เทคนิคเกษตร
วิธีการปลูกกล้วย ให้ได้ผลผลิตไม่ใช่เรื่องที่ยาก เนื่องจากกล้วยเป็นพืชที่ปลูกง่ายและเจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ อีกทั้งการดูแลและการจัดการไม่ยากแต่ถ้าจะให้ดี หากเราสามารถกำหนดทิศทางให้กล้วยออกเครือหันออกไปทางเดียวกันได้ ซึ่งวันนี้เรามีเทคนิควิธีมาฝาก ดังนี้ เมื่อได้หน่อกล้วยที่สมบูรณ์มาแล้ว ให้ใช้มีดคมๆ เฉือนด้านใดด้านหนึ่งออกให้มีขนาดเท่าๆ กัน 2. นำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ตามปกติ โดยให้หันด้านที่เฉือนเหง้ารากออกไปนั้นให้อยู่ในทิศทางเดียวกันทุกต้น 3. เมื่อกล้วยตั้งตัวได้ตามธรรมชาติ เหง้ารากด้านนี้จะรีบงอกรากใหม่เพื่อยึดลำต้นและหาอาหารเก่ง และแทงรากออกมายาวกว่าปรกติ 4. เมื่อเจริญเต็มที่จะออกเครือตามปรกติ เครือกล้วยที่ออกมาจะมีน้ำหนักถ่วงดุลกันตามธรรมชาติโดยอัตโนมัติ กล้วยจะไม่แทงเครือออกทางด้านฝั่งที่ยึดลำต้น โดยหันไปทางทิศเดียวกันตลอดทั้งแปลง เช่น เมื่อหันรอยตัดหรือรอยสับไปทางทิศเหนือ เครือของกล้วยจะหันไปทางทิศ ตรงข้ามคือทิศใต้ แนวทางนี้ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์อะไร แต่ทําแล้วสวยงาม แถมยังสะดวกในการปฏิบัติงานในสวนด้วย เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2562 สำหรับ
ตื่นตัวเรื่องโรคไข้เลือดออก อยากได้สมุนไพรที่ไล่ยุงได้จริงๆ และหาไม่ยาก มีความรู้จาก รศ.ดร. สุวรรณ ธีระวรพันธ์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า ยุงเป็นพาหะของการเกิดโรคที่สำคัญ ได้แก่ ยุงลาย เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ยุงก้นปล่อง เป็นพาหะนำไข้มาลาเรีย ยุงรำคาญ นำโรคไข้สมองอักเสบ ยุงลายเสือและยุงอีกหลายชนิดเป็นพาหะโรคเท้าช้าง ที่ยังคงเป็นปัญหาของประเทศในเขตร้อน รวมทั้งประเทศไทยที่มีสภาพอากาศเหมาะแก่การแพร่กระจายพันธุ์ จึงต้องมีการควบคุมทั้งแหล่งกำเนิดและทำลายยุง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค การป้องกันไม่ให้ยุงกัดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กัน จึงมีการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์ไล่ยุง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารสังเคราะห์และเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ รวมทั้งทำลายสิ่งแวดล้อม สำหรับประเทศไทย เป็นแหล่งของพืชสมุนไพรหลายชนิดที่มีคุณสมบัติป้องกันและกำจัดแมลงได้ ปัจจุบันจึงมีการศึกษาและใช้สารจากธรรมชาติในการป้องกันยุงกัดมากขึ้น ได้แก่ สารสกัดจากสมุนไพรที่มีกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหย ทั้งนี้ สารป้องกันยุงที่ได้จากธรรมชาติมีข้อดีกว่าสารเคมีสังเคราะห์ที่ไม่สะสมเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โด
