เทคนิคเกษตร
บรรยากาศในงานวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา นิสิต นักศึกษา และประชาชน ต่างทยอยเข้าชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และส่วนที่เกี่ยวข้องมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำมาจัดแสดง โดยหนึ่งผลงานวิจัยที่นำเสนอในเวที “Research Expo Talk” เป็นนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่นำนวัตกรรมเสื่อลำแพน ไปถ่ายทอดองค์ความรู้พัฒนากระบวนการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการชุมชน ให้ผลิตภัณฑ์มีความทนทาน ปราศจากเชื้อรา ป้องกันมอด ปลวก พัฒนาสีสันลวดลายที่สวยงาม จนสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างมหาศาล เสื่อลำแพน เป็นสินค้าจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน อำเภอประจันตคาม อำเภอปราจีนบุรี ที่ทำขายตกทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในอดีตใช้เป็นหลังคากันแดดกันฝน เมื่อเวลาเทียมเกวียน และดัดแปลงมาใช้เป็นผนัง ฝ้า เพดาน ถือได้ว่าเป็นสินค้าที่มีเรื่องราวเล่าขานถึงที่มาสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน ในปัจจุบันกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีมา
ช่วงบ่ายวันนี้ (25 พฤศจิกายน 2564) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรม Research Expo Talk โชว์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดงในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 (Thailand Research Expo 2021) วช.ได้นำโครงการการพัฒนาเครื่องประดับสุขภาพ (Beyond Jewelry) ที่เป็นมากกว่าเครื่องประดับ ของ นางสาวมาลิน เศวตกิติธรรม แห่ง สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มาโชว์ โดยได้รับเกียรติจาก นายทนง ลีลาวัฒนสุข รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เป็นผู้นำเสนอผลงาน ณ เวที Mini Stage ชั้น 22 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร นายทนง ลีลาวัฒนสุข กล่าวว่า อัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ด้วยภูมิปัญญาในการปรับปรุงคุณภาพพลอยสีและช่างฝีมือเจียระไนอัญมณีและผลิตเครื่องประดับมีทักษะความชำนาญสูง ทำให้สร้างรายได้ให้กับประเทศในแต่ละปีหลายแสนล้านบาทและก่อให้เกิดการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุปทานนับล้านคน รวมถึงกา
ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ นำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและการออกแบบระบบบำบัดน้ำบาดาลเพื่อการบริโภค ช่วยลดต้นทุนค่าน้ำให้กับเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2564 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ การจัดงานครั้งนี้ นำเสนอภาคการประชุม/สัมมนาใน 105 หัวข้อเรื่อง ภาคนิทรรศการ 560 ผลงาน จาก 163 หน่วยงาน หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจในงานครั้งนี้ ได้แก่ การผลิตวัสดุบำบัดน้ำบาดาลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและออกแบบระบบบำบัดน้ำบาดาลเพื่อการบริโภค ผลงานของนักวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประกอบด้วย ดร.นภารัตน์ จิวาลักษณ์ ดร.พัชรนันท์ จันทร์พลอย ดร.ดวงเดือน เทพนวล ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยได้รับทุนอุดหนุนการวิจัย จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ปีงบประมาณ 2563 จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ เกิดจากคณะผู้วิจัยม
วช.ชวนสัมผัส “น้ำหอมจากขนแพะ” ในงาน Thailand Research Expo 2021 นวัตกรรมแปลงขยะขนแพะสู่น้ำหอม เครื่องหอม เจ้าแรกในไทยและเอเชีย ฝีมือนักวิจัย วว. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรม“Research Expo Talk” เปิดตัวนวัตกรรม “น้ำหอมจากขนแพะ” นวัตกรรมแปลงขยะขนแพะสู่น้ำหอม เครื่องหอม เจ้าแรกในไทยและเอเชีย ผลงานของ นางสาวขนิษฐา ชวนะนรเศรษฐ์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) ณ เวที Mini Stage ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร นางสาวขนิษฐา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ไปจังหวัดกระบี่เมื่อเดือนมีนาคม 2563 เพื่อนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไปพัฒนาชุมชน ได้โจทย์ขนแพะที่เป็นขยะเหลือทิ้งและจากการบอกเล่าของ นายชวน ภูเก้าล้วน ประธานกรรมการบริษัท ศรีผ่องพานิช จำกัด ขนแพะโดยปกติถูกกำจัดโดยวิธีเผาทิ้งอย่างเดียว โดยไม่รู้ว่าคือวัตถุดิบที่มีมูลค่ามหาศาล ทีมนักวิจัยนำขนแพะมาสกัดพบว่
นักวิจัยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โชว์นวัตกรรม “เครื่องฟอกอากาศด้วยน้ำ เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” รางวัลระดับนานาชาติ นวัตกรรมถูกและดี ช่วยสิ่งแวดล้อมปลอดภัย วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2564) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดเวทีเสวนา Research Expo Talk ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) ครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2564 วช. เปิดตัว “เครื่องฟอกอากาศด้วยน้ำ เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” ผลงานวิจัย นายแพทย์อานนท์ จำลองกุล แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในการเสวนา Research Expo Talk ณ เวที Mini Stage ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานภายใต้ อว. มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัยและนวัตกรรม มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์และผู้ใช้ปร
นักวิจัย สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชันจากข้าวสีไทย พันธุ์ทับทิมชุม 100% เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมนำมาโชว์ใน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564” ระหว่างวันที่ 22 -26 พฤศจิกายน 2564 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิร์ด กรุงเทพฯ จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ข้าวสีไทย เป็นสินค้าเกษตรหลักของประเทศ โดยเฉพาะพันธุ์ทับทิมชุมแพที่มีความโดดเด่น คือ เป็นข้าวเจ้าเยื่อหุ้มสีแดง คล้ายทับทิม มีคุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญ มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระฟีนอลิกสูง และฟลาโวนอยด์ที่สูงกว่าข้าวสีไทยพันธุ์อื่น สามารถให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ป้องกันเลือดอุดตัน และมะเร็ง อีกทั้งมีปริมาณอมิโลสต่ำ เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน นับเป็น Functional Drink ที่สำคัญ นางพวงเพ็ชร์ นิธยานนท์ นักวิจัยจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า ผู้วิจัยต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพโดยใช้ข้าวสีไทยพันธุ์ทับทิมชุมแพ โดยการบูรณาการศาสตร์ตลอดห่วงโซ่การผลิ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Asystasia gangetica (L.) T. Anders. ชื่อสามัญ Ganges Primrose, Chinese violet. ชื่อวงศ์ ACANTHACEAE ชื่ออื่นๆ บุษบาริมทาง บุษบาฮาวาย ตำลึงหวาน เบญจรงศ์ 5 สี ย่าหยา ยาหยี บาหยา ผักลืมผัว ผักกูดเน่า หนูพบกลอนบทหนึ่ง อ่านดูงงๆ มีชื่อหนูอยู่ โดยคนเขียนตั้งชื่อกลอนว่า “บุษบาริมทาง ถูกเรียกว่า นางร้อยชื่อ” เขียนไว้ว่า “คือบาหยา ยาหยี ที่สวยพร่าง คือบุษบาริมทาง มีต่างสี เบญจรงศ์ อ่อมแซ่บ ย่าหยามี My Fair Lady ชื่อว่า บุษบาฮาวาย” มีคนว่า บุษบาฮาวาย เป็นดอกไม้ในรัฐหนึ่งของอเมริกา ที่หนู “งง” มากๆ เพราะมีคนเรียกว่า ผักกูดเน่า ลืมผัว แล้วโดยเฉพาะชื่อ “อ่อมแซ่บ” นี่ คนเหนือ คนอีสาน ออกเสียงชัดเจน พอพูดถึงบุษบาริมทาง มีคนเล่าอีกว่า ชื่อนี้เคยเป็นภาพยนตร์เพลง ชื่อ My Fair Lady ดัดแปลงจากบทละครของนักเขียนชาวไอริช เป็นเรื่องราวของหญิงสาวยากจน ขายดอกไม้ ได้รับการปั้นให้เป็นสุภาพสตรีผู้ดี สอนวิธีพูดให้ถูกต้อง และในเรื่องมีเพลงเด่นคือ The Rain in Spain ที่หนูต้องย้อนเรื่องนี้ เพราะหนูอยากโชว์ว่า แม้หนูไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องหนัง แต่ชื่อหนูไปสอดคล้องกับ My Fair Lady หรือหนัง “บุษบาริมทาง” ท
