เกษตรอัจฉริยะ
ในวันที่เกษตรกรไทยต้องรับมือกับความไม่แน่นอนมากกว่าที่เคย มีฟาร์มหนึ่งที่เลือกเดินต่างออกไป ฟาร์มที่มองเทคโนโลยีไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกษตรแม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จากพื้นที่ 15 ไร่ VIP Organic Farm กำลังพิสูจน์ว่า การปลูกเห็ดที่ควบคุมด้วย IoT ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของเกษตรยุคใหม่ คุณสุเมศวร์ เสนชู ผู้ก่อตั้ง VIP Organic Farm เล่าให้ฟังว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจาก “ปัญหา” ที่ได้พบเจอในภาคการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาแรงงานที่ขาดแคลน รวมถึงราคาสินค้าเกษตรที่ผันผวน สิ่งเหล่านี้ผลักดันให้ฟาร์มหันมามองหาวิธีใหม่ๆ ในการพัฒนา และนำไปสู่การวิจัย ทดลอง และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต แม้หลายคนมองว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องของคนมีเงิน ลงทุนสูง และดูเหมือนทำ “เล่นๆ” แต่ในมุมของคุณสุเมศวร์ หากมองในระยะยาวแล้วถือว่าคุ้มค่า เพราะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความแม่นยำ และสร้างความต่อเนื่องในการผลิตได้จริง อย่างไรก็ตาม คุณสุเมศวร์ย้ำเสมอว่า “เทคโนโลยีคือเครื่องมือ” และถ้าใช้ไม่เป็นก็อาจไม่ต่างอะไรกับการมีจักรยานแต่ปั่นไม่เป็น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี ชัยยง ศิริพรมงคลชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมต้นแบบเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการเกษตร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุน ลดการใช้แรงงาน และความทนทานของผลิตภัณฑ์ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรเลือกใช้งานและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมต้นแบบเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการเกษตรนั้น เนื่องจากเล็งเห็นว่า เครื่องยนต์เล็กดีเซลเพื่อการเกษตรเป็นเครื่องจักรที่เกษตรกรนิยมใช้ในการทำเกษตรกรรม ซึ่งจะใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสามารถใช้เป็นเครื่องยนต์ เพื่อเป็นกำลังขับเคลื่อนยานพาหนะ รถไถนา เครื่องสูบน้ำ และประโยชน์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม รวมถึงปัจจุบันน้ำมันดีเซลมีราคาที่สูงขึ้น เกษตรกรต้องการลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง จึงมักดัดแปลงชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์เล็กดีเซลเพื่อการเกษตรมาใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน (TVRC) ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นับเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การเก็บเมล็ดพันธุ์ และการปลูกพืชอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงทางอาหารและเก็บรักษาพันธุ์พืชพื้นบ้าน/ทั่วไป รวมทั้งพันธุ์พืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการศึกษาวิจัยพืชพันธุ์ดีสู่เกษตรกร ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ในการผลิตอาหาร ปลูกซ้ำ ลดการพึ่งพาพันธุ์พืชจากภายนอก ปลายปี 2568 ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อนได้เปิดตัว พืชผักพันธุ์ใหม่ ในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 ได้แก่ พริกพันธุ์ใหม่ “Chilli Berry” กลิ่นหอมแต่ไม่เผ็ด พริกเล็บแม่มด รสเผ็ดจัด มีกลิ่นหอม พริกมันม่วง มีสารแอนโทไซยานินสูง ใช้ทำพริกกิมจิและ “สีดาทิพย์ 7” มะเขือเทศส้มตำผลสีชมพู “สีดาทิพย์ 7” คุณภาพดี ถูกใจแม่ค้า มะเขือเทศ “สีดาทิพย์ 7” เป็นพันธุ์ลูกผสมเปิด(op) เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์พืช ของ นายมฆวัน ศรีจันทร์ นักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิ
