เทคนิคเกษตร
ประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์พืชที่มีศักยภาพของภูมิภาคเอเชีย มีการส่งออกเมล็ดพันธุ์ไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนมากเป็นอันดับหนึ่ง และเป็นอันดับสามในภูมิภาคเอเชีย รองจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งเป็นอันดับ 12 ของโลก เนื่องด้วยประเทศไทยมีข้อได้เปรียบทางด้านสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก รวมทั้งเกษตรกรมีความสามารถในการเพาะปลูกพืชเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์และมีมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์เพื่อการส่งออกที่มีคุณภาพ การผลิตเมล็ดพืชของประเทศไทยมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ หน่วยงานภาครัฐจะเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชที่เป็นความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศ เช่น ข้าว พืชตระกูลถั่วต่างๆ ส่วนภาคเอกชนจะเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมเปิดเพื่อการค้า ได้แก่ ข้าวโพด ทานตะวัน พืชผักต่างๆ จากรายงานของสำนักเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2560 แจ้งว่า ในแต่ละปีมีการส่งออกเมล็ดพันธุ์พืชมากกว่า 30 ชนิด ปริมาณรวมมากกว่า 25,000 ตัน สร้างรายได้เข้าประเทศตั้งแต่ ปี 2557-2559 มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ผักและพืชไร่ คุณอานนท์ สายคำฟู วิศวกรการเกษตรชำนาญการ กลุ่มวิจัยวิศวกรรมผลิต
“จังหวัดสกลนคร” เป็น 1 ในพื้นที่นำร่องโครงการสร้างต้นแบบแนวทางลดความเหลื่อมล้ำด้วยนวัตกรรมภาครัฐ ที่สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและออกแบบกระบวนการติดตามประเมินผลแผนแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ตำบลกุดบาก อำเภอกุดบาก ภายใต้นโยบาย “กุดบากออนซอน” เพื่อสร้างชุมชนออนซอนมีอาชีพเสริมสร้างรายได้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต นโยบาย “กุดบากออนซอน” แบ่งเป็นแผนดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ แผนระยะสั้น 3-6 เดือน เป้าหมายคือ “ความอยู่รอด” โดยมุ่งยกระดับรายได้ เช่น เลี้ยงหอยเชอรี่เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร แปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้าคราม “ออนซอนผ้าคราม” เพื่อเพิ่มรายได้ แผนระยะกลาง 1-3 ปี เป้าหมายคือ “อยู่ได้” ให้มีอาหารในครัวเรือนที่เพียงพอ ยกระดับรายได้ครัวเรือน มีแหล่งอาหารในธรรมชาติเพิ่มขึ้น แผนระยะยาว เป้าหมายคือ กุดบากออนซอน เกิดชุมชนสุขภาวะ ฐานะเศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น เลี้ยงปลาในบ่อผ้าพลาสติก กศน.อำเภอกุดบาก สังกัดสำนักงาน กศน.จังหวัดสกลนคร ต้องการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพประชาชนให้มีทักษะชี