ท่านใดที่เคยมีโอกาสเดินทางไปจังหวัดทางภาคเหนือ นับตั้งแต่จังหวัดอุตรดิตถ์ไปจนถึงจังหวัดเชียงใหม่ หรือขึ้นไปทางเชียงรายและแม่ฮ่องสอน คงจะได้พบชาวพื้นเมืองรุ่นเก่าๆ ที่มักจะชอบอมใบไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า “เมี่ยง” จนคนทางภาคใต้สมัยก่อนที่ขึ้นไปพบการ “อมเมี่ยง” ของชาวเหนือแล้วเรียกกันว่า “หมากเมืองเหนือ” ในสมัยโบราณนั้น ของว่างหลังอาหารของคนเหนือคงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าเมี่ยง เพราะคนเหนือหลังจากกินอาหารอิ่มแล้ว ก็จะพากัน “อมเหมี้ยง” เพื่อให้รสและกลิ่นของอาหารที่กินเข้าไปเจือจางลง ทั้งยังช่วยคลายความเผ็ด ความเค็ม ที่ติดปากอยู่ พร้อมกันนั้นยังทำให้การคุยกันหลังอาหารระหว่างครอบครัว เพื่อนฝูง ให้ออกรสโดยเคี้ยวเมี่ยงไปคุยกันไปด้วย เป็นการย่อยอาหารไปในตัวได้อีกด้วย วิธีการเก็บใบเมี่ยง ส่วนของใบเมี่ยงของคนภาคเหนือที่ใช้กิน คือใบอ่อน ซึ่งจะเก็บมานึ่งแล้วหมักให้ได้ที่ก่อนแล้วค่อยนำไปทำเป็นของเคี้ยวหลังอาหาร โดยเลือกเก็บใบที่มีอายุพอเหมาะจากส่วนยอด ซึ่งระยะเวลาที่จะเก็บใบเมี่ยงได้จะมีปีละ 4 ครั้ง คือ ครั้งแรกในเดือนเมษายนของทุกปี อีกสามรุ่นต่อมาจะห่างจากกันคราวละสองเดือน คือเก็บใบเมี่ยงรุ่
กุยช่าย คือชื่อที่เขียนและออกเสียงตามพจนานุกรมไทย แต่ถ้าเป็นคนแต้จิ๋ว เขาจะเรียกว่า กูไฉ่ และหากเป็นหนุ่ม (เหลือ) น้อย เตะปี๊บไม่ค่อยดังก็ต้องร้อง กูใช่ แล้วเลย คือ ได้เจอกับผักบำรุงพลังเข้าแล้วนั่นเอง หากพูดถึงผักไทยๆ บ้านเรามักจะเป็นผักที่เป็นยอด อย่าง สะเดา ดอกแค กระถิน ส่วนผักที่ปลูกเป็นส่วนมากมักจะแพร่หลายมาจากเมืองจีน เช่น คะน้า กวางตุ้ง กุยช่าย สำหรับ กุยช่าย ซึ่งเราจะคุ้นเคยและรู้จักกันดี และยังสามารถดัดแปลงนำมากินคู่กับผัดไทย จนสุดท้ายก็กลายมาเป็นผักของไทยไปซะเลย แต่ไม่ว่าผักอะไรก็ล้วนแต่มีประโยชน์ เพราะประเภทผักต่างๆ เหล่านั้นล้วนแล้วแต่อุดมไปด้วยสารพัดวิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (สารต้านมะเร็ง) จากธรรมชาติชั้นดี ที่ไม่ต้องสรรหาวิตามินเสริมที่ไหนๆ ซึ่งนอกจากวิตามินและแร่ธาตุที่มากมายแล้ว ผักบางชนิดยังมีประโยชน์จากกากใย หรือเส้นใยอาหารอีกด้วย และยิ่งถ้าเป็นผักที่มีสีเขียวเข้มจะมีธาตุเหล็กมากโดยเฉพาะ กุยช่าย ที่มีองค์ประกอบที่เป็นยากลายๆ ด้วย แต่ก็ควรระมัดระวังเกี่ยวกับผักอยู่บ้างก็ตรงที่ ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยตกค้าง และไข่พยาธิ วิธีการที่ถูกต้องคือ
