เทคนิคเกษตร
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผมมาอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆ ย่านตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผมเห็นคนต่างถิ่นเข้ามาขุดหาหัวกลอยในป่าสาธารณะ หลังวัดเทพนิมิตรวราราม (วัดเขา) แล้วถึงสองครั้ง กลุ่มแรกมาเมื่อเดือนที่แล้ว ขับรถยนต์กระบะบรรทุกเล็กมาจากชัยภูมิทีเดียว เขาบอกว่าเคยเป็นคนแถวนี้มาก่อน เลยพอจะรู้ว่าในป่านี้มีกลอยอยู่ จึงตั้งใจมาขุดเอาไปทำขนมเข้าโรงทานในงานบุญวันพระใหญ่ แต่เมื่อออกจากราวป่ามานั้น เขากลับได้กลอยไม่มากนัก และ “หัวยังเล็กอยู่เลย สงสัยจะมาเร็วไปหน่อย” เขาว่าอย่างนั้น กลุ่มล่าสุดขับรถไถพ่วงขนาดเล็กเข้ามาเมื่อต้นเดือนตุลาคมนี้ คนผู้หญิงเดินมาถามไถ่อย่างเกรงใจว่า พากันมาจากหมู่บ้านไม่ไกลจากที่นี่ เพราะได้ข่าวจากคนที่มาเอาต้นอีลอกไปขาย เลยจะขอเข้าไปขุดกลอยในป่านี้บ้างได้ไหม เขาหวงกันหรือเปล่า ผมรีบบอกว่าไม่มีใครหวงหรอกครับ แต่ไม่รู้ว่าหัวจะใหญ่หรือยัง พวกเขาดีใจมาก แบกเสียมหายเข้าป่าไปราวสามชั่วโมง แล้วได้กลอยหัวเขื่องๆ กลับมาเป็นกระสอบทีเดียว “พื้นมันมีหินเยอะ หัวเลยไม่ใหญ่ มันติดหินน่ะ” คนผู้ชายว่า “แต่แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว กลอยข้าวเหนียวด้วย แบบนี้คนชอบกินนะ” คนผู้หญิงสองสามค
วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 เปิดให้บริการความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรี (ทล.บ.) มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา อยู่ภายใต้การบริหารงานของ ดร.สุพจน์ ทองเหลือง ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา โดยมุ่งมั่นจัดการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพให้มีคุณภาพมาตรฐาน สนองความต้องการของชุมชนและตลาดแรงงาน เช่น จัดโครงการอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นภายใต้โครงการขับเคลื่อน วิทยาลัยสารพัดช่างเพื่อพัฒนากำลังคนสู่ทักษะเฉพาะกลุ่มอาชีพ, จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครูเพื่อส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียน, จัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นเพื่อยกระดับคุณภาพบุคลากรทางอาชีวศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการต่อการพัฒนาการเรียนการสอน ประจำปีการศึกษา 2565 เป็นต้น “พริกซี๊ด” เพิ่มมูลค่าของเหลือใช้ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารรสอร่อย นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทราได้นำวัตถุดิบเหลือใช้จากการขายน้ำเต้าหู้ของกลุ่มเพื่อนในห้องเรียนมาคิดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมู
ต้นฤดูฝนเป็นช่วงที่เห็ดธรรมชาติผลิดอกเบ่งบาน เห็ดที่มนุษย์ยังเพาะปลูกในโรงเรือนไม่ได้มักมีรสอร่อย อย่างเช่น เห็ดละโงก เห็ดรวก เห็ดเผาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เห็ดโคน” (termite mushroom) ซึ่งในเมืองไทยมีมากกว่า 16 สายพันธุ์ อย่างเช่น เห็ดปลวกใหญ่ เห็ดปลวกตาบ เห็ดโคนขาไก่ เห็ดโคนข้าวตอก เห็ดปลวกไฟ เห็ดปลวกไก่น้อย เห็ดปลวกจิก ฯลฯ นั้น เป็นที่ยอมรับกันถึงรสชาติหอมหวานอันแสนโอชะ เนื้อกรอบแน่นหนึบกรึบ ไม่เละ ทั้งมีกลิ่นดินอันโดดเด่น เห็ดโคนจึงยังคงยึดครองราคาขายสูงสุดกว่าเห็ดธรรมชาติอื่นๆ เป็นที่หมายปองของบรรดานักกินเห็ดเสมอมา แน่นอนว่า เห็ดโคนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในเมืองไทยคือ เห็ดโคนเมืองกาญจนบุรี นักกินเห็ดส่วนใหญ่นิยมกันว่าเป็นเห็ดดอกโต หมวกเล็ก แต่ต้นอวบหนา รสชาติดี จึงอาจขายปลีกราคากิโลกรัมละกว่าหนึ่งพันบาท แถมมีการดองใส่โหลขายนอกฤดูกาลแพงกว่าเห็ดสดขึ้นไปอีก อย่างไรก็ดี เห็ดโคนเมืองกาญจน์ก็มีเรื่องเล่าซุบซิบคล้ายคลึงกับมะขามหวานเมืองเพชรบูรณ์ หรือมะนาวท่ายาง เช่น เพื่อนผมคนหนึ่งบอกว่า เมื่อเขาเก็บหาเห็ดโคนจากป่าในอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ได้มากพอ ก็จะรีบเอาเห็ดใส่ท้ายรถยนต์บ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pluchea indica ชื่อวงศ์ Asteraceae หรือ Compositae ชื่ออื่นๆ หนวดงิ้ว (อุดรธานี) หนาดวัว หนวดงั่ว ขลู คลู (ภาคใต้) ขี้ป้าน (แม่ฮ่องสอน) หลวนซี หล่วงไซ (จีน) ต้นขลู่ ชีวิตอยู่ตามชายป่าละเมาะ ข้างริมหนองน้ำ แม้เจอน้ำกร่อย น้ำเค็ม ก็ไม่กลัว จังหวัดที่มีชายทะเล มีหาดทราย ป่าชายเลน ต้นขลู่ก็อยู่ได้ ริมคันนา ผืนนา ก็ชอบ แต่พอมีคนนำไปขยายพันธุ์ปลูกในกระถาง ต้นขลู่ก็จะประท้วง ลำต้นแคระแกร็นไม่สมบูรณ์ เหมือนที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ คนส่วนใหญ่มองต้นขลู่ ว่าเป็นเพียงวัชพืช เป็นแค่เพื่อนของต้นกก ต้นหญ้า ตามชายนา ชายป่า เด็กๆ บ้านนอกเลิกเรียนแล้วชวนเด็กเลี้ยงควายมาเล่นซ่อนหาตาม “ป่าขลู่” เด็กๆ พวกนี้ บางกลุ่มหักกิ่งที่มีช่อดอกบานมาทำดาบต่อสู้กัน ฟาดกัน แล้วจะมีฝอยดอกสีขาวม่วงฟุ้งกระจายสวยมาก ต้นขลู่ มีคนเห็นคุณค่านำภูมิปัญญาถ่ายทอดพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชน เมื่อชาวบ้านตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม นำใบขลู่ไปทำแชมพูและครีมนวดเส้นผม รวมทั้งทำโลชั่นและผงขัดหน้าใบขลู่ โดยเขารวมตัวกันก่อตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน “เรือนไม้หอม” เขียนไว้ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับที
ใครที่มีโอกาสขึ้นไปเที่ยวทางภาคเหนือ คงไม่ได้มองผ่านอาหารประจำภาคเหนือ คือลาบเหนือ หรือลาบเหนียว ลาบดิบ ลาบเลือด ลาบขม ต้มอ่อม ที่เรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมการกินชาวเหนือ เป็นอาหารอย่างหนึ่งในบรรดาอาหารเหนืออีกหลายสิบชนิด ทางวิชาการได้บอกไว้ว่า อาหารสุกๆ ดิบๆ ที่ได้จากเนื้อสัตว์ มักจะก่อให้เกิดโรค และมีไข่พยาธิ เช่น พยาธิตัวตืด พยาธิเส้นด้าย พยาธิใบไม้ พยาธิปากขอ แต่คนทางภาคเหนือ ที่เขานิยมกินลาบดิบ ทำไมไม่ค่อยมีข่าวคราวเกี่ยวกับโรคพยาธิ หรือมีก็ไม่มากนัก สันนิษฐานว่า ทางภาคเหนือคงจะมียาสมุนไพรดีที่ฆ่าเชื้อไข่พยาธิได้ และคิดว่าหนึ่งในสมุนไพรนั้นก็คือ “มะแขว่น” นั่นเอง มะแขว่น เป็นชื่อเครื่องเทศสมุนไพร ที่เรียกกันของทางภาคเหนือ เป็นพืชในวงศ์ส้ม RUTACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zanthoxylum Limonella Alston มีชื่อเรียกต่างๆ หลายชื่อ เช่น มะแข่น มะเข่น มะแข่สะ บ่าแข่น ลูกระมาศ กำจัดต้น ฯลฯ มีลักษณะคล้ายกันกับ มะข่วง หมักข่วง พริกหอม หรือพริกไทยเสฉวน พริกหมาล่า ลักษณะต้น ผล และเมล็ด คล้ายกัน แตกต่างกันที่ขนาดต้น ผล กลิ่น รส ซึ่งคนทางภาคเหนือส่วนใหญ่จะมองออกว่าอะไร อันไหนคือมะแขว่น หรือ มะแข่น อัน