ความทรงจำวัยเด็กของผมเกี่ยวกับส้มเขียวหวานก็คือมันมีราคาไม่แพงนัก แต่ที่กล่าวขวัญกันว่าดีที่สุดก็คือ “ส้มบางมด” ที่ตำบลบางมด ย่านฝั่งใต้ของธนบุรี แม้ว่านานๆ จะมีโอกาสได้ชิมสักครั้ง แต่ค่าที่ว่าเรายังเป็นเด็ก ก็ย่อมจะจดจำรสชาติหวานฉ่ำของมันได้ดีจนเดี๋ยวนี้ เรื่องที่เล่าสู่กันฟังได้อย่างชวนเอาไปคิดต่อ เห็นจะมีว่า เมื่อผมโตขึ้น ได้รู้จักเพื่อนหลายคน พวกเขาเล่าตรงกันว่า ส้มบางมดนั้น “เดี๋ยวนี้ไม่อร่อยแล้ว สู้แต่ก่อนไม่ได้เลย” เนื่องจากดินจืดบ้าง น้ำเค็มหนุนจนเสียหายบ้าง หากจะหมายเอาช่วงเวลาคร่าวๆ ก็ต้องว่า ส้มบางมดเมื่อสัก 20 กว่าปีก่อน (ตอนที่เพื่อนเล่าให้ผมฟัง) ก็อร่อยสู้สมัยเขาเด็กๆ (คือราว 40-50 ปีก่อน) ไม่ได้แล้ว ความรู้สึกที่ว่า อะไรต่อมิอะไรในช่วงเวลาร่วมสมัยของเรา ล้วนแต่ลดน้อยด้อยคุณภาพลงนั้นช่างเป็นเรื่องแปลก เพราะดูเหมือนจะเกิดแก่ผู้คนทุกยุคทุกสมัย กรณีส้มบางมดนี้ หนังสือตำราแม่ครัวหัวป่าก์ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ (พ.ศ. 2452) มีอ้างบทกลอนของพระแก้วคฤหรัตนบดี (น่วม) ตอนหนึ่งว่า “..ส้มเขียวหวานบางมดรศเปนจอม เดี๋ยวนี้ย่อมสูญทรามเพราะน้ำเคม ราษฎรขุดคลองทำนาเกลือ
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “เกษตรโคราช” เป็นสถาบันการศึกษาสายอาชีพ สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนในระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรีสายอาชีพ โดยจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาคี โดยร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน เช่น บริษัท สยามคูโบต้า กรมประมง องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการกับนานาประเทศ เช่น เดนมาร์ก อิสราเอล ญี่ปุ่น ฯลฯ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา ภายใต้การนำของ นายพิชิต วงศ์คำ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนคราชสีมา นับเป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาวิชาชีพที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ชุมชน ท้องถิ่น สถานประกอบการ และตลาดแรงงาน ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน มีความเป็นเลิศในด้านเทคโนโลยีการเกษตรของอาชีวศึกษา สะเดาทรงเครื่องอบกรอบ “สะเดา” เป็นผักสมุนไพรพื้นบ้านที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีน แร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย สะเดาเป็นพืชพื้นบ้าน 1 ปี ที่มีให้รับประทานได้ครั้ง
ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผมไปขี่จักรยานเล่นแถวๆ สะพานท่ามะเฟือง ที่ทอดข้ามแม่น้ำป่าสักในเขตบ้านหนองสรวง อำเภอศรีเทพ เพชรบูรณ์ ที่จริงตั้งใจไปดูสภาพหลังน้ำลดน่ะครับ เพราะว่าพื้นที่ริมน้ำป่าสักตอนกลางนี้ น้ำจะท่วมล้นตลิ่งในหน้าน้ำเสมอ ยิ่งช่วงที่ผ่านมามีพายุเข้า ปริมาณน้ำจึงมากมหาศาล ตอนที่ท่วมหนักๆ ช่วงต้นเดือนนั้น ชาวบ้านหาปลาได้มาก ขนาดที่ว่าตรงท่ามะเฟืองนี้ เขาเอาแหมาทอดหว่านกันบนถนนเลยทีเดียว ถึงน้ำจะลดลงมาก ไม่ขึ้นมาท่วมไร่นาไร่อ้อยแล้ว แต่ระดับในแม่น้ำก็ยังสูงเกือบถึงตลิ่ง เห็นร่องรอยความเสียหายของพืชล้มลุก เช่นสวนกล้วยอยู่หลายแห่ง ผมแวะเก็บผักหญ้าจิปาถะริมทาง อย่างยอดตำลึง ลูกตำลึงดิบ ดอกพวงชมพู ฯลฯ กลับไปทำกับข้าวของกินตามเคย แต่คราวนี้ผมเห็นดอกและฝักไม้เลื้อยบางอย่างพันเกาะไม้ใหญ่ริมถนน ตรงช่วงที่เลยสะพานท่ามะเฟือง ย้อนมาทางบ้านหนองสรวง ครั้นลงไปดูใกล้ๆ จึงพบว่ามันคือ “ไก่เตี้ย” (Canavalia rosea DC.) หรือถั่วพร้า, ถั่วคล้าทะเล, ผักบุ้งเล ไม้เลื้อยล้มลุกที่ผมเคยได้ยินว่าคนแถบภาคตะวันออกชอบเอาดอกมันมากิน เมื่อลองพิจารณาดูก็เห็นว่า ลักษณะช่อดอกแน่นๆ บานแล้วคล้ายดอกแคเล็กๆ และฝักขน
