เทคนิคเกษตร
คงปฏิเสธไม่ได้นะครับว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยเข้าใกล้ขั้นวิกฤตแล้ว พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราทุกคนจำต้องปรับเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้ คือหลังจากมาตรการห้ามนั่งกินอาหารในร้านพื้นที่สีแดง คนกลับไปจับจ่ายซื้อของที่ตลาดสดมากขึ้น คงเพราะจำต้องทำกับข้าวกินเองที่บ้าน เป็นการประหยัดรายจ่ายนั่นเองครับ ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้การซื้อขายบริโภคของสดของแห้งยังพอคงสภาพอยู่ได้บ้าง ก็เลยยังจะขอแบ่งปันทางเลือกในการเสาะหาวัตถุดิบอาหารที่เป็นผักหญ้ากินได้ริมทาง เท่าที่พอจะทำได้นะครับ ด้วยความเชื่อว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่ใคร่อยากไปตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่านบ่อยนัก แล้วก็เป็นความรู้ติดตัวในการหาเก็บหากินผัก “ทางเลือก” ปลอดสารพิษ ที่เสาะหาได้ง่ายๆ ในที่ที่คนส่วนใหญ่คิดไปไม่ถึง ผมนึกถึงผักข้างทางอีกชนิดหนึ่ง ที่บางแห่งก็ใช้ประโยชน์เป็นพืชอาหารกันอย่างเต็มที่ หากส่วนใหญ่แล้วก็มักมองว่าเป็นวัชพืชที่ต้องกำจัด นั่นก็คือ “พาโหม” (Skunk-vine) พาโหม เป็นไม้เถาเลื้อยพันหลัก มีทั้งแบบใบเรียวเล็กยาว และใบใหญ่หนา มีชื่ออื่นๆ ที่คนเรียกต่างๆ ไป เช่น เถาตดหมา ตูดหมูตูดหมา กะพังโหม เ
ผักชี ผักที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เป็นที่นิยมในการนำมาใช้ปรุงและประกอบอาหาร เพื่อทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ากินมากยิ่งขึ้น และด้วยสีเขียวสดของผักชีอีกทั้งรูปร่างของใบที่สวยงาม รวมถึงมีความเป็นเอกลักษณ์ เราจึงคุ้นชินกับการจัดแต่งจานอาหารให้สวยงามด้วยผักชี นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า “ผักชีโรยหน้า” นั่นเอง (ทำอะไรให้ดูดีแค่ภายนอก หรือการทำความดีอย่างผิวเผิน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง) ทำให้ผักชีถูกนำมาใช้กับความหมายในเชิงลบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผักชีนั้นมีคุณความดีอีกมากมาย แล้วเรารู้จักผักชีไทยแค่ไหน ผักชี เป็นพืชสมุนไพร มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า ผักชีไทย มีชื่อพื้นบ้านเรียกหลายชนิดแตกต่างกันไปตามพื้นที่ปลูก เช่น ภาคเหนือเรียก หอมป้อม ผักป้อม ภาคอีสานเรียก หอมป้อม ผักหอมน้อย ผักหอม ผักชีหอม ส่วนภาคกลาง และภาคใต้เรียก ผักชี ผักชี เป็นผักที่ปลูกง่าย และไม่ค่อยพบโรคหรือแมลงศัตรูพืชมากนัก เนื่องจากมีกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยไล่แมลงได้ในตัว ผักชี เป็นผักประวัติศาสตร์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน พบในหลุมฝังศพของชาวอียิปต์ กรีกและโรมัน ที่เขาใช้เพื่อแต่งกลิ่นเหล้า ไวน์ และใช้เป็นยาด้วย ซึ่งชาว
“กัญชาเป็นเหมือนวัฒนธรรม อยู่คู่กับชาติพันธุ์ และคนไทยมายาวนานมากแล้ว…” “แต่กัญชาที่เรากำลังพูดถึง เวลานี้ เป็นเหมือนของใหม่ที่เรายังไม่รู้จักสรรพคุณมันดีพอ” “กัญชาไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ อย่างที่หลายคนพยายามปลุกปั้น แต่เป็นสมุนไพรที่ใช้กันปกติในครัวเรือน ช่วงเวลาหนึ่งจนกระทั่งหายไป เพราะถูกบัญญัติว่าเป็นยาเสพติด และกลับมาอีกครั้งในเวลานี้ ซึ่งกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ใหม่สำหรับคนไทย” ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อธิบายถึงนิยามของ “กัญชา” ในแบบของนักสมุนไพรมือวางอันดับต้นๆ ของประเทศไทย “ที่บอกว่ากัญชาอยู่คู่กับชาติพันธุ์และคนไทยมานาน เพราะก่อนหน้านี้เคยไปอรุณาจัล ซึ่งเป็นดินแดนหนึ่งที่อยู่ใต้การปกครองของอินเดีย คนที่นั่นเรียกกัญชาว่ากัญชา ตามภาษาที่คนไทยเรียกกันนั่นแหละ นอกจากนี้ ชาวชนเผ่าต่างๆ ทั้งในประเทศไทย และที่อยู่ชายขอบรอบๆ ที่อยู่ห่างไกลเกินกว่าที่กฎหมายจะเข้าไปควบคุมอย่างเคร่งครัดได้ ก็มีการใช้กัญชาเป็นพืชผักและยาสมุนไพรรักษาโรค ใช้มาตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้” รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รพ.เจ้าพระยา
ตามปกติแล้ว เมื่อมีใครบอกข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์ป้องกันการเป็นโรคไต ข้าพเจ้าจะฟังหูไว้หูเสียก่อน แต่หนักไปทางไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไร เพราะว่าปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ใดที่บ่งชี้ว่าสมุนไพรป้องกันโรคไตได้จริง ที่ได้ฟังมาบ่อยๆ ก็จะเป็นการอวดอ้างสรรพคุณการรักษา หลอกผู้ป่วยที่สิ้นหวัง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งจริยธรรมและผิดกฎหมายอย่างยิ่ง มาถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านคงสงสัยแล้วว่า เกริ่นนำมาแบบนี้ แล้วจะนำเสนอสมุนไพรอะไรได้ สิ่งนี้เองที่ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงปัจจัยหรือความเสี่ยงอันนำไปสู่การเกิดโรคไตได้ ในทางแบบแผนปัจจุบัน มีงานวิจัยระบุไว้ว่า ในคนไข้กลุ่มโรคเมแทบอลิกจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคไตเรื้อรังมากเป็น 2.65 เท่า ของคนปกติ ด้วยเหตุนี้เอง หากเราป้องกันกลุ่มโรคนี้ได้ ก็เท่ากับว่าเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไตได้เช่นเดียวกัน สาเหตุหลักของโรคนี้คือ ความอ้วน ที่ทำให้ร่างกายดื้อต่อการออกฤทธิ์ของอินซูลิน จนมีผลเกิดน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันสะสมภายในเซลล์ต่างๆ ความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ รวมทั้งโรคไตด้วย ดังนั้น การรักษากลุ่มอากา
ลำไยเป็นผลไม้ที่ปลูกกันมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น จีน ไทย และเวียดนาม นิยมกินในรูปเนื้อลำไยสด เนื้อลำไยอบแห้งสีทอง ลำไยอบแห้งทั้งเปลือกและแปรรูปต่างๆ เช่น ลำไยกระป๋อง น้ำลำไย เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว ลำไยยังเป็นผลไม้ที่มีความมหัศจรรย์เพราะมีสรรพคุณเป็นยาและเป็นผลไม้มงคลในการเพิ่มพลังชีวิต ลำไย ภาษาจีนแมนดาริน เรียกว่า หลงเหยียน แปลว่า ตามังกร “ลำ” มาจากคำว่า “หลง” แปลว่า มังกร “ไย” มาจากคำว่า “เหยียน” แปลว่า ดวงตา มังกรถือว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมจีน โดยเชื่อกันว่าใครได้ฆ่ามังกรแล้วขอดกินเกล็ดมังกรนั้นจะเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ การได้กินหัว หาง หรือกินดวงตาของมังกรนั้น เป็นการเพิ่มพลังชีวิตอย่างวิเศษ ทำให้คนจีนตั้งแต่สมัยโบราณ จึงถือธรรมเนียมว่าจะเป็นเศรษฐีหรือยาจกอย่างไร เมื่อถึงฤดูกาลลำไย ต้องกินลำไยหรือตามังกร อย่างน้อย 2 ลูก เพื่อเป็นการเพิ่มพลังชีวิตตลอดปี หลังจากนั้น จะโยนเมล็ดทั้งสองขึ้นไปบนหลังคา เชื่อว่าเป็นการส่งดวงตาของมังกรขึ้นไปเฝ้ามองระแวดระวังเภทภัยที่จะมากล้ำกราย ชาวจีนเชื่อว่าลำไยมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจและม้าม เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอทรุดโทรม เช่น ส