ก่อนที่จะไปเรียนรู้ถึงวิธีการทำข้าวเม่า ขออนุญาตหยิบยกเรื่องราวความเป็นมาของ “ข้าวเม่า” ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันสักหน่อย โดยอ้างอิงจากงานข้อมูลท้องถิ่น สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ให้ข้อมูลว่า ข้าวเม่า เป็นขนมที่ทำกินตามช่วงฤดูกาล คำว่า “เม่า” นี้ พระยาอนุมานราชธน อธิบายว่า น่าจะเป็นคำเดียวกับคำว่า “มาง” ในภาษาอาหม ที่แปลว่าทุบหรือตำให้เป็นแผ่นบาง ชาวบ้านในภาคอีสานจะนิยมกินแบบธรรมดา คือกินเปล่าๆ ตำเสร็จกินเลย มีบางครั้งอาจนำมาคลุกน้ำตาล มะพร้าวบ้าง โดยข้าวระยะที่เหมาะสมที่จะนำมาทำข้าวเม่า จะต้องเป็นข้าววัยแรกรุ่นที่เลยระยะนมข้าวแล้วข้างในเปลือกข้าวเริ่มแข็งตัวเป็นเมล็ดมีสีขาว และห่อหุ้มด้วยเยื่อบางๆ สีเขียว อันเป็นแหล่งรวมของวิตามินหลายชนิด และข้าวเม่าที่ทำมาจากข้าวเหนียวจะมีความหวานมากกว่าข้าวเจ้า คุณไพรยพงศ์ มณีรัตน์ หรือ คุณบี้ อาศัยอยู่ที่หมู่ที่ 8 ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม อดีตมนุษย์เงินเดือน ผันตัวเป็นเกษตรกร ทำเกษตรผสมผสานปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ รวมถึงการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ “ข่าวเม่า” เป็นผลิตภัณฑ์เด่น ที่ทำขายเพียงปีละครั้ง แต่สามารถสร้างรายได้เสริมให้กั
กระเทียม เป็นสมุนไพรที่คนทั่วโลกทุกวัฒนธรรมต่างรู้จัก ในคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า กระเทียมเป็นอาหารของพวกทาสอิสราเอลมาตั้งแต่ครั้งถูกเกณฑ์ไปสร้างพีระมิด ในพระคัมภีร์บอกว่า กระเทียมจะทำให้พวกทาสมีกำลังและเป็นยาบำรุง ในจีนมีบันทึกการใช้กระเทียมมากกว่า 4,000 ปี ว่าข้าราชบริพารในจักรพรรดิหว่างตี้ ปีนขึ้นไปบนภูเขาสูงและกินหญ้าพิษเข้าไปแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่ได้กินกระเทียมป่าที่ขึ้นในบริเวณนั้นเข้าไปจึงเอาชีวิตรอดมาได้ หมอจีนจึงใช้กระเทียมเข้ายามาโดยตลอด กระเทียมมีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชีย แต่ได้แพร่หลายไปทั่วโลก แม้แต่ยุโรป โรคที่กระเทียมรักษาได้นั้น มีตั้งแต่ โรคพยาธิ โรคปวดหัว โรคหืด โรคที่เกี่ยวกับประจำเดือน โรคหวัด แต่หลังๆ มานี่ มีการวิจัยของกระเทียมในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดกันมาก รวมถึงฤทธิ์ในการลดความดันโลหิต ลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด ตำราสมุนไพรในต่างประเทศแนะนำให้กินกระเทียมบด 1 กลีบโตๆ พร้อมนม 1 แก้วทุกเช้าเพื่อบำรุงร่างกาย หรือแนะนำให้ทำน้ำมันกระเทียมเก็บไว้กินโดยใช้กระเทียมประมาณ 2 ขีดครึ่ง บดให้ละเอียดใส่โหลปากกว้างและเติมน้ำมันมะกอกให้เต็ม ปิดฝาให้สนิท ตั้งตากแดดทิ้งไว้