“น้องควาย” หรือ “รกควาย” หลังจากที่ควายออกลูกได้ประมาณ 30 นาที น้องควาย (รก) ก็จะหลุดออกมา เจ้าของควายต้องเฝ้าให้ดี เพราะถ้าหากไม่เฝ้า แม่ควายที่เพิ่งเหน็ดเหนื่อยจากการคลอดลูกก็จะกินจนหมดเกลี้ยง ซึ่งจากการสอบถามก็ได้รับคำตอบคล้ายกันว่า ที่แม่ควายกินรก หรือที่ภาษาอีสานเรียกว่า น้องควายนั้น ก็คงเป็นเพราะสัญชาตญาณการทำความสะอาดเลียลำตัวให้ลูก ดังนั้น ในเวลาที่ควายออกลูกจึงต้องเฝ้าเพื่อที่จะได้น้องควายมาทำอ่อม สำหรับการตั้งท้องนั้น ควายจะตั้งท้องนานประมาณหนึ่งปี มากกว่าคนที่ตั้งท้องนานเก้าเดือน บางคนนานถึง 10 เดือนก็มี ถ้าหากเป็นหมูจะตั้งท้อง 110 วัน ดังที่มีคำชาวอีสานที่กล่าวเป็นคำคล้องจองจดจำง่าย ว่า “หมูมานขา หมามานหู” หมายถึง หมูตั้งท้องนานสี่เดือน (หมูมีสี่ขา) ส่วนหมา หรือสุนัข ตั้งท้องสองเดือนเพราะมี สองหู ปัจจุบัน ราคาน้องควาย น้องวัว ทุกวันนี้จะราคาประมาณกิโลกรัมละ 300 บาท น้องควายจะมีน้ำหนักประมาณสองกิโลกรัม ใหญ่กว่าน้องวัว สำหรับน้องวัวที่เห็นขายตามข้างทางนั้นส่วนใหญ่จะนำมาจากฟาร์มเลี้ยงวัว แต่น้องควายนั้นจะมาตามบ้านที่เลี้ยงควาย ขั้นตอนการทำอ่อมน้องควาย ต้องล้างน้ำทำความสะอาดน้อ
ที่แปลงทดลองปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ กลุ่มบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย นำเกษตรกรกว่า 200 คน ที่เข้าร่วมโครงการปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์จากหลายอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี เข้าดูการทำงานนวัตกรรมใหม่เครื่องกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงในแปลงมันสำปะหลังในเวลาเดียวกัน ซึ่งคิดค้นและออกแบบโดย คุณวุฒิพล จันทร์สระคู นักวิศวการเกษตร ศูนย์วิจัยเกษตรกรรมขอนแก่น สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร โดยการทำงานของเครื่องกำจัดวัชพืชและหว่านปุ๋ยนี้ ใช้รถแทรกเตอร์ขนาดเล็กเป็นตัวลากชุดถังเก็บและโรยปุ๋ยหมัก ขนาด 300 กิโลกรัม ได้ครั้งละ 2 แถว มีอัตราการโรย 500-1,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ส่วนด้านล่างของถังโรยปุ๋ยหมัก ติดตั้งชุดกำจัดวัชพืชแบบผาลจาน ขนาด 4 ผาล และสามารถปรับมุมเอียงของผาลใช้ไถพลิกดินได้ตามสภาพดินในไร่มันสำปะหลังของแต่ละพื้นที่ การคิดค้นและออกแบบชุดกำจัดและโรยปุ๋ยไปพร้อมกันนี้ คุณวุฒิพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากการทำไร่มันสำปะหลังอินทรีย์หรือไร่มันสำปะหลังทั่วไป ซึ่งเริ่มปลูกในเดือนเมษายนของทุกปี กว่าหัวมันจะโตเก็บเกี่ยวได้ เกษตรกร