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การเกษตรไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จาก “เกษตรแบบดั้งเดิม” ที่พึ่งพาประสบการณ์และแรงงานคน สู่ “เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล หนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก คือ ระบบ IoT (Internet of Things) หรือ “ระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะผ่านอินเตอร์เน็ต” ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถตรวจวัด ควบคุม และบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 1. การตรวจสอบและควบคุมสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ระบบ IoT ช่วยให้เกษตรกรสามารถ ตรวจวัดข้อมูลสำคัญในพื้นที่เพาะปลูกได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ความชื้นของดิน อุณหภูมิ แสงแดด หรือคุณภาพของน้ำผ่านเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในพื้นที่จริง ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางหรือสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถ สั่งการระบบต่างๆ ได้แบบอัตโนมัติ เช่น ส่งผลให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มได้แม่นยำขึ้น และลดความสูญเสียจากปัจจัยแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ลดต้นทุนการผลิตและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การใช้ IoT ในภาคเกษตรช่วยให้เกิดแนวทางการทำ “เกษตรแม่นยำ” (Precision A
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ในแต่ละปีประเทศไทยส่งออกทุเรียนไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศและเกษตรกร แต่กว่าที่ทุเรียนจะเป็นผลใหญ่ออกมาจำหน่าย เกษตรกรต้องตัดแต่งดอกและผลทุเรียนอ่อนทิ้งเฉลี่ยราว 200-300 ผล/ต้น เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถเก็บผลทั้งหมดไว้ได้ เพราะจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ของต้นทุเรียน จึงจำเป็นต้องคัดเลือกผลที่มีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตได้ดีและมีรูปร่างสวยงามไว้เท่านั้น จากปัญหาดังกล่าวจึงเล็งเห็นว่าจะมีผลทุเรียนระยะเริ่มต้นหลังติดผลหรือที่เรียกว่าระยะเบบี้ถูกตัดทิ้งเป็นจำนวนมาก รวมถึงดอกที่ร่วงโรย ทีมนักวิจัยไทย ซึ่งนำทีมโดย ศ. ดร.ศุภอรรจ ศิริกันทรมาศ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ. ดร.ณัฐนันท์ ต. เทียนประเสริฐ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เล็งเห็นประโยชน์ของดอกและผลทุเรียนที่ถูกตัดทิ้งเหล่านี้ จึงนำมาศึกษาวิจัยและได้ค้นพบสารสกัดในทุเรียนอ่อนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงเทียบเท่าวิตามินซี เพิ่มความชุ่มชื่นและปกป้องผิวจากรังสียูวี จึงเกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งเหลือทิ้งท
ในยุคที่ภาคการเกษตรต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และปัญหาโรคพืชที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีดิจิทัลจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะ แอปพลิเคชันสแกนใบพืชเพื่อวิเคราะห์โรคและการขาดธาตุอาหาร ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถรู้ปัญหาได้ทันที ลดการคาดเดา และแก้ไขได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันด้านการเกษตรหลายตัวที่เปิดให้ใช้งานในประเทศไทย และได้รับการยอมรับจากเกษตรกรในภาคปฏิบัติจริง บทความนี้ได้รวบรวมแอปที่มีความน่าเชื่อถือ ใช้งานง่าย และเหมาะกับพืชแต่ละประเภท เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม 1. Plantix เหมาะกับ : ข้าว พืชไร่ ผัก พืชสวน และไม้ผลการใช้งาน : รองรับภาษาไทย เป็นแอปที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทสัญชาติเยอรมัน ที่แพร่หลายไปกว่า 155 ประเทศ ทำหน้าที่เสมือนเป็นห้องแล็บเคลื่อนที่ เพื่อใช้วินิจฉัยโรคที่เกิดกับพืช ความเสียหายจากศัตรูพืช การขาดสารอาหาร และแนะนำมาตรการดูแลรักษา ผู้ใช้งานเพียงถ่ายรูปความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับพืชที่ปลูกทุกซอกทุกมุม จากนั้นระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ในแอปจะทำหน้าที่นำรูปภาพเหล่าน
ถั่วลิสง พืชเศรษฐกิจขนาดเล็กที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรรุ่นใหม่อีกครั้งในยุคที่ผู้บริโภคหันมาสนใจอาหารปลอดภัย และโปรตีนจากพืชมากขึ้น ไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่รวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น แต่ถั่วลิสงยังสามารถปลูกได้ในดินหลากหลายประเภท ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม การปลูกถั่วลิสงยังคงเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะเรื่องแรงงานในขั้นตอนการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว ซึ่งต้องอาศัยแรงงานจำนวนมาก ขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย แรงงานภาคเกษตรเริ่มขาดแคลน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ “เทคโนโลยีเกษตร” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านวิถีการปลูกถั่วลิสงแบบดั้งเดิม สู่ระบบการผลิตแบบสมัยใหม่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เปิดเทคโนโลยีเกษตรเพิ่มผลผลิตคุณภาพอย่างยั่งยืนที่จังหวัดชลบุรี นวัตกรรมเกษตรแม่นยำที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ARDA “เครื่องหยอด–ปลิดฝักถั่วลิสง” นวัตกรรมเครื่องจักรกลเกษตรช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพันธุ์ และผลผลิตเสียหายระหว่างเก็บเกี่ยว นางสาวศิริกร วิวรวงษ์ ร