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เป็นคำกล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยในอดีต ด้วยวิถีชีวิตของคนไทยเรามีความผูกพันอย่างลึกซึ้งและแน่นแฟ้นกับแม่น้ำลำคลอง อาหารการกินอย่างปลาน้ำจืดจะหากินได้ไม่ยาก และหาได้ง่ายตามแม่น้ำลำคลอง เพียงแค่มีอุปกรณ์ในการจับปลา อย่าง เบ็ด แห อวน ลงมือลงแรงซักหน่อย ก็จะได้ปลาสดๆ เช่น ปลาช่อน ปลาขี้ขม ปลากระดี่ ปลาหมอ ปลาโสด ปลาซิว ปลาตะเพียน ปลาฉลาด ปลานิล หรือปลาอื่นๆ มาปรุงเป็นอาหารได้แล้ว วันไหนจับปลาได้มาก ก็จะแบ่งปันให้ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนบ้านได้กินกันอย่างทั่วถึงตามนิสัยโอบอ้อมอารีของคนในสมัยก่อน สำหรับส่วนที่เหลือก็จะเอาไปหมักเกลือทำเป็นปลาร้า ปลาส้ม ปลาเปรี้ยว หรือตากแดดย่างรมควัน แล้วแต่ความเหมาะสม ปลาส้ม การแปรรูปอาหารจากปลาชนิดหนึ่งของคนอีสาน เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการถนอมอาหารจากปลา เมื่อปลาที่หามาได้มีจำนวนมากก็ต้องหาวิธีการแปรรูป เพื่อจะได้เก็บไว้กินนานๆ โดยเอาปลามาหมักกับเกลือ และข้าวสวย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะได้เมนูอร่อยๆ ที่เรารู้จักและเรียกกันว่า ปลาส้ม ปลาเปรี้ยว ส้มปลา นั่นเอง! สามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพ และเสริมรายได้ให้ครอบครัวได้เป็นอย่างดี
พืชต่างๆ ในโลกนี้มีมากมายหลายประเภท หลายชนิดมากมายเหลือประมาณ แยกแยะได้เป็นหลายชนิด หลายวงศ์ตระกูล การจัดชั้นของพืช เริ่มตั้งแต่สูงสุดเรียกว่า อาณาจักรพืช (Plant Kingdom) ส่วนหรือภาค (Phylum) ลำดับชั้น (Class) อันดับ (Order) วงศ์ (Family) สกุล (Genus) ชนิดหรือพันธุ์ (Species) ลำดับพฤกษศาสตร์ที่เอ่ยถึงบ่อยๆ คือ วงศ์ หรือ แฟมิลี่ (Family) เป็นลำดับที่แบ่งแยกให้เห็นความเหมือน ความแตกต่างกันของพืช และทำให้รู้ว่ามีความเกี่ยวโยงด้านพันธุกรรมพืชกันอยู่ ยังมีพืชหลายชนิดที่ศึกษาค้นคว้าไม่ถึง ว่าเป็นพืชในวงศ์ ในสกุลเดียวกัน ก็จำเป็นที่ต้องค้นคว้า ศึกษา เพื่อใช้ประโยชน์กันต่อไป มีรุ่นพี่เคยเล่าให้ฟังว่า นักเลงสุรา ที่มักพบว่ากินเหล้าได้เยอะได้นาน เก่ง ประเภทที่พรรคพวกเรียก ปิศาจสุรา เป็นคอทองแดงนั้น ได้แอบกระซิบว่า เขามักจะอมว่านชนิดหนึ่งไว้ในปาก ให้สังเกตว่าเวลานั่งตั้งวงกินเหล้า มักจะกินเอา กรึ๊บเอาๆๆ ไม่ค่อยเรียกหากับแกล้ม ไม่ค่อยพูดค่อยจา คงกลัวว่านที่อมไว้ในปาก โคนลิ้น หรือกระพุ้งแก้มหลุดหาย หรือลงคอไปก่อนเหล้าหมด ว่านที่เอ่ยถึงเขาเรียกว่า รางจืด หรือว่านรางจืด ทำยังกับว่าจะลงสนามแข่งขันกินเ