ปัญหาสิวกวนใจ เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะต่างๆ เชื้อโรค สิ่งสกปรก เครื่องสำอาง กระทั่งสกินแคร์ ก็ล้วนทำให้ผิวหน้าของหลายคนแพ้ จนเกิดสิวประเภทต่างๆ ขึ้นได้ เมื่อสิวเป็นสิ่งที่ยากต่อการหลีกเลี่ยง จึงเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลสำเร็จโครงการวิจัยฯ โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ วช. นำ ดร. จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. พร้อมด้วยสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัยสบู่ล้างหน้าและเซรั่มบำรุงผิวสำหรับผู้ที่เป็นสิว ณ บริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์สบู่ล้างหน้าและเซรั่มบำรุงผิวสำหรับผู้ที่เป็นสิว โดยมี รศ.ดร. ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ นางสาวอนงค์นุช ต๊ะคำ ผู้บริหารบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น ให้การต้อนรับ รศ.ดร. ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ผลิตผลิตภัณฑ์สบู่ล้างหน้าและ เซรั่มบำรุงผิวสำ
ก่อนที่จะไปถึงกระบวนการแปรรูปเห็ดโคนเงินล้าน ผู้เขียนขออนุญาตนำที่มาของการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรในโครงการ พัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง มาบอกเล่าสู่กันฟังก่อน โดยอ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เดิมทีพื้นที่แห่งนี้ ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยมีน้ำท่วมหนักในฤดูฝน ฤดูร้อนหรือหน้าแล้งก็จะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เอง ฤดูที่ไม่สามารถเพาะปลูกทำกินได้ ชาวบ้านจึงจำเป็นต้องเลี้ยงชีพด้วยการบุกรุกแผ้วถางทำกินในป่าชุมชนผืนเดียวในพื้นที่คือ ป่าดงมัน ซึ่งกินพื้นที่ถึง 1,000 ไร่ ทั้งเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ทำไร่เลื่อนลอย หาของป่า ตัดไม้เพื่อมาทำฟืน ฯลฯ ส่งผลให้สภาพผืนป่าจึงเริ่มเสื่อมโทรมลง และรุนแรงขึ้นทุกปีๆ จนกระทั่งในวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ไปท
ปลาร้า เป็นอาหารคู่ครัวไทยมาช้านาน มีเสียงบอกเล่าว่า ถ้าปลาร้าทำด้วยปลากระดี่หมักด้วยเกลืออย่างดีจะได้กลิ่นหอมรสชาติกลมกล่อมอร่อย ปลาร้านำมาปรุงรสเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ ที่น่าสนใจคือปลาร้าสับผัดสุก และจัดผักเป็นเครื่องเคียงก็จะได้ลิ้มรสแซ่บไม่รู้ลืม ในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองการทำปลาร้าสับผัดสุกบริโภคในครัวเรือนหรือทำในเชิงการค้าก็เป็นทางเลือกเพื่อการยังชีพแบบพอเพียง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน คุณป้าปุ๊ หรือ คุณรุ่งรัตน์ เกิดน้อย เจ้าตำรับปลาร้าสับผัดสุกรสแซ่บ เล่าให้ฟังว่า ถึงปัจจุบันนี้ชาวเมืองชัยนาท หลายคนมีการทำปลาร้าสืบต่อกันมานานกว่า 100 ปี เนื่องจากในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีปลานานาชนิดชุกชุมให้จับจำนวนมาก ปลาที่จับได้มากก็นำไปทำเป็นปลาตากแห้ง หรือทำเป็นปลาร้าเพื่อการถนอมอาหาร เก็บไว้กินได้นานวัน ปลาร้า มีพัฒนาการทำที่ได้คุณภาพมาต่อเนื่อง ปลาร้าทำได้จากปลาหลายชนิด เช่น ปลาสร้อย ปลาตะเพียน ปลานิล ปลาช่อน ปลาหมอ หรือปลากระดี่ ถ้าทำปลาร้าด้วยปลาใหญ่ให้เอาไส้หรือเครื่องในออกก่อน สำหรับปลาร้าที่ทำด้วยปลากระดี่จะเป็นที่นิยมบริโภคกันมากกว่าปลาชนิดอื่นเพราะได้กลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม ทำปลาร้าไว