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้า “ขับเคลื่อนการค้าด้วยข้อมูล” ตามนโยบาย Data-Driven Policy ภายใต้กรอบ “Quick Big Win” มุ่งยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบายให้แม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะในภาคเกษตรที่มีผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร ล่าสุด สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัว “ระบบคาดการณ์ผลผลิตข้าวนาปีล่วงหน้า” ระบบดังกล่าวได้นำเทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้พยากรณ์ผลผลิตข้าวล่วงหน้า เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดอาวุธสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ให้สามารถวางแผนรับมือและบริหารจัดการเชิงรุกผลผลิตข้าวนาปีที่จะออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงปลายปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ นางศุภจี เปิดเผยว่า นโยบาย “Quick Big Win” ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนการทำงานด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี (Data-Driven Policy) เพื่อให้การตัดสินใจเชิงนโยบายมีความแม่นยำ โปร่งใส และสาม
ดอกเบญจมาศ เป็นไม้ดอกที่เกษตรกรนิยมปลูกและเป็นไม้เศรษฐกิจ มีมูลค่าการผลิตติดอันดับ 1 ใน 4 อันดับแรกของไม้ตัดดอกมียอดการซื้อขายทั่วโลกปีละหลายพันล้านบาท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หรือ TISTR. และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เล็งเห็นความสำคัญและปัญหาการเพาะพันธุ์ไม้ดอกเบญจมาศ ที่มีการใช้ต้นพันธุ์เก่ามาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้นเบญจมาศมีความอ่อนแอต่อโรคและแมลง จึงได้ปรับปรุงพันธุ์ดอกเบญจมาศให้ปลอดโรค พบว่า ดอกเบญจมาศมีความแข็งแรง สามารถลดต้นทุนด้านปุ๋ยและยาและสร้างรายได้ได้มากขึ้น 20 – 70% ปลูกซ้ำที่เดิมเสี่ยงต่อปัญหาโรคทางดิน เชื้อก่อโรคทางดิน (soilborne pathogen) สร้างความเสียหายให้กับภาคการเกษตรด้วยการทำให้ผลผลิตลดลงและเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัด การเพาะปลูกพืชบนพื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่องอาจประสบปัญหาโรคทางดิน เช่น โรคเหี่ยวจากฟิวชาเรียม ซึ่งเป็นโรคที่สำคัญของเบญจมาศ มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Fusonimm oxysporum ที่มีชีวิตอยู่ในดินหรือเศษชากพืชหลายปี โดยเชื้อราเข้าสู่ต้นพืชทางรากและเจริญเติบโตอยู่ในเนื้อเยื่อท่อลำเสียงและลำต้นต้นพืชที่ติดเชื้อจะแส
การเลี้ยงจิ้งหรีดโดยทั่วไปประสบปัญหาในการเลี้ยงเยอะเเละต้องคอยดูเเลเอาใจใส่ตลอดเวลา ต้องคอยให้น้ำ ให้อาหารตามเวลา ต้องหมั่นฉีดละอองน้ำเพิ่มความชื้น เเละต้องคอยเข้ามาดูเเลเพื่อไม่ให้เเมลงหรือสัตว์ต่างๆ เข้าไปกินจิ้งหรีดเเละไข่จิ้งหรีด วิทยาลัยเทคนิคลำปาง จึงนำเสนอนวัตกรรม Smart Farm จิ้งหรีด ขนาดสูง 1 เมตร ยาว 1.5 เมตร เป็นระบบให้น้ำเเละอาหารอัตโนมัติ เมื่อน้ำหรืออาหารหมด ระบบจะเเจ้งเตือนผ่านไลน์เเละยังมีกล้องไว้คอยเฝ้าดูจิ้งหรีด จึงไม่จำเป็นต้องเข้ามาในฟาร์มตลอด เมื่อความชื้นต่ำเกินไป จะมีระบบพ่นละอองน้ำโดยอัตโนมัติ นวัตกรมสมาร์ทฟาร์มจิ้งหรีด ราคา 15,000 บาท ประกอบด้วย ระบบเเจ้งเตือนเมื่อน้ำอาหารหมดผ่านไลน์ กล้องเฝ้าดูจิ้งหรีดเป็นกล้องแบบอินฟาเรตในที่มืด โครงเเละกล่องคอนโทรลเลอร์ ระบบให้น้ำเเละอาหารแบบอัตโนมัติ ระบบการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ นวัตกรรมนี้ทำให้การเลี้ยงจิ้งหรีดกลายเป็นง่าย สะดวกเพียงใช้ปลายนิ้ว สนใจผลงานชิ้นนี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ทาง ID Line : My Fat Memories / spycat_lp เบอร์โทร. 086-447-7717 อาจารย์แฟต แผนกอิเล็กทรอนิกส์วิทยาลัยเทคนิคลำปาง …