ยะลาและนราธิวาส เป็น 2 จังหวัดชายแดนใต้ ที่มีสินค้าและผลิตภัณฑ์หลากหลาย ซึ่งแม้จะมีปัญหาความไม่สงบในพื้นที่เหล่านี้ แต่กลุ่มแม่บ้านก็ยังคงผลิตสินค้าคุณภาพออกมาให้ลูกค้าได้กินได้ใช้กัน ทำให้ครอบครัวมีรายได้เสริม เพราะส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำสวนยางพารา สวนปาล์ม และสวนผลไม้ ได้โอท็อป 4 ดาว ปี 2557 อย่างกลุ่มแม่บ้านไอร์กูเล็ง ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมักจะออกร่วมออกบู๊ธในงานโอท็อปทั้งที่กรุงเทพฯ และตามจังหวัดต่างๆ สินค้าหลักๆ คือ ข้าวเกรียบผลไม้และสมุนไพร 6 ชนิด พร้อมข้าวเกรียบปลา ที่มีทั้งแบบอบและแบบทอดให้เลือก บางช่วงจะมีสะละและผลิตผลทางการเกษตรมาขายด้วย นางแยนะ เจะวานิ อายุ 57 ปี ประธานกลุ่มแม่บ้านไอร์กูเล็ง เล่าว่า กลุ่มก่อตั้งเมื่อปี 2542 ตอนนี้มีสมาชิก 25 คน และแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกัน มีการลงบัญชี รายรับ-รายจ่าย และจัดประชุมเดือนละ 1 ครั้ง สำหรับสินค้าเด่นๆ คือข้าวเกรียบสมุนไพร 6 ชนิด ใบเตย มะเขือเทศ ดอกอัญชัน มันเทศ ข้าวโพด และกระเจี๊ยบ รวมทั้งข้าวเกรียบปลา ซึ่งผลิตภัณฑ์ 7 อย่างนี้ ได้รับเครื่องหมาย อย.ทั้งหมด และในส่วนของข้าวเกร
คอลัมน์พืชใกล้ตัว โดย ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ อภัยภูเบศรสาร ระบุว่า กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือ Myofascial pain syndrome (MPS) นั้น เป็นกลุ่มอาการที่พบในผู้ป่วยที่ปวดเรื้อรังมาก โดยจะมีจุดที่กดเจ็บหรือจุดปวด ที่กล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อพังผืดในบางรายมีการพัฒนาการปวดร้าวไปบริเวณอื่น สาเหตุ อาจเกิดจากการใช้กล้ามเนื้อ เอ็นกระดูก หรือเอ็นกล้ามเนื้อมากเกินไป และใช้กล้ามเนื้อกลุ่มนั้นซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดภาวะที่กล้ามเนื้อหดตัว นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดจากกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ การใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือการที่ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อเป็นเวลานาน เช่น เวลาใส่เฝือก เป็นต้น โดยอาการของการปวดก็จะมีหลากหลาย เช่น ปวดลึกๆ ปวดร้าว ในผู้ป่วยบางรายก็เป็นเฉพาะเวลาใช้กล้ามเนื้อ บางรายก็ปวดตลอดเวลา การรักษาปัจจุบันจะมีทั้งการฉีดยาเฉพาะจุดที่ปวด การรับประทานยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ การนวดก็สามารถรักษาอาการปวดได้ การทำกายภาพบำบัด การทำ Stretch and spray (การพ่นด้วยความเย็นในจุดที่ปวดแล้วค่อยๆ ยืดกล้ามเนื้อ) นอกเหนือจากยาแก้ปวดหรือวิธีบรรเทาปวดแล้ว สิ่งที่ควรพิจารณาในการรักษาอีกคือปัจจัยเสี่
เครื่องปลูกมันสำปะหลังชุมชน เป็นผลงานการประดิษฐ์คิดค้นของ คุณโมเสส ขุริลัง และคณะ และเป็นหนึ่งในผลงานที่ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ ผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2556 ด้านวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรม จาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) คุณโมเสส ขุริลัง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 9 ถนนชัยภูมิ-นครสวรรค์ ตำบลหนองบัวระเหว อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ เจ้าของผลงานกล่าวถึงแรงบันดาลใจอันเป็นที่มาของการสร้างสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ว่า “ประเทศไทยมีกลุ่มเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังมานานแล้ว วิธีการปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน ยังต้องใช้แรงงานคนปลูก แม้จะมีการการประดิษฐ์เครื่องปลูกมันสำปะหลัง ทั้งของหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน แต่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพดีพอ ที่จะนำมาใช้ในการปลูกมันสำปะหลังเพื่อทดแทนแรงงานคนได้” จากมุมมองดังกล่าว จึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดค้น โดยนายโมเลสบอกว่า พอดีใน ปี 2553 ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น เรื่อง เครื่องปลูกอ้อยลักษณะแบบจานผานหมุน จาก วช. เช่นกัน จึงนำเงินรางวัลส่วนหนึ่ง มาเป็นทุนทำการประดิษฐ์ เครื่องปลูกมันสำปะหลังชุมชนขึ้น ผลงานการประดิษฐ์เครื่องป
ภาษาถิ่นอีสาน เรียกสับปะรด ว่า บักนัด หรือ หมากนัด ส่วนคนใต้เรียกว่า ยานัด สำหรับ เค็มบักนัด คือการแล่เอาแต่เนื้อปลาสดมาหั่นชิ้นเล็กๆ เคล้ากับเกลือป่น และเนื้อสับปะรด (มีบางคนบอกว่ามันก็คือสับปะรดเค็มนั่นแหล่ะ!) เมื่อคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันดีแล้ว นำไปอัดใส่ขวด แล้วปิดฝาให้แน่นหมักไว้หลายๆ วัน พอเนื้อปลาหอม และจนได้ระยะเวลาที่เหมาะสมก็นำมากินได้ จะนำมาปรุงในรูปของอาหารต่างๆ สำหรับกับจิ้มผักต่างๆ เช่น หลนเค็มบักนัด ตุ๋นเค็มบักนัด หรือกินสดๆ ที่ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ซอยหัวหอมแดง พริกขี้หนู เท่านี้ก็อร่อยแล้ว หรือจะนำไปผัดกับผักต่างๆ เช่น เค็มบักนัดผัดหน่อไม้ เป็นต้น ผู้เขียนเองแม้ว่าจะเป็นลูกอีสานแท้ๆ ก็ยังไม่เคยลองลิ้มชิมรสอาหารชนิดนี้เลยสักครั้ง…เคยได้ยินได้ฟังมาจากเพื่อนมาบ้าง และเคยเจอกับ เค็มบักนัด บ้าง ตามงานแสดงสินค้าโอท็อปต่างๆ ซึ่งพอจะรู้ว่า…เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านโบราณในการถนอมอาหารของชาวอีสานมาช้านานแล้ว ซึ่งส่วนมากชาวบ้านมักจะนิยมทำกันมากในช่วงฤดูฝนน้ำหลากและมีปลาแม่น้ำเยอะๆ ประกอบกับมีสับปะรดในพื้นถิ่นอีสานที่สุกพร้อมกันพอดี ทำให้ทั้งสองอย่างนี้ได้มาเจอกัน ชาวบ้านพื้นถิ่นจึงหยิ
ชื่อสามัญ : Tomato, Love apple, หมากเขือ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lycopersicon esculentum วงศ์ : Solanaceae เมื่อดูจากวงศ์แล้วจะเห็นว่า มะเขือเทศนั้น เป็นพี่น้องคลานตามกันมากับ ยาสูบ แต่มะเขือเทศนิสัยดีกว่าเยอะ อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย เป็นแหล่งรวมแร่ธาตุและวิตามิน ไม่ทำร้ายสุขภาพร่างกายเหมือนเจ้ายาสูบ มะเขือเทศมีแหล่งกำเนิดจากเปรู กับเอกวาดอร์ จัดเป็นไม้ประเภทล้มลุกฤดูกาลเดียว หรือฝรั่งเรียกว่าพวก annual plants เนื่องจากมีวงจรอายุสั้นๆ ไม่ยืนยาว ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ชนิดล้มลุกกึ่งเลื้อยกึ่งต้น ลำต้นอ่อนอวบน้ำ มีขนอ่อนๆ คลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับขอบใบเป็นจักๆ เว้าลึก ดอกมีขนาดเล็กๆ สีเหลืองสด ออกตามซอกใบ ผลทรงกลม หรือรีๆ เมื่ออ่อนจะมีสีเขียว พอแก่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม แดง ผลอวบน้ำภายในมีเมล็ดเล็กๆ มากมาย สรรพคุณทางอาหารและยา : ในมะเขือเทศ 1 ลูก จะประกอบไปด้วย สารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย มีเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี มีกรดมาลิกทำให้มีรสเปรี้ยว มีกลูตามิกแอซิด (Glutamic acid) ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่มีในผงชูรส จึงเป็นแนวคิดที่อาจทำให้นำมาปรุง