เมื่อเข้าสู่ความหนาวเย็นอย่างจริงจัง หลังพายุใหญ่ลูกสุดท้าย “ปาบึก”ผ่านไป เอหรือว่ายังจะมีพายุอีกหลายลูกชั่งเถอะ แต่ระยะนี้ ดอกสะเดากำลังสดน่ากิน เป็นที่นิยมของคนสมัยนี้กันมาก คงเป็นเพราะยึดแนวคิดตามสำนวนโบราณ “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” แท้จริงแล้วคำพังเพยนี้ว่ากันถึง คำพูดของคนเรานะ คือพูดหวาน ไพเราะ ทำให้คนเชื่ออย่างไม่ต้องหามูลเหตุ แต่คนพูดไม่เพราะ แม้ว่าจะพูดเรื่องจริง คนก็ไม่รู้สึกนิยมชมชอบ เหมือนยาขม ไม่ชอบกิน ความขมของพืชหลายชนิดที่นิยมลิ้มรสกัน แล้วแต่คนชอบ ขมมากขมน้อย หรือบางคนไม่ชอบขมเลย คงจะให้คำตอบว่า ชีวิตนี้ก็ขมมากพอแล้วไม่อยากเติมความขมเข้าตัวเองอีก ก็ว่ากันไป นิยมขมมากหน่อยก็ต้องเจอแบบ คนอื่นไม่กล้ากิน กัดทีขมติดลิ้น ซึมเข้าประสาทลิ้มรสแบบไม่ต้องกลืน เช่น บอระเพ็ดแสนเข็ดขม ฟ้าทลายโจรก็สุดขม หนานเฉาเหว่ย (ป่าช้าหมอง) ก็ที่สุด บางคนแม้แต่ขมผลมะแว้ง ก็เมินหน้าหนีแล้ว แต่ที่แนะนำวันนี้คือ ของขมอร่อย มีขมหลายระดับ แต่ถ้ารู้จักทำกินจะขมแบบพึงใจ ขมของสะเดาเป็นขมที่ตบท้ายด้วยหวาน ที่จริงสะเดามีความขมหลายระดับ ตั้งแต่ขมจัด ขมมาก ขมปานกลาง ขมน้อย จนถึงไม่ขมแต่มีรสจืดปนมัน คือแต่ละต้น
บ้านแพะต้นยางงาม หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่มีประชากรเป็นชนเผ่าไตลื้อ กลุ่มไตลื้อที่กระจายตัวกันอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคเหนือ เช่น ที่อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และที่อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน คุณเกษม ปัญโญใหญ่ ผู้ใหญ่บ้าน เล่าให้ฟังว่า ชาวไตลื้อได้อพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนา บางกลุ่มได้หยุดก่อสร้างเป็นหมู่บ้านแต่ละพื้นที่ที่มีความเหมาะสม แต่กลุ่มชาวบ้านแพะได้เดินทางต่อจนถึงเขตพื้นที่อำเภอบ้านธิ เนื่องจากเป็นแหล่งพื้นที่ที่เหมาะสม มีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เป็นพื้นที่ดอนและมีพื้นที่ราบสำหรับปลูกข้าวใช้บริโภคในครัวเรือน ด้วยความที่เป็นกลุ่มที่รักความสงบ ดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย ด้วยวิถีชีวิตพอเพียง จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ในปี 2558 และด้วยการดำรงชีวิตของชาวไตลื้อที่อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี มีสิ่งดีๆ ในหมู่บ้านหลายสิ่งหลายอย่าง จึงได้รับการคัดเลือกจากกรมการพัฒนาชุมชน ให้เป็นหมู่บ้านโอท็อปนวัตวิถี กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดทำโครงการชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี ตาม
เมื่อพูดถึง “ขนมลา” อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตากับบุคคลโดยทั่วไปมากนัก เนื่องจากแปลกทั้งชื่อและรูปแบบ เพราะขนมลาเป็นขนมพื้นบ้านของท้องถิ่น อาจจะรู้จักกันเพียงภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนแหล่งที่ทำขนมลากันมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นแหล่งที่มีชื่อเสียง รสชาติดี อร่อยที่สุดคือ ขนมลาจากอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขนมลา เป็นขนมหวานพื้นบ้านทางภาคใต้ของประเทศไทย ทำมาจากแป้งข้าวเจ้า เป็นขนมสำคัญหนึ่งในห้าชนิดที่ใช้สำหรับจัดหมับ เพื่อนำไปถวายพระสงฆ์ในงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ซึ่งเป็นงานบุญประเพณีที่สำคัญของจังหวัดในภาคใต้ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา เป็นต้น ขนมลา เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ใครเป็นคนคิดทำขึ้น ครั้งแรก ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ทราบแต่ว่า ชาวบ้านปากพนังรู้จักทำขนมลาขึ้นใช้ในงานประเพณีสารทเดือนสิบของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งในงานประเพณีสารทเดือนสิบของจังหวัดนครศรีธรรมราช จะต้องจัดหมับไปทำบุญที่วัดในแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งเป็น “วันสารท” โบราณมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า ในงานบุญสารทเดือนสิบนั้น บรรพบุรุษผู้ล่วงลับที่ไปตกระกำลำบากอยู่ในยมโ
