขมปานกลาง ขมน้อย จนถึงไม่ขมแต่มีรสจืดปนมัน คือแต่ละต้น แต่ละสายพันธุ์ มีความแตกต่างกัน คนซื้อหาสะเดาจากตลาด หมดโอกาสเลือก หรือจะใช้วิธีชิมเอา ก็ลองหาวิธีดู ตอนนี้ที่ตลาดมีขายเป็นกำเป็นมัด มีทั้งสด และลวกน้ำร้อนแล้ว ติดตามต่อไป จะแนะนำวิธีลดความขมของสะเดา ลดได้จริงแบบเอาที่สบายใจได้ครับ สะเดา ณ เวลานี้ไม่กล้ายืนยันว่ามีถิ่นต้นกำเนิดมาจากไหน เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไร เพราะมีข้อมูลไม่ชัดเจนนัก แต่มีในบันทึกให้ศึกษาได้ว่า คนสยามนิยมกินสะเดาเป็นผักแก
ข้าวต้มมัด นับว่าเป็นอาหารที่มีความเรียบง่ายและอยู่คู่งานบุญตามเทศกาลต่างๆ มากมาย ทั้งงานบวช งานแต่ง งานทำบุญให้ผู้เสียชีวิต งานวันออกพรรษา และอื่นๆ การทำข้าวต้มมัดนั้นอยู่คู่บ้านและงานประเพณีท้องถิ่นมาช้านาน แต่การทำข้าวต้มมัดนั้นก็มีขั้นตอนและเคล็ดลับที่น่าสนใจ เพราะถ้าหากมองข้ามขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ การทำข้าวต้มมัดอาจไม่เป็นชิ้นสวยงามตามที่ตั้งใจไว้ คุณนันธ์ทา เหลาประเสริฐ ที่อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 2 บ้านกงกลาง ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การทำข้าวต้มมัดมีวัตถุดิบและขั้นตอนการทำดังนี้ 1. ถั่วลิสง 1 กิโลกรัม 2. ข้าวสารเหนียว 2 กิโลกรัม 3. กล้วยน้ำว้า 1 หวี กล้วย 1 ลูก ปาด 2 ชิ้น แต่ถ้าลูกใหญ่ปาด 3 ชิ้น 4. นำข้าวสารกับถั่วใส่กะละมัง 5. ใส่ในใบตองที่เตรียมไว้ 2 ชิ้น ชั้นในชิ้นเล็ก ส่วนชั้นนอกชิ้นใหญ่ 6. พับมุมจีบให้สวยงาม ทำเช่นนี้ 4 ชั้น และประกบมัดด้วยตอก 2 เส้น 7. ต้มประมาณ 2 ชั่วโมง ต้มให้น้ำท่วมมัดข้าวต้ม คอยดูว่าน้ำแห้งหรือไม่ ก็ใส่น้ำลงหม้อ โดยจะเติมน้ำเพิ่มประมาณ 2 ครั้ง สังเกตใบตองจะเปลี่ยนสี ถ้าสุกใบตองจะเปลี่ยนสี และข้าวจะสุก ส่วนกล้วยจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู
เมนูปลาเผา หนึ่งในสำรับอาหารของไทยๆ ที่มีกินกันอยู่ทุกภูมิภาค ปลาเผามีทั้งนำปลาน้ำจืด ปลาทะเล มาเผาหรือมาย่าง มีกรรมวิธีที่แตกต่างกันไป เช่น นำปลาช่อนมาพอกเกลือ ห่อใบตองเผาหรือย่างไฟ จิ้มน้ำจิ้มพริกตำกระเทียม รากผักชี น้ำปลา มะนาว น้ำตาลหรือน้ำจิ้มซีฟู้ด (Sea Food) ที่มีชื่อเห็นจะเป็น แม่ลาปลาเผา อยู่ที่สิงห์บุรี บางรายใช้ปลาทับทิม ปลานิล ขนาดประมาณ 1 กิโลกรัม มาพอกเกลือแล้วย่างหรือเผาไฟ ใช้น้ำจิ้มซีฟู้ดเหมือนกัน มีให้กินในร้านอาหารทั่วไป แต่มีปลาเผาที่ระบุชื่อที่มา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่หากินยากมาก เว้นแต่จะมีในพื้นที่ที่เป็นที่มาและจังหวัดใกล้เคียง “ปลาเผาภูเก็ต” คือเมนูปลาเผาที่มีที่มาและเอกลักษณ์เฉพาะตัว สงสัยมานานว่า ปลาเผาภูเก็ต เมนูยอดนิยมสมัยหนึ่งในกรุงเทพฯ มีที่มาอย่างไร เหมือนหรือไม่เหมือนปลาเผาทั่วไปอย่างไร จนวันหนึ่งนานมาแล้ว มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดภูเก็ตกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อศึกษาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวิถีชุมชนจนพบที่มาของปลาเผาภูเก็ต โดยที่นำปลาทะเลที่ชาวประมงจับมาได้ นำมาห่อใบตองเผาไฟในเตาถ่าน ใช้ไฟรุมๆ ปลาที่นำมาเผาส่วนมากเป็นปลาที่ชาวบ้านได้จากประมงเร