ตะไคร้ ช่วยให้ผมดกดำ ลดปัญหาผมแตกปลาย ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเส้นผมให้คุณได้อย่างปลอดภัย เพียงแค่คุณนำต้นตะไคร้มาสัก 3-4 ต้น นำมาล้างให้สะอาด จากนั้นแกะเปลือกนอกที่แข็งๆ ของตะไคร้ออก สัก 2-3 เปลือก แล้วนำมาหั่นเป็นท่อนเล็กๆ จะตำหรือใส่เครื่องปั่นก็ได้ แต่ต้องทำให้ได้เนื้อตะไคร้ที่ละเอียดๆ จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำตะไคร้เข้มข้นที่ได้จากการปั่นหรือตำจนละเอียด นำน้ำตะไคร้ที่ได้มาใส่ผมที่สระสะอาดแล้ว หมักทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้น้ำตะไคร้หมักผมหลังสระผมทุกครั้ง ควรทำติดกันเป็นเวลา 1-2 เดือน ผลที่ได้ก็คือ คุณจะมีผมที่ดกดำเงางาม และไม่มีปัญหาเส้นผมแตกปลาย แถมยังทำให้เส้นผมของคุณมีน้ำหนักอีกด้วย สมุนไพรรักษารากผม ทำให้ผมหงอกช้า กระเทียม กระเทียมสามารถช่วยทำให้รากผมของคุณแข็งแรงและหงอกช้าได้ เพียงแค่คุณนำกระเทียม 3-4 กลีบหรือหัวมาปอกเปลือกออก แล้วนำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมรวมกันกับน้ำมันมะกอกประมาณ 5-8 ช้อนโต๊ะ แล้วนำส่วนผสมที่ได้ใส่ถ้วยหรือขวดปิดฝาให้แน่นทิ้งไว้ 1-2 วัน จากนั้นนำมาใช้ได้โดยการนำมานวดให้ทั่วหนังศีรษะที่สระสะอาดแล้ว จากนั้นหมักทิ
ชื่ออื่น มะปิน กะทันตาเถร ตุ่มตัง ตูม มะปินมะปีส่า พะโนงค์ บักตูม ลักษณะทั่วไป ไม้ยืนต้น ลำต้นและกิ่งมีหนาม ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย เรียงสลับ ดอกช่อออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวแกมเขียวอ่อน เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว รูปทรงกลมถึงรูปผลแพร์ การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง เสียบยอด ไม้ศักดิ์สิทธิ์เทพเจ้า ไม้มงคลพระราชา มะตูม เป็นสมุนไพรเก่าแก่ของอินเดีย ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรชนิดนี้ เป็นไม้มงคลของศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศิวะ (พระอิศวร) ด้วยใบมะตูมมีลักษณะเป็น 3 แฉก คล้ายตรีศูลของพระอิศวร เมื่อมีการบูชาพระศิวะจะต้องนำใบมะตูมมาถวายพร้อมกับท่องมนต์ หรือวางไว้ใต้ตำรา วัดฮินดูที่บูชาพระศิวะ นิยมปลูกต้นมะตูมไว้ ห้ามไม่ให้ตัดโค่น ในประเทศไทย ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์ มีการนำใบมะตูมมาใช้ในพิธีสำคัญต่างๆ อาทิ พิธีพืชมงคลแรกนาขวัญ ในพิธีสมรสพระราชทานในโอกาสที่พระบรมวงศานุวงศ์เข้าเฝ้าเพื่อเจริญพระชนมพรรษา หรือเอกอัครราชทูตไทยกราบถวายบังคมลาไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศ เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นไม้ประจำจังหวัดชัยนาท คนโบราณเชื่อว่า ใบมะตูมป้องกั