สูญเสียกันไปเท่าไหร่แล้วกับการซื้อของเพราะ “กล่องมันสวย!” เพราะการออกแบบบรรจุภัณฑ์ นั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าในปัจจุบัน ของดีเหมือนกันแต่ถ้าหน้าตาต่างกัน บางครั้งคนก็เลือกจะจ่ายเงินค่าความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่มขึ้นมาค่ะ ซึ่งบรรจุภรรณ์สไตล์เอเชีย อย่างการห่อ รัด มัด สาน ที่อาศัยการพับ จีบอย่างเป็นเหลี่ยมมุมได้องศานั้นถือเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยวัสดุส่วนใหญ่นั้นก็มาจากธรรมชาติตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ใบตอง ใบมะพร้าว ไม้ไผ่ เชือกกล้วย เรามาดูบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติในรูปแบบ “ร่วมสมัย” ดูกันบ้างค่ะ วัสดุเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไอเดีย ซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็มาจากประเทศเอเชียนี่แหละค่ะ วัสดุเรามีคล้ายๆ กัน นำมาประยุกต์ใช้ได้ เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ.2562
ผ่านมาหลายยุคหลายสมัย ชาวบ้านเรามีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่อยู่ได้ตามศักยภาพ และสถานภาพของแต่ละยุค แต่ละสมัย วิถีชีวิตแบบไทยๆ ไทยแท้ไม่มีใครที่จะสามารถแปรเปลี่ยนได้ ความเป็นสามัญไทยนั้น ฝังแน่น ฝังลึกในสายเลือด กระแสสังคม ค่านิยมโลกใหม่ เข้ามาสะกิดเปลี่ยนได้แต่เปลือกนอก และกับพวกชังชาติ พวกไม่ศรัทธาตนเอง แก่นแท้ของไทยแท้ ยังแข็งแรงแกร่งอยู่ อบอุ่นอยู่ในอ้อมกอดของ “ภูมิปัญญาไทย” ตลอดมา และคงตลอดไป เรายังมีศรัทธาในคุณค่าของสิ่งที่บรรพชนฝากส่งต่อไว้ให้ เป็นต้นว่า ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่น ของกินของใช้ สมุนไพรใกล้ตัว หัวว่านอัศจรรย์ พรรณไม้มงคล พืชพื้นบ้านชนิดนี้ ชาวบ้านรู้จักกันมานานแล้ว เรียกว่า “ขมิ้นขาว” เป็นทั้งยาสมุนไพร เป็นพืชมงคล และเป็นพืชผักที่นิยมกินกันแพร่หลาย ขมิ้นขาว หรือ White Turmeric ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma Mangga Valeton & Zijp เป็นพืชในวงศ์ขิง ZINGIBERACEAE มีชื่อเรียกกันตามคุณประโยชน์ที่ได้ ได้แก่ การเป็นพืชผัก เรียกว่า ขมิ้นขาว เป็นสมุนไพรรักษาโรค หรือใช้ในการมงคล เรียก ว่านม่วง หรือ ขมิ้นม่วง เป็นพืชหัว มีหัวใต้ดิน เป็นลักษณะที่เรียกว่าไหล หรือเหง้า หรือลำต้นใต้ดิ
บ้านหนองปลิง เป็นชุมชนเล็กๆ เดิมทีทุรกันดารเหมือนชนบทของไทยทั่วไป ต่อมามีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง รวมทั้งสาธารณูปโภคอื่นๆ คนท้องถิ่นเดิมเป็นเกษตรกร ขายเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร ต่อมาได้เผยแพร่ความสวยงามทางธรรมชาติ สถานที่บางแห่งเกี่ยวข้องกับทางประวัติศาสตร์ ล่าสุดทางราชการสนับสนุนให้เป็นโอท็อปนวัตวิถี คนเริ่มรู้จักมากขึ้น บ้านหนองปลิง ตั้งอยู่ ตำบลคลองปราบ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ เกิดขึ้นได้ หัวแรงคนสำคัญคือ คุณอาทิตย์ มติธรรม เจ้าของสวนสะละรายใหญ่ 152 ไร่ และที่ขาดไม่ได้ คือผู้บริหารการท่องเที่ยวในท้องถิ่น จำนวน 9 คน ด้วยกัน คุณอาทิตย์ ในฐานะที่ปรึกษาชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถีบ้านหนองปลิง บอกว่า เส้นทางการท่องเที่ยว เริ่มต้นที่สวนสะละของตนเอง ที่นี่มีสะละให้ชิมฟรี จากนั้นออกเดินทาง ซึ่งมีรถไม้โบราณสวยคลาสสิคไว้บริการ กรณีที่เข้าเที่ยวกันเป็นหมู่คณะ แต่หากอยากใช้รถยนต์ส่วนตัวก็เดินทางสะดวก ทางเลือกหนึ่งนั้น ใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติ โดยนั่งซาเล้ง ก็มีบริการ “สวนผมอยู่ห่างจากสนามบิน 56 กิโลเมตร อยู่ห่างจากตัวอำเภอบ้านนาสาร 4 กิโล