ช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมโชคดีได้ไปดู “ป่ากำจัด” และต้นกำจัดที่ชาวบ้านปลูกไว้เก็บเม็ดขาย ในพื้นที่อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี นับเป็นการเปิดโลกของกำจัด (Z.rhetsa (Roxb.) DC.) ที่แถบเพชรบุรี ราชบุรี เขาเรียกพริกพราน และทางภาคเหนือเรียก มะข่วง อย่างน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผมมากมายจริงๆ เลยขอเอามาเล่าให้ฟังกันครับ ต้นกำจัด ที่ผมเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เป็นไม้ยืนต้นสูงใหญ่มาก เฉพาะที่ขึ้นในป่าพื้นที่ร่วมร้อยไร่หลังวัดสวนสวรรค์ กลางอำเภอหนองม่วง นั้น มีทั้งต้นแก่ต้นอ่อนที่กำลังออกช่อเม็ดสีเขียว ซึ่งก็จะสุกแดงจนสามารถสอยเก็บลงมาขายได้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมาแล้ว ช่วงนี้ ใครเผอิญไปแถวหนองม่วง แล้วมีความสนใจเรื่องอาหารการกินแปลกๆ ของท้องถิ่น ย่อมลองถามไถ่ไปขอดูของจริงได้สนุกแน่ๆ ครับ คุณสมบัติ ยังรักษา ชาวอำเภอหนองม่วง ผู้ซึ่งกรุณาพาไปดู ไปคุยกับผู้คนที่ปลูกและขายเม็ดกำจัด บอกว่า แต่ก่อน ต้นกำจัดในย่านนี้มีมากตามป่ารอบนอกออกไป สอดคล้องกับที่ คุณลุงลำพวน ยังรักษา ชาวตำบลบ้านชอนเล่าว่า สมัยก่อน คนจะออกหากำจัดกันตั้งแต่เขตพัฒนานิคม โคกสลุง บ้านหมี่ โคกสำโรง สระโบสถ์ ดีลัง
ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ (Dyslipidemia) คือ ระดับไขมันในเลือดที่มีคอเลสเตอรอล มากกว่า 200 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร ระดับไตรกลีเซอไรด์ มากกว่า 150 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร ระดับ HDL-cholesterol (HDL-C) หรือไขมันดี น้อยกว่า 40 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร ระดับ LDL-cholesterol (LDL-C) หรือไขมันเลวมากกว่า 130 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร โดยยิ่งหากมีไขมันตัวร้ายมาก ก็ยิ่งก่อปัญหาหลอดเลือดอุดตันได้มาก ส่งผลกระทบให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดส่วนปลาย หลอดเลือดสมองตีบ แตก ตัน ในทางกลับกันหากยิ่งมีปริมาณไขมันตัวดีสูง ก็จะส่งผลดีกับร่างกายมากขึ้น เพราะไขมันตัวดีจะทำหน้าที่เก็บไขมันส่วนเกินจากผนังหลอดเลือดกลับไปทำลายที่ตับ ในการรักษาแผนปัจจุบันเหมือนกับการใช้ยาสมุนไพรในการรักษา ตรงที่ยาไม่ได้มีผลลดไขมันได้ 100% จำเป็นต้องอาศัยการควบคุมอาหารร่วมด้วยเสมอเป็นอันดับแรก คือลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ของมันของทอด กะทิ เครื่องในสัตว์ หรือแม้กระทั่งขนมจุกจิก น้ำอัดลม เครื่องดื่มน้ำผลไม้ กาแฟ หากมีการใส่น้ำตาลปรุงรสในปริมาณมาก ก็จะเพิ่มพลังงานให้กับสิ่งที่เรารับประทาน ซึ่งหากร่างกายเรามีการใช้พลังงานน้อยกว่าพลั
